“จินซีเธอโกรธฉันมั๊ยที่ไม่ได้ช่วยเธอก่อน” หวงเต๋อจงรีบเดินมาถามเธอด้วยความร้อนใจ
ใบหน้าเรียบนิ่งจ้องมองผู้ที่เอ่ยถาม
“โกรธ แต่ต่อให้โกรธแล้วจะทำอย่างไงล่ะในเมื่อเธอก็มีเพียงสองมือหากช่วยฉันเหวินเหย่ก็อาจจะถูกม้าพยศตัวนั้นวิ่งชนไม่ใช่หรอกเหรอเพราะฉนั้นเลิกถามฉันเถอะเพราะฉันคงตอบได้เพียงแค่อย่าพูดเื่นี้อีก”
ไม่นานนักทั้งสามก็เดินมาถึงหน้าร้านอาหารของจินหยงซึ่งเป็แม่ของหยินจินซีนอกจากร้านนี้จะเป็ร้านอาหารแล้วยังเป็บ้านที่ใช้พักอาศัยด้วย
หยินจินซีหันไปมองหน้าหวงเต๋อจง
“เธอจะเข้าไปในร้านก่อนมั๊ย” เธอเอ่ยถามเขา
“ไปเถอะค่ะ คุณจะได้เข้าไปฟังฉันร้องเพลงด้วย” ลั่วเหวินเหย่พูดเสริมขึ้น
หยินจินซีแอบปรายหางตามองลั่วเหวินเหย่อย่างหมั่นไส้
"ทำไมนะเมื่อก่อนฉันถึงมองไม่เห็นท่าทางที่ดูทอดสะพานของผู้หญิงคนนี้ที่มีต่อคนรักของฉันคงอาจเป็เพราะตอนนั้นฉันคงหูหนวกตาบอดคิดว่าเพื่อนคนนี้แสนดีสินะ” เธอคิดเบาๆ ในใจก่อนจะหันไปมองหวงเต๋อจง
“จะเข้าไปหรือไม่เหวินเหย่คงอยากให้เธอเข้าไปฟังหล่อนร้องเพลง”
เขายิ้มและพยักหน้าให้กับเธอ
“ก็ดีเหมือนกันฉันก็อยากฟังเพลงอยู่พอดีถ้าเช่นนั้นจินซีวันนี้ฉันขอเข้าไปนั่งฟังเพลงที่ร้านเธอสักประเดี๋ยวแล้วค่อยกลับ”
เธอแสร้งยิ้มให้กับหวงเต๋อจง
เธอพยักหน้าให้เขาก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน
“จินซี จินซี” เสียงของลั่วเหวินเหย่รีบเรียกเธอพร้อมกับดึงแขนเธอเอาไว้
“มีอะไรงั้นหรือเหวินเหย่”
“จินซี ฉันมีเื่อยากรบกวนเธอหน่อย”
เธอมองลั่วเหวินเหย่ด้วยความแปลกใจ
“ว่ามาสิ”
“คืนนี้ฉันต้องขึ้นร้องเพลงฉันอยากจะขอยืมชุดของเธอจะได้มั๊ย”
“แล้วชุดของเธอล่ะ”
“ชุดของฉันมีแต่ชุดเดิมซ้ำๆ อีกทั้งยังไม่สวยงามเท่ากับชุดของเธอ นะจินซีฉันขอยืมชุดของเธอนะ”
“เอาสิ” เธอพูดพร้อมกับรีบเดินไปที่ห้องของเธอโดยมีลั่วเหวินเหย่เดินตามมา
ครั้นเมื่อมาถึงห้องนอนของหยินจินซีซึ่งเป็ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ด้านในตกแต่งสวยงามหรูหราสไตล์คุณหนูบ้านรวยทั่วไป ลั่วเหวินเหย่ที่เคยเข้ามาในห้องนี้เป็ครั้งแรกเธอทั้งตื่นเต้นและอิจฉาเบาๆ
“ว๊าว ห้องของเธองั้นเหรอ แม้เราจะอยู่บ้านหลังเดียวกันแต่ฉันก็เพิ่งเคยเข้ามาที่ห้องนี้เป็ครั้งแรก เอ๊ะนั่นรูปถ่ายงั้นเหรอ” เธอรีบเดินไปที่รูปก่อนจะถือวิสาสะหยิบรูปถ่ายคู่ระหว่างหยินจินซีและหวงเต๋อจงขึ้นมาดู
“น่าอิจฉาเธอจัง มีคนรักทั้งหล่อเหลา ร่ำรวยและใจดีอย่างหวงเต๋อจง เฮ้อฉันจะมีโอกาสเจอผู้ชายที่สมบูรณ์แบบแบบเธอมั๊ยนะ คงจะยากสินะเพราะคุณหนูอย่างเธอใครๆ ก็คงต้องชอบเด็กกำพร้าอย่างฉันใครจะมาสนใจกันเล่า” เธอแสร้งพูดตัดพ้อพร้อมกับนั่งจ้องมองรูปนั้นตาไม่กระพริบ
ปรายหางตาของหยินจินซีเหลือบมองลั่วเหวินเหย่อย่างหงุดหงิดแต่ก็ไม่อยากใส่ใจ
“คงเป็เพราะแบบนี้เองสินะหล่อนจึงได้กล้าหักหลังฉัน” เธอพูดเบาๆ ในใจก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า
“มาเถอะ เธออยากได้ชุดไหนใส่คืนนี้ก็เลือกเอาได้ตามสบาย”
ครั้นเมื่อลั่วเหวินเหย่ได้เห็นเสื้อผ้าของหยินจินซีดวงตาก็เบิกโพรงกว้างด้วยความตื่นเต้น
“นี่ชุดของเธองั้นเหรอ” เธอรีบเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
เธอพยักหน้าเบาๆ
“นี่มันมากมายกว่าร้านขายเสื้อผ้าเสียอีก เสื้อผ้าของเธองดงามทั้งนั้นเลยฉันเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกใส่ชุดไหนดี”
“แล้วเธอคิดว่าคนอย่างเธอเหมาะกับชุดไหนกันล่ะ”
เธอหันไปมองหน้าหยินจินซีพร้อมกับส่ายหน้า
“ฉันเลือกไม่ถูกจริงๆ เธอช่วยเลือกให้ฉันทีเถอะนะจินซี”
หยินจินซีแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะเดินมาที่ตู้เสื้อผ้า
“หญิงสาวหน้าด้าน โอ๊ะไม่สิหญิงสาวที่ต้องใช้ใบหน้าด้านที่งดงามให้แขกชื่นชมควรสวมใส่ชุดที่ดูสวยงามและดึงดูดสายตาจริงหรือไม่” เธอแสร้งหลอกด่าลั่วเหวินเหย่ในคำถามก่อนจะหยิบชุดกี่เพ้าแขนกุดสีแดงแหวกข้างสูงยื่นให้กับเธอ
“ฉันว่าชุดนี้เหมาะกับเธอคืนนี้ที่สุด”
ลั่วเหวินเหย่หยิบชุดนั่นมาพร้อมกับมองมันด้วยสายตาที่ดูอิดออด
“จินซี ฉัน ฉันคงไม่กล้าสวมชุดนี้มันดูเผยเนื้อหนังเกินงาม” เธอพูดขึ้นเพราะในชีวิตเธอยังไม่เคยสวมใส่ชุดวาบหวาบเช่นนี้มาก่อน
หยินจินซีที่รู้ว่าหวงเต๋อจงไม่ชอบหญิงสาวที่แต่งตัววาบหวามเธอจึงหลอกให้ลั่วเหวินเหย่สวมใส่ชุดเหล่านี้เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าที่ลั่วเหวินเหย่อยากสวมใส่ชุดงดงามที่เหมือนกับเธอก็เพียงเพราะอยากทำให้หวงเต๋อจงชื่นชม หากเป็เมื่อก่อนเธอคงเลือกชุดที่งดงามและเหมาะสมให้กับลั่วเหวินเหย่ไปแล้วมิเช่นนั้นหวงเต๋อจงจะชื่นชอบลั่วเหวินเหย่ได้อย่างไร อาจเป็เพราะความผิดของเธอเช่นกันที่ทำให้ลั่วเหวินเหย่เหมือนกับเธอจนเกินไปทำให้หวงเต๋อจงหวั่นไหวและเผลอรักลั่วเหวินเหย่ในที่สุด แต่ต่อจากนี้เธอจะไม่มีวันให้ลั่วเหวินเหย่มาสวมทับรอยเท้าของเธออีกเป็แน่