High Human

    HH 68

    ครึ่งวันต่อมา โจยืนอยู่บนหินเรียวยาวที่สูงเฉียดฟ้า แต่เขาไม่ได้ขึ้นไปบนสุดแต่อย่างใด เขาเพียงยืนสูงเหนือจากพื้นประมาณร้อยฟุต

    เขามองไปรอบๆชั่วครู่ก่อนจะเลือกทิศหนึ่งแล้ววิ่งหายไป 

    จากนั้นสามชั่วโมงต่อมา เมรีกับรูวก็มาถึงบนหินเรียวยาวที่โจยืน เวลาต่อมาพวกเธอก็มุ่งหน้าตามไปยังทิศที่โจจากไป

    ความแข็งแกร่งของเมรีน้อยกว่าโจมากนัก แม้ว่าเธอจะเร่งความเร็วเต็มที่ก็ยังเร็วได้เพียง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ผิดจากโจที่เร็วถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อให้เธอจะไล่ตามโดยไม่หยุดก็ยังไม่อาจตามเขาได้ทัน 

    นอกเสียจากว่าโจจะเจอเหตุการณ์ที่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำสามชั่วโมงอยู่ที่เดิม ไม่งั้นเมรีก็ไม่มีทางตามโจได้ทัน

    แน่นอนว่าเมรีมียานอวกาศสามารถใช้ไล่ตามได้ทัน ทว่าเมื่ออยู่บนยานอวกาศก็ไม่สามารถจับสัมผัสของพลังตกค้างได้และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นเพียงต้นไม้ที่บดบังไปทั่ว ไม่มีทางเลยที่จะมองลอดผ่านลงไปได้ 

    สิ่งเดียวที่เมรีทำได้คือไล่ตามด้วยพละกำลังของตัวเองเท่านั้น

    แต่มันก็เหมือนวิ่งตามเงา รู้ว่าเขาอยู่ข้างหน้าแต่ก็ไม่อาจคว้าเอาไว้ได้

    อย่างไรก็ตามมันทำให้เมรีรู้สึกทรมานและกระวนกระวาย

    เมรีและรูวเดินทางผ่านไปอีกสองชั่วโมงก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากไปถึงก็พบเพียงเศษซากจักรกลและหลุมระเบิดสองสามหลุม เห็นได้ชัดว่าจักรกลเหล่านี้ถูกระเบิดทำลายล้างบางอย่าง

    เมรีและรูวหยุดเพียงชั่วครู่ก่อนจะออกเดินทางต่อ

    เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วโมง ท้องฟ้าสีเขียวก็เริ่มมืดลง เมรีไม่มีทางเลือกจึงพารูววาร์ปขึ้นไปพักผ่อนบนยาน แม้ว่าเธอจะต้องการไล่ตามโจให้ทันแต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะเธอเองก็เหนื่อยแล้วเช่นกัน 

    ความแข็งแกร่งของเธอมีจำกัดไม่ได้มีพลังเหลือเฟือเหมือนโจ

    อย่างไรก็ตามเมื่อตอนเช้ามาถึงเธอก็พบว่าร่องรอยพลังงานตกค้างได้จางหายไปหมดแล้ว 

    “คนใจร้าย จะรีบไปไหนกันนะ” เมรีกระทืบเท้าด้วยความโกรธตรงข้ามกับความเย็นชาทีเธอมี

    มัวแต่บ่นไปก็ไม่ได้อะไรเธอจึงมุ่งหน้าไปยังทิศที่พบพลังงานตกค้างเมื่อวานนี้ วันนี้เธอออกตามหาคนเดียวและบอกให้รูวคอยอยู่บนยาน 

    หากเธอออกตามหาคนเดียวจะง่ายและสะดวกกว่ามาก นอกจากนี้พลังงานที่ต้องใช้ในการเคลื่อนที่ความเร็วสูงยังลดน้อยลงไปอีกครึ่ง

    ในตอนแรกรูวมีท่าทีไม่ยอมอยู่บ้างแต่เมื่อฟังเมรีอธิบายเธอจึงอดทนรอบนยานในที่สุด เธอรู้ความสามารถตัวเอง หากยังดึงดันจะไปให้ได้ก็มีแต่ถ่วงเมรีซะเปล่า

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเมรีก็สัมผัสพลังงานตกค้างของโจได้ เมื่อไปถึงมันเป็นถ้ำแห่งหนึ่งและมันว่างเปล่า เหมือนว่าเขาเพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน

    เมรีตื่นเต้นและดีใจที่ได้พบร่องรอยของโจอีกครั้ง เธอรีบตามไปทันที

    ตูม! 

    เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น และเสียงนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากเมรี เธอตื่นเต้นและรีบเคลื่อนไหวโดยไม่รอช้า เธอลองกะระยะทางคร่าวๆไม่น่าจะเกินห้ากิโลเมตร

    เมรีได้แต่หวังว่าโจจะยังคงอยู่ตรงนั้นสักครู่ เมื่อเธอเข้าไปในระยะ โจจะต้องจับสัมผัสของเธอได้แน่นอน

    ทว่าเรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่ออยู่ๆเธอก็สัมผัสบางอย่างจากด้านบนได้ เมื่อเธอมองขึ้นไปมีบางสิ่งกำลังร่วงลงมาจากฟ้า

    ตูม!!

    แรงระเบิดกระแทกเมรีให้ถอยหลังไปหลายเมตร สีหน้าของเธอเย็นชาและสนับมือก็ถูกสวมใส่เรียบร้อย เธอรู้สึกถึงจิตสังหารกำลังพุ่งตรงมาที่เธอ

    ฝุ่นควันค่อยๆจางหายไปและเผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายจักรกลแต่กลับให้ความรู้สึกราวกับมีชีวิต ใบหน้ายาวและดวงตาคล้ายแผ่นใสสีฟ้าผืนผ้ากำลังจับจ้องมาที่เธอ

    “เผ่าพันธุ์ชั้นต่ำ!!” ไฮแอนตินอสกู่ร้องด้วยความโกรธ 

    หลายวันที่ผ่านมามันโกรธแค้นมากเนื่องจากหุ่นจักรกลที่มันเร่งสร้างมาสามปีได้ลดลงอย่างน่าตกใจ หากขืนปล่อยเอาไว้คงใช้เวลาอีกไม่นานจักรกลที่มันส่งออกมาคงถูกทำลายจนหมด

    เมื่อมันออกมาจากฐานทัพและพบกับซากจักรกลมันก็โกรธแค้นมากยิ่งขึ้นและเมื่อยิ่งมันพบซากจักรกลหลายสิบกลุ่มก็ทำให้มันถึงกับบ้าคลั่งและค้นหาคนที่ทำลายมันอย่างเอาเป็นเอาตาย

    หลายวันมันก็ได้พบกับเมรีและคิดว่าเธอจะต้องเป็นคนทำลายหุ่นจักรกลของมันอย่างแน่นอน ครั้งก่อนเป็นโจและครั้งนี้เป็นเมรี พวกมันไม่เข้าใจว่าทำไมสวะพวกนี้ถึงได้เยอะแยะนัก แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะกำจัดเหล่ามดปลวกพวกนี้ให้สิ้นซาก

    “ตาย!!” ไฮแอนตินอสตะโกนพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เมรีแล้วตวัดดาบเลเซอร์ฟันแนวขวาง

    ฟวั่บ!

    ดาบเลเซอร์ตัดร่างเมรีออกเป็นสองท่อน ทว่าขณะที่มันกำลังหัวเราะอย่างดูถูกก็รู้สึกถึงจิตสังหารจากด้านหลัง มันจึงเอียงตัวอย่างรวดเร็วทำให้หมัดของเมรีพลาดเป้าไปอย่างง่ายดาย

    “สายแปรสภาพ?” ไฮแอนตินอสหรี่ตาของมันจากนั้นก็หัวเราะเยาะ “หึ…แต่ยังอ่อนแออยู่ดี”

    ไฮแอนตินอสใช้หมัดเปล่าต่อยเข้าไปที่ท้องของเมรี ความเร็วของมันรวดเร็วกว่าดาบที่ฟันมันก่อนหน้าหลายเท่า แม้ว่าเมรีจะสามารถย้ายร่างตัวเองไปยังดอกไม้รอบๆได้แต่เธอยังช้าไป

    อุก!

    เมรีร่างปลิวออกไปหลายสิบเมตร เธอไถลไปตามพื้นอีกหลายเมตรก่อนจะหยุดลง ใบหน้าขาวเนียนซีดขาวอย่างน่าหวาดกลัว เลือดสีแดงสดทะลักออกมาจากปาก 

    เพียงหมัดเดียวเธออยู่ในสภาพปางตายหากไม่ได้รับการรักษาเธอจะต้องตายอย่างแน่นอน 

    เมรีไม่เคยคาดคิดว่าดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้อยู่ด้วย 

    ไฮแอนตินอสแสยะยิ้ม หากเป็นสายแปรสภาพในระดับเดียวกับมัน ตัวมันยังหวาดกลัวอยู่บ้าง ทว่ากับมดปลวกตัวนี้ไม่ได้ทำให้มันกดดันแม้แต่น้อย

    ไฮแอนตินอสค่อยๆเดินเข้าไปหาเมรีที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างช้าๆเหมือนกับยมทูตที่กำลังจะเข้าไปเก็บเกี่ยวชีวิต

    เมรีกระเสือกกระสนถอยหลัง เธอรู้สึกเสียใจคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกับโจอีกต่อไป ทั้งๆที่เธอตามหาเขาจนพบแต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้เธอได้พบความชะตากรรมอันน่าสิ้นหวัง

    ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถถอยหนีได้อีกต่อไป ไฮแอนตินอสชูดาบเลเซอร์ขึ้นจากนั้นก็ตวัดไปที่คอขาวเนียนของเมรี

    เธอหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา เธอนึกถึงใบหน้าของโจเอาไว้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไปตลอดกาล

    ทันใดนั้นไฮแอนตินอสที่กำลังจะตัดคอเมรีก็ชะงักและกระโดดหลบถอยไปข้างหลัง

    ตูม!!

    จุดที่ไฮแอนตินอสเคยยืนถูกระเบิดจนเกิดฝุ่นควันไปทั่ว เมรีที่อยู่ใกล้จุดนั้นถึงกับสำลักฝุ่นควัน

    เมื่อฝุ่นควันจางหายไปเธอได้เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย ไม่มีวันไหนที่เธอจะลืมคนๆนี้

    “คน…ใจ…ร้าย…” เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

    โจหันหน้ามาหาเมรีและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เธอ เมรีจดจำใบหน้านั้นไว้ก่อนจะหมดสติเพราะอาการบาดเจ็บ

    คล้ายกับเรื่องHigh Human ที่คุณอ่าน