ครึ่งวันต่อมา โจยืนอยู่บนหินเรียวยาวที่สูงเฉียดฟ้า แต่เขาไม่ได้ขึ้นไปบนสุดแต่อย่างใด เขาเพียงยืนสูงเหนือจากพื้นประมาณร้อยฟุต
เขามองไปรอบๆชั่วครู่ก่อนจะเลือกทิศหนึ่งแล้ววิ่งหายไป
จากนั้นสามชั่วโมงต่อมา เมรีกับรูวก็มาถึงบนหินเรียวยาวที่โจยืน เวลาต่อมาพวกเธอก็มุ่งหน้าตามไปยังทิศที่โจจากไป
ความแข็งแกร่งของเมรีน้อยกว่าโจมากนัก แม้ว่าเธอจะเร่งความเร็วเต็มที่ก็ยังเร็วได้เพียง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ผิดจากโจที่เร็วถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อให้เธอจะไล่ตามโดยไม่หยุดก็ยังไม่อาจตามเขาได้ทัน
นอกเสียจากว่าโจจะเจอเหตุการณ์ที่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำสามชั่วโมงอยู่ที่เดิม ไม่งั้นเมรีก็ไม่มีทางตามโจได้ทัน
แน่นอนว่าเมรีมียานอวกาศสามารถใช้ไล่ตามได้ทัน ทว่าเมื่ออยู่บนยานอวกาศก็ไม่สามารถจับสัมผัสของพลังตกค้างได้และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นเพียงต้นไม้ที่บดบังไปทั่ว ไม่มีทางเลยที่จะมองลอดผ่านลงไปได้
สิ่งเดียวที่เมรีทำได้คือไล่ตามด้วยพละกำลังของตัวเองเท่านั้น
แต่มันก็เหมือนวิ่งตามเงา รู้ว่าเขาอยู่ข้างหน้าแต่ก็ไม่อาจคว้าเอาไว้ได้
อย่างไรก็ตามมันทำให้เมรีรู้สึกทรมานและกระวนกระวาย
เมรีและรูวเดินทางผ่านไปอีกสองชั่วโมงก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากไปถึงก็พบเพียงเศษซากจักรกลและหลุมระเบิดสองสามหลุม เห็นได้ชัดว่าจักรกลเหล่านี้ถูกระเบิดทำลายล้างบางอย่าง
เมรีและรูวหยุดเพียงชั่วครู่ก่อนจะออกเดินทางต่อ
เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วโมง ท้องฟ้าสีเขียวก็เริ่มมืดลง เมรีไม่มีทางเลือกจึงพารูววาร์ปขึ้นไปพักผ่อนบนยาน แม้ว่าเธอจะต้องการไล่ตามโจให้ทันแต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะเธอเองก็เหนื่อยแล้วเช่นกัน
ความแข็งแกร่งของเธอมีจำกัดไม่ได้มีพลังเหลือเฟือเหมือนโจ
อย่างไรก็ตามเมื่อตอนเช้ามาถึงเธอก็พบว่าร่องรอยพลังงานตกค้างได้จางหายไปหมดแล้ว
“คนใจร้าย จะรีบไปไหนกันนะ” เมรีกระทืบเท้าด้วยความโกรธตรงข้ามกับความเย็นชาทีเธอมี
มัวแต่บ่นไปก็ไม่ได้อะไรเธอจึงมุ่งหน้าไปยังทิศที่พบพลังงานตกค้างเมื่อวานนี้ วันนี้เธอออกตามหาคนเดียวและบอกให้รูวคอยอยู่บนยาน
หากเธอออกตามหาคนเดียวจะง่ายและสะดวกกว่ามาก นอกจากนี้พลังงานที่ต้องใช้ในการเคลื่อนที่ความเร็วสูงยังลดน้อยลงไปอีกครึ่ง
ในตอนแรกรูวมีท่าทีไม่ยอมอยู่บ้างแต่เมื่อฟังเมรีอธิบายเธอจึงอดทนรอบนยานในที่สุด เธอรู้ความสามารถตัวเอง หากยังดึงดันจะไปให้ได้ก็มีแต่ถ่วงเมรีซะเปล่า
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเมรีก็สัมผัสพลังงานตกค้างของโจได้ เมื่อไปถึงมันเป็นถ้ำแห่งหนึ่งและมันว่างเปล่า เหมือนว่าเขาเพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน
เมรีตื่นเต้นและดีใจที่ได้พบร่องรอยของโจอีกครั้ง เธอรีบตามไปทันที
ตูม!
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น และเสียงนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากเมรี เธอตื่นเต้นและรีบเคลื่อนไหวโดยไม่รอช้า เธอลองกะระยะทางคร่าวๆไม่น่าจะเกินห้ากิโลเมตร
เมรีได้แต่หวังว่าโจจะยังคงอยู่ตรงนั้นสักครู่ เมื่อเธอเข้าไปในระยะ โจจะต้องจับสัมผัสของเธอได้แน่นอน
ทว่าเรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่ออยู่ๆเธอก็สัมผัสบางอย่างจากด้านบนได้ เมื่อเธอมองขึ้นไปมีบางสิ่งกำลังร่วงลงมาจากฟ้า
ตูม!!
แรงระเบิดกระแทกเมรีให้ถอยหลังไปหลายเมตร สีหน้าของเธอเย็นชาและสนับมือก็ถูกสวมใส่เรียบร้อย เธอรู้สึกถึงจิตสังหารกำลังพุ่งตรงมาที่เธอ
ฝุ่นควันค่อยๆจางหายไปและเผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายจักรกลแต่กลับให้ความรู้สึกราวกับมีชีวิต ใบหน้ายาวและดวงตาคล้ายแผ่นใสสีฟ้าผืนผ้ากำลังจับจ้องมาที่เธอ
“เผ่าพันธุ์ชั้นต่ำ!!” ไฮแอนตินอสกู่ร้องด้วยความโกรธ
หลายวันที่ผ่านมามันโกรธแค้นมากเนื่องจากหุ่นจักรกลที่มันเร่งสร้างมาสามปีได้ลดลงอย่างน่าตกใจ หากขืนปล่อยเอาไว้คงใช้เวลาอีกไม่นานจักรกลที่มันส่งออกมาคงถูกทำลายจนหมด
เมื่อมันออกมาจากฐานทัพและพบกับซากจักรกลมันก็โกรธแค้นมากยิ่งขึ้นและเมื่อยิ่งมันพบซากจักรกลหลายสิบกลุ่มก็ทำให้มันถึงกับบ้าคลั่งและค้นหาคนที่ทำลายมันอย่างเอาเป็นเอาตาย
หลายวันมันก็ได้พบกับเมรีและคิดว่าเธอจะต้องเป็นคนทำลายหุ่นจักรกลของมันอย่างแน่นอน ครั้งก่อนเป็นโจและครั้งนี้เป็นเมรี พวกมันไม่เข้าใจว่าทำไมสวะพวกนี้ถึงได้เยอะแยะนัก แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะกำจัดเหล่ามดปลวกพวกนี้ให้สิ้นซาก
“ตาย!!” ไฮแอนตินอสตะโกนพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เมรีแล้วตวัดดาบเลเซอร์ฟันแนวขวาง
ฟวั่บ!
ดาบเลเซอร์ตัดร่างเมรีออกเป็นสองท่อน ทว่าขณะที่มันกำลังหัวเราะอย่างดูถูกก็รู้สึกถึงจิตสังหารจากด้านหลัง มันจึงเอียงตัวอย่างรวดเร็วทำให้หมัดของเมรีพลาดเป้าไปอย่างง่ายดาย
“สายแปรสภาพ?” ไฮแอนตินอสหรี่ตาของมันจากนั้นก็หัวเราะเยาะ “หึ…แต่ยังอ่อนแออยู่ดี”
ไฮแอนตินอสใช้หมัดเปล่าต่อยเข้าไปที่ท้องของเมรี ความเร็วของมันรวดเร็วกว่าดาบที่ฟันมันก่อนหน้าหลายเท่า แม้ว่าเมรีจะสามารถย้ายร่างตัวเองไปยังดอกไม้รอบๆได้แต่เธอยังช้าไป
อุก!
เมรีร่างปลิวออกไปหลายสิบเมตร เธอไถลไปตามพื้นอีกหลายเมตรก่อนจะหยุดลง ใบหน้าขาวเนียนซีดขาวอย่างน่าหวาดกลัว เลือดสีแดงสดทะลักออกมาจากปาก
เพียงหมัดเดียวเธออยู่ในสภาพปางตายหากไม่ได้รับการรักษาเธอจะต้องตายอย่างแน่นอน
เมรีไม่เคยคาดคิดว่าดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้อยู่ด้วย
ไฮแอนตินอสแสยะยิ้ม หากเป็นสายแปรสภาพในระดับเดียวกับมัน ตัวมันยังหวาดกลัวอยู่บ้าง ทว่ากับมดปลวกตัวนี้ไม่ได้ทำให้มันกดดันแม้แต่น้อย
ไฮแอนตินอสค่อยๆเดินเข้าไปหาเมรีที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างช้าๆเหมือนกับยมทูตที่กำลังจะเข้าไปเก็บเกี่ยวชีวิต
เมรีกระเสือกกระสนถอยหลัง เธอรู้สึกเสียใจคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกับโจอีกต่อไป ทั้งๆที่เธอตามหาเขาจนพบแต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้เธอได้พบความชะตากรรมอันน่าสิ้นหวัง
ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถถอยหนีได้อีกต่อไป ไฮแอนตินอสชูดาบเลเซอร์ขึ้นจากนั้นก็ตวัดไปที่คอขาวเนียนของเมรี
เธอหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา เธอนึกถึงใบหน้าของโจเอาไว้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไปตลอดกาล
ทันใดนั้นไฮแอนตินอสที่กำลังจะตัดคอเมรีก็ชะงักและกระโดดหลบถอยไปข้างหลัง
ตูม!!
จุดที่ไฮแอนตินอสเคยยืนถูกระเบิดจนเกิดฝุ่นควันไปทั่ว เมรีที่อยู่ใกล้จุดนั้นถึงกับสำลักฝุ่นควัน
เมื่อฝุ่นควันจางหายไปเธอได้เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย ไม่มีวันไหนที่เธอจะลืมคนๆนี้
“คน…ใจ…ร้าย…” เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
โจหันหน้ามาหาเมรีและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เธอ เมรีจดจำใบหน้านั้นไว้ก่อนจะหมดสติเพราะอาการบาดเจ็บ