“พี่ซู่เหอ ฉันกลับมาแล้ว”
ซู่เหอสาวใช้เมื่อได้ยินเสียงของหลี่ฟางเซียนเธอก็รีบตักยกถ้วยซุปผักออกมาให้หล่ฟางเซียนในทันที
“มาแล้วค่ะคุณหนู”เธอพูดพร้อมกับรีบวางซุปผักลงบนโต๊ะให้กับหลี่ฟางเซียน
“อื้มกลิ่นหอมดีจัง”
“ไม่ใช่แค่กลิ่นหอมนะคะแต่ยังอร่อยแถมยังไม่อ้วนอีกด้วยค่ะ”
“จริงเหรอคะ แค่พูดคงไม่เชื่อฉันคงต้องลองชิมก่อน”เธอพูดขึ้นพร้อมกับลองชิมซุปผักก่อนจะยิ้มอย่างเห็นด้วย
“ทานเยอะๆนะคะคุณหนูเพราะมื้อเย็นอาหารของคุณหนูมีเพียงกล้วยลูกเดียวนะคะอย่าลืม”
เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ไม่มีปัญหาค่ะตอนนี้กระเพาะอาหารของฉันเริ่มชินกับการทานกล้วยเป็มื้อเย็นแล้ว”
สาวใช้ยิ้มให้กับเธอ
เย็นวันนั้น.................................................
“คุณหนูคะมาเถอะค่ะถึงเวลาพันผ้าแล้ว”ซุ่ยเหอพูดพร้อมกับหยิบผ้าที่ใช้สำหรับพันตัวขึ้นมา
หลี่ฟางเซียนทิ้งเปลือกกล้วยลงในถังขยะก่อนจะเดินมานั่งให้ซุ่ยเหอช่วยพันผ้าลดน้ำหนักให้
“คุณหนูคะ แขนคุณหนูเล็กลงไปเยอะเลยนะคะดูซิคะผ้าพันแขนเหลือเยอะจนดิฉันต้องพันเป็รอบที่สองแล้ว”
“จริงเหรอคะไม่ใช่เพราะผ้ามันยืดรึเปล่าคะ”เธอแสร้งพูดหยอก
สาวใช้ยิ้มให้เธออย่างติดตลก
“มาเถอะค่ะคุณหนูอย่ามัวมาเล่นอยู่เลยเดี๋ยวดิฉันจะช่วยพันผ้าที่ขาต่อคุณหนูจะได้พักผ่อน”สาวใช้บอกกับเธอก่อนจะช่วยพันผ้าต่อ
ครั้นเมื่อสาวใช้ช่วยพันผ้าเสร็จเธอก็รีบออกจากห้องของหลี้ฟางเซียนไปในทันที
เธอค่อยๆล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับเผยยิ้มกว้างออกมา
“หวังลู่เสียนฉันอยากให้ถึงวันที่คุณได้เจอฉันในรูปโฉมที่เปลี่ยนไปจริงๆถ้าถึงวันนั้นจริงคุณจะรู้สึกยังไงนะ จะตื่นเต้นหรือดีใจกัน”เธอพูดขึ้นก่อนจะพยายามข่มตาหลับลง
เช้าวันต่อมา ณ บ้านของกวงเฟยหลง
เสียงเอะอะดังขึ้นั้แ่เช้าตรู่เมื่อกวงฟงเหยียพ่อของกวงเฟยหลงที่เดินทางไปค้าขายที่เมืองเยี่ยเป็เวลาหลายเดือนและได้เดินทางกลับมาถึงบ้านครั้นเมื่อเขารู้ว่าบุตรชายได้หย่าร้างกับคุณหนูหลี่บุตรสาวตระกูเศรษฐีเพื่อมาอยู่กินกับเหลียนฮุ่ยเหอหญิงสาวฐานะธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยอะไรอีกทั้งยังถูกหลี่ฟางเซียนฟ้องร้องเอาสินเดิมคืนยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดให้กับลูกชายเป็อย่างมาก
“กวงเฟยหลงแกมันโง่ โง่เหมือนแม่แกที่ตายไปฉันไม่น่าชุบเลี้ยงแกเลยคุณหนูหลี่มีเงินทองมากมายแกกล้าดียังไงถึงได้ทิ้งเธอ”
“เพราะยัยนั่นน่าขยะแขยงยังไงล่ะครับ ผมไม่อยากทนอยู่กับผู้หญิงอ้วนอัปลักษณ์คนนั้นผมผิดงั้นเหรอครับ”
เพี๊ยะ.....................ฝ่ามือใหญ่ฟาดเข้าที่หน้าของกวงเฟยหลงอย่างแรง
“คุณพ่อ นี่คุณพ่อทำอะไรน่ะคะทำไมต้องลงไม้ลงมือกันถึงขนาดนี้ด้วย”เหลียนฮุ่ยเหอพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
กวงฟงเหยียมองหน้าเหลียนฮุ่ยเฮออย่างขุ่นเคือง
“แล้วเธอล่ะเป็ใครกล้าดียังไงมาต่อว่าฉันนี่มันลูกของฉัน ผู้หญิงจนๆอย่างเธออย่าเสนอหน้ามาสั่งสอน”
“พ่อครับเหลียนฮุ่ยเหอเธอเป็เมียของผมนะครับ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เมียงั้นเหรอยัยผู้หญิงคนนี้เหรอเป็เมียของแก แกนี่มันตาต่ำจริงๆแต่ช่างเถอะฉันก็พอเข้าใจว่าแกคงกำลังหลงระเริงกับความสวยงามของแม่นี่อยู่ฉันจะปล่อยผ่านไป แต่เื่ที่คุณหนูหลี่กำลังฟ้องร้องแกแกจะทำยังไง ฉันคงไม่มีเงินจ้าทนายช่วยแกหรอกนะ”
“ผมก็ไม่เห็นต้องทำยังไงนี่ครับ”
“แกไม่กลัวงั้นเหรอทนายของตระกูลหลี่เก่งเป็อันดับหนึ่งของเมืองไม่ว่าเขาจะขึ้นศาลกี่ครั้งก็ไม่มีทางแพ้ แกนี่มันรนหาเื่ชัดๆจะมีชีวิตสุขสบายอยู่แล้วแต่ดันมาหลงผิดเพราะความสวยงามภายนอกเ้าโง่”
“ผมไม่ได้หลงผิดและผมก็ไม่ได้โง่ด้วยถ้ายัยนั่นฟ้องศาลเพราะอยากได้สินเดิมคืนผมก็แค่คืนสินเดิมให้ก็จบ”
“เฟยหลงไม่นะคะฉันไม่อยากคืน”เหลียนฮุ่ยเหอพูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย
“เหอะคืนงั้นเหรอ แกเอาสินเดิมของคุณหนูหลี่ไปปรนเปรอผู้หญิงคนนี้แล้วแกจะมีปัญญาที่ไหนเอาสินเดิมไปคืนกัน”
“ก็แค่คืนส่วนที่เหลือยังไงล่ะครับผมรู้นิสัยยัยอ้วนนั่นดี มันโง่จะตายแค่ผมพูดจาหวานหว่านล้อมขอโทษมันซักหน่อยมันก็ยอมใจอ่อนให้ผมแล้ว”กวงเฟยหลงพูดขึ้นด้วยความมั่นใจก่อนจะหันมายิ้มให้กับเหลียนฮุ่ยเหอ
“ฮุ่ยเหอแม้เราจะนำสินเดิมของยัยนั่นมาใช้ได้ไม่ทั้งหมดแต่ผมก็อนุญาตให้คุณใช้ได้ตามสบายเลยนะแต่เหลือไปคืนมันซักหน่อยก็พอ เดี๋ยวยัยนั่นจะโมโหจนเผลอตกมันเอาได้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เฟยหลงยัยนั่นไม่ใช่ช้างนะคะ”
“อ่องั้นเหรอผมก็นึกว่าใช่”เขาพูดราวกับเป็เื่ตลกขบขัน
กวงฟงเหยียนได้แต่ส่ายหน้าเบาๆให้กับบุตรชายที่ไม่สำนึกและไม่ตระหนักถึงภัยที่จะถึงตัว
“หึ หากแกคิดว่าสิ่งที่แกทำอยู่แกสามารถจัดการได้ก็ตามใจแกก็แล้วกันต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งอีกหากเกิดอะไรขึ้นกับแกนั่นก็เป็ผลที่มาจากการกระทำของแกเอง”กงฟงเหยียนพูดพร้อมกับเดินจากไปอย่างเอือมระอา
“เฟยหลงคะคุณพ่อของคุณคงโกรธให้เราแน่ๆเลยค่ะ”
“ช่างเขาเถอะอย่าไปสนใจเลย คุณอยากได้อะไรมั๊ยเดี๋ยวผมพาไปซื้อ”
“จริงเหรอคะ อื้มอันที่จริงฉันก็อยากได้เสื้อผ้าเครื่องประดับใหม่ๆอยู่พอดี
“งั้นเราไปกันเถอะ”
เธอพยักหน้าก่อนจะเดินตามเขาออกจากบ้านไปในทันที