บทที่ 8 นายน้อยอยู่ได้อีกไม่เกินสามวัน
โม่เชียนลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงและลุกขึ้นยืนจากเสื่อ เสี่ยวเฮยแก่กว่าเธอ ไม่มีใครรู้ว่ามันอายุเท่าไหร่ และโม่เชียนไม่เคยเห็นเ้าแมวน้อยกัดใครมาก่อร
แต่อาจารย์บอกว่าเสี่ยวเฮยเคยกัดคนที่มีิญญาชั่วร้ายสามดวง คนที่มีชะตากรรมเช่นนั้นจะได้แต่นอนป่วยอยู่บนเตียง ประสบเคราะห์ร้ายมากมาย มีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 25 ปี มันเป็ชะตากรรมที่เลวร้าย และไม่สามารถช่วยเหลือได้
ิญญาชั่วร้ายสามดวง ได้แก่ เกี๊ยบสั่วะ*[1] ไจสั่วะ*[2] และซุ่ยสั่วะ *[3] ิญญาชั่วร้ายทั้งสามนั้นซ่อนเร้นและเติบโตอย่างช้า ๆ โดยที่ไม่มีคนไหนทันตั้งตัว ิญญาชั่วร้ายสามดวงล้วนเกี่ยวพันกันเสมือนเงื้อมมือมรณะที่ยากจะหลีกหนี แม้จะมีความสามารถแค่ไหนก็ไม่อาจฝืนชะตากรรมความตายนี้จากเ้าแห่งยมโลกได้
แต่เมื่อพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาของเขา ิญญาชั่วร้ายนี้ไม่ควรอยู่ในตัวผู้ชายคนนี้เลย โม่เชียนก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วหาเฉียวเหอ ยื่นมือออกไปแตะหัวใจของเขา แต่ในขณะที่มือของเธอกำลังจะััโดนเสื้อผ้าของเขา เยี่ยเฟยกลับปัดมือของเธอออกไป
“สาวน้อย! เธอคือคนที่ครอบครัวของลุงสามส่งมาหรือเปล่า”
“ฉันไม่รู้ว่าใครคือลุงสาม” ใบหน้าของโม่เชียนยังคงสงบนิ่ง เยี่ยเฟยไม่เชื่อคำพูดของเธอ นอกจากลุงสามเขาก็ไม่รู้แล้วว่าใครอีกที่้าฆ่านายน้อย
ในไม่ช้าก็มีคนหกคนวิ่งลงมาจากชั้นบน บางคนสวมเสื้อคลุมสีขาว บางคนสวมเสื้อคลุมยาว และบางคนก็สวมเสื้อที่เต็มไปด้วยขนไก่ ไม่เพียงแต่มีแพทย์แผนจีนและตะวันตกเท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีหมอผีอีกด้วย
ไม่ว่าเฉียวเหอจะไปที่ไหน แพทย์กลุ่มนี้จะติดตามเขาไป ทุกคนอุ้มเฉียวเหอไปที่เตียงในห้องของโม่เชียน และแพทย์หลายคนจากแผนกต่าง ๆ ก็ปรึกษากัน ทั้งหกคนดูสื่อสารกันได้อย่างกลมกลืน
เยี่ยเฟยไม่สามารถมีส่วนร่วมในเื่นี้ได้ ดังนั้นเขาจึงเรียกหาใครบางคนและมัดโม่เชียนไว้กับเก้าอี้ ส่วนแมวดำที่สร้างเื่ไว้ก็หายตัวไปอีกครั้ง โม่เชียนไม่มียันต์ที่จะปกป้องตัวเอง จึงไม่สามารถเอาชนะชายร่างใหญ่คนนี้ได้ เธอจึงพูดกับเยี่ยเฟยว่า
“พวกเขาไม่สามารถช่วยนายน้อยของคุณได้หรอก มีเพียงฉันเท่านั้นที่ทำได้ ปล่อยฉันไปเร็ว ๆ สิ ถ้าไม่ให้ฉันช่วยเขา นายน้อยของคุณจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมากสุดไม่เกินสามวันนะ”
“หุบปาก” รอยแผลที่กินไปครึ่งหนึ่งของใบหน้าของเยี่ยเฟยดูน่ากลัวยิ่งขึ้น เขามองไปที่โม่เชียนพลางกำหมัดหมัดแน่น “อย่าได้รบกวนการรักษาของแพทย์ รอจนกว่านายน้อยของฉันฟื้นก่อนเถอะ ฉันจะจัดการกับเธออีกรอบแน่”
“แม้ว่าเขาจะฟื้น ขึ้นมาก็ตาม แต่เขาจะตายในสามวัน” โม่เชียนเตือนอีกครั้ง เธอพูดความจริงเสมอ และไม่เคยสนใจว่าคนอื่นจะชอบหรือไม่
เยี่ยเฟยโกรธหญิงสาวสาวตรงหน้ามาก ถ้านายน้อยไม่เตือนเขาไว้ว่าอย่าก่อปัญหาในหมู่บ้านต้าต้าวและต้องสุภาพกับชาวบ้าน เขาคงทุบตีสาวน้อยคนนี้จนฟันร่วงไปแล้ว
โชคดีที่ก่อนที่โม่เชียนจะพูดอะไรออกไปอีก การปรึกษากันของแพทย์ในห้องก็สิ้นสุดลง แพทย์แผนจีนเป็ผู้นำและปักเข็มใส่เฉียวเหอมากกว่าหนึ่งโหล
แพทย์แผนจีนคนนี้เก่งกาจจริง ๆ หลังจากฝังเข็มเสร็จเฉียวเหอก็ฟื้นขึ้นภายในสองนาที เขาไอสองครั้ง ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วของเขาตอนนี้เปลี่ยนเป็สีเขียวและดำคล้ำมากขึ้น
ทั่วทั้งร่างดูเหมือนจะปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายความตาย ทันทีที่เยี่ยเฟยเห็นว่านายน้อยตื่นแล้ว เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหา ดวงตาสองข้างแดงก่ำ ใจเขาเต็มไปด้วยความห่วงนายน้อยของตน
“นายน้อยรู้สึกอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือยังครับ”
“อืม” เฉียวเหอตอบเสียงแหบแห้ง ดวงตายังคงปิดอยู่ แต่เมื่อมองดูแล้วน่าจะกำลังอึดอัดมาก ในเวลานี้แพทย์แผนจีนเริ่มดึงเข็มที่ฝังออก
จากนั้นแพทย์แผนปัจจุบันสองคนก็เข้าร่วมการรักษาครั้งนี้ด้วย พวกเขาแทงเข็มยาที่มีสายเชื่อมอยู่กับขวดขนาดใหญ่ซึ่งแขวนอยู่บนชั้นวางข้างเตียง ไม่รู้เลยว่ามียาอะไรอยู่ในขวดนั้น โม่เชียนมองดูพวกเขาทำงานและถอนหายใจ
“ไม่มีประโยชน์ ฉันพูดไปแล้วเหลือเวลาแค่สามวันเท่านั้น ไม่มีขาดไม่มีเกิน เพราะเ้าแห่งยมโลกจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ”
“...”
ทุกคนในห้องพูดไม่ออกขณะมองโม่เชียน เด็กคนนี้มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้โดยไม่ถูกทุบตีจนตายได้ยังไง เยี่ยเฟยหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาแล้วก้าวไปหาโม่เชียน
“ฉันจะอุดปากเธอไว้เอง!” เขากำลังจะยัดผ้าเข้าไปในปากของเธอ แต่ในขณะที่มือจับคางของเธอไว้นั้น เฉียวเหอก็พยายามลืมตาขึ้นและหยุดเขาไว้
“เยี่ยเฟย อย่าแตะต้องเธอ” มือของบอดี้การ์ดตัวโตที่ถือผ้าเช็ดตัวชะงักค้างกลางอากาศ หลังจากนั้นสักพักเขาก็ปล่อยโม่เชียนไปอย่างไม่เต็มใจนัก
ตอนที่เฉียวเหอหมดสติเมื่อกี้ จิตใจของเขายังแจ่มชัดมาก และสามารถได้ยินสิ่งที่ทุกคนในห้องพูด เพียงแต่เขาแค่ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ มันเหมือนกับิญญาออกจากร่างกาย ชายหนุ่มมองไปที่โม่เชียนแล้วถามว่า
“คุณช่วยผมได้จริงเหรอ”เฉียวเหอถามเสียงแ่เบา
“ใช่” โม่เชียนพยักหน้ายืนยัน เฉียวเหอหายใจเข้าอีกสองสามครั้งเพื่อจะพูดออกไป มันช่างยากนักในการจะพูดแต่ละรอบ
“งั้นผมจะมอบทองคำให้คุณในภายหลัง”เฉียวเหอพูดออกไปเพื่อต่อรองกับโม่เชียน
“ไม่จำเป็ แมวของฉันกัดคุณซึ่งทำให้เกิดกรรม ฉันอยากจะช่วยชดใช้ให้แมวของฉัน แต่คุณต้องบอกให้คนของคุณปล่อยฉันก่อน” โม่เชียนที่รู้สึกว่าตนเองจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เรียกร้องขอทองคำอีก
เฉียวเหอเลิกคิ้วพร้อมมองไปทางเยี่ยเฟยอย่างอ่อนแรง
“นายน้อย!” เยี่ยเฟยพูดสีหน้ากังวลกระวนกระวาย “คุณไว้ใจผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ ถ้าเธอเป็พวกต้มตุ๋น ให้นายน้อยกินอะไรแปลก ๆ แล้วเกิดนายน้อยเป็อะไรขึ้นมาจะทำยังไง” เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยเฟยแพทย์หลายคนก็เห็นด้วยเช่นกัน
“ใช่แล้วครับนายน้อยเฉียว สาวน้อยคนนี้ยังดูเด็กมาก เธอไม่น่าจะทำได้อย่างที่พูดหรอก” แพทย์คนหนึ่งพูด
“นายน้อยเฉียว คุณจะกินยาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เธอไม่มีข้อมูลเลยด้วยซ้ำว่าคุณกินยาชนิดไหนไปบ้าง ถ้ายาที่เธอให้คุณมันขัดแย้งกับยาที่คุณเคยกินไป ผลลัพธ์อาจกลายเป็ความตายได้นะครับ” เฉียวเหอมองทุกคนด้วยสายตาเ็า ทำให้ทุกคนใมากจนต้องหุบปากทันที
“พวกคุณรักษาฉันมาตั้งนานแล้วมันเคยได้ผลไหม” เมื่อเขาถามประโยคนี้ แพทย์ทุกคนก็มองหน้ากันโดยไม่กล้าพูดอะไรอีก อาการป่วยของเฉียวเหอนั้นแปลกมาก จู่ ๆ เขาก็ล้มป่วยในวันที่ 15 ของเดือนแรก ตามปฏิทินจันทรคติเมื่อสามปีที่แล้ว
จากนั้นเขาก็ตะเวนรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็โรงพยาบาลชั้นนำของโลก โรงพยาบาลในปักกิ่ง มีผู้เชี่ยวชาญจากแขนงต่าง ๆ ปรึกษากันจากทั่วทุกแห่งในแต่ที่ก็หาสาเหตุไม่ได้ด้วยซ้ำ
เฉียวเหอป่วยหนักขึ้นเรื่อย ๆ ใน่หกเดือนที่ผ่านมา เขาสูญเสียความรู้สึกที่ขาและไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก เฉียวเหอค่อนข้างตระหนักถึงสภาพร่างกายของตนเองดีว่าเป็เช่นไร เขาเชื่อคำพูดของโม่เชียนที่ว่าเขาเหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้น
[1] เกี๊ยบสั่วะ : ิญญาที่ส่งผลต่อการสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง หรือโอกาส
[2] ไจสั่วะ : ิญญาที่ส่งผลต่อสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ และอุบัติเหตุ
[3] ซุ่ยสั่วะ : ิญญาที่ส่งผลต่อความขัดแย้ง ปัญหา และความสูญเสีย