ครั้งนี้เกิดเสียงอื้ออึงและเสียงปรบมือชัดเจนขึ้นกว่าครั้งแรกจากเหล่าผู้หญิงที่รายล้อมอยู่โดยรอบ
“พวกเธอน่ะ! ทำไมมาปรบมือทั้งๆ ที่ฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้กันล่ะห้ะ!”
พอเด็กสาวยืนขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดบรรดาผู้หญิงที่อยู่โดยรอบทั้งหลายต่างก็หลบตาหนี
หลังจากเด็กสาวกัดฟันกล่าวคำเตือนข่มขวัญเป็ที่เรียบร้อยเรนยะก็กระแอมเบาๆ เพื่อให้เธอหันมาทางเขา
“จะรับฟังคำอธิบายก็ได้แต่ว่าจะทำตามที่หวังรึเปล่าก็อีกเื่นึงน่ะนะ”
“ฮึ...ก็ได้ ก่อนอื่นเลยฉันคือเทพพระเ้าอย่างที่พวกคุณเรียกกันนั่นล่ะ ส่วนบรรดาพี่สาวเอ็กซ์ๆรอบๆ เนี่ย ก็คือสาวๆ ขี้ยั่วที่เค้าเรียกกันทั่วๆ ไปว่าทูต์น่ะค่ะ”
เกิดเสียงโห่ร้องประท้วงทันทีที่เด็กสาวพูดจบแต่เมื่อเจอสายตาจ้องมองจากเด็กสาวเ้าของประโยคดังกล่าวความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง
“ก็ขี้ยั่วจริงๆไม่ใช่รึไงพวกเธอน่ะ! คิดว่าใครกันล่ะที่มีลูกกับมนุษย์มั่งล่ะท้องกับผู้หญิงด้วยกันมั่งล่ะ!”
สิ้นเสียงตะคอกจากเด็กสาว หญิงสาวหลายคนก็ทำหน้าไม่รู้เื่หันไปทางอื่นเสีย
“ให้ตายเถอะมีแต่เื่ให้บ่นจริงๆ พวกเธอเนี่ย...”
“เื่นั้นน่ะช่างมันเถอะช่วยอธิบายมาก่อนได้มั้ยล่ะ”
“เอ๋ไม่อยากรู้เื่นี้อีกหรอกหรอคะ”
เด็กสาวถามอย่างแปลกใจ
“ใครจะชื่ออะไรมันก็เื่ของคนนั้นแล้วยังไงล่ะ ถ้าทำกับเทพพระเ้าแล้วจะออกมาเป็เทพอะไรล่ะ? พระเยซู?เทพอามิตตาพุทธ? หรือว่าทำแล้วเอาคืนได้?”
“ขอล่ะอย่าสร้างการมีอยู่ของอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมาตามใจชอบได้มั้ย”
พอบอกว่านี่เป็คำพูดจากใจเลยคิ้วของเด็กสาวก็เริ่มขมวด
“ตัวฉันก็คือตัวฉันไม่ได้เป็อะไรมากไปกว่านั้น ฉันเป็ผู้สร้าง ปกครอง และควบคุมทุกอย่างค่ะ”
“สุดยอดไปเลยนะขอรับ ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมท่านเทพผู้สร้างถึงได้ลงทุนมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าสัตว์ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพียงตัวนึงกันน้าขอรับ?”
ได้ยินเรนยะจงใจพูดด้วยท่าทางประจบประแจงอย่างนั้น เด็กสาวก็ขมวดคิ้วอย่างฉับพลัน
“ไม่ได้เชื่อเลยสินะช่างเถอะค่ะ ส่วนที่ฉันมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าคุณน่ะ มันต้องมีเหตุผลอยู่แล้วล่ะค่ะเหตุผลก็คือฉันมีเื่จะขอให้ทำค่ะ”
“และเื่นั้นมันเกี่ยวอะไรกับการจะให้ไปเกิดใหม่งั้นหรอ”
“นั่นล่ะคือคือคำขอของฉันค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือฉันจะให้คุณไปในโลกที่ฉันสั่งค่ะ”
เด็กสาวผู้อ้างตัวว่าเป็เทพเ้าหันไปมองเรนยะด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนเป็สงบเสงี่ยมขณะที่พูด
“ทำไมจะต้องเป็ฉันล่ะ”
เป็คำถามที่แน่ยิ่งกว่าแน่ว่าจะต้องออกมาจากปากของเรนยะ
ขณะที่เรนยะกำลังคิดว่าคงไม่ใช่ตอบมาว่าเพราะคุณเป็ผู้ที่ถูกเลือกหรอกนะเด็กสาวก็ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
“เพราะคุณเป็ผู้ที่ถูกเลือกค่ะ”
“ห้ะ?”
“โทษทีค่ะโกหกน่ะ ตึงโป๊ะ ขอโทษละกัน อย่ากำมือเตรียมทุบกันขนาดนั้นเลยนะคะ”
เด็กสาวแก้คำพูดก่อนหน้าและก้มหัวขอโทษปลกๆต่อเรนยะที่ตีหน้าเข้ม กำหมัดแน่น
เกิดเสียงปรบมือเบาๆจากรอบข้างอีกเช่นเคย
“พวกเธอนี่!มีอะไรไม่พอใจฉันอยู่รึไงห้ะ!”
เห็นได้ว่าเกือบทุกคนพยักหน้าเมื่อได้ยินคำถามที่เด็กสาวถามขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด
เรนยะสังเกตได้ว่าเด็กสาวตรงหน้าดูจะเศร้าซึมลง เธอทรุดเข้าลงอย่างผิดหวังก่อนจะกล่าว
“อืมช่างเถอะ ที่เหลือฉันจะอธิบายเอง พวกเธอจะไปไหนก็ไปๆ คุยได้ก็ไม่ถึงไหนแถมยังเหมือนจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ที่ใจอีก”
เหล่าหญิงสาวโดยรอบต่างยิ้มและโบกมือให้เรนยะที่กำลังคิดว่าสาวน้อยเทพเ้าตนนี้ดูจะจิตใจอ่อนแอแฮะก่อนจะค่อยๆ หายตัวไป
ภาพฉากคนค่อยๆหายไปตรงหน้าทำให้เรนยะที่ยังคงมึนงงอยู่ไม่น้อยพบว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญอยู่นี้คือเื่จริง ทันใดนั้นก็เกิดอักษรปรากฏขึ้นแก่สายตาของเขา
<รายงาน ได้รับพรจากทูต์>
เด็กสาวลุกขึ้นยืนอีกครั้งก่อนจะหันมาทางเรนยะที่เอียงคอสัยสัยอยู่ว่าสิ่งนี้มันคืออะไรกัน
“อืมมมถึงจะบอกว่าคุณเป็คนที่ถูกเื่จะเป็เื่โกหกก็เถอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะโกหกทั้งหมดหรอกนะเพราะว่าไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถข้ามกำแพงไปสู่โลกอีกใบได้หรอกนะ”
“แปลว่าฉันสามารถข้ามกำแพงนั่นไปได้สินะ?”
“ใช่แล้วนอกจากนั้นยังมีร่างกายที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็อย่างดีหลักการคิดก็ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ทั้งยังไม่มีห่วงใดๆ ในชาติที่แล้วก็เลยได้รับคัดเลือกมาค่ะ”
แม้จะคิดว่าในเมื่อตายอย่างสงบมันก็ต้องไม่มีห่วงอะไรอยู่แล้ว แต่เรนยะก็เลือกที่จะเงียบไว้
“ฉันน่ะหลักการคิดไม่มีปัญหาอะไรงั้นสิ?”
เพิ่งจะเตะเทพเ้าไปสดๆร้อนๆ ซะด้วยนี่นะ เด็กสาวก็ส่ายหัวไปข้างๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ถึงเื่ที่ถูกเตะจะเกินคาดไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเป็พิเศษหรอกค่ะ คนที่ไม่เชื่อในพระเ้าก็ไม่ได้ถือเป็
เื่แปลกอะไรถึงจะเตะฉันที่อยู่ในร่างเด็กสาวแบบนี้ก็ไม่ได้มีท่าทางตื่นเต้นอะไรเื่ที่ถือลัทธิชายหญิงเท่าเทียมก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไรด้วยค่ะ”
“งั้นขอถามไว้หน่อยสิว่าหลักการคิดแบบไหนที่เป็ปัญหากัน”
“พูดง่ายๆก็คือ ทำลาย บุกรุก ฆ่าล้าง ล่ะนะคะ”
ฮ่าฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะร่าของเด็กสาวนี่มันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนได้ยินที่ไหนมาก่อน
ถ้าหัวตั้งๆทาหน้าขาวหน่อยล่ะก็เป๊ะเลย แต่จะยังไงก็ช่างมันเถอะคือสิ่งที่เรนยะคิด
“แล้วนี่จะให้ฉันข้ามโลกไปทำอะไรล่ะ?”
“ก็...ไม่ได้ให้ทำอะไรหรอกค่ะ”
หลังถูกพูดตัดอย่างไม่รู้ไม่ชี้เรนยะก็ทุบเข้าที่หัวของเด็กสาวเงียบๆ เสียงดังปั้กจนเด็กสาวถึงกับคู้ตัวลงตรงนั้น พร้อมใช้สองมือกุมส่วนที่ถูกตีไว้
“เล่นกับชีวิตคนตายโดยไม่มีเหตุผลเลยนะเธอน่ะ”
“เป็เื่ของตัวเองแท้ๆแต่พูดคำว่าคนตายออกมาได้อย่างสบายๆ เลยน้า”
“อยู่มาตั้งเกือบ 1 ศตวรรษก็เกินพอแล้วไม่ใช่รึไงล่ะถึงจะไม่เหลือความทรงจำใน่นั้นเลยก็เถอะ แต่คิดว่าก็คงประมาณนั้นล่ะ”
“นี่ก็เป็อีกอย่างนะคะก็คิดอยู่หรอกว่าถ้าขอให้คนที่เพิ่งตายไปมาเดินบนเส้นทางชีวิตใหม่อีกครั้งก็ดูจะโหดร้ายไปหน่อย แต่รับฟังคำขอได้อย่างสบายๆแบบนี้นี่ดีจังเลยน้า”
“มันใช่เื่มั้ยล่ะ?”
เมื่อเห็นว่าเรนยะตั้งท่ากำหมัดอีกครั้งหลังเห็นว่าเธอพยักหน้าให้กับคำถามของเขา เด็กสาวก็ขยับตัวหนีออกห่าง
“ถึงไม่ได้มีจุดหมายที่ให้ไปแต่มีเหตุผลที่อยากให้ไปนะคะ เพราะงั้นเลิกตั้งท่าจะทุบกันสักทีเถอะค่า!”
“หมายความว่ายังไงอธิบายมาซิ”
“เหตุผลก็คือโลกที่ฉันอยากให้คุณไปขาดแคลนทรัพยากรค่ะ”
ถึงจะได้คำอธิบายสั้นๆมาแบบนั้น เรนยะก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเื่อะไรกันแน่เขาใช้สายตาบังคับให้เด็กสาวอธิบายต่อ
เด็กสาวผู้ถูกบังคับทางสายตาได้แต่เกาหัวอย่างจนปัญญาก่อนจะพูดต่อ
“เหตุผลทั้งหมดก็ตามนั้นนั่นแหละค่ะ...อืมมมจะพูดยังไงดีล่ะ”
หลังจากคิดอย่างหนักเด็กสาวก็กางมือทั้งสองข้างออกกว้างตรงหน้าของเรนยะฉับพลันจู่ๆ ก็มีหน้าต่างกึ่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
เมื่อเด็กสาวโบกมือเบาๆแผนที่ของที่ใดสักแห่งก็ฉายอยู่บนหน้าต่างด้านหน้าของเขาเรนยะที่ไม่อาจซ่อนความใเอาไว้ได้
เขาไม่เคยเห็นแผนที่นี้มาก่อน
เพราะไม่ทราบส่วนย่อของแผนที่นี้ ทำให้เขาไม่อาจทราบสัดส่วนที่ฉายออกมาได้สิ่งที่เขารู้ก็คือแผนที่ตรงหน้าเป็รูปทรงเหมือนใบโคลเวอร์สี่แฉกโดยแต่ละใบแบ่งออกเป็ทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกอย่างสวยงาม
“ถ้า้าของแผนที่คือทิศเหนือล่ะก็นะ”
“วางใจเถอะค่ะแผนที่นี้เขียนขึ้นตามปกติแบบโลกที่คุณเรนยะเคยอยู่มาก่อน เพราะฉะนั้น้าก็คือทิศเหนือถูกต้องแล้วล่ะค่ะ”
“งั้นหรอ แต่นี่มันแผนที่ของที่ไหนกัน? ไม่เคยเห็นแผนที่รูปร่างหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลย”
“เหล่าผู้อาศัยอยู่เรียกกันว่าทวีปเอลโดร่าค่ะเป็ทวีปเดียวบนโลกที่อยากให้คุณเรนยะอพยพไปค่ะ ในส่วนของขนาดก็...พื้นที่ที่มีรูปทรงเหมือนใบโคลเวอร์1 ใบนั่นน่าจะเทียบได้ประมาณทวีปยูเรเชียค่ะ”
“เอ๊ะ?”
เรนยะมองไปที่แผนที่อีกครั้งหลังจากได้ยินดังนั้น
หากเป็ไปตามคำบอกของเด็กสาวล่ะก็ทวีปนี้จะเป็ทวีปขนาดมหึมาที่ใหญ่เป็ 2 เท่าของทวีปยูเรเชีย
“ว่าไปนั่น”
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแต่นี่คือเื่จริงค่ะ”
“ดาวที่มีทวีปบิ๊กเบิ้มมโหฬารขนาดนั้นอยู่ได้ต้องใหญ่เป็กี่เท่าของโลกกันล่ะห้ะ!?”
“อ่า ไม่ใช่ดาวละกันค่ะ”
“ห้ะ?”
จากนั้นเด็กสาวก็เปิดหน้าต่างอีกอันให้เรนยะดู