49.....
“อุ๊ย..เอาลูกหมามาจากไหนคะเนี่ยน่ารักเชียว”
ป้าผาณิต ถามสิปปกรด้วยความแปลกใจที่เห็นหลานชายของยายกันยามาศอุ้มเจ้าหมีพู
ลงมาจากรถ
“ลูกเจ้าดุ๊กดิ๊กไงครับป้า...เดี๋ยวป้าช่วยหาผ้าห่มผืนเล็กให้ปอนด์ด้วยนะครับจะไปปูให้หมีพูนอนบนเตียงด้วย”
“ชื่อหมีพูเหรอคะ..สมตัวจริง ๆ ค่ะอ้วนจ้ำม่ำน่ารักดี”
ป้าผาณิตมองหมีพูที่หลับอุตุอยู่ในอ้อมกอดของสิปปกรด้วยความเอ็นดูก่อนจะรีบเดินไปหาผ้าห่มให้ตามคำสั่ง
สิปปกรวางเจ้าหมีพูที่กำลังหลับสบายไว้บนผ้าห่มที่วางอยู่บนเตียงนอนของเขา แล้วก็คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำทันที เขาอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควรก่อนจะออกมาในชุดนอนแต่พอเขาจะล้มตัวลงนอนบนเตียงก็ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นเจ้าหมีพูนอนอยู่ เขารีบเดินร้องเรียกหาหมีพูไปทั่วห้องทั้งก้มลงหาใต้เตียง และเปิดดูตามตู้เสื้อผ้า เขาใจหายวาบกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเมื่อคราวที่เจ้าดุ๊กดิ๊กหายออกไปจากบ้าน
“อยู่นี่เว้ย!...เรียกอะไรนักหนาวะนายปอนด์”
ชวินในร่างหมีพู ร้องตะโกนออกมาจากในกล่องลังกระดาษ
“เสียงเห่าอยู่ไหน หมีพู เห่าอีกทีสิจะได้รู้ว่าแกอยู่ไหน”
สิปปกร ร้องบอกพร้อมกับเงี่ยหูฟังคราวนี้เจ้าหมีพูเห่าดังกว่าเดิม ทำให้สิปปกรหันขวับไปทางต้นเสียงทันที เขารีบเดินไปที่ลังกระดาษเห็นมันเปิดอ้าอยู่จึงชะโงกหน้าไปดู
“ว่าไงปอนด์ เรียกทำไมวะคนกำลังดูรูปเพลิน ๆ”
ชวินร่างเจ้าหมีพู หันไปส่งสายตาแป๋วให้กับเพื่อน
“ทำอะไรหมีพู ..เอ๊ะ..นี่ดูรูปอะไร”
สิปปกรจ้องมองการกระทำของเจ้าหมีพูด้วยความทึ่งจนขนลุกเมื่อเห็นอัลบั้มรูปถ่ายที่เขาเก็บเอาไว้ในลังกระดาษ ถูกเปิดอ้าเอาไว้เป็นภาพที่เขาถ่ายร่วมกับเพื่อน ๆ ครบเซ็ททั้งตัวเขา ลิลลี่ นัฏนรี ไปยาและชวินในภาพทุกคนนั่งยิ้มให้กับกล้องในชุดนักศึกษา
“หมีพู..นี่แกดูภาพพวกนี้หรือ”
สิปปกร ถามเสียงเกือบจะสั่นชวินในร่างหมีพูเห่าตอบรับ ยิ่งทำให้คนถามแน่ใจในสิ่งที่กำลังพิสูจน์อยู่เขาตัดสินใจอุ้มหมีพูพร้อมกับหยิบอัลบั้มรูปไปวางบนเตียง
“หมีพูแกรู้ไหมว่าฉันเอาแกมาค้างที่นี่เพราะอะไร”
สิปปกรมองหน้าเจ้าหมีพูถามออกไปด้วยความหวังว่ามันจะรู้เรื่อง
“คงไม่รู้ล่ะสิ..งั้นก็จะบอกให้ฉันต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง”
“พิสูจน์อะไรวะนายปอนด์”
หมีพูจ้องหน้าคนถามพร้อมส่งเสียงครางในลำคอ
“นายคือชวินกลับชาติมาเกิดใช่ไหม”
สิปปกรถามตรงประเด็น เจ้าหมีพู หอนยาวมองหน้าเขาด้วยแววตาดีใจเพื่อสื่อสารบอกว่า
“ใช่แล้วไอ้เพื่อนรัก..นี่ฉันชวินเพื่อนของแก”
“ทำให้ฉันแน่ใจได้ไหม ถ้าแกเป็นชวินจริงลองชี้ภาพตามคำสั่งของฉันได้ไหม”
สิปปกร พูดต่อ เจ้าหมีพูเห่าตอบรับอีก ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจนักว่าที่มันเห่า และหอนทุกครั้งที่เขาถามนั้นจะใช่หรือไม่เขาจึงใช้วิธีการที่จะให้แน่ใจมากขึ้น
สิปปกร เปิดอัลบั้มภาพถ่ายในอดีตไปที่หน้าแรกซึ่งเป็นภาพเพื่อนในกลุ่ม เขาสั่งให้เจ้าหมีพูชี้ไปที่ภาพของชวิน
“ฉันเป็นหมานะเว้ยนายปอนด์ จะให้เอาอะไรชี้วะ”
เจ้าหมีพู มองหน้าสิปปกรเป็นเชิงถาม
“จ้องหน้าทำไมล่ะ..ทำไม่ได้ล่ะสิ”
“ทำยังไงให้นายปอนด์มันรู้เรื่องดีวะเนี่ยกูละเซ็ง”
ชวินบ่นพึมพำก่อนจะตัดสินใจใช้ลิ้นไปเลียที่ภาพถ่ายของเขาเมื่อครั้งเป็นชวินสิปปกรตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะก่อนจะสั่งให้ชี้ภาพนัฏนรีเป็นคนต่อไปเจ้าหมีพูก็ใช้ลิ้นไปแตะที่ภาพได้ถูกต้อง
“ไม่..เป็นไปไม่ได้ อาจจะเผอิญ แกนึกอยากเลียภาพนั้นขึ้นมาก็ได้”
สิปปกรพูดอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง
“จะบ้าเหรอนายปอนด์..อยู่ดี ๆ ฉันจะอยากเลียภาพทำไมวะไม่ใช่หมานะโว้ย..เฮ้ย!..เราเป็นหมานี่หว่ามันก็ต้องเลีย แสดงว่านายปอนด์ไม่เชื่อเท่าไหร่ ทำไงดีวะ”
ชวินในร่างหมีพู เริ่มกวาดตามองไปรอบ ๆห้อง เห็นปากกาวางอยู่บนหัวเตียงก็รีบกระโดดงับไว้ด้วยปากทันที คราวนี้หมีพูเดินเอาปากกาที่คาบไว้ในปากไปจิ้มที่ภาพของนัฏนรีแช่เอาไว้ให้สิปปกรได้ทึ่งอีกรอบ
“โอ้ย..นี่มันอะไรกันเนี่ย..หมีพูเป็น..นายวิน”
สิปปกร ร้องออกมาไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็น
“ก็เออสิวะ..ฉันเอง..จะให้ชี้ใครต่อล่ะเพื่อนบอกมาโลด”
หมีพูเงยหน้ามองสิปปกรพร้อมกับครางหงิงๆ
“ต่อไปลองชี้ภาพลิลลี่สิ คนไหนลิลลี่”
สิปปกรสั่งเสียงสั่น ๆ ตื่นเต้นจนแทบระงับไม่อยู่
“สอ.บอ.มอ.สบายมากเพื่อนเลิฟ..นี่ไงยัยลิลลี่ขี้โวย”
เจ้าหมีพูชี้หมับแช่ที่ภาพของลิลลี่เอาไว้
“เฮ้ย!..โป๊ะเช๊ะ.เลยว่ะ..งั้นคนสุดท้ายไปรยา”
คราวนี้ชวินไม่ชี้แช่เหมือนทุกครั้งแต่กระดกปากกาขึ้นลงชี้ภาพไปรยาอย่างถูกต้อง
“ตกลงนายเป็นชวินกลับชาติมาเกิดจริงหรือเนี่ย”
สิปปกรพึมพำเจ้าหมีพูก็ช่วยตอกย้ำด้วยการหอนรับพยักหน้าหงึก ๆ สิปปกรกำลังทำใจ
ไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไปเขากวาดตามองไปรอบห้องเพื่อหาบางอย่างที่จะพิสูจน์หมีพูให้แน่ใจที่สุด แล้วเขาก็พบของที่จะให้เจ้าหมีพูเลือกทันทีซึ่งของสิ่งนี้ถ้าหมีพูสามารถนำมาให้เขาได้เขาจะหมดข้อสงสัยอย่างสิ้นเชิง
“เอาล่ะหมีพู คราวนี้เป็นคำสั่งสุดท้ายแล้ว ถ้าแกทำได้ฉันจะเชื่อร้อยเปอร์เซนอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น”
“สั่งมาได้เลยพวก..จะทำให้นายหายสงสัยซะที”
ชวินจ้องหน้าบอก
“ในห้องนี้มีของอยู่ชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นของที่ชวินให้ฉันมาเพื่อให้ฉันเก็บไว้เป็นพยาน ลองไปคาบมาวางตรงหน้าฉันสิ”
ชวินร่างหมีพู กวาดตามองไปรอบ ๆห้อง สิปปกรคอยสังเกตพฤติกรรมแทบไม่กะพริบตา เขาเห็นเจ้าหมีพูกระโดดลงจากเตียงเดินวนไปมารอบห้องอยู่นาน
“อะไรของมันวะ..ของในห้องตั้งเยอะแยะแล้วฉันจะหาเจอไหมเนี่ยสั่งอะไรให้มันง่ายๆ หน่อยไม่ได้รึไงวะ”
ชวินร่างหมีพูเดินบ่นด้วยการเห่าไปด้วย หาของไปด้วยแต่ก็มองไม่เห็นสิ่งที่จะใช่เลย หมีพูชักจะเหนื่อยจึงนั่งพักเอาแรง แต่สายตาก็ยังลอกแลกหาของไปด้วยและในที่สุดชวินก็สามารถจำของที่เคยให้สิปปกรไว้ มันวางอยู่บนโต๊ะเล็กนั่นเอง เจ้าหมีพูไม่รอช้ารีบวิ่งไปคาบเจ้าสิ่งนั้นกระโดดขึ้นไปวางบนเตียงต่อหน้าสิปปกรทันทีด้วยความภูมิใจ
“เฮ้ย!..ผีหลอก”
สิปปกรสะดุ้งโหยงเผลอกระโดดลงจากเตียงมายืนกับพื้นในขณะที่เจ้าหมีพูเอียงคอหัวเราะเป็นเสียงเห่าอย่างชอบใจที่สามารถคาบไฟแช็คสีตะกั่วมาให้เพื่อนดูและชวินก็นึกถึงที่มาของไฟแช็คอันนี้ที่เขายกให้สิปปกรก็เพราะต้องการหักดิบเลิกบุหรี่จึงมอบให้สิปปกรเอาไว้เพื่อเป็นพยานยืนยันว่าเขาจะเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด
“ชวิน...ฉันเชื่อแล้วว่าเป็นนายจริงๆ ไฟแช็คนี้นายคงจำได้นะว่าให้ฉันไว้เพราะอะไร”
สิปปกรค่อยๆ นั่งลงที่เตียงยื่นมือไปลูบหัวเจ้าหมีพู ด้วยสีหน้าตื้นตันใจ พลอยทำให้เจ้าหมีพูน้ำตาไหลพราก
“ชวิน..นายร้องไห้เหรอวะ”
สิปปกรมองเห็นน้ำตาที่ไหลจากตาของเจ้าหมีพู
“ก็มันซึ้งนี่หว่า..ดีใจเหลือเกินที่นายรู้ว่านี่คือฉันเอง”
ชวินร่างหมีพู บอกด้วยการหอนก่อนจะกระโดดไปนั่งบนตักของเพื่อนสิปปกรก้มตัวลงไปโอบกอดเพื่อนรักในร่างของสุนัขตัวอ้วนเอาไว้ทันทีน้ำตาลูกผู้ชายอดที่จะไหลไม่ได้
“แต่ทำไมนายถึงเกิดมาเป็นสุนัขด้วยนะ..แถมยังเป็นตัวเมียอีกต่างหาก”
สิปปกรพูดด้วยความไม่เข้าใจ
“ท่านพญายมราชบอกว่าเรื่องของกรรมมันซับซ้อนว่ะเพื่อนเอาไว้นายตายเมื่อไหร่ก็ค่อยถามท่านพญายมก็แล้วกัน”
ชวินเห่าเพื่อสื่อสารบอกกับเพื่อนแม้สิปปกรจะไม่สามารถตีความการเห่าของชวินออกมาเป็นภาษาของคนได้ แต่เขาก็เข้าใจในภาษากายที่เพื่อนพยายามสื่อสารตอบโต้เขา
“นายคงไม่ว่าอะไรนะ ถ้าฉันจะขอดูแลดรีมเป็นแฟน”
สิปปกรสบตาเพื่อนในร่างของสุนัขที่ชื่อหมีพู
“ขอบใจเพื่อน ขอบใจที่ยอมยกดรีมให้ฉัน”
สิปปกรถือว่าการเห่าตอบรับคือการอนุญาต