เสียงความเงียบสงัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่หลัง่เวลาสองทุ่มเป็สิ่งที่ผมเริ่มคุ้นเคยในฐานะ ‘พี่เลี้ยง’ และ ‘ติวเตอร์จำเป็’ ของลูกคลื่น แต่สิ่งที่ยังคงวนเวียนและกวนใจผมอยู่ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่เนื้อหาข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์หรือตารางติวเข้มงวดที่ผมเพลนไว้ หากแต่เป็ท่าทางที่คอยหลบหน้าหลบตาของเด็กหนุ่มตัวเล็กเ้าของบ้านที่มีต่อผมตลอดทั้งวันต่างหาก
ผมยืนพิงกรอบประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่ระเบียงสระว่ายน้ำ มือข้างหนึ่งถือถ้วยกาแฟดำร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ ลมพัดเอื่อยๆ ยามค่ำคืนพัดพาความเย็นเข้ามากระทบผิวกาย แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนรุ่มภายในอกที่พวยพุ่งขึ้นมาทุกครั้งยามนึกถึงใบหน้าหวานที่พยายามทำเป็บึ้งตึงใส่ผม
ลูกคลื่นคิดว่าตัวเองเก็บอาการเก่งอย่างนั้นเหรอ?
เด็กน้อยเอ๋ย... เ้าตัวคงไม่รู้เลยว่าดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นสะท้อนความรู้สึกทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก ั้แ่สายตาที่ลนลานยามผมขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ ผิวแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่เมื่อมือของผมเผอิญััโดนตัว และที่ตลกแกมเอ็นดูที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการที่เ้าตัวเล็กยอมใส่เสื้อยืดคอเต่าสีเข้มหนาเตอะในสภาพอากาศร้อนตับแลบของเมืองไทย เพียงเพื่อจะปกปิด ‘รอยรัก’ สีหวานที่ซอกคอขาวซึ่งผมเป็คนฝากเอาไว้เมื่อคืนก่อน
ยิ่งเห็นกระต่ายตัวน้อยพยายามขุดรูหลบภัยและสร้างระยะห่างกับนายพรานอย่างผมเท่าไหร่ สัญชาตญาณความอยากและอยากล่าในตัวผมมันกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
ที่จริงผมไม่ใช่พี่เลี้ยงยากจนที่ต้องมารับจ๊อบหาเงินติวหนังสือเพื่อประทังชีวิตอย่างที่ลูกคลื่นเข้าใจ พ่อของลูกคลื่นกับพ่อของผมเป็เพื่อนสนิทร่วมธุรกิจกัน และตระกูลของผมก็มีฐานะร่ำรวยในระดับมหาเศรษฐีที่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และส่งออกระดับแถวหน้าของประเทศ แต่เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยอมสละเวลาอันมีค่า ยอมตอบรับคำขอร้องแกมเปิดทางของป๊ากับม้าของลูกคลื่นที่อยากให้ผมมาดูแลน้องตลอด 24 ชั่วโมงใน่ที่พวกเขาไปฮันนีมูนที่ยุโรป... ก็เพราะเด็กดื้อคนนี้เพียงคนเดียว
ผมแอบเฝ้ามองลูกคลื่นมานานแล้ว ั้แ่ตอนที่น้องยังเป็เด็กมัธยมปลายตัวเล็กๆ ที่ชอบทำหน้ามุ่ยเวลาเดินตามหลังป๊ามางานเลี้ยง จนกระทั่งตอนนี้น้องกำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย รูปร่างกะทัดรัด ผิวขาวผุดผ่องตามแบบฉบับเด็กไทยแท้ ประกอบกับริมฝีปากอิ่มสีชมพูธรรมชาติที่มักจะเชิดขึ้นยามเ้าตัวดื้อดึงขัดใจ มันช่างน่ารังแกและน่าทะนุถนอมในเวลาเดียวกันเสียจนผมไม่อาจถอนสายตาได้อีกเลย
เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันในคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ที่ไร้ผู้คน มีเพียงผมกับน้องสองคนตลอด 24 ชั่วโมง มีหรือที่หมาป่าเ้าเล่ห์อย่างผมจะยอมปล่อยให้เหยื่อตัวน้อยหลุดมือไปได้ง่ายๆ
แต่เมื่อคืนก่อนดูเหมือนผมจะล้ำเส้นรวดเร็วเกินไปหน่อย...
บทเรียนนอกตำราที่ผมจงใจ ‘เสนอตัว’ สอนให้หลังจากจับได้ว่าน้องแอบเปิดดูภาพยนตร์เรต20+ในห้องนอน แม้ว่าสุดท้ายลูกคลื่นจะยอมปล่อยอารมณ์และร้องครางเสียงสั่นคาอกผมจนทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี แต่รอยแผลใจและกำแพงความอายที่เด็กน้อยสร้างขึ้นหลังจากนั้น มันหนาเตอะเสียจนส่งผลกระทบต่อสมาธิการเรียนตลอดทั้งวัน
ผมมองสมุดจดเลขของลูกคลื่นที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร รอยดินสอที่เขียนผิดๆ ถูกๆ และการขีดฆ่าคำตอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าสะท้อนให้เห็นว่าสมองของน้องไม่ได้จดจ่ออยู่กับบทเรียนเลยแต่น้อย
"ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่..."
ผมพึมพำกับตัวเอง ยกลิ้มกาแฟที่เหลือจนหมดถ้วย ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเตรียมแก้วนมสดร้อนสองแก้วเพื่อขึ้นไปพบเป้าหมายที่ห้องนอนชั้นบน
ผมเดินขึ้นบันไดไม้เนื้อแข็งเสียงฝีเท้าเบากริบ สองมือประคองถาดเครื่องดื่มที่มีแก้วนมร้อนส่งกลิ่นหอมหวานละมุนละไม ผมหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องประตูสีขาวสะอาดตา เคาะเบาๆ สองครั้งตามมารยาท
"ลูกคลื่นครับ... พี่ไมค์เองนะ เอาเครื่องดื่มร้อนมาส่งครับ"
ความเงียบงันภายในห้องทอดยาวอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงขยับผ้าห่มและฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึกๆ ตรงมายังประตู ล็อกถูกปลดออกช้าๆ และประตูแง้มออกเพียงช่องเล็กพอดีใบหน้าหวานที่ยังคงแดงเรื่อ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองผมอย่างหวาดระแวง มือเล็กเรียวจับขอบประตูไว้แน่นราวกับกลัวว่าผมจะพังประตูเข้าไป
"ผม... ผมกำลังจะนอนแล้วครับ ไม่หิว"
น้องตอบเสียงอ้อมแอ้มพยายามทำตัวดุแต่เสียงกลับสั่นเครือจนน่าเอ็นดู
"พี่ต้มร้อนๆ มาให้เลยนะ ทานหน่อยจะได้หลับสบาย วันนี้เราเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
ผมพูดน้ำเสียงนุ่มทุ้มพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนที่ใช้สะกดใจน้องเสมอมา
"หรือว่าจะให้พี่เดินเข้าไปส่งให้ถึงเตียงดีครับ?"
พอได้ยินคำขู่แสนเ้าเล่ห์ ลูกคลื่นก็รีบเปิดประตูกว้างขึ้นทันทีพลางแหวใส่ผมเสียงดัง
"ไม่ต้องเลย! ยื่นถาดมาสิครับ เดี๋ยวผมถือเอง!"
ผมไม่ยื่นถาดให้ทันที แต่กลับใช้จังหวะที่น้องเผลอก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางของเ้าตัว ลูกคลื่นเบิกตากว้างทำท่าจะถอยหนีแต่ผมก็ใช้ความยาวของขาและหน้าอกแกร่งปิดกั้นทางออกเสียก่อน ผมวางถาดนมร้อนลงบนโต๊ะเขียนหนังสือข้างหัวเตียงช้าๆ แล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างกะทัดรัดที่ยืนหลังชนผนังห้องไปเรียบร้อยแล้ว
"พี่ไมค์! ใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องผมเนี่ย ออกไปเลยนะ"
เด็กดื้อยกนิ้วชี้หน้าผม ท่าทางตื่นตระหนกประดุจแมวตัวน้อยที่โดนต้อนจนมุม
"ลูกคลื่น..."
ผมปรับโทนเสียงให้อ่อนโยนและจริงจังมากขึ้น เดินเข้าไปใกล้อีกก้าวหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ 195 เิเของผมสร้างเงาทาบทับร่างเล็กจนน้องดูเล็กลงไปถนัดตา
"เราหลบหน้าพี่มาทั้งวันแล้วนะ"
"ผมเปล่าหลบซะหน่อย ก็เรียนตามปกติไง"
เ้าตัวเถียงปากแข็ง ทว่าดวงตากลับเหลือบมองไปทางอื่นไม่ยอมสบตากับผมโดยตรง
"เรียนตามปกติแต่ทำโจทย์เลขง่ายๆ ผิดหมดเลยเนี่ยนะ? แถมยังใส่เสื้อคอเต่าหนาๆ เดินรอบบ้านทั้งที่แอร์เปิดอยู่ยี่สิบห้าองศาด้วย"
ผมเอื้อมมือออกไปประคองดึงสาบเสื้อยืดลายทางที่น้องสวมใส่อยู่ในตอนนี้เบาๆ เผยให้เห็นรอยจูบสีเข้มช้ำกุหลาบที่ฐานคอขาวระหง
"และที่สำคัญ... เวลาพี่เข้าใกล้เราก็ทำท่าเหมือนคนโดนไฟลวก พี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
ลูกคลื่นก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก ไหล่บางสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่น้ำเสียงแ่เบาปนตัดพ้อจะหลุดรอดออกมา
"พี่ไมค์ลามก... พี่แกล้งผม เมื่อคืนทำรอยไว้เยอะขนาดนี้แล้ววันนี้ยังจะมาแซวผมอีก ผมอายคนอื่นจะตายอยู่แล้วนะ..."
เสียงหวานที่สั่นระริกนั้นทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดกึ่งเอ็นดูท่วมท้นอยู่ในอก ผมไม่้าให้น้องรู้สึกว่าถูกคุกคามหรือเกลียดชังผมเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือความพึงพอใจและอารมณ์ดิบในกายที่ผมนึกอยากจะกอดน้องจริงๆ ไม่ใช่แค่การล้อเล่นแกล้งหยอก
ผมค่อยๆ ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับน้อง สองมือหนาเอื้อมไปประคองแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างไว้อย่างทะนุถนอม ััอุ่นร้อนจากมือของผมทำให้ลูกคลื่นสะดุ้งเล็กน้อยแต่ในที่สุดก็ยอมนิ่งให้ผมประคองใบหน้าขึ้นมาสบตาสีเทาเข้มของผมตรงๆ
"ลูกคลื่น ฟังพี่นะ..."
ผมกระซิบน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยใช้มาในชีวิต
"พี่ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเราให้รู้สึกอายหรือรู้สึกแย่เลยนะ เื่เมื่อคืน... พี่ทำเพราะพี่รู้สึกจริงๆ และพี่อยากสอนเราเพราะไม่อยากให้เราไปลองผิดลองถูกกับใครที่ไหน แต่ถ้าท่าทีของพี่มันทำให้เราอึดอัดจนไม่อยากเรียน พี่ต้องขอโทษด้วยครับ"
ดวงตากลมโตสั่นระริก คล้ายมีหยาดน้ำใสเคลือบอยู่จางๆ น้องจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของผมเพื่อค้นหาความจริงใจ เมื่อเห็นแต่ความอ่อนโยนและจริงจังในตาผม ท่าทีแข็งขืนและดื้อรั้นก็ค่อยๆ อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ไหล่บางลู่ลงและยอมปล่อยให้ผมประคองแก้มไว้โดยไม่ขัดขืนอีก
"จริงนะ... พี่ไม่ได้หัวเราะเยาะผมใช่ไหม?"
น้องถามเสียงเบาหวิวราวเสียงกระซิบ
"จริงครับ พี่จะไปหัวเราะเยาะคนที่น่ารักขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ"
ผมคลี่ยิ้มบางๆ ใช้นิ้วโป้งไล้ผิวแก้มเนียนใสเบาๆ
"เอาอย่างนี้ไหม เพื่อเป็การปรับความเข้าใจและเคลียร์ใจระหว่างเราสองคน รวมถึงลดความเกร็งที่เกิดขึ้นในใจเราด้วย..."
"ทำยังไงครับ?"
ลูกคลื่นเลิกคิ้วมองผมอย่างสงสัยใสซื่อ
ผมปล่อยมือจากแก้มของน้อง เดินไปหยิบแก้วนมร้อนสองแก้วส่งให้น้องแก้วหนึ่งและผมถือไว้แก้วหนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่โซฟาตัวยาวนุ่มสบายที่ตั้งอยู่มุมห้องนอนของน้อง
"มานั่งตรงนี้กับพี่สิ เดี๋ยวพี่จะพาดูอะไรเพื่อเป็การล้างตา... และปรับทัศนคติใหม่เกี่ยวกับเื่เมื่อคืน"
"ดูอะไรเหรอ?"
น้องยอมรับแก้วนมแล้วเดินตามมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ ผมโดยเว้นระยะห่างไว้ประมาณคืบหนึ่ง
ผมหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกงนอน ปลดล็อกแล้วเปิดเบราว์เซอร์ไปที่เว็บไซต์วิดีโอชื่อดังที่ผ่านระบบคัดกรองอย่างดี ผมค้นหาคลิปวิดีโอประเภทชาย-ชาย (Boy's Love / Yaoi) ที่เน้นความสวยงาม อารมณ์รักที่นุ่มนวล และมุมกล้องที่สลวยสวยงามไม่หยาบโลนหรือรุนแรงเกินไป
ลูกคลื่นชะโงกหน้ามามองหน้าจอด้วยความสนใจ ทว่าพอเห็นภาพตัวละครผู้ชายสองคนกำลังโอบกอดและเริ่มจูบกันอย่างดูดดื่มบนหน้าจอโทรศัพท์ เ้าตัวก็สะดุ้งโหยงหน้าร้อนวาบทำท่าจะหันหน้าหนีทันที
"พี่ไมค์บ้า เอาหนังโป๊ชาย-ชายมาให้ดูทำไมเนี่ย ลามกที่สุด!"
น้องโวยวายหน้าแดงก่ำรีบยกแก้วนมขึ้นมาปิดตา
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ เอื้อมมือแกร่งไปโอบรอบไหล่บางของน้อง ลากร่างกะทัดรัดเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างของผมโดยไม่ยอมให้อีกฝ่ายถอยหนี กลิ่นหอมจากตัวน้องบวกกับความนุ่มนิ่มของร่างกายทำให้ใจผมสั่นไหวเล็กน้อย แต่ผมต้องสะกดอารมณ์ไว้ก่อนเพื่อเป้าหมายในการปรับทัศนคติ
"ดูไปเถอะครับลูกคลื่น... พี่อยากให้เราดูว่าความรักและการแสดงออกทางร่างกายของผู้ชายสองคนมันไม่ใช่เื่น่าอายหรือน่ารังเกียจเลย มันเป็เื่ธรรมชาติที่มีทั้งความสวยงาม ความอ่อนโยน และความรู้สึกที่ลึกซึ้งร่วมกัน"
ผมกระซิบอธิบายชิดใบหูเล็กที่สีกระดังงาขึ้นสีแดงแจ๋
"ดูสิ... จังหวะที่เขาจูบกันอย่างนุ่มนวล ััที่ปลอบประโลมกันและกัน มันไม่เหมือนกับหนังฝรั่งดิบๆ ที่เพื่อนเราแนะนำให้ดูตอนแรกใช่ไหม?"
ลูกคลื่นยอมค่อยๆ ลดแก้วนมลง แอบเหล่ตามองหน้าจอโทรศัพท์ในมือผมทีละนิด ภาพชายหนุ่มสองคนในคลิปกำลังลูบไล้ร่างกายของกันและกันด้วยความรัก เสียงประกอบที่เป็เสียงดนตรีคลอเบาๆ สลับกับเสียงถอนหายใจและเสียงจูบอันแสนหวานฉ่ำ บรรยากาศในจอช่างดูโรแมนติกและอบอุ่นทว่าแฝงด้วยความหวาดเสียวจนน่าขนลุก
"ฮะ... อุ่นร้อน... อ๊ะ..."
เสียงครางแ่จากลำโพงโทรศัพท์ทำเอาลมหายใจของลูกคลื่นสะดุด เ้าตัวเกร็งไปทั้งร่างยามเนื้อแนบเนื้อกับอกผม
"เห็นไหมครับ... การกอด การจูบ หรือแม้แต่การสอดใส่... มันเริ่มต้นจากความรู้สึกที่้าเติมเต็มให้กันและกัน ถ้าเราเปิดใจและเรียนรู้อย่างถูกต้อง มันจะไม่มีคำว่าน่าอายเหลืออยู่เลย จะมีแต่ความสุขและความรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับจากคนที่กอดเราอยู่..."
ผมกระซิบเสียงแหบพร่าลงต่ำลงเรื่อยๆ จนเกือบจะประชิดซอกหูบาง
ความเงียบในห้องเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ประสานกันจนถี่ขึ้น ลูกคลื่นนั่งอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของผม แก้วนมร้อนในมือสั่นระริกจนผิวน้ำนมกระเพื่อม ดวงตากลมโตจับจ้องภาพการแสดงความรักอันเร่าร้อนปนนุ่มนวลในจออย่างลืมตัว ผิวแก้มและลำคอขาวผุดผ่องของน้องกลับมาแดงระเรื่อฉ่ำวาวอีกครั้งเพราะความร้อนรุ่มในกายที่เริ่มปะทุขึ้นมาใหม่
"พี่ไมค์..."
ลูกคลื่นกระซิบเรียกชื่อผมเสียงแ่เบา ร่างเล็กเอียงซบแผ่นหลังบางเข้ากับอกแกร่งของผมอย่างเป็ธรรมชาติโดยที่เ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
"มัน... มันดูอบอุ่นจังเลยครับ"
"ใช่ไหมครับ..."
ผมยิ้มมุมปาก ั์ตาสีเทาเข้มทอประกายความ้าที่ยากจะซ่อนเร้น ผมวางแก้วนมของตัวเองลงบนโต๊ะข้างๆ แล้วเอื้อมมือไปรับแก้วนมของน้องมาวางคู่กัน ก่อนจะโอบสองแขนกว้างรัดร่างกะทัดรัดของลูกคลื่นเข้ามาแแ่ในอ้อมกอดจนไร้ช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน
ผมก้มลงกดริมฝีปากหยักจูบซับที่ขมับบางของน้องเบาๆ สูดกลิ่นหอมสะอาดสไตล์สบู่อาบน้ำเด็กที่ผสมผสานกับกลิ่นกายนุ่มละมุนของลูกคลื่นจนสติของผมเริ่มเตลิดเปิดเปิง
"ตอนนี้ใจยังสั่นอยู่ไหม? ยังกลัวพี่อยู่หรือเปล่า?"
ผมถามกระซิบข้างหู ยั่วเย้าด้วยการเป่าลมหายใจร้อนๆ รดซอกคอขาวที่มีรอยจูบของผมเด่นหราอยู่
ลูกคลื่นขยับตัวซุกใบหน้าหวานเข้ากับแผ่นอกกว้างของผมพยายามหลบสายตาร้อนแรงที่ผมส่งไปให้ สองมือเล็กกำชายเสื้อนอนของผมแน่นจนยับยู่ยี่
"มะ... ไม่ได้กลัวแล้วครับ... แต่วันนี้หลบสายตาตลอดเพราะมัน... อายจริงๆ ครับ"
น้องสารภาพเสียงอ้อมแอ้มอู้อี้อยู่กับอกผม
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความพอใจอย่างที่สุด ััได้ถึงเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นระรัวขัดแย้งกับท่าทางก่อนหน้านี้ ยิ่งน้องยอมซุกตัวเข้าหาผมมากเท่าไหร่ อารมณ์ความปรารถนาในกายของผมก็ยิ่งตื่นตัวและร้อนรุ่มขึ้นมากเท่านั้น
สายตาของผมยังคงจับจ้องภาพในจอโทรศัพท์ที่ตัวละครในคลิปเริ่มก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการร่วมรักที่ลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้น เสียงครางสั่นและเสียงกระทบกระทั่งกายดังแ่เบาเล็ดลอดออกมาจากลำโพง ราวกับเสียงดนตรีที่ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวของผมให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ผมลดมือลงกุมมือเล็กของลูกคลื่นไว้ ดึงมือของน้องลงมาทาบทับที่หน้าท้องแกร่ง ของผมที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็ลอนแน่น ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปัักับ
‘ตัวตน’ ภายใต้กางเกงนอนเนื้อบางที่เริ่มตื่นตัวขยายใหญ่อุ่นร้อนจนแข็งสู้มือ
ลูกคลื่นสะดุ้งโหยงทำท่าจะชักมือหนีด้วยความใ แต่ผมรีบใช้ฝ่ามือใหญ่กดทับกุมมือเล็กของน้องไว้แน่น บังคับให้ขยับลูบไล้ตัวตนที่ขยายขนาดขยายความเข้มร้อนนั้นช้าๆ ผ่านเนื้อผ้า
"พี่ไมค์ อ๊ะ... มัน... มันตั้งขึ้นมาแล้ว!"
น้องกระซิบเสียงสั่น หน้าแดงฉ่าจนแทบะเิ
"ก็เพราะมีเด็กดื้อมานั่งนุ่มนิ่มอยู่บนตักพี่แบบนี้ไงครับ..."
ผมกระซิบเสียงพร่า พลางซุกไซ้ปลายจมูกคมคายเข้ากับแก้มเนียนและซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหอมหวานอย่างหิวกระหาย
"เมื่อกี้ดูคลิปไปแล้วไหมครับ... จำบทเรียนทฤษฎีได้หรือยัง?"
"จำ... จำไม่ได้หรอกครับ ใครจะไปจำเื่ลามกแบบนั้นได้ล่ะ"
น้องปฏิเสธเสียงรัวเร็วแต่ร่างกายกลับอ่อนระทวยพิงซบอกผมอย่างหมดทางสู้
"จำไม่ได้ไม่เป็ไรครับ..."
ผมยิ้มอย่างผู้ชนะ ช้อนอุ้มร่างกะทัดรัดของลูกคลื่นขึ้นมาแนบอกอย่างง่ายดายด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าหลายเท่าตัว ร่างสูงใหญ่ 195 ซม. ของผมยืนขึ้นอุ้มน้องเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างขวางนุ่มสบายกลางห้อง
"เดี๋ยวติวเตอร์พี่ไมค์คนนี้... จะสอนปฏิบัติซ้ำอีกรอบให้จำจนขึ้นใจ คราวนี้จะสอนเจาะลึกทุกรายละเอียดบทเรียนเลยครับ..."
ลูกคลื่นโอบแขนรอบคอผมแน่นด้วยความกลัวตก ใบหน้าหวานสบประสานสายตาสีเทาเข้มที่ส่องประกายวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งอารมณ์รักและแรงปรารถนาของผม เด็กน้อยเม้มริมฝีปากอิ่มแน่นก่อนจะปล่อยเสียงกระซิบยอมจำนนที่ทำให้สติของผมขาดผึงลงในทันที
"อื้อ... สอนดีๆ นะครับพี่ไมค์... ห้ามดุผมนะ"