บทที่ 17 น้ำใจที่ไหลไปตามกระแส
ใช่แล้ว ชางโหยวมีลูกชายเพียงคนเดียว แล้วลูกสาวมาจากไหนกัน?
เด็กยังเล็กขนาดนี้ ต้องเป็ลูกนอกสมรสแน่นอน!
สมกับเป็ชางโหยวจริง ๆ กล้าพาลูกนอกสมรสมาที่งานประมูลอย่างโจ่งแจ้ง เขาไม่กลัวอิทธิพลของตระกูลหลิวเลยหรือไง?
ผู้คนพากันซุบซิบกันเบา ๆ แต่ไม่มีใครกล้าพูดเื่พวกนี้ต่อหน้าชางโหยวแน่นอน
ทางด้านชางโหยวก็สังเกตเห็นเสิ้งหงแล้ว คิดถึงว่ายังต้องมีความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทเสิ้งในอนาคต ชางโหยวจึงอุ้มถังโย่วโย่วย้ายไปนั่งอีกที่หนึ่งเพื่อเข้าไปใกล้ ๆ
"พบกับประธานเสิ้งอีกแล้ว ยินดีที่ได้พบครับ"
"ฮ่า ๆ ๆ ผมกับประธานชางก็คงมีวาสนาต่อกันจริง ๆ"
เสิ้งหงเห็นชางโหยวเดินมานั่งด้วย เขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร ทั้งสองคุยกันได้แค่สองสามประโยค สายตาของเสิ้งหงก็เหลือบไปมองถังโย่วโย่ว
เมื่อได้เจอถังโย่วโย่วอีกครั้ง เสิ้งหงก็ไม่คิดว่าชางโหยวจะพาเธอมาที่งานประมูลด้วย
"ดูเหมือนว่าประธานชางกับผมจะมีวาสนาต่อกันจริง ๆ พวกเราพาเด็ก ๆ ในบ้านมาด้วยเหมือนกัน" เสิ้งหงชี้ไปที่เสิ้งซื่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา
ชางโหยวเห็นเสิ้งซื่อก็หัวเราะใหญ่ "จริงด้วย"
ผู้ใหญ่ทั้งสองคนสนทนาโต้ตอบกันไปมา
เ้าตัวน้อยสองคนก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย
ถังโย่วโย่วอยู่ในอ้อมกอดของชางโหยว ดวงตากลมโตเป็ประกายจ้องมองที่เสิ้งซื่อไม่ยอมละสายตา เธอใช้มือน้อย ๆ ดึงแขนเสื้อของเสิ้งซื่อเบา ๆ พลางเอ่ยเสียงหวาน "พี่ชายคะ~"
เสิ้งซื่อได้ยินเสียงนั้น ร่างกายชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเบนสายตามามองเ้าตัวน้อยข้างกาย ริมฝีปากมีแววเ็าเล็กน้อยพลางเอ่ยช้า ๆ "มีอะไรเหรอ?"
นี่เป็การพบกันครั้งที่สองของพวกเขา แต่กลับเป็การสนทนากันครั้งแรก
ถังโย่วโย่วเห็นว่าเสิ้งซื่อสนใจเธอ ใบหน้ากลมก็ยิ้มหวานมากขึ้น ดวงตากลมโตโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มราวกับมีดวงดาวซ่อนอยู่ในตา เธอเอ่ยปากอย่างหวานซึ้ง "พี่ชาย หล่อจังเลย!"
"......"
เมื่อได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว ดวงตาของเสิ้งซื่อสั่นไหวเล็กน้อย เขาเบนสายตาไปทางอื่น แต่ใบหูของเขากลับแดงขึ้น
ถังโย่วโย่วน่ารักมาก แม้ว่าเสิ้งซื่อจะเติบโตมาจากต่างประเทศั้แ่เด็ก และเคยเห็นเด็กต่างชาติหน้าตาดีมากมาย แต่พวกเธอก็ไม่มีใครน่ารักเท่าถังโย่วโย่ว
โดยเฉพาะตอนที่ถังโย่วโย่วเรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า "พี่ชาย"
ในตอนนั้นจอภาพขนาดใหญ่ในห้องประชุมดับลงกะทันหัน
ถังโย่วโย่วใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว เธอรีบชักมือเล็ก ๆ ที่กำลังจับแขนเสื้อของเสิ้งซื่อกลับมา แล้วหลบไปอยู่ใต้วงแขนของชางโหยว
แล้วไฟสปอตไลท์ก็ส่องลงมาที่ห้องประชุม
นี่เป็สัญญาณว่าการประมูลกำลังจะเริ่มขึ้น แขกที่กำลังสนทนากันต่างเงียบเสียงลง ชางโหยวรู้สึกว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดสะดุ้งใ เขาจึงลูบศีรษะของถังโย่วโย่วเบา ๆ พลางพูดเสียงนุ่มนวลว่า "ไม่เป็ไรนะโย่วโย่ว การประมูลกำลังจะเริ่มแล้ว"
"ค่ะ"
ถังโย่วโย่วพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็จ้องมองขึ้นไปบนเวทีโดยไม่กะพริบตา
บนเวทีมีพิธีกรสาวสวยในชุดกี่เพ้าเดินขึ้นมาอย่างสง่างาม เธอถือไมโครโฟนเดินไปยังแสงสปอตไลท์ แล้วกล่าวกับผู้คนในงานว่า "สวัสดีทุกท่าน ฉันชื่อหลิงเอ๋อร์ รับหน้าที่เป็พิธีกรการประมูลในคืนนี้ ต่อไปนี้จะเริ่มการประมูลอย่างเป็ทางการ!"
เมื่อหญิงสาวพูดจบ ชายในเครื่องแบบสองคนก็ยกสิ่งของที่ถูกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ามา
"ขอเชิญชมสินค้าประมูลชิ้นแรกของเรา!"
"นี่คือขวดน้ำเต้าจากยุคราชวงศ์ฉิน..."
พิธีกรสาวบนเวทีแสดงสินค้าประมูลให้เห็นรอบทิศทาง ในสายตาของถังโย่วโย่วมันก็แค่แจกันธรรมดาเท่านั้น แต่กลับตั้งราคาแพงขนาดนี้ คนรวยช่างมีเงินเหลือเฟือจริง ๆ
หลังจากดูสินค้าประมูลมาหลายชิ้น ถังโย่วโย่วรู้สึกเบื่อหน่าย แต่กลับรู้สึกสนุกตอนที่ได้ฟังการเสนอราคา
ราคาเพิ่มขึ้นครั้งละล้าน ไม่มีเพดานจำกัด
ความรู้สึกที่ได้อยู่ในเหตุการณ์ มันช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ!
ชางโหยวและเสิ้งหงนั่งดูเงียบ ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะประมูล ชางโหยวไม่สนใจสิ่งของพวกนี้ ส่วนเสิ้งหงมาที่นี่ก็เพื่อประมูลของบางอย่างโดยเฉพาะ
จนกระทั่งสินค้าชิ้นที่เจ็ดถูกนำออกมา
ถังโย่วโย่วสังเกตเห็นว่าเสิ้งหงที่อยู่ข้าง ๆ ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตของเธอมองไปที่เสิ้งหงแวบหนึ่ง อะไรกัน? ในที่สุดก็จะลงมือแล้วหรือ?
เธออยากรู้อยากเห็นเหมือนกันว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่ ถึงทำให้เสิ้งหงที่นั่งนิ่งมาตลอดถึงกับมีปฏิกิริยาได้
"ทุกท่าน ต่อไปนี้จะเป็สิ่งของที่มีที่มาอันยิ่งใหญ่"
พิธีกรใช้มือทั้งสองเปิดผ้าคลุมสีแดงออก เผยให้เห็นเห็ดหลินจือไฟอายุพันปีขนาดมหึมาที่วางอยู่ด้านใน ขนาดของมันใหญ่พอ ๆ กับร่มเด็ก เห็ดหลินจือไฟแบบนี้หาได้ยากมาก ๆ
แม้แต่ถังโย่วโย่วเองก็ยังรู้สึกว่าเห็ดหลินจือไฟที่เติบโตได้ขนาดนี้ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ
"เห็ดหลินจือไฟคืออะไร คงไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับทุกคนแล้ว เห็ดหลินจือไฟที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ สรรพคุณของมันไม่อาจเทียบกับเห็ดหลินจือไฟทั่วไปได้เลย"
"ราคาเริ่มต้นหนึ่งล้านห้าแสน"
"หากใครที่อยากได้ไว้สะสม หรือมีคนป่วยอยู่ที่บ้านก็สามารถประมูลได้"
"เริ่มการประมูล!"
เสียงพูดเพิ่งจะจบลง ก็มีเศรษฐีชูป้ายขึ้นมาแล้ว
"ยี่สิบล้าน"
ตามด้วยราคา "ยี่สิบห้าล้าน"
พิธีกร "ได้ค่ะ ท่านนี้ให้ราคายี่สิบห้าล้าน มีใครจะให้ราคาสูงกว่านี้ไหมคะ?"
"ห้าสิบล้าน"
อะไรกัน? เพิ่มราคาจากยี่สิบห้าล้านเป็ห้าสิบล้านเลยเหรอ?
ผู้คนต่างพากันส่งเสียงอื้ออึงด้วยความตกตะลึง
และเสียงนั้นมาจาก… ชางโหยวที่กำลังเสนอราคาอยู่เหนือศีรษะของถังโย่วโย่ว
ถังโย่วโย่วเอ่ยเบา ๆ "คุณลุง?"
เขากำลังทำอะไรกันนะ? แม้ว่าเห็ดหลินจือไฟนี้จะมีค่า แต่ถ้าที่บ้านไม่มีคนป่วย การซื้อกลับไปก็ไม่มีความหมายอะไรเลย เก็บสะสมไว้ก็เป็แค่ของไร้ค่า สู้ปล่อยให้คนที่มีคนป่วยซื้อกลับไปไม่ดีกว่าหรือ?
"หกสิบล้าน"
ราคาเพิ่มขึ้นอีกสิบล้าน
ถังโย่วโย่วมองไปตามเสียงนั้น เป็เสียงของเสิ้งหงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
ตอนที่เห็นเห็ดหลินจือไฟถูกนำออกมา ถังโย่วโย่วก็รู้สึกได้ว่าเสิ้งหงที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้สงบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้ ดูเหมือนเขาจะตัดสินใจที่จะลงมือแล้ว
ชางโหยวยิ้มมุมปาก เหลือบมองไปด้านข้าง "ประธานเสิ้ง สนใจเห็ดหลินจือไฟนี้เหมือนกันเหรอ?"
"ฮ่ะ ๆ พอดีที่บ้านมีญาติที่ป่วยอยู่" เสิ้งหงพูดประโยคนี้ออกมา ถือเป็การอธิบาย
"อย่างนั้นเหรอ? งั้นขอโทษที่ผมก้าวก่ายครับ" ชางโหยวมองด้วยแววตาเ็า แม้คำพูดจะเป็การขอโทษ แต่น้ำเสียงกลับไม่มีความรู้สึกขอโทษแม้แต่น้อย
เสิ้งหงพูดว่า "ไม่จำเป็"
ความจริงแล้วชางโหยวไม่ได้อยากได้เห็ดหลินจือไฟนี้จริง ๆ เขาแค่อยากเก็บสะสมเท่านั้น เมื่อเสิ้งหง้ามัน ทำไมจะไม่ทำเป็มีน้ำใจให้เขาไปเสียเลยล่ะ?
ชางโหยวจึงถอนตัวออกจากการประมูล
พิธีกรประกาศ "หกสิบล้านครั้งที่หนึ่ง หกสิบล้านครั้งที่สอง"
ชางโหยวถือเป็ั์ใหญ่ในวงการ ไม่มีใครกล้าแข่งกับเขา แต่ตอนนี้เขายังถอนตัวจากการประมูลให้กับเสิ้งหง แล้วจะมีใครที่ไม่รู้จักประสาอะไรกล้าไปแข่งกับเสิ้งหงอีก?
เสิ้งหงประมูลเห็ดหลินจือไฟได้อย่างราบรื่น
ถังโย่วโย่วมองไปที่เสิ้งซื่อด้วยแววตาเป็ประกาย เธอไม่คิดว่าพี่ชายหน้าตาดีคนนี้จะมีคนป่วยอยู่ที่บ้าน ถึงกับ้าเห็ดหลินจือไฟมาประคับประคองชีวิต
เธอมองเสิ้งซื่อด้วยสายตาที่แฝงความปรารถนาดี
เสียงพิธีกรดังขึ้น "หกสิบล้านครั้งที่สาม! ขายได้!"