ชิเอโกะก้าวขึ้นรถม้าที่วิ่งมารับเขาได้ตรงเวลาพอดิบพอดีในช่วงกลางดึก รถม้าเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังที่พักในโรงละคร ไม่นานนักเขาก็ได้มาถึง ชิเอโกะเดินเข้าไปด้านในก่อนจะมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตนอย่างรวดเร็วราวกับยังไม่อยากพูดคุยกับใครทั้งสิ้นในตอนนี้ ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับร่างเล็กที่เดินไปนั่งลงข้างหน้าต่างบานกว้าง ทุกความรู้สึกในหัวใจดวงน้อยถูกแช่แข็งเอาไว้ราวกับว่าสมองยังไม่อนุญาตให้เขาต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ร่างเล็กอยากจะร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาแรงๆ แต่น่าแปลกที่ตอนนี้น้ำตากลับไม่ยอมไหลออกมา ดวงตากลมโตมองดูดวงดาวบนฟากฟ้าไกลในยามดึกสงัดของค่ำคืนที่แสนจะยาวนานด้วยหัวใจที่ปวดหน่วง
แสงตะวันค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากขอบฟ้าบ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ได้มาถึงแล้ว ชิเอโกะที่บัดนี้ยังหลับไม่ลงเลยแม้เพียงเสี้ยววินาทีค่อยๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากห้องไป บรรยากาศยามเช้าตรู่นั้นเงียบสงบไร้ซึ่งผู้คนพลุกพล่านต่างกับตอนกลางคืน เขาเดินกลับไปยังห้องที่ตนและเคนตะอาศัยอยู่ ประตูเก่าๆ ถูกเลื่อนให้เปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นกายของเคนตะที่คลุ้งไปทั่วทั้งห้องทำให้เขาหวนนึกถึงพี่ชายของตนขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม ในที่สุดขอบตาสวยก็ร้อนผ่าวขึ้นวูบ น้ำตามากมายไหลลงมาพร้อมกับความรู้สึกต่างๆ ในคืนที่เพิ่งพ้นผ่านก็พรั่งพรูเข้ามาพร้อมๆ กัน
"ฮึก…" กลั้นเสียงร้องไห้ของตนเอาไว้ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงอย่างหมดแรง ร่างเล็กคลานเข้าไปนอนบนฟูกสีขาวแล้วขดตัวแน่นอยู่ใต้ผ่าห่มราวกับต้องการเกราะกำบังก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเงียบๆ แน่นอนว่าทุกสิ่งที่ได้เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเขาเลือกเองทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครบังคับ แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดจนไม่อาจจะบรรยาย ประตูที่ถูกเลื่อนให้เปิดออกพร้อมกับเคนตะที่เข้ามาในห้องทำให้ชิเอโกะนอนลืมตานิ่ง เคนตะมองไปเห็นร่างเล็กที่นอนขดตัวหันไปอีกทางก็เอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยในน้ำเสียง
"วันนี้ไม่มีซ้อมหรือขอรับ นึกว่าท่านจะมาตอนเย็นเสียอีก" เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไปทำให้เขาเดินเข้าไปส่องดูก่อนจะพบว่าร่างเล็กกำลังนอนน้ำตาไหลพราก เคนตะรู้สึกตกใจแต่ก็ไม่ตีโพยตีพาย สายตาคมอ่อนลงแล้วค่อยๆ นั่งลงข้างกายผู้เป็นนายของตน ร่างสูงตัดสินใจเอื้อมมือแกร่งไปจับเบาๆ ที่บ่าเล็กก่อนจะเอ่ยด้วยความเป็นห่วงในน้ำเสียง
"หากท่านไม่รังเกียจ… จะลองให้ข้าน้อยเป็นพี่ชายดูสักวันก็ได้นะขอรับ ข้าน้อยทราบดีว่าหากเป็นท่านคิโยชิ บัดนี้คงจะกอดและปลอบประโลมท่านด้วยความรักและห่วงใยขอรับ" สิ้นเสียง ร่างบางก็ปล่อยโฮอย่างไม่อาจกลั้น เขาค่อยๆ หยัดตัวลุกขึ้นจากฟูกก่อนจะกอดเคนตะด้วยน้ำตาที่นองหน้า ปล่อยความอ่อนแอทั้งหมดออกมาให้เห็นโดยที่ไม่เก็บเอาไว้คนเดียวอีกต่อไป เคนตะเองก็ขอบตาร้อนผ่าวกับเสียงสะอื้นไห้อันแสนจะปวดร้าว เขากอดคนตรงหน้าเอาไว้ด้วยความห่วงใยราวกับว่าร่างบางนั้นเป็นครอบครัวคนสุดท้ายคนเดียวของเขาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในชีวิต
หลังจากการถูกประมูลขายดอกไม้ที่พ้นผ่านไป ชิเอโกะก็ยังคงถูกเรียกตัวไปพบทาดาชิอยู่อีกหลายต่อหลายครั้ง เรียกได้ว่าทาดาชินั้นถูกอกถูกใจชิเอโกะเป็นอย่างมาก เขาเลี้ยงดูปูเสื่อชิเอโกะเป็นอย่างดี ตามใจไปเสียทุกอย่างเพื่อแลกกับรอยยิ้มหวานๆ และคำพูดเอ่ยชมที่จะได้รับจากร่างบอบบาง แต่ถึงกระนั้นชิเอโกะก็เป็นคาเงมะที่ทาดาชิไม่อาจครอบครองเอาไว้คนเดียวได้ เขามีแขกมากมายที่พร้อมจะจ่ายค่าตัวแพงลิบลิ่วเพื่อที่จะได้ร่วมรักและยลโฉมคนสวยแห่งเอโดะพลางฟังเสียงครางหวานที่กระเส่าเรียกหาชื่อของพวกเขาอยู่บนฟูกสีขาว แม้จะเป็นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า ในช่วงแรกชิเอโกะไม่สามารถเลือกแขกได้นัก และด้วยเหตุนี้เองก็ทำให้เขาได้รู้มุมมืดอีกหลายอย่างของเหล่าชนชั้นสูงและขุนนางน้อยใหญ่ที่บางครั้งมักจะขอให้เขาทำอะไรแปลกๆ ระหว่างร่วมเพศด้วยกัน บางคนถึงขั้นยอมจ่ายถึงสามสี่เท่าจากค่าตัวปกติเพื่อที่จะให้ชิเอโกะร่วมรักกับเขาและเหล่าขุนนางคนสนิทในคราเดียวกัน
หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไป หัวใจของชิเอโกะนั้นก็ด้านชาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น้ำตาใสที่เคยไหลบัดนี้มันเหือดแห้งไปจนหมด เหลือก็แต่รอยยิ้มหวานจากริมฝีปากเรียวงามที่คอยหยิบยื่นคำชมให้กับแขกของตน ลิ้นเล็กไล้ไปทั่วทั้งร่างกายกำยำของชายหนุ่มที่กำลังมอมเมาอยู่กับร่างกายของเขา
[ฉาก NC สามารถอ่านได้ใน E-book ค่ะ]
นิยายอัพเป็นประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ