หลังจากกลับเข้ามาภายในห้องเล็กแคบว่ายเปียว เขาจะเอาเม็ดยาฝึกฝนพลัง เพิ่มการกระตุ้นจากขวดหยก 2เม็ด ขึ้นมากิน ช่วยเสริมการฝึกฝน
่เวลาหยุดพัก1สัปดาห์ เขาจะใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด
…พริบตาจากนั้น 5วัน ที่ว่ายเปียว หมุนโคจรปราณพลัง ฝึกฝน ผ่านจุดตันเถียนทั่วร่าง ก็ได้ผ่านวันคืนไปอย่างรวดเร็ว จู่ๆ ทันใดร่างกายเด็กหนุ่ม ก็ส่งสัญญาณเลื่อนขั้นพลังย่อยอีกครั้ง
ซึ่งว่ายเปียว จะเลื่อนขั้นพลังภายในเรือนพักแห่งนี้ไม่ได้
เมื่อว่ายเปียวหยุดการโคจรปราณพลัง…เขาต้องรีบแอบไปทะลวงขั้นพลังขอบเขตที่4 ที่ ‘ถ้ำจิ้งเหลน’ เขตป่าท้ายสำนักทันที
เมื่อยามไปโรงครัว ว่ายเปียวยังได้รู้อีกว่า ผู้าุโหัวหน้าโรงครัว เหลิน ตอนนี้ได้กลายเป็ผู้ช่วย ผู้าุโของศิษย์พี่สายในไปแล้ว
ขณะเขาเลือกภารกิจตามหาของป่า ไม่ให้ศิษย์คนอื่นๆ พากันสงสัย ว่ายเปียว ก็แบกตะกร้าไม้ไผ่สาน เข้าป่าไปทันที
เวลาไหลผ่านไปนานพอสมควร ว่ายเปียวปิดขั้นพลัง ภายในถ้ำหลังน้ำตก เหนี่ยวนำปราณแผ่กระจายเป็ริ้วสาย กลับเข้าร่าง
วูม! ตึง! ตึง! ตึง! เสียงภายในร่างกายดังไม่ขาด
เขาจะลอบคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ ที่ทะลวงขั้นพลัง ขอบเขตที่4 สำเร็จ เมื่อค่อยๆ เก็บสภาวะที่แผ่กระจายกลับเข้าไปภายในจุดตันเถียน ปล่อยให้พลังคงสภาวะนิ่งงัน
“เฮ้อ! ในที่สุดก็สามารถเลื่อนขั้นพลังขอบเขตที่ 4 สำเร็จแล้วซินะ”
แต่ว่ายเปียวก็รู้สึกว่า ร่างกายนี้ หากไม่ได้ยาแรงกระตุ้นหลายเท่า จากขวดหยกวิเศษ ‘เกรงว่าเขาจะทะลวงปราณพลังไปได้ยากยิ่ง บางทีอาจต้องใช้ยาพื้นฐานทะลวงพลัง ปกติ ถึง10เม็ดเชียว’
อดไม่ได้ถอนลมหายใจในข้อนี้ “อย่างน้อยก็ลดการใช้เม็ดยา ไปได้ไม่น้อยเชียว”
ซึ่งเม็ดยาพื้นฐานกระตุ้น 4เท่า ในขวดหยกธรรมดา ว่ายเปียวยังไม่ได้กินมันลงไป ที่วางมันลงข้างต้นสมุนไพร ภายในถ้ำ
ครั้นจะเอาไปขายก็ทำไม่ได้ หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป คงจะเป็เื่ไม่ดีแน่
ว่ายเปียว บ่นงึมงำกับตนเอง ที่ยังไม่อยากเสี่ยง “ทิ้งมันไว้แบบนั้นแหละ ดีแล้ว”
เมื่อหัวสมองเริ่มคิดถึงการหาเม็ดยาพื้นฐานทะลวงพลังมาฝึกฝน ‘ต่อ’ เขาจะคลี่ยิ้มแปลกๆ เมื่อเป็เขาตอนปกติทั่วไป เขาไม่คิดไปสถานที่แห่งนี้แน่
การได้ทรัพยากรล้ำค่าเองก็มีหลายวิธีเช่นกัน เมื่อนับจากการทำงานปกติ กับรับของจากหอแจกจ่าย ก็จะเป็ลานต่อสู้่ชิงของล้ำค่า
ณ เขตป่าไผ่เชิงเขาต่อสู้ของศิษย์สายนอก
การปรากฏตัวของศิษย์บางคน ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ ทำให้พวกป้าซือ จี้จิ่งเทียน รู้ข่าวขอทานว่ายเปียวไปเยือน เขต ลานต่อสู้่ชิงของล้ำค่า ต่างก็ทำหน้าโง่งม ส่ายหน้ากันออกมา
“คงไม่ใช่ว่า เ้าบ้าว่ายเปียว มันเจอข้าอัด จนสติเลอะเลือนไปแล้วหรอกนะ” ป้าซือ รีบไปดูทันทีให้เห็นเองกับตา
ส่วนจี้จิ่งเทียน ปิดขั้นพลัง แทบจะกลั้วขำออกมา เมื่อเขาไม่ได้เก็บอีกฝ่ายมาใส่ใจ ป้าซือ พลางแค่นเสียง หึ! เล็กๆ อย่างไม่สบอารมณ์ “เ้าขอทานบ้านี่ เกือบทำข้ากลัวแล้วนะ”
ซึ่งไม่นาน หลายคนจะค่อยๆ ลอบผ่อนลมหายใจ ออกมาตามๆ กัน นึกว่าอีกฝ่ายจะใจกล้าห่อฟ้าแล้วเสียอีก เมื่อเห็นว่ายเปียว ตั้งใจมาบริเวณร้านขายยาโอสถเชิงเขาก็เท่านั้น
ปกติร้านยาโอสถแห่งนี้ ไม่ค่อยมีคนเข้าไปอยู่แล้ว หากอยากได้ยาฝึกฝนพื้นฐาน ควรไปแลกกับหอแจกจ่ายทรัพยากร ของสำนักน่าจะราคาดีกว่า ที่เสียงพูดคุยซุบซิบดังขึ้น
ศิษย์พี่สายในนักปรุงยา จวิ่นว่านซง คนที่ว่ายเปียวเคยเจอ ที่สวนสมุนไพร เขาลอกเลียนสร้าง เม็ดยาอัดอากาศตอนนั้น
ขณะอีกฝ่ายเห็นว่ายเปียว มองมันปรุงยาอยู่นาน2นาน แววตาค่อนข้างทอประกาย ความอยากรู้อยากเห็น ไม่ปิดบัง
จวิ่นว่านซง จะแค่นเสียงหึ! เมื่อจดจำขอทานได้ “หากไม่ซื้อ ยาโอสถอะไรสักอย่าง ก็รีบไสหัวไป อย่าเกะกะในร้าน ของหอโอสถเรา”
ว่ายเปียวยิ้มแห้งๆ ที่เขาเก็บรวบรวม หินปราณพลังระดับต่ำมาที่นี่เชียว “หากข้าซือเม็ดยารักษา กับเม็ดยาเพิ่มปราณ ในราคาแพงขึ้น ศิษย์พี่ จะช่วยปรุงยา ให้ข้าดูใกล้ๆ ได้หรือไม่?”
ผู้คนรอซื้อสมุนไพร ร้อง “หา…!” พลางหันไปมองว่ายเปียว ขอทาน ผิวสองสี ทนแดดทนลม ทันที “เ้านี่บ้าหรือเปล่า ซื้อเม็ดยาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฝึกฝนพลังเนี่ยนะ?”
“อืมๆ มันลืมการทดสอบศิษย์สายใน ่เวลาที่จะกลายเป็ปลา พุ่งข้ามประตูั ไปแล้วหรืออย่างไรกัน”
หลายคนจะพยักหน้าเห็นด้วย ยิ่งเป็เม็ดยาเพิ่มปราณ ที่ว่ายเปียวซื้อไป ยิ่งดูสิ้นเปลือง หินปราณ ระดับต่ำ แบบสุดๆ อย่างที่หลายคนว่า จริงๆ
ศิษย์พี่หอปรุงยาถาม “เ้าเอาจริงหรือ เม็ดยาเพิ่มปราณ ปกติ เม็ดละ 5หินปราณระดับต่ำ ยารักษาาแพื้นฐานเองก็เช่นกัน”
“หากให้ข้าปรุงต่อหน้าเ้า คิดค่าเปิดเตา 5หินปราณระดับต่ำ เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?” เมื่อมองหน้าอีกฝ่าย
ว่ายเปียว พยักหน้ารับคำ ที่เอาถุงใส่หินปราณระดับต่ำขึ้นมาวาง มีร่วม30กว่าก้อน ที่เขาเก็บรวบรวมไว้ทั้งหมด “ข้าขอซื้อเม็ดยาเพิ่มปราณ กับเม็ดยา รักษาอย่างละ3เม็ด ต้องรบกวนศิษย์พี่แล้ว?”
พร้อมคนมาซื้อสมุนไพร พวกเขายังเผยสายตาไม่อยากเชื่อขึ้นมา “เ้าขอทานมันเอาจริงหรือ?”
“อืมๆ หากไปซื้อเม็ดยาฝึกฝน สามารถซื้อยาทะลวงพื้นฐานได้ ตั้ง3เม็ด เชียวนะ”
“อ่า อ่า นี่มันคนรวย เผาหินปราณระดับต่ำ ทิ้ง ชัดๆ”
แต่ไม่ใช่สำหรับว่ายเปียว ที่ดวงตาเปล่งประกาย มองเห็นแสงสีปราณพลัง ต่างๆ อย่างแจ่มชัด พร้อมทำจมูก ขยับไปมา สูดดมตัวยาสมุนไพร
ซึ่งเขามองชมการปรุงยาศิษย์พี่ ด้วยความใจจดใจจ่อ ไปร่วมชั่วยาม…
เสียงเตาที่เปิด ฝา เม็ดยาทั้งสองชนิด ก็ค่อยๆ มาวางตรงหน้าว่ายเปียว ทั้ง6เม็ด
“หวังว่าเ้าจะไม่คืนคำหรอกกระมัง เ้าหนู?” นักปรุงยาที่จ้องตา ว่ายเปียว คล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่เป็บ้าเป็หลังเชียว
เขาจะรีบกล่าวออกมาทันที ที่กลับออกมาจากภวังค์ตนเอง “นี่ขอรับ ขอรับ หินปราณระดับต่ำ เชิญตรวจดู”
ก่อนว่ายเปียวเก็บเม็ดยาใส่ขวดขาว เขียนจำแนกไว้อย่างชัดเจน ไปทั้งหมดทันที
พร้อม จวิ่นว่านซง พยักหน้า คลี่ยิ้มให้ว่ายเปียว บอกตามตรงอีกฝ่ายไม่เคยเห็นศิษย์สายนอกแบบนี้มาก่อน
ซึ่งจวิ่นว่านซงเองก็จะได้โชว์ฝีมือต่อหน้าผู้คน เมื่อเห็นสายตาเลื่อมใส จากศิษย์สายนอก
ด้านของ ว่ายเปียว กลับออกมาจากร้านยา พวกศิษย์เองก็ยังมองเขาด้วยสายตา แปลกๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ สายตาการปล้นชิง เผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด
หากไม่มีหุ่นมารผู้พิทักษ์กฎสำนัก ประจำการอยู่ เกรงว่าคงมีศิษย์พุ่งเข้ามาทุบตี ขอทาน เหมือนคนรวย ไปแล้วแน่ในตอนนี้
ซึ่งว่ายเปียว ที่ได้รับประสบการณ์ ปรุงยาจาก ศิษย์พี่ จวิ่นว่านซง เขาฉีกยิ้มทันที “เกรงว่าได้เวลา หากำไรแล้วล่ะ”
เมื่อเม็ดยาเพิ่มปราณ ใช้สมุนไพรไม่มาก ส่วนประกอบสำคัญ คือตอนใส่ปราณพลังตนเองเข้าไปภายในเม็ดยา แล้วค่อยใช้สมุนไพรดอกหญ้าแดง เป็ตัวห่อหุ้มปราณพลัง ด้านในบริสุทธิ์ไว้
ซึ่งมีความเป็ไปได้สูงที่เขาจะสามารถหลอมมันขึ้นมาเองได้
ส่วนยารักษา มีส่วนประกอบสมุนไพรมากเกินไป ถึง5ชนิด การจะไปหาเก็บมาใช้งาน คงจะไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเขา
“แต่ก็เอาเถอะ” ขณะนั้น ว่ายเปียว มองขึ้นไป้า เขาเดินขึ้นหน้าไปยังพื้นที่ลานประลองแย่งชิงของล้ำค่า อย่างไม่ลังเล
เสียง ศิษย์ ตามดูเื่ตลกของว่ายเปียว ต่างก็ทำหน้าโง่งม กันขึ้นมาถ้วนหน้า “ว่ายเปียว มันไปผิดทางแล้ววุ้ย ไม่รู้หรือไงว่า ้าเป็ลานต่อสู้ ่ชิงของล้ำค่า”
“เหอะขอทาน หาเื่ ซวยแล้วไง!” เมื่อศิษย์ บางคนรีบเดินแซงออกหน้า…ไปอย่างเร็ว
ขณะใบหน้าหลายคนทอความเ้าเล่ห์ คิดจะดักรอตบทรัพย์ว่ายเปียวกันแล้ว…ที่ถูมือถูไม้