#วันพฤหัสสีเขียว 5
“พี่หิวหรือยัง”
“ยังพี่ง่วงมากกว่า” ฉันตอบเธิร์สเดย์ที่ตอนนี้กลายเป็คนขับรถให้ฉันไปแล้วอย่างสมบูรณ์ น้องดูอารมณ์ดีมากเลยนะคิดไม่ออกเหมือนกันถ้าหากน้องโมโหจะน่ากลัวมากขนาดไหน
“แล้วที่บ้านมีกับข้าวไหม?” น้องยังคงถามต่อ แต่ฉันปรับเบาะลงเล็กน้อยพร้อมจะนอนแล้วล่ะ อยากขับนักก็ขับไปเลยจ๊ะเดี๋ยวพี่นอนเอง
“มี แม่บ้านทำไว้ให้แล้ว”
“แบบนั้นก็ดีครับ พรุ่งนี้ผมจะมารับนะไปพร้อมกัน”
“อือ” ฉันครางรับก่อนจะหลับตาลง ไม่ไหวฉันเหนื่อยฉันอยากจะนอนพักยาว ๆ เลย ฉันหลับไปเกือบหนึ่งชั่วโมงรู้สึกตัวตื่นก็ถึงบ้านแล้ว เธิร์สเดย์ปลุกและเดินเข้ามาส่งถึงในบ้าน น้องรอกระทั่งแม่บ้านเดินออกจากห้องครัวมาอยู่เป็เพื่อนถึงได้ขอตัวกลับและย้ำว่าพรุ่งนี้จะเข้ามารับตอนเช้า จากนั้นน้องก็กลับไป
“คุณกรีนขึ้นบนบ้านก่อนไหมคะ นอนแบบนี้เดี๋ยวเมื่อยนะคะ” เสียงป้าแม่บ้านดังขึ้น ฉันขยับลุกนั่งอย่างมึน ๆ ง่วงก็ง่วง หิวก็หิว ฉันควรจะเลือกอะไรดีนะในเวลาแบบนี้
“ทานมื้อเย็นก่อนไหมคะ จะได้ไปนอนพักทีเดียวเลย” ป้าแม่บ้านช่วยเสนอแนวทางอีกครั้ง ฉันพยักหน้าแล้วเดินตามท่านเข้าไปในห้องทานข้าว เมนูง่าย ๆ สองสามอย่างจัดเรียงอยู่บนโต๊ะ
“ป้าคะ ทานด้วยกันนะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าตักข้าวให้นะ”
“ขอบคุณค่ะป้า” ระหว่างที่เราทานข้าว ป้าก็ชวนคุยเรื่อยเปื่อย กระทั่งทานเสร็จฉันถึงได้ขอตัวจากป้าและฝากป้าล็อคบ้านให้ ฉันง่วงจนแทบทนไม่ไหวพรุ่งนี้มีงานเช้าด้วย คิดได้ดังนั้นก็รีบเดินขึ้นไปยังชั้นสองเข้าห้องนอนก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวะโขึ้นเตียงนอน จังหวะที่กำลังจะหลับโทรศัพท์ก็มีสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่บันทึกไว้
‘เ้าเด็กเธิร์สเดย์’
“ว่าไงเ้าเด็ก”
(พี่ทานข้าวหรือยัง?) เ้าเด็กเอ่ยถาม
“ทานแล้วล่ะ ถึงบ้านหรือยังฝนตกไหม”
(ถึงคอนโดแล้วครับ ฝนไม่ตก)
“ดีแล้ว รีบอาบน้ำนอนพัก พรุ่งนี้ถ้าจะมารับก็ออกเช้าหน่อยนะพี่มีงานตอนเช้า”
(ได้ครับ เจอกันพรุ่งนี้ครับ)
“โอเค พี่วางแล้วนะจะนอน”
(ฝันดีครับพี่)
แม้จะเผลอใจเต้นแรงตึกตักเพราะคำบอกฝันดีของเ้าเด็กเธิร์สเดย์ฉันก็รีบบอกตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยเอ็นดูน้องเป็เด็กรุ่นน้องคนหนึ่งเพราะดูท่าแล้วเ้าเด็กน่าจะมีแฟนอยู่แล้ว อีกอย่าง อย่าเพิ่งมโนไปไกลเลยกรีนแกอายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะแฟนเหรอก็ไม่เคยมี คนคุยยิ่งไปกันใหญ่ พอมีเด็กน้อยเข้าหาก็ยากที่จะไม่หวั่นไหว ตลกตัวเองดีเหมือนกันอายุก็ปาไป 26 27 ปีแล้วเพิ่งมีโมเม้นเขิน ฮา ๆ ๆ ขำตัวเองจัง
่เช้าของวันถัดมาเธิร์สเดย์มารับที่บ้าน เราไปที่สนามด้วยรถของเธิร์สเดย์ บีเอ็มคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนไปบนท้องถนนอย่างไม่เร่งรีบ เราออกมาเช้ากันมากจริง ๆ น้องมาถึงบ้านฉันั้แ่ยังไม่เจ็ดโมงเลยด้วยซ้ำตอนนี้เราเลยไม่ต้องกังวลว่าจะไปไม่ทัน ภายในรถเปิดเพลงคลอเบา ๆ ทำให้ไม่เงียบจนเกิดไป
“พี่หิวหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ แต่อยากได้กาแฟสักแก้ว”
“ร้านโปรดพี่ยังไม่เปิดเลย เดี๋ยวพี่สาวผมจะมาดู เดี๋ยวให้พี่ซื้อมาให้ด้วย”
“ไม่เป็ไร” อะไรจะเทคแคร์ฉันดีขนาดนั้น เ้าเด็กนี่นับวันยิ่งทำให้ฉันหวั่นไหว
“เย็นนี้กลับพร้อมกันนะครับ ห้ามกลับก่อนนะ”
“ไม่รู้จะได้กลับหรือเปล่านี่สิ” ฉันตอบไปตามจริง
“ทำไมครับ?” น้องทวนถาม ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในปั๊มน้ำมันก่อนถึงสนาม น้องขับไปจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อรถหยุดนิ่งน้องยังไม่ลงจากรถแต่หันมารอฟังคำตอบจากฉัน
“คิดว่าลูกค้าอยากได้รูปเลยน่ะสิ คงต้องอยู่ดึก”
“อ่า ก็ไม่เป็ไรเสร็จตอนไหนค่อยกลับพร้อมกัน เดี๋ยวผมลงไปซื้อกาแฟให้นะ เลือกเพลงฟังรอก่อนนะ”
“ขอบใจ” ฉันบอกน้อง เ้าเด็กตัวสูงเดินลงจากรถไปแล้วล่ะ ฉันยกมือกุมหน้าอกตัวเองทันทีอย่างลืมตัว หัวใจบ้านี่ก็เอาแต่เต้นแรงตึกตัก นั่งสงบสติอยู่ได้ไม่ทันไรเ้าเด็กก็ออกมาพร้อมกาแฟและของทานเล่น ขนมถุงใหญ่ถูกส่งมาให้ทุกอย่างล้วนเป็ขนมที่ฉันชอบทั้งนั้น
“ซื้อมาให้ครับแต่ว่าให้ทานแค่หนึ่งซองนะครับผมให้พี่ณัฐเตรียมข้าวไว้ให้แล้ว” เขาบอกดุ ๆ มือหนายื่นแก้วกาแฟมาให้ ฉันรับมาโดยที่ไม่ลืมเอ่ยขอบคุณน้อง แต่ขนมน่ะสิ ฉันเล็งไว้ตั้งสองซองอ่ะ
“ทำหน้าเศร้าอะไรครับ?”
“ขนม...พี่ขอสองซองนะ”
“ไม่ได้ครับ”
“ถ้าไม่ได้กินขนมพี่ต้องไม่มีแรงยกกล้องแน่ ๆ เลย” ฉันเริ่มอ้อนอีกฝ่าย ขนมคือเหตุผลเหนือทุกสิ่งอย่าง
“เฮ้อ งั้นแกะทีละถุงหมดแล้วค่อยเปิดซองใหม่ครับ” น้องบอกมาแบบนั้น ฉันหยิบขนมมาสองซอง ส่วนขนมที่เหลือในถุงเธิร์สเดย์โยนไปไว้เบาะด้านหลัง ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบอย่างมีความสุขวางแก้วกาแฟก็ทานมันฝรั่งทอดกรอบ มองนั่นนี่ไปเรื่อยกระทั่งมาถึงที่จอดรถของสนามแข่ง ดีที่เรามาเช้ารถเลยยังไม่ค่อยเยอะแต่มีแฟนคลับนักแข่งเข้ามายืนรอกันเต็มไปหมดเลย ทุกคนมีทั้งกล้องมีป้ายไฟเชียร์ไม่รู้ว่าแฟนคลับใครบ้างเพราะวันนี้มีนักแข่งเยอะมากจนฉันก็จำได้ไม่หมด
“มีแค่กระเป๋ากล้องใช่ไหมครับ” เธิร์สเดย์เอ่ยถาม
“ใช่ ๆ อ่า ใครโทรมาเนี่ย” ฉันบ่นกับตัวเองเสียงเบา มือล้วงไปหยิบโทรศัพท์ออกมารับสาย มืออีกข้างก็พยายามพับซองขนมที่ถูกเปิดออกแต่มันก็ยังทุลักทุเลไม่น้อย กระทั่งมีมือของเ้าของรถยื่นมาดึงซองขนมไปและจัดการพับและถือให้
“จ้ามินนี่” ฉันเอ่ยทักน้องมินนี่ที่โทรเข้ามา
(แม่อยู่ไหนแล้ว) ระหว่างคุยเราก็ลงจากรถ ฉันถือแค่แก้วกาแฟส่วนเธิร์สเดย์ถือกระเป๋าเป้สีน้ำเงินของเขาหนึ่งใบกระเป๋ากล้องของฉันและถุงขนมที่พับปากถุงเก็บอย่างเรียบร้อย
“อยู่ลานจอดรถ เราถึงหรือยัง”
(ถึงแล้วแม่ รอทานข้าวด้วย)
“อ้อ เดี๋ยวเดินเข้าไป เช็คกล้องกันแล้วใช่ไหม”
(เรียบร้อยค่ะ แท็ปก็มาแล้วรอแม่อยู่นะ)
“จ้า ๆ กำลังเข้าไปสิบนาที”
“กรี๊ด!! เธิร์สเดย์ น้องหล่อมาก”
“พี่เธิร์สหล่อมาก”
“ว่าแต่ใครน่ะ กรี๊ด!! ใครได้นั่งรถน้องเธิร์สแบบนี้ บอกแม่ที”
“ลูกฉันไม่กินขนมนะ ถุงขนมในมือคืออะไรคะลูก”
แม่อยากเป็เมีย
กรี๊ด!! สนามแข่งวันนี้แตกแน่ ๆ ลูกชายฉันหล่อมาก
Comment retweet like share
แม่น้องเธิร์สเดย์
ลูกชายฉันไม่กินขนม แต่ในมือลูกชายนั้นคืออะไร บอกแม่ทีลูก!!
Comment retweet like share
Xxxx ผู้หญิงคนนั้นคือใครแม่
Xxxx ผู้หญิงคนนั้นคือใครอยากรู้มาก
เธิร์สเดย์แต่งงานกันนะ
ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร ไม่ใช่ผู้จัดการหรือผู้ช่วยน้องแน่ๆ ท่าทางแบบนั้นเห็นเธิร์สเป็คนใช้เหรอที่ต้องคอยถือของให้น่ะ
Comment retweet like share
วันพฤหัสของวันศุกร์
เอ็นดูเธิร์สเดย์ เดินตามพี่สาวคนสวยต้อย ๆ เลย
Comment retweet like share
ความรักเท่ากับเงิน
แถวทางเข้าส่วนของสำนักงาน นักแข่งคนหนึ่งน่ารักมาก ก้มผูกสายรองเท้าให้ผู้หญิงคนหนึ่งด้วย ไม่รู้ว่าแฟนหรือพี่สาว แต่เห็นแล้วน่ารักดี
Comment retweet like share
Xxxx กรี๊ด!! นั่นลูกชายเรา
Xxxx ลูกโตเป็หนุ่มแล้ว
Xxxx ตามมาสักพักใหญ่ค่อนไปทางนานลูกไม่มีข่าวเลย กระทั่งเจอผู้หญิงคนนี้ ที่ทำให้น้องมีข่าวเสียหาย
Xxxx ถ้าตามน้องจริง ๆ จะไม่เม้นแบบนี้นะคะเม้นบน
“ทานข้าวแล้วลงตามจุดเลยนะ มีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอด” หลังจากทานข้าวเสร็จ เราสามซอมบี้ก็นั่งคุยกันและแบ่งงานกัน เพื่อที่ทุกอย่างจะได้ลดการเกิดปัญหาให้น้อยที่สุด
“เก็บภาพบรรยากาศงาน รวมถึงจุดไหนที่มีสปอร์นเซอร์เ้านายบอกว่าให้ถ่ายออกมาได้เลย พอถึงเวลาลงสนามแข่งจริงให้ประจำจุดเพื่อที่จะได้เก็บภาพนักแข่ง”
“แม่ ตอนแข่งจะให้ใครขึ้นแสตนเพื่อเก็บภาพ”
“อือ ยังไงดี ตอนนี้แท็ปอยู่กลางสนามใช่ไหม” ฉันหันไปมองหน้าแท็ป
“ครับพี่กรีน” แท็ปยืนยัน
“ส่วนมินนี่อยู่โซนที่แขกวีไอพีอยู่” ฉันนิ่งไปสักพักก่อนจะคิดได้ว่า เรามีกันสามคน
“พี่ก็ลืมเรามีสามคน ฮา ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวพี่ขึ้นเอง” นึกว่ามีคนเยอะ กะจะแบ่งงานสักหน่อย
“ยังไงถ้าหนูเคลียข้างนอกเสร็จจะขึ้นไปช่วยแม่นะ”
“ได้ ๆ งั้นก็ตามนี้ ปะ เริ่มงานได้” ฉันส่งยิ้มให้กำลังใจทุกคนก่อนจะชวนน้อง ๆ ไปทำงานตามหน้าที่ ภายในสนามตอนนี้มีทั้งคนดูและสำนักข่าวเต็มไปหมด เรากั้นนักข่าวไว้ด้วยกัน เพื่อง่ายและสะดวกต่อการทำงาน ตอนนี้นักแข่งทุกคนซ้อมกันเสร็จแล้วเหลือพิธีเปิดและเริ่มการแข่งขัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าว่าเธิร์สเดย์ใส่ชุดเบอร์อะไร เมื่อเข้าก็วุ่น ๆ พอเขาเข้ามาส่งเสร็จก็รีบออกไปเตรียมตัว เมื่อเช้าน่ะตอนเดินเข้าสำนักงานรองเท้าผ้าใบที่สวมอยู่สายหลุดฉันจะก้มก็ไม่สะดวกเธิร์สเดย์เลยก้มลงไปผูกให้พร้อมกับบ่นฉันยาว ๆ ว่าให้ระวังถ้าเกิดตอนออกไปถ่ายรูปแล้วเชือกรองเท้าหลุดจะทำยังไง ถ้าเกิดฉันสะดุดไปแล้วเจ็บตัวเขาจะดุให้หนักกว่าเดิมเลย เขาบอกมาแบบนั้นนะ
เสียงกรี๊ดเสียงโห่ร้องชอบใจดังขึ้นเมื่อเริ่มการแข่งขัน ฉันทำหน้าที่เก็บภาพนักแข่งไว้เรื่อย ๆ ฉันดูไม่ทันหรอกถ้าจะให้พูดตามจริง เบอร์ไหนเป็ใครยังไม่รู้เลยจนถึงตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ ามาทำงานที่สนามแข่งได้ยังไงตั้งหลายปี เพราะแทบจะไม่ดูการแข่งเลย มินนี่ขึ้นมาช่วย้า ฉันจึงลงไปด้านล่างเพื่อถ่ายรูปให้กับนักแข่งที่ได้รับรางวัล อ้อ เราถ่ายแค่ภาพนิ่งนะคะ เพราะว่าส่วนภาพเคลื่อนไหวเ้านายจ้างมาจากข้างนอกแล้ว ระหว่างมอบรางวัลฉันก็แทรกเข้าไปอยู่ระหว่างนักข่าวและกลุ่มแฟนคลับที่รอถ่ายรูป และคนที่ได้รางวัลรองชนะเลิศคือเธิร์สเดย์ ฉันมัวแต่ทำงานเลยไม่ได้สนใจน้องมากเลยไม่รู้ว่าน้องก็ได้รับรางวัลเช่นเดียวกัน เมื่อถ่ายรูปจนเสร็จเรียบร้อยฉันก็ตั้งใจจะเดินเลี่ยงกลับเข้าด้านในถ้าไม่มีเสียงเรียกของเธิร์สเดย์ดังมาให้ได้ยินเสียก่อน
“พี่กรีน พี่ครับ”
“ฮะ? ว่าไง” ฉันขานรับ หันกลับไปมองก็เจอร่างสูง ๆ ของเธิร์สเดย์ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็เสื้อลำลองสีดำกำลังวิ่งมาทางฉัน ด้านหลังมีกลุ่มคนยืนอยู่กันเยอะมาก
“ถ่ายรูปให้หน่อยสิครับ”
“อ้อ ได้ ๆ เฮ้ ไม่ต้องมาจับมือพี่ก็ได้” ฉันบอกอย่างใที่จู่ ๆ เธิร์สเดย์ก็จับมือพาเดินไปยังกลุ่มคนเ่าั้อย่างไม่รู้สึกอะไร เสียงกรี๊ดดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้
“กรี๊ด!! คนนี้ใครคะเนี่ย”
“น่ารักจังเลย”
“ฮื่อ ยิ้มหวานมาก”
“ให้ตายสิฉันใจสั่นไปหมดแล้ว” เสียงที่ดังจากกลุ่มแฟนคลับของน้องฉันไม่สามารถฟังแล้วจับใจความได้เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังพูดถึงอะไร กระทั่งเธิร์สยกนิ้วชี้ชิดริมฝีปากเป็สัญญาณบอกให้เงียบ นั่นแหละ ทุกคนเงียบพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย
“เมื่อกี้ถามว่าอะไรบ้างนะครับ” เธิร์สเอ่ยถามแฟนคลับของเขา
“คนนี้คือใครคะ?”
“จะตอบยังไงให้เขารู้ตัวดีครับ” นี่ก็เล่นกับแฟนคลับดีจัง
“จะให้พี่ถ่ายรูปให้ไม่ใช่เหรอ เร็ว ๆ พี่จะไปทำงานต่อ” ฉันกระซิบบอกคนข้างกาย เขาหัวเราะก่อนจะยิ้มอ้อน ๆ มาให้ จากนั้นก็บอกแฟนคลับว่าขอถ่ายรูปรวมหน่อยนะ ฉันเดินถอยห่างจากพวกเขา เมื่อมั่นใจว่าทุกคนพร้อมก็นับและรัวชัตเตอร์ให้ทันที
“ฝั่งซ้ายเสื้อขาวขยับเข้ามาหน่อยค่ะ ดีค่ะ อีกรูปนะคะ” ฉันเอ่ยบอกทุกคนก่อนจะถ่ายให้อีกสองสามรูป พอเสร็จเธิร์สเดย์ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาดูรูปกับฉัน แต่ช่วยรอให้ฉันปลดสายสะพายกล้องที่คล้องคออยู่ออกก่อนได้ไหมค่อยดู มาดูทั้งที่กล้องห้องอยู่ในคอฉันแบบนี้เราเบียดกันมากเลยนะ
“สวยอะ” คนที่กดดูรูปเอ่ยบอกพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ้อนมาให้อีกครั้ง จะอ้อนเอาอะไรอีกเนี่ย
“เดี๋ยวส่งให้ แต่พี่ต้องไปทำงานก่อนนะ ยินดีด้วยนะสำหรับรางวัล”
“ขอบคุณครับ เดี๋ยวขึ้นไปหานะ”
“อือ พี่ไปละ” รูปเราย้ายลงคอมพิวเตอร์จากนั้นก็เลือกรูปที่สวยและดีที่สุดมาแต่งส่งให้พี่ณัฐ ดีที่หลังแข่งสปอนเซอร์ไม่ได้เื่มากเื่รูปพวกฉันเลยพลอยสบายไปด้วย รูปทุกอย่างถูกแต่งจนเสร็จเรียบร้อยฉันก็ส่งให้พี่ณัฐทันที มื้อเย็นวันนี้เราทั้งสามจะไปร้านชาบูกันตามที่สัญญากับน้อง ๆ ไว้ว่าจะพาไปเลี้ยงหลังจากงานนี้เสร็จ หลายคนคงฉลองที่สนาม
“เย็นนี้อยู่ฉลองด้วยกันนะใครไม่ว่างก็เอาตามสะดวกเลย” เสียงพี่เนยเอ่ยบอกทุกคนอย่างใจดีแต่ก็แฝงการจิกกัดอยู่ไม่น้อย เพราะเธอไม่ค่อยชอบฝั่งฉันเท่าไหร่ อย่าถามหาเหตุผลเพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
“เราไปชาบูกันนะแม่ หนูไม่อยากไป” มินนี่ไถลเก้าอี้มาบอก ฉันพยักหน้ารับรู้เก็บของใส่กระเป๋าเตรียมไปร้านชาบู เป็จังหวะเดียวกับที่เธิร์สเดย์เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกระเป๋าเป้ของเขา
“กลับกันเลยไหมครับ” แต่เพราะประโยคของเขาทำเอาฉันถึงกับขมวดคิ้วสงสัย เขาไม่ได้อยู่ฉลองกับทีมหรอกเหรอ
“ไม่อยู่ฉลองเหรอ?”
“ไม่ครับ จะกลับพร้อมพี่ไง บอกไว้แล้ว”
“แต่พี่จะไปร้านชาบูกับมินนี่แล้วก็แท็ป” ฉันเอ่ยบอกอีกฝ่าย ฉันผิดเองแหละที่ลืมบอกเขา
“ผมก็ไปด้วยไง ขอไปด้วยนะครับ” อ้อนมาแบบนี้ฉันควรจะตอบยังไงได้ล่ะถ้าไม่ใช่ตกลงน่ะ
“อื้อ ไปด้วยกันได้”
“ขอบคุณครับ...”