บทที่ 1 : แรกพบสบตา
“น้อง เข้ามาก่อนค่ะ”
“สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวผมสีดำขลับแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงทรงเอเท่าเข่าสีเทา ก้าวเข้าประตูกระจกบานเลื่อนของห้องแถวแห่งหนึ่งแถบๆชานเมืองจังหวัดลำพูน เธอยกมือขึ้นพนมแล้วกล่าวทักทายคนที่นั่งอยู่ก่อนด้านในด้วยท่าทางนอบน้อม
“น้องใบเตยใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะพี่”
“มานั่งตรงนี้ก่อนค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ พี่ชื่อน้ำตาล นี่ไอ้กุ้ง เป็จป. [1] ของโครงการ ส่วนพี่ทำบัญชี”
พนักงานใหม่มองไปรอบๆ และได้พบคนเพียงสองคนที่ได้รับการแนะนำไปเบื้องต้น เธอยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็มิตร ก่อนจะไปนั่งบริเวณโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ ห้องแถวแห่งนี้มีแสงไฟจากหลอดนีออนที่สลัวจากการใช้งานมาอย่างยาวนานเพียง 2 หลอด ภายในถูกจัดเป็สำนักงาน ประกอบด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมทั้งเครื่องใช้อื่นๆ เต็มบริเวณ
“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะน้อง เดี๋ยวผู้จัดการโครงการกับผู้อำนวยการจะมาคุยด้วย น่าจะใกล้ถึงแล้ว”
“ได้ค่ะพี่”
น้องใหม่นั่งกอดกระเป๋าถือสีดำเอาไว้แน่นเพื่อรอพบกับบุคคลสำคัญ ที่สามารถตัดสินชะตาชีวิตในงานใหม่นี้ของเธอได้ ก่อนหน้านี้เธอเคยผ่านการทำงานมาแล้วหลายที่ แต่คราวนี้เธอมีความจำเป็ต้องเดินทางกลับบ้านเกิด และถือเป็โชคดีที่เมื่อสมัครงานไปก็ได้งานนี้ตอบรับในทันที
และแม้จะเป็งานในบริษัทรูปแบบที่เธอไม่เคยผ่านมาเลย แต่งานฝ่ายบุคคลก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเธอ ใบเตยยินดีทำงานให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่นี้ กับโครงการสร้างทางมูลค่าหลายร้อยล้านในจังหวัดลำพูน
“มากันแล้ว”
นั่งรอเพียงครู่เดียวประตูบานเลื่อนก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้ปรากฏร่างใหญ่โตของชายสองคน เดินลงมาจากรถฟอร์จูนเนอร์คาดป้ายบริษัทที่จอดเทียบอยู่ด้านหน้า ทั้งสองเดินมานั่งอีกฝั่งของโต๊ะ
“น้องใบเตย…”
“สวัสดีค่ะ”
“พี่ชื่อฟ้าครามนะครับ เรียกพี่ครามเฉยๆก็ได้ พี่เป็ผู้จัดการโครงการนี้ ส่วนท่านนี้พี่สิงห์ เป็ผู้อำนวยการโครงการครับ”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว สวมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนยี่ห้อดัง นั่งลงเก้าอี้ตรงหน้าพนักงานใหม่ หลังได้มองตากันตรงๆ ความรู้สึกบางอย่างก็เกิดขึ้นในใจของหญิงสาว ก้อนเนื้อในอกเกิดเต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอกุมมือตัวเองไว้แน่น แล้วยิ้มให้เป็มารยาท
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ขับรถมาเองเหรอ”
“ค่ะ”
“ขับมาไกลไหม?”
“หนูดู Google Map จากบ้านมาตรงนี้ประมาณ 7 กิโลค่ะ”
“ก็ไม่ไกลมากเนอะ”
“ค่ะ”
หลังจากนั้นบทสนทนาจากผู้จัดการหนุ่มสุดหล่อนามว่าครามก็ได้เริ่มต้นขึ้น เขาสอบถามเธอถึงเื่ราวประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ความสามารถ หรือความชอบอื่นๆ ที่เธอชื่นชอบ ด้านหญิงสาวท่าทีใสซื่อตอบคำถามแต่ละข้ออย่างสั้นๆ โดยที่การสนทนาทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของสมาชิกในห้องอีกสามคน
“บ้านใกล้แถวนี้สบายเลย พี่จะได้ชวนไปสังสรรค์บ่อยๆ”
ผู้อำนวยการที่นั่งฟังบทพูดคุยพักใหญ่ได้เอ่ยขึ้นบ้าง หลังจากนั้นทั้งน้ำตาลและกุ้งก็ยิ้มกริ่มมองหน้ากัน มีเพียงฟ้าครามที่นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วพูดเสริม
“อยู่ที่นี่ต้องหัดดื่มด้วยนะ น้องเตยดื่มไหม ไอ้ตาลนี่คอทองแดงเลย”
“เตยไม่ดื่มค่ะพี่ แต่เตยไปนั่งด้วยได้นะคะ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”
“คือน้องเตยไม่ดื่มอยู่แล้วเป็ปกติ หรือเพิ่งมาไม่ดื่ม”
“เตยไม่ดื่มอยู่แล้วค่ะ”
“เคยดื่มมาก่อนไหม?”
เป็ด้านน้ำตาลที่เอ่ยถามขึ้น เมื่อประเด็นหลักที่ทุกคนชื่นชอบถูกพูดขึ้นมา
“เคยดื่มค่ะ แต่เตยว่ามันไม่อร่อย”
“อยู่ไปก็ชินเองนั่นแหละ ป่ะ เราไปเริ่มดูสโคปงานที่น้องเตยต้องดูแลกันก่อนดีกว่า”
ฟ้าครามที่เห็นว่าพนักงานใหม่เริ่มมีท่าทีอึดอัดใจ หัวหน้างานใหญ่อย่างเขาจึงได้เริ่มตัดบทและพูดคุยในหัวข้องาน กระทั่งเวลาผ่านไปพักใหญ่ เขาก็ได้ปล่อยพนักงานใหม่กลับบ้านเร็วกว่ากำหนด
“วันนี้พี่สิงห์จะกลับเชียงรายแล้ว พี่ต้องขับรถไปส่งแก ยังไงวันนี้เลิกงานเร็วหน่อยก็ได้นะน้องเตย”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่คราม เดี๋ยวเตยนั่งศึกษางานไปเรื่อยเรื่อยก่อน หมดเวลางานแล้วค่อยกลับก็ได้ค่ะ”
“หืม จะอยู่คนเดียวที่นี่เหรอ เดี๋ยวไอ้กุ้งต้องออกไปทำงานของมันแล้วนะ”
“แล้วพี่น้ำตาลล่ะคะ”
“ไอ้ตาลก็ต้องช่วยพี่ขับรถไปส่งเ้านายที่เชียงราย พี่ว่าน้องเตยกลับเลยดีกว่าครับ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
แม้จะเป็ประโยคบอกเล่าที่น่าประหลาดใจ แต่ใบเตยก็ยอมลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปขึ้นรถของเธอเพื่อขับกลับบ้าน ก่อนหน้านี้ผ่านงานมาหลายที่ แต่ยังไม่เคยเจอที่ไหน ที่ผู้บริหารพูดเชิงบังคับให้เลิกงานก่อนเวลาเช่นนี้มาก่อน
หลังจากรถยนต์รุ่นเก่าของพนักงานใหม่ขับออกไปได้เพียงไม่นาน รถยนต์คันใหญ่ก็ถูกสตาร์ท โดยคนขับคือน้ำตาล มีหัวหน้างานของเธอคือนายช่างฟ้าครามนั่งข้างๆ และนายช่างสิงห์ผู้อำนวยการโครงการนั่งเบาะหลัง
รถประจำตำแหน่งค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปอย่างไม่รีบร้อน ฟ้าครามมองสำรวจสายทางที่เริ่มมีการออกสำรวจตามจุดต่างๆ ตามที่เขาและทีมงานได้วางแผนกันเอาไว้ โดยได้มีการพูดคุยปรึกษากับนายช่างสิงห์อยู่เป็ระยะจนสุดสายทางที่ได้รับงานมา จากนั้นความตึงเครียดและจริงจังจึงเริ่มค่อยๆหายไป
“เด็กใหม่เป็ยังไงครับพี่?”
“น่ารักดี แต่ดูนิ่งไปหน่อย”
“เดี๋ยวเมาๆ อาจเปลี่ยนเป็อีกคนก็ได้”
“มึงมันก็เลวอย่างนี้ไงไอ้ตาล”
“ใครจะไปดีเหมือนช่างครามล่ะ”
“แน่นอน กูเป็คนดี”
“ไม่มีคนดีที่ไหนบอกว่าตัวเองดีหรอก”
“พอเลยทั้งคู่ มึงก็ยังไงไอ้คราม เป็หัวหน้ายังไปหาเื่ไอ้ตาลอีก”
เถียงกันไปมาพักใหญ่ก็ถูกห้ามศึกด้วยผู้อำนวยการใหญ่ การต่อล้อต่อเถียงจึงหยุดลงเพียงเท่านั้น พนักงานในบริษัทไม่ว่าจะตำแหน่งสูงแค่ไหน ก็ยังให้ความเกรงใจต่อช่างสิงห์ ด้วยมีตำแหน่งในระดับบริหารใกล้เคียงกับเ้าของบริษัทเลยทีเดียว
---
‘ฮัดชิ้ว!!!’
“จามขนาดนี้ สงสัยมีคนพูดถึงแน่ๆเลยไอ้เตย”
“ใครจะมาพูดถึงเตย พี่ตองก็พูดไปเรื่อย”
“ก็ที่ทำงานใหม่แกไง มีเด็กเข้างานใหม่ ก็ต้องถูกพูดถึงเป็ธรรมดา”
“เขาจะพูดถึงเตยทำไม พี่ตองรู้ไหม ั้แ่เตยเดินเข้าไปในห้องนะ เตยรู้สึกเหลือตัวนิดเดียวเอง”
“ทำไมอ่ะ? เพื่อนร่วมงานแกอ้วนเหรอ?”
“อ้วนอะไรล่ะ คนแรกที่เจอเลยชื่อพี่น้ำตาล โคตรรรรสวย ผอมกว่าเตยครึ่งนึงได้มั้ง แต่นมใหญ่กว่าพี่ตองอีก”
หลังนั่งเงียบอยู่นาน ใบเตยที่ถูกพี่สาวทักก็เล่าความในใจออกมาอย่างออกรสออกชาติ ทำเอาพี่สาวอย่างใบตอง ต้องถึงกับก้มมองหน้าอกของตนเองอย่างช่วยไม่ได้ แล้วก็ต้องรู้สึกประหลาดใจ เนื่องด้วยเธอนั้นมั่นใจใน ‘ของ’ ของตัวเองมาก ว่าใหญ่กว่าใครๆ
“ใหญ่กว่าพี่ มันต้องเบอร์ไหนวะ”
“เตยไม่รู้ แต่เขาสวยมากอย่างกับนางแบบ แล้วก็ยังมีพี่ฟ้าครามอีก เป็ผู้จัดการ อันนี้ยิ่งหล่อไปใหญ่เลย เตยนึกว่านายแบบ ไม่รู้บริษัทนี้เขาคัดหน้าตาด้วยหรือเปล่า เตยเหมือนเป็แกะดำอ่ะ”
“แกก็พูดไปไอ้เตย แกก็แค่...”
ใบตองมองน้องสาวั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มแหยออกมา ด้วยน้องสาวเธอมีทรงผมที่ดูธรรมดาและรูปร่างขาวอวบ ไม่ได้มีอะไรพิเศษอย่างที่เ้าตัวได้ว่าไว้จริง
“เอาน่า ถึงแกจะอ้วน หัวบันไดบ้านก็ไม่เคยแห้งนะ”
“พี่ตองหมายถึงใคร?”
“ก็แฟนแกไง น้องไอซ์สุดหล่อว่าที่น้องเขยฉัน”
“เตยเลิกละ”
“ห๊ะ? อะไรของแกวะ เลิกทำไม แล้วทำไมฉันไม่รู้”
“ไม่อยากพูดถึงอ่ะ วันหลังเตยจะเล่าให้ฟังแล้วกัน”
หญิงสาวในชุดทำงานกล่าวไว้เพียงเท่านั้น ก่อนลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้าห้องนอนส่วนตัวไป ใบเตยอาศัยอยู่กับพี่สาวและมารดาที่กำลังป่วยหนัก และนี่เป็สาเหตุหลักที่เธอตัดสินใจออกจากเมืองกรุงกะทันหัน ทั้งที่หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี รวมทั้งชีวิตรักและสังคม
ถึงจะบอกกับพี่สาวว่าทิ้งทุกอย่างไปหมดแล้ว เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตสงบที่ลำพูน แต่วันนี้ทั้งวัน โทรศัพท์ของเธอกลับมีข้อความจากชายหนุ่มนามว่าไอซ์ที่เธอเพิ่งเลิกราไป ส่งเข้ามาตลอดทั้งวันในทุกๆสิบนาที รวมทั้งสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับอีกเกือบสิบสาย
ใบเตยจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์นั้นทั้งวัน ความรู้สึกหนักหน่วงบางอย่างเกิดขึ้นภายในใจ เธออยากกดรับสายหรือตอบรับข้อความนั้นสักครั้ง แต่แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้ามปราม เธอรักเขาและวาดฝันถึงอนาคตบ้านแสนอบอุ่นไว้ด้วยกัน กระทั่งเธอได้บอกเขาถึงความจำเป็ในชีวิตที่ต้องกลับไปอาศัยที่บ้านเกิด เขาไม่เห็นด้วยในเื่นี้ และทั้งคู่ก็เริ่มมีปากเสียงกัน
ทันทีหลังจากใบเตยกลับบ้านได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ไอซ์แฟนหนุ่มของเธอก็เปิดตัวแฟนใหม่ เป็รุ่นน้องในบริษัททันที โดยไม่มีการบอกเลิกเธอก่อนหน้าเลยสักครั้ง และแม้จะทำให้เธอเ็ปหัวใจมากมายขนาดนี้ ก็ยังไม่วาย ตามง้องอนเธอไม่เลิก
‘วันนี้เหนื่อยแล้วนะไอซ์ นอนเถอะ’
น้ำตามากมายที่ไหลรินออกมาจากความเ็ป ได้มอบความเข้มแข็งให้เธอด้วยในเวลาเดียวกัน ใบเตยกดส่งข้อความที่สื่อออกมาจากหัวใจไปยังชายที่เธอยังคงรักอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นก็ได้กดปิดโทรศัพท์และหลับไปในทันที
---
‘อรุณสวัสดิ์ครับใบเตย’
เช้าวันใหม่แสนหดหู่ หญิงสาวตื่นนอนมาพร้อมกับข้อความแรกที่เปิดอ่านแม้ยังไม่ลุกจากที่นอน เธอได้รับข้อความจากชายผู้หักหลังเธอ แต่ทว่าหัวใจเธอก็ยังคงเต้นแรงเมื่อได้รับรู้ถึงความคิดถึงที่เขายังคงส่งมาให้เธอโดยไม่มีพัก ความเ็ปแล่นเข้าที่กลางอกสลับกันไปมากับความรู้สึกดีใจ เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นจัดการตัวเองเพื่อออกไปทำงานในวันที่สอง
“เตยกินข้าวไหม มีปลาทูทอดของโปรดแกนะ”
“เตยสายแล้วพี่ตอง เดี๋ยวกลางวันเตยกลับมากินนะ เก็บไว้ให้ด้วย”
“แกจะไปไปกลับกลับทำไมล่ะ ห่อไปเลยไหม เดี๋ยวพี่ห่อให้แป๊บเดียว”
“ไม่ล่ะ เตยอยากกลับมาดูแม่ด้วย”
แม้ไม่ได้พูดออกไปตามตรง พี่สาวที่อยู่กับเธอมาแทบตลอดชีวิตก็พอเข้าใจดี ว่าน้องสาวของเธอนั้นไม่ได้เข้ากับใครง่ายๆ โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงาน
ใบเตยขับรถออกจากบ้านเกือบแปดโมงเช้า และเธอต้องเข้างานตอนแปดโมงตรง ทำให้รถยนต์คันเก่าต้องทำความเร็วเกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อไปเข้างานให้ทัน
แอ๊ดดดด.....
“…”
น้องใหม่เดินทางมาถึงหน้าสำนักงานที่ห่างจากบ้านของเธอในเวลา 08:02 น. แต่เธอกลับพบว่าประตูบานเลื่อนยังคงถูกปิดล็อคอยู่ โชคดีที่เมื่อวานเธอได้แลกไลน์สำหรับติดต่อกับน้ำตาลเอาไว้ก่อนกลับ
‘อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่น้ำตาล’
‘หนูอยู่หน้าออฟฟิศแล้วนะคะ’
ข้อความถูกอ่านในทันที
‘น้องตอง’
‘ตอนนี้พี่ยังอยู่เชียงรายกันอยู่เลย’
‘เดี๋ยวพี่โทรบอกแฟนไอ้กุ้งลงมาเปิดประตูให้น้องนะ’
อีกครั้งที่ใบเตยมีใบหน้างงงวยกับงานใหม่ของเธอ ที่แม้จะเป็บริษัทใหญ่โตแต่กลับไม่เคร่งในเื่ระเบียบวินัยมากอย่างที่เคยพบเจอมาก่อน
เพียงครู่เดียว ด้านในห้องกระจกก็มีหญิงสาวผมยาวสีดำเดินมาปลดล็อกจากทางด้านในให้ ประตูถูกเปิดออกพร้อมรอยยิ้มของคนด้านใน ใบเตยนิ่งค้างมองหญิงสาวตรงหน้าไปชั่วครู่ ด้วยคนตรงหน้ามีผมสลวยยาวถึงเอว แต่งกายด้วยเสื้อสีขาวตัวจิ๋วและกางเกงขาสั้นแนบแก้มก้น เ้าของรอยยิ้มมีรูปร่างสูงเพรียวและใบหน้างดงามอย่างที่เธอไม่ได้พบเจอบ่อยนักในแถบบ้านเกิด
“สวัสดีค่ะ พี่ใบตองใช่ไหมคะ?”
“สวัสดีค่ะ แฟนกุ้งเหรอ?”
“ค่ะพี่ หนูชื่อน้ำใจนะคะ พี่เข้ามาก่อน”
ใบเตยเดินตามคนแปลกหน้าคนใหม่ที่เพิ่งรู้จักเข้ามาด้านในสำนักงาน บัดนี้ภายในยังคงมืด น้ำใจเดินไปเปิดไฟและเปิดแอร์ ด้านใบเตยนั่งลงบริเวณหน้าโต๊ะคอมที่ถูกจัดไว้ให้เธอใช้งานเมื่อวานนี้
“พี่เตยกินข้าวมาหรือยังคะ?”
“ยังค่ะ”
“ฝากหนูซื้อไหมคะ เดี๋ยวหนูจะซื้อไปให้พี่กุ้งที่หน้างาน”
“ไม่เป็ไรค่ะ ปกติพี่ไม่ค่อยกินข้าวเช้า”
หญิงสาวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เธอเดินออกจากสำนักงานไปในทันที ด้วยชุดตัวจิ๋วที่ไร้อาภรณ์ด้านใน ใบเตยยังคงมองตามพร้อมด้วยอาการใจสั่น ั้แ่เธอเกิดมา 27 ปี เธอยังไม่เคยเจอใครที่ออกจากบ้านโดยไม่ใส่ชุดชั้นในแบบนี้มาก่อน ยิ่งเป็คนที่หน้าตาและหุ่นทรวดทรงดีเช่นนี้ด้วยแล้ว เรียกว่าเป็ครั้งแรกแปลกใหม่เลยทีเดียว

โปรดติดตามตอนต่อไป
เชิงอรรถ^เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย