ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 129

    129

              “..บ้าเอ้ย! ฉันควรจะทำยังไงดี!.. ปิงปิง เธอต้องคิดให้ออกสิ!”

              หลังจากที่ปิงปิงถูกปลดปล่อยจากพันธนาการแล้วเธอก็คิดหาวิธีทางรอดของตัวเองต่อ โดยที่เธอจะไม่ให้โอ๊ตนั้นเดือดร้อน เธอทวนเงื่อนไขที่เกมส์กล่าวกับเธอเล็กน้อยหลังจากรถสตาร์ทแล้วไม่มีใครเปิดจากข้างนอกได้ แต่ถ้าเปิดจากข้างในรถในตอนนี้ปัญหามันก็อยู่ที่เสื้อเกราะตัวนี้ที่ติดอยู่บนตัวขอเธอ..

     

              เสื้อเกราะตัวนี้มันค่อนข้างพิเศษกว่าตัวอื่นๆเพราะคนที่สวมเกราะระเบิดนี้ให้กับเธอบอกเอาไว้ว่าถ้าเธอพยายามจะถอดมันมันก็จะระเบิดออกมาในทันที มันจึงไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลยและถ้าจะพยายามถอดมันก็ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรเลยทีเดียว..

     

              อีกอย่างไอ้บ้านั่นมันถือรีโมทอยู่และเธอก็ไม่รู้ว่าไอ้รีโมทนั่นมันทำงานยังไง ปิงปิงได้แต่กัดฟันอย่างไม่พอใจไม่ว่าวิธีไหนเธอก็ต้องตายอยู่ดี แต่เธอก็ยังอยากกลับไปหาเขาคนนั้นคนที่เธอรักสุดหัวใจ ถึงแม้ว่าคำพูดของเขาที่พูดผ่านเจ้าบ้านั่นมามันออกจะดูใจร้ายใจดำเกินไป แต่เธอนั้นเข้าใจดีว่าโอ๊ตไม่ใช่คนอย่างนั้นที่เขาพูดอย่างนั้นมันก็เพราะเขาต้องการจะปั่นหัวผู้ก่อการร้าย เขายังจะต้องช่วยเหลือเธออยู่แน่นอน..

     

              และในทันใดนั้นเองความคิดไอเดียหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ หลังจากที่เธอมองไปรอบๆและดูเหมือนว่าจะกระหายน้ำ.. และเมื่อพูดถึง ‘น้ำ’ ประกอบกับระเบิด C4 ที่เธอนั้นเห็นพวกผู้ก่อการร้ายใช้มันก็เริ่มเข้าทางกับสิ่งที่เธอคิดเอาไว้พอดี..

              “วิธีนั้นน่าจะพอทำได้อยู่.. ฉันต้องเสี่ยงดูสักหน่อยแล้ว..” เมื่อปิงปิงคิดได้อย่างนั้น เธอก็เร่งความเร็วรถไปที่ความเร็วไม่เกิน 50กิโลเมตรต่อชั่วโมงในทันที เธอมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่หนึ่งคิดเอาไว้ในทันที..

     

              ..ทางด้านของเกมส์ที่ตอนนี้ตัวของมันอยู่บนรถยนต์ของสถานกงสุลเรียบร้อยแล้ว..

              “ดูเหมือนว่าคุณหนูปิงปิงจะดูใจร้อนไม่น้อยเลยแฮะ.. แต่ก็ช่างเถอะ! เราเองก็รีบเดินทางกันดีกว่า.. ออกรถได้แล้ว!.”เกมส์กล่าว ตอนนี้สิ่งที่เขาสามารถทำได้นั้นหมดแล้ว และตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงอย่างเดียวก็คือการหนีเท่านั้นลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆก็หันมากล่าวชื่นชมหัวหน้าของตนในทันที..

              “หัวหน้า!.. หัวหน้าฉลาดมากครับผม...ทั้งๆที่เราไม่ติดตั้งระบบบ้าบออะไรที่รถนั้นเลยแต่ดูเหมือนนางคุณหนูนั้นจะเชื่อหัวหน้าทั้งหมดเลยนะครับ..” ลูกน้องกล่าวกับเกมส์ถ้าจะพูดถึงระเบิดจริงๆแล้วล่ะก็ มันมีระบบที่พวกเขาช่วยกันสร้างจริงๆมันไม่ใช่ที่รถ แต่มันเป็นที่ชุดเกราะต่างหาก..

              “หึหึ.. เขาเรียกว่าจิตวิทยาเฟ้ย.. ว่าแต่ชุดเกราะของแกใช้งานได้จริงๆใช่ไหม..”เกมส์กล่าวถาม ในขณะเดียวกับที่รถของพวกเขาเริ่มเคลื่อนตัวออกไปจากสถานทูต..

              “แน่นอนสิครับ.. ถ้าหัวหน้ากดปุ่มนี้เมื่อไหร่ มันก็ระเบิดเมื่อนั้นขอรับ..แต่เรื่องจิตวิทยานั้น ถ้าหัวหน้าจะกรุณา ช่วยสอนผมบ้างนะครับ..อยากลองเอาไปแกล้งกับพวกมันจริงๆ” ลูกน้องคนนั้นกล่าวออกมาเกมส์ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

     

              ระบบของระเบิดไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยแม้แต่น้อยเพียงแค่เขากดปุ่มจากระยะไกลเท่านั้น มันก็ระเบิดแล้วส่วนเรื่องที่กล่าวกับคุณหนูปิงปิงไปนั้นมันก็แค่เป็นตัวกระตุ้นให้เกมของเขาสนุกขึ้นก็เท่านั้นและเขาก็อยากจะรู้จริงๆว่าเธอจะทำยังไง ถึงสุดท้ายมันอาจจะไม่เป็นตามที่เธอคิดเอาไว้เพราะถ้าลูกน้องที่เป็นสายของเขาแจ้งเข้ามาว่าเธอพบกับเป้าหมายแล้วเมื่อไหร่เมื่อนั้นพวกมันจะตกตายไปพร้อมๆกันอยู่ดี..

     

              เมื่อเกมส์คิดถึงแผนการฆ่าสังหารท่านชายตัวน้อยที่จะได้ขึ้นเป็นใหญ่ของตระกูลศัตรูอันดับหนึ่งขององค์กรเขาก็ยิ่งมีความสุข เพราะมันจะส่งผลถึงตำแหน่งของเขาในองค์กรที่จะสูงขึ้นและเขาก็จะเป็นที่ยอมรับกับผู้คนในฐานะฮีโร่ เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้วเขาก็หยิบมือถือของปิงปิง ขึ้นมาโทรในทันที..

              “..แกโทรมาเร็วอีกแล้วนะ.. แกรีบอะไรหรือเปล่า” โอ๊ตกล่าวทันทีเมื่อรับสาย..

              “ก็นิดหน่อยนะขอรับ..กระผมโทรมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้ตัวแทนของกระผมได้ออกเดินทางจากสถานกงศุลใหญ่สาธารณรัฐอันราเนียไปแล้วนะขอรับ..ป้ายทะเบียนรถ 1กด 1234 เชียงใหม่ รถเก๋งซีวิค สีดำ..กระผมคงจะปล่อยให้ท่านชายถ่วงเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วขอรับ ดังนั้น..เริ่มเกมกันเถอะ!...” เกมส์กล่าวพร้อมกับตัดสายไปด้วยความสะใจ..

              “หึหึ.. คิดว่าฉันคนนี้จะไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าพวกแกกำลังถ่วงเวลาฉัน..”เกมส์กล่าว และเขารู้ดีว่าถ้าเขาช้ากว่านี้มีหวังพวกมันได้ใช้ทริคอะไรบ้างอย่างจับกุมเขาอย่างแน่นอนถึงจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสถานกงศุลก็ไม่น่าจะรอดพวกมันสามารถจัดการเรื่องอย่างนั้นได้ไม่ยากเย็นแต่กว่าที่พวกมันจะจัดการเสร็จมันก็ต้องใช้เวลาพอสมควร..

     

              อีกอย่างในระหว่างที่พวกมันกำลังตามตัวล่อที่เขาเตรียมเอาไว้เขาก็คงจะหนีออกประเทศนี้ไปได้แล้วหรือในกรณีที่แย่ที่สุดก็คงจะมีกองทัพอากาศไล่ตามยิงพวกเขาแต่ถ้าพวกมันทำเช่นนั้นทั่วโลกก็จะประณามประเทศนี้ในทันทีและคงจะมีปัญหาด้านทางการทูตกับประเทศอื่นๆไม่น้อย เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้มันก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจแต่ทันใดนั้นเองจู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ที่เกมส์นั้นคิดไม่ถึง..

     

              ตู้มมมมม! ตู้มมมมม! ตู้มมมมม! ตู้มมมมม!ปังงง! ปังงง! ปังงง! ปังงง!

              “เกิดอะไรขึ้นวะ!.. พวกมันเป็นพวกไหน? ไอ้คุณชายนั่นมันบ้าไปแล้วหรือยังไงวะทำไมมันถึงกล้ายิงรถของสถานกงศุลอย่างนี้..” เกมส์กล่าวก่อนจะหันมองเหตุการณ์รอบๆ รถของสถานทูตเป็นขบวนหลายสิบคันกำลังถูกจู่โจม..

              “พวกมันไม่กลัวว่าเราจะระเบิดตัวประกันเลยหรือยังไงวะ.. หัวหน้าครับ!เรากดระเบิดเพื่อฆ่าเธอทิ้งเลยดีไหมครับ..” ลูกน้องกล่าวกับหัวหน้าเกมส์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เดาะลิ้นอย่างไม่พอใจกับเหตุการณ์นี้

              “ไม่ได้!.. เป้าหมายของเราต้องมาก่อนเราจะต้องฆ่าไอ้ท่านชายนั่นให้ได้ ตอนนี้พวกเราต้องตีฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้..”เกมส์กล่าวก่อนจะสั่งการลูกน้องของตัวเองถึงมีรถหลายสิบคันจะเสียหายไปแล้ว บางคันถึงกับระเบิดต่อหน้าต่อตา และลูกน้องหลายคนก็บาดเจ็บแต่ดูเหมือนว่าใจของพวกมันจะสู้อย่างไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆสิ่งที่เกมส์ตัดสินใจในตอนนี้มันก็เหมือนปล่อยให้พวกเขาตกตายกันอยู่ที่นี่เท่านั้น..

              “..ฉันจะจำการเสียสละครั้งนี้ของพวกแกเอาไว้..และฉันก็สัญญาว่าจะฆ่าเป้าหมายของเราให้ได้.. เพื่อ ZERO CROWN !!..” เกมส์กล่าวก่อนจะสั่งให้คนขับรถรีบนำรถคันนี้มุ่งตรงไปยังสนามบินเมืองเชียงใหม่ในทันทีถ้าเขาอยู่ในเครื่องบินของสถานทูตได้ ทุกอย่างก็คงจบแล้ว..

              กลับมาที่ด้านของโอ๊ตหลังจากที่เขานั้นโดนตัดสายจากเกมส์ไป คิ้วของเขาก็กระตุกในทันที ประกอบกับกิตติที่บอกว่าศาลท่านอนุมัติเรื่องทั้งหมดแล้วและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ส่งมายืนยันอย่างชัดเจนแล้วด้วยโอ๊ตก็หัวเราะในลำคอด้วยความแค้นสักเล็กน้อย..

              “กวาดล้างพวกมันให้หมดเดี๋ยวนี้!.. ระวังเรื่องตัวประกันด้วย!.” โอ๊ตกล่าวก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้หรูหราตัวหนึ่งอย่างสบายอารมณ์ในใจของเขาภาวนาให้แต่ปิงปิงนั้นปลอดภัยกิตติที่ได้ยินอย่างนั้นก็สั่งการต่อในทันที ก่อนจะหยิบฉากเขียวที่ทำภาพซีจีออกจากด้านหลังของผู้เป็นนายออก..

              “..เปิดภาพเหตุกาณ์ต่างๆให้ด้วยกิตติ.” โอ๊ตสั่งกล่าวก่อนจะมองทุกอย่างที่ทุกหน่วยนั้นปฏิบัติการอยู่

     

              ..ทางด้านของชูเกียรติผบ.ตร.กฤษณะ และพงษ์ภัคดี..

              “คำสั่งบุกมาแล้ว!.. พวกเราลุยได้! อย่าให้คุณชายผิดหวัง..” ชูเกียรติกล่าวก่อนที่ตำรวจหลายชุดจะใช้เครื่องมือกระทุ้งที่ประตูบ้านหลายสิบหลังพร้อมกันและทั้งหมดนั้นเป็นหมู่บ้านที่เป็นของเจ้าหน้าที่สถานกงศุลสาธารณรัฐอันราเนียรวมถึงตัวของเอกอัครราชทูตเองก็ด้วย..

     

              หน่วยจู่โจมจากตระกูลณ สุวรรณภูมิ ผสมกับกองกำลังตำรวจที่รวมตัวกันมานั้น มีจำนวนมากกว่า 200 คนพวกเขาเข้าล้อมจับทุกคนที่เกี่ยวกับสาธารณรัฐอันราเนียแม้แต่ครอบครัวของพวกเขาเองก็ด้วย เอกอัครราชทูตของสาธารณรัฐอันราเนียที่ถูกจับออกมาจากบ้านพักของตัวเองมันเป็นชายอ้วนไม่ต่างอะไรจากภาคภูมิเลยแม้แต่น้อยแน่นอนว่ามันเริ่มโวยวายในทันที..

              “พวกคุณเป็นใครกัน! เราเป็นถึงราชทูตเอกเชียวนะทำอย่างนี้ไม่ไว้หน้าประเทศของเราเลย..” เอกอัครราชทูตกล่าวแต่เมื่อมันกล่าวจบด้ามปืนของชูเกียรติก็ฟาดเข้ามาเต็มเบ้าหน้าของมันอย่างรุนแรงโดยไม่ต้องพูดอะไรกันอีก

              “จับพวกมันกลับไปที่สถานทูตเดี๋ยวนี้!.. เราจะได้ทำตามแผนขั้นตอนถัดไป!... อย่าลืมเอาเสื้อผ้าของพวกมันไปด้วย..” ชูเกียรติกล่าวและเหล่าข้ารับใช้ก็เริ่มทำงานกันอย่างดี อีกทางด้านหนึ่งเองก็เดือดไม่แพ้กันเมื่อพิชญ์นายหญิงใหญ่แห่งตระกูลโรจนรัตติกุลเป็นผู้สั่งการเอง..

              “..ยิงพลุได้!...” พิชญ์กล่าวนำทัพในขณะที่รถของสถานทูตสาธารณรัฐอันราเนียเคลื่อนตัวผ่านไปปืนสงครามหลายสิบกระบอกต่างก็ถูกยิงออกไป พร้อมกับเหตุการณ์ที่ค่อนข้างชุลมุนกองกำลังส่วนหนึ่งจะต้องเข้าต่อสู้กับพวกทหารของสาธารณรัฐอันราเนียที่ออกมาจากสถานกงศุลเช่นกันแต่มีหรือที่จำนวนที่น้อยแสนจะน้อยนิดจะสู้กับทหารราบทั้งกรมได้นอกจากนี้ยังมีเฮลิคอปเตอร์อีกหลายสิบลำอีกด้วย

     

              มันเรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของฝ่ายตรงข้ามจริงๆพิชญ์เน้นย้ำให้รถคันที่ดูดีที่สุดผ่านไป แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นยิงโดนไปบ้างเพราะในรถคันนั้นมันมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีตัวประกันอยู่ด้วยอีกอย่างพวกนั้นมันจะต้องผ่านไปพบกับน้องชายของเธอที่รออยู่ปลายทางเรียบร้อยแล้ว..

              “หวังว่านายจะสนุกกับพวกมันนะ ภาวิน!..” จากนั้นเธอก็เริ่มหันกลับมาเล่นสนุกกับพวกลูกกระจ๊อกที่เหลือส่วนโอ๊ตก็มองภาพผ่านมอนิเตอร์ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและเขาก็อยู่บนเครื่องบินของสถานทูตสาธารณรัฐอันราเนียแล้ว

              “หน่วยอินทรีย์.. ตอนนี้รถคันนั้นกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน..” โอ๊ตกล่าวถาม สถานการณ์อีกด้านนอกจากพวกเขาจะต้องติดตามรถที่เป็นเป้าหมายแล้ว พวกเขายังต้องคอยเก็บสายของพวกZERO CROWN ไปด้วย เรียกได้ว่าพวกเขางานยุ่งพอตัวเลย..

              “เรียนคุณชาย.. เป้าหมายกำลังมุ่งหน้าไปทางท่าเรือหางแมงปอขอรับ..” หน่วยอินทรีย์กล่าวรายงานและมันก็ทำให้โอ๊ตไม่เข้าใจว่ารถคันนั้นต้องการที่จะทำอะไรกันแน่..

              “คนขับรถคนนั้น..มันต้องการจะทำอะไรกันแน่ฟะ!..”

     

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน