“หยุดเดี๋ยวนี้นะฟางอิน!!!!” นางตะคอกเสียงดังใส่น้องสาวที่ใช่ชุดสีชมพูตัวโปรดของนางลากไปมาสั่งการสาวใช้ “พวกเ้าออกไปจากเรือนเล็กของข้าให้หมด!!!..อย่าให้ข้าต้องขายพวกเ้าออกหากยังมิทำตามข้าสั่ง!!!” สาวใช้ใที่คุณหนูใหญ่ทำหน้าตาโกรธเกรี้ยว ทุกคนต่างพากันหยุดมือถอยหลังหนีออกจากเรือนเล็ก
“พี่ใหญ่!!!..ทำอันใดเ้าคะ” ฟางอินส่งเสียงดังเอาแต่ใจ
“เ้าน่ะสิ..จะทำอันใด!!! มาขนย้ายข้าวของของข้า..มาใส่ชุดตัวโปรดที่แม่สามเย็บให้ข้า!!!เ้ากล้าทำได้อย่างไร!!” ก้มมองชุดที่ปลายกระโปรงขาดแหว่งไปหมดเพราะฟางอินตัวเตี้ยกว่านางเกือบสองคืบ ชุดกระโปรงกลายเป็รุ่มร่ามน่าเกลียดมองแทบมิเห็นเท้า
“ข้าบอกท่านแม่แล้วว่าจะมาอยู่กับพี่!!”
“แล้วแม่รองก็อนุญาตเช่นนั้นรึ!!..กลับออกไปซะ…ข้าจะตามเ้าไปคุยกับแม่รองเดี๋ยวนี้เลย!!!” แม่รองที่นางว่าก็คืออนุสือ ท่านแม่ของฟางอิน
ในบ้านสกุลตู้เรียกขานอนุของท่านพ่อว่าแม่รอง แม่สาม แม่สี่ แม่ห้าตามลำดับมาก่อนมาหลัง ท่านแม่ของนางเป็ฮูหยินเอก น้องๆทุกคนจะเรียกว่าแม่ใหญ่ ท่านพ่อของนางทำการค้ากับคนในวังคือนำส่งผ้าไหมเข้าไปเพื่อตัดเย็บชุดเสื้อผ้าให้แก่ราชวงค์แคว้นเ้าฮ่องเต้จึงแต่งตั้งท่านพ่อของนางเป็พ่อค้าอันดับหนึ่งของแคว้น ท่านแม่เป็ฮูหยินเอกขั้นหนึ่ง อนุที่เหลือต้องถอยให้ท่านแม่นางกว่าสองก้าว
“อย่านะ!!!..อย่านะ!!” ฟางอินเอ่ยห้ามเสียงหลงในความเป็จริงแล้วนางแค่บอกกล่าวท่านแม่ของนางแต่ท่านแม่มิได้อนุญาต เพราะรู้ดีว่าตู้ฟางซิน้าความเป็ส่วนตัวในเื่นี้
ในเรือนของตู้ฟางซินมีแต่บัญชีร้านค้า ตำราคำนวนตัวเลข และหลายสิ่งหลายอย่างที่บิดาเป็ผู้สั่งให้เก็บไว้ศึกษา แต่ฟางอินก็ยังอยากจะเลียนแบบทั้งๆที่นางฉลาดได้มิถึงครึ่งของ ฟางซิน ด้วยซ้ำ
“ข้าจะไปบอกแม่รอง!!!..เ้าเตรียมตัวไว้เลย!!” ฟางซินยังคงย้ำและก้าวเดินนำออกไป
“อย่านะ..อย่านะ” ฟางอินวิ่งตามพี่สาวอย่างทุลักทุเล
เรือนขนาดใหญ่ด้านหน้า แบ่งเป็ห้องนอนแยกตามจำนวนของคนอยู่อาศัยมีท่านพ่อ -ท่านแม่ทั้งหลาย และน้องๆของนางที่ยังเล็กมากก็นอนร่วมกับมารดา ส่วนฟางอินกับชางไห่นั้นแยกห้องไปนอนด้านข้างติดๆกับห้องแม่รอง(อนุสือ) มีสาวใช้นอนเฝ้าร่วมห้องด้วยเพื่อสะดวกในการใช้สอย
ท่านพ่อของฟางซิน 'ตู้ชงไห่' ในหนึ่งสัปดาห์จะวนเวียนเข้าห้องของท่านแม่จนครบคืนละหนึ่งคนและเหลือวันว่างสองวันก็จะเป็วันพักผ่อนในห้องส่วนตัว ฟางซินมิเคยจะชื่นชอบนิสัยของท่านพ่อของนางเท่าใดนัก เพราะนางรู้เห็นมาตลอดั้แ่เล็กว่าถึงแม้ในบ้านจะมีท่านแม่ตั้งห้าคน ท่านพ่อก็มิเคยจะหยุดมองรึหยุดหาสตรีนอกบ้านเลย บ่อยครั้งที่นางติดตามบิดาออกไปตรวจบัญชีร้านค้า ท่านพ่อมักจะปล่อยนางนั่งคิดตัวเลขซ้ำๆ อยู่เช่นนั้นร่วมหนึ่งชั่วยาม ในขณะที่ตัวท่านพ่ออยู่ในหอนางโลม รึไม่ก็มีสตรีม่าย สตรีสาวแต่ยากจนมาขอเงินพร้อมใช้ร่างกายเข้าแลก เสียงร่วมรักกันในห้องด้านข้างที่นางทำบัญชีร้านก็ดังเข้าหูอยู่บ่อยครั้งแต่มิเคยมีสักครั้งที่นางจะเอาเื่น่ารังเกียจเช่นนี้ไปบอกกล่าวแก่ท่านแม่ บุรุษที่นิสัยแย่เช่นท่านพ่อของนาง…มิว่าเกิดชาติภพใดก็ขออย่าให้ได้พบได้เจอเถิด
ตู้ฟางซินเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างรวดเร็วพบท่านแม่ของนาง แม่รอง(อนุสือซิงเซียน-แม่ของฟางอินและชางไห่) แม่สาม(อนุเหยาเหมยลี่..มิมีบุตรสักคน) และท่านพ่อ กำลังนั่งจิบชาพูดคุยกัน แม่สี่(อนุว่านเล่อถง-แม่ของฟางหยาและฟางหลิว)ยืนนวดไหล่ให้ท่านพ่อ
“พี่ใหญ่..อย่านะ!!” เสียงฟางอินดังเข้ามาก่อนตัวโดยที่ไม่รู้สักนิดว่าในห้องโถงมีผู้ใดอยู่บ้าง
“เอะอะเสียงดังอันใดกันฮึ..พวกเ้าเป็สตรีเหตุใดมิรักษากิริยา” ท่านพ่อพูดเสียงดังทำให้ฟางอินยืนหลบอยู่หลังประตูอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
“ลูกกำลังจะเดินเข้ามาหาแม่รองเ้าค่ะท่านพ่อ” ฟางซินปรับสีหน้าให้เรียบเฉย
“มีเื่ใดกันเล่า” ท่านพ่อยังคงสอบถาม และมองหาฟางอินที่เขาได้ยินเสียงนางเมื่อครู่
“น้องรองพาสาวใช้ขนข้าวของเข้าไปอยู่ในเรือนเล็กของข้า..นางบอกว่าได้ขออนุญาตจากแม่รองแล้ว อีกทั้งยังรื้อห้องตำรา ทำบัญชีของข้ากระจุยกระจายเต็มพื้นไปหมด ข้าอยากจะมาสอบถามว่าเหตุใดแม่รองถึงกล้าอนุญาต” ฟางซินหันมองแม่รอง “แม่รองกล่าวเช่นนั้นหรือเ้าคะมิใช่ว่าท่านพ่อได้เอ่ยห้ามแล้วว่ามิให้ผู้ใดมาวุ่นวายกับเรือนนอนและห้องตำราของข้าในนั้นมีใบรายการสำคัญอยู่มากมาย..แต่ยามนี้น้องรองทำเสียหายจนหมด”
“ใครใช้ให้เ้าอนุญาตเช่นนั้นซิงเซียน!!!” ท่านพ่อตวาดลั่นจนสือซิงเซียนใ
“มิใช่นะเ้าคะท่านพี่ ข้าบอกแก่ฟางอินแล้วว่ามิอนุญาต เื่นี้ข้าว่ากล่าวนางไปเมื่อยามเฉินว่าห้ามไปยุ่งกับเรือนของพี่ใหญ่ แล้วยามนี้นางอยู่ที่ใดกันเล่า” ซิงเซียนหันมองไปจนทั่วสายตาหวาดหวั่น นางรู้นิสัยของบุตรสาวดีว่าอยากเลียนแบบฟางอินมากเพียงใด แต่มิคิดว่านางจะกล้ามิฟังคำสั่ง
“อยู่หน้าประตูเ้าค่ะ น้องรองวิ่งตามข้ามา” ฟางซินบอกทุกคนและหันมองไปทางประตู
“ออกมาเดี๋ยวนี้ฟางอิน มิเช่นนั้นแม่จะตีเ้า!!!”
จบคำสือซิงเซียน ตู้ฟางอินก็ค่อยๆเดินออกมาจากหลังประตูด้วยชุดสีชมพูรุ่มร่าม ปลายกระโปรงขาดวิ่นชุดเปื้อนฝุ่นไปทั้งตัว
“นั่นชุดที่ข้าปักให้ฟางซิน!!!…เหตุใดเ้ากล้านำชุดของนางไปใส่” แม่สาม(เหยาเหมยลี่)เนื่องจากนางมิมีลูกนางจึงรักตู้ฟางซินมาก สิ่งใดที่เป็สินเดิมของนางนางก็มักจะนำมาให้ฟางซินเสมอ ชุดเสื้อผ้าที่ใช้ออกงานสำคัญก็ล้วนเป็เหยาเหมยลี่ที่เป็ผู้ตัดให้ฟางซินทุกตัว แต่เมื่อเห็นชุดสวยที่ฟางอินใส่ถึงกับเืขึ้นหน้าและเกลียดชังบุตรสาวของสือซิงเซียนเพิ่มมากขึ้น
“ข้า..ข้าา..” เมื่อเห็นสายตาทุกคนจ้องมองฟางอินถึงกับเข่าทรุด น้ำตาหยดลงสะอึกสะอื้น “ข้าอยากเป็พี่ใหญ่…ข้าอยากเก่งอยากงดงามแบบนาง ท่านพ่อกับท่านแม่มิเข้าใจหรอก..ฮืออออ..อออ” สองมือขยำชุดที่เปื้อนฝุ่นจนยับ
“อยากเป็เหมือนนางเหตุใดเ้ามิหัดเรียนรู้เล่า!!!..ข้าจะตีเ้าจนเืออกเลยคอยดูเถิด" แม่รองเดินเข้าไปลากฟางอินออกไปด้านนอกเสียงร้องไห้ของฟางอินดังลั่นเต็มลานกว้าง กลุ่มเด็กน้อยที่มีตู้ชางไห่นำขบวนต่างพากันมาวิ่งล้อมรอบฟางอิน หัวเราะเยาะชอบใจที่เห็นนางถูกตี
ตู้ชงไห่ ทำหน้าตาเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายของบุตรสาวคนนี้ที่ชอบหาเื่พี่สาวมิได้เว้นวัน “พ่อบ้านมู่สั่งคนไปจัดการเรือนนอนของฟางซินให้เรียบร้อยในวันนี้ด้วยข้าจะไปพักผ่อน” ก่อนออกจากห้องโถงก็บอกฟางซินอีกครั้ง “วันพรุ่งนี้ยามเว่ย(13.00)สกุลฝู่จะมาจิบชาร่วมกับดูตัวเ้า แต่งกายให้งดงามล่ะ” จบคำก็เดินออกไป สกุลฝู่เป็สกุลค้าข้าวแม้ร่ำรวยมิเท่าสกุลตู้แต่ก็มิได้ถือว่าแย่นัก บุตรชายคนโตของนายท่านสกุลฝู่มีอายุมากกว่านางหกปี มีข่าวว่าร่ำเรียนแต่วิชาการเคร่งครัดแม้ตู้ฟางซินจะมิเคยพบเห็นแต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง
“ท่านแม่..ข้าเพิ่งสิบสองหนาวนะเ้าคะ?" ฟางซินมิเข้าใจเหตุใดต้องรีบมาดูตัวกันเล่า
“เพียงแค่ดูตัว หาใช่หมั้นหมายเ้าอย่าได้กังวลไปเลยหากมิชอบพอต่อกันก็มิต้องสานต่อทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เ้า จงอย่าได้กังวล” แม่ใหญ่พูดปลอบ…ใยนางจะมิสงสารบุตรสาวของตัวเองเล่า แต่เพราะเป็บุตรคนโตจะต้องหาคู่ครองที่สมน้ำสมเนื้อมิให้น้อยหน้า อับอายผู้ใด
ั้แ่ยามที่ฟางซินยังเล็กนางก็มิเคยมีโอกาสได้วิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทุกๆวันอ่านแต่ตำราคำนวณตัวเลข คร่ำเคร่งกับกิจการที่ขยายใหญ่ไปเรื่อยๆหากนางเป็บุรุษก็คงจะดีกว่านี้ บุตรสาวบ้านอื่นร่ำเรียนวิชาเย็บปักถึงแม้ฟางซินจะพอมีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็มิได้ทำออกมาแล้วสวยงามเหมือนสตรีที่ออกไปร่ำเรียนการบ้านการเรือนในสถานศึกษา ใครเลยจะรู้ว่าตู้ฟางซินเติบโตมาโดยที่มิเคยรู้จักคำว่า ‘สหาย’
“ก็ขอให้เป็เช่นนั้นเถิดเ้าค่ะ..วันนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกินท่านแม่” ฟางซินเดินเข้าไปนั่งโอบกอดมารดา
“เหนื่อยก็กลับไปนอนพักเถิด บ่าวคงจะเก็บกวาดเรือนเล็กเรียบร้อยแล้วกระมัง” แม่ใหญ่เอ่ยพร้อมกับลูบหัวนาง