20 นาทีต่อมา …
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
แกร๊ก!
ตามมาด้วยเสียงประตูบานใหญ่ของห้องรับรองดังขึ้นอีกครั้ง เมเนเจอร์ของอีจุนยองเดินเข้ามาในมือหนาข้างหนึ่งถือกล่องยาปฐมพยาบาลกล่องเล็กมาด้วยส่วนมือหนาอีกข้างหนึ่งถือถุงผ้าที่ภายในบรรจุกล่องแซนด์วิชของลลิตาแล้วยื่นกล่องยาปฐมพยาบาลไปให้อีจุนยอง
“นี่ครับ” เมเนเจอร์ของอีจุนยองเอ่ย
“ขอบคุณครับ” อีจุนยองเอ่ยพร้อมรับกล่องยาจากเมเนเจอร์ สายตาพลางมองที่ถุงผ้าในมือของเมเนเจอร์ว่าถือเข้ามาทำไม
“อันนี้เป็แซนด์วิชที่ลิลลี่ทำมาให้นะครับ” เมเนเจอร์ของอีจุนยองเอ่ยพร้อมวางถุงผ้าที่บรรจุกล่องแซนด์วิชไว้บนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา
เมื่อได้ยินคำตอบที่ทำให้หายสงสัย อีจุนยองก็พยักหน้าตอบรับ สายตาก็จ้องมองยังถุงผ้านั้นสลับกับมองหน้าเ้าของแซนด์วิชที่ทำมาให้เขา
“ขอบคุณนะครับที่ทำแซนด์วิชมาให้พี่ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งนะที่ทำหนูเจ็บ” อีจุนยองเอ่ยกับลลิตาภายในใจก็แอบรู้สึกผิดที่น้องน้อยอุตส่าห์ทำอาหารมาให้แต่ตัวเขาดันแกล้งน้องจนทำน้องเจ็บซะงั้น
“หนูไม่เป็ไรแล้วค่ะพี่จุน แต่อย่าแกล้งหนูอีกก็พอละ ส่วนแซนด์วิชพี่จุนก็อย่าลืมกินด้วยนะะ”ลลิตาเอ่ยตอบพร้อมเงยหน้าสบตาอีจุนยอง
“ครับ พี่จะไม่แกล้งลิลลี่แรงแบบนี้แล้ว ครั้งหน้าพี่จะเบามือลงนะ ส่วนแซนด์วิชจะกินให้หมดเลยครับ”อีจุนยองเอ่ยตอบพลางยกยิ้มให้ลลิตา
ในขณะเดียวกันลลิตาไม่ได้เอ่ยคำใดตอบกลับเพราะภายในใจยังคงพลางคิดว่า ‘นี่ยังจะมีครั้งหน้าอีกเหรอเนี่ยยพี่จุน! หัวหนูจะแตกซะก่อนมั้ยล่ะะ!?!?’
จากนั้นมือหนาของอีจุนยองก็หยิบหลอดยาออกมา นิ้วเรียวยาวบรรจงทายาบนหน้าผากให้ลลิตาอย่างแ่เบาพร้อมเอ่ยถามความรู้สึกของหญิงสาวร่างบางตัวเล็ก
“เจ็บมั้ยครับ?” อีจุนยองเอ่ยถามนิ้วเรียวยาวก็กำลังทายาให้อย่างแ่เบา
“ไม่เจ็บค่ะ” ลลิตาเอ่ยพร้อมส่งยิ้มหวานให้อีจุนยอง
หลังจากที่ทายาบริเวณหน้ารอยแดงที่หน้าผากเรียบร้อยแล้ว เมเนเจอร์ของอีจุนยองก็หยิบเอกสารของลลิตาที่วางไว้บนโต๊ะ
“กรอกเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย? มีอะไรจะถามพี่ตรงไหนมั้ยครับ?” เมเนเจอร์ของอีจุนยองเอ่ยพลางเปิดเอกสารดูเพิ่มเติมว่าได้กรอกข้อมูลครบหรือไม่
“ลิลลี่กรอกข้อมูลครบแล้วและไม่มีคำถามอะไรค่ะ ลิลลี่เข้าใจข้อมูลทุกอย่างค่ะ”ลลิตาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมเนเจอร์ของอีจุนยองไม่เอ่ยคำใดตอบกลับและพยักหน้าตอบแทนพร้อมถือเอกสารเดินออกไปจากห้องรับรอง
.
.
ไม่กี่นาทีต่อมา …
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
แกร๊ก!
ตามมาด้วยเสียงประตูบานใหญ่ของห้องรับรองดังขึ้น เมเนเจอร์ของอีจุนยองเดินเข้ามาอีกครั้งพร้อมทีมงานอีกสี่คนซึ่งเป็ผู้หญิงสองคนและผู้ชายสองคน
“เชิญนั่งได้เลยค่ะ” ชเวซอยอนเอ่ยพร้อมผายมือไปทางเก้าอี้
ขณะเดียวกันทั้งอีจุนยอง ลลิตาและชเวซอยอนก็ลุกขึ้นยืนจากที่นั่งบริเวณโซฟาเดินก้าวเท้าไปนั่งยังเก้าอี้เดี่ยวที่โต๊ะกลางตัวใหญ่ด้วยเช่นกัน
โดยอีจุนยองนั่งในตำแหน่งบริเวณหัวโต๊ะ เมเนเจอร์นั่งในตำแหน่ง ทางข้างซ้ายถัดไปเป็ลลิตาและทีมงานหญิงและชายคู่หนึ่ง ชเวซอยอนนั่งในตำแหน่งทางข้างขวาของอีจุนยองพร้อมด้วยทีมงานหญิงและชายอีกคู่หนึ่ง
“ก่อนอื่นเลย ผมขอแนะนำคนใหม่ให้ทุกคนได้รู้จักกันก่อนนะครับ น้องชื่อลิลลี่ลลิตาครับ ประสบการณ์และผลงานผมจะจัดส่งแนบไปพร้อม เอกสารนะครับ” เมเนเจอร์ของอีจุนยองเอ่ยมือหนาผายมือมาทางลลิตา พร้อมสะกิดลลิตาให้แนะนำตัวได้เลย
ลลิตาลุกขึ้นยืนพร้อมทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “สวัสดีค่ะทุกคน ชื่อลิลลี่ลลิตานะคะ เป็คนไทยค่ะ ลิลลี่พร้อมที่จะทำงานทั้งหมดเลยนะคะไม่ว่าจะงานเบื้องหน้าหรืองานเื้ัและจะตั้งใจทำทุกงานให้ออกมาดีที่สุดค่ะ สุดท้ายนี้ลิลลี่ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ๆทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ” ลลิตาเอ่ยจบพร้อมส่งรอยยิ้มหวานจนตาหยีพลางปล่อยตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม
แปะๆๆๆ
เสียงปรบมือดังขึ้น
“ยินดีที่ได้ทำงานร่วมกันนะคะ” ทีมงานผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวพร้อมส่งยิ้มให้ลลิตา
“เรามาเริ่มอัพเดทโปรเจ็คต่างๆ กันดีกว่าค่ะ” ชเวซอยอนเอ่ยต่อ
“ค่ะ โปรเจ็คต่างๆ ที่ได้รับการอนุมัติและกำลังอยู่ใน่การดำเนินงานอยู่ในตอนนี้ก็ค่อนข้างคืบหน้าตามเป้าหมายอย่างดีค่ะจะมีปัญหาเล็กน้อยเท่านั้นแต่ไม่เป็ผลต่อโปรเจ็คค่ะ และยังไม่มีโปรเจ็คไหนที่เกิดปัญหาใหญ่นะคะซึ่งทางทีมงานได้แนบไฟล์อัพเดทเอกสารส่งอีเมลให้เรียบร้อยแล้วนะคะ” ทีมงานผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยชี้แจง
“ในส่วนโปรเจ็คใหม่ที่เข้ามา่นี้นะครับ ส่วนใหญ่เป็โปรเจ็คเกี่ยวกับไอดอลครับและโปรเจ็คส่วนใหญ่เป็ของทางค่ายXX ทั้งหมดครับ เขาต้องการให้บริษัทของเราเข้าร่วมผลิตทั้งรายการวาไรตี้มิวสิควีดิโอ เพลง และการถ่ายแบบพรีเซนเตอร์ต่างๆ ด้วยครับ” ทีมงานผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยชี้แจงต่อ
“อืม โอเคครับ แล้วมีการแบ่งโปรเจ็คใหม่กันหรือยังครับ” อีจุนยองเอ่ยเสียงเรียบ
“ตอนนี้แบ่งโปรเจ็คกันแล้วครับ จะเหลือบางโปรเจ็คเท่านั้นครับที่ยังแบ่งไม่ลงตัว”ทีมงานผู้ชายอีกคนหนึ่งเอ่ยตอบ
“อืม โอเคครับ” อีจุนยองเอ่ยตอบพลางครุ่นคิด
“งั้นให้ลิลลี่ทำงานหลักในส่วนของงานเกี่ยวกับมิวสิควีดิโอและพรีเซนเตอร์มั้ยคะ?”ชเวซอยอนเอ่ยเสนอ
“ได้ค่ะ ลิลลี่ทำได้หมดเลยๆ” ลลิตาเอ่ยตอบพร้อมพยักหน้าหงึกๆ และเอ่ยต่อ“ลิลลี่เริ่มทำงานตอนนี้ได้เลยมั้ยคะ?”
“คือว่า … หลายงานตอนนี้ยังไม่มีคิวกำหนดถ่ายนะครับ ระหว่างนี้สนใจมาทำในส่วนของรายการวาไรตี้ก่อนได้มั้ยครับมีคิวตอนบ่ายวันนี้เลยด้วยครับ” ทีมงานผู้ชายคนหนึ่งเอ่ย
“ได้ค่ะๆ ลิลลี่ทำได้ค่ะ” ลลิตาเอ่ย
“โอเคครับ เดี๋ยวผมส่งรายละเอียดเพิ่มเติมไปให้นะครับ รบกวนพิมพ์ไอดีให้หน่อยครับ”ทีมงานผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยพร้อมเลื่อนไอแพดไปให้ลลิตา
“นี่ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบพร้อมก้มหัวขอบคุณเล็กน้อย และเลื่อนไอแพดคืนทีมงานผู้ชายคนนั้น
“มีอะไรเดี๋ยวผมแจ้งในกลุ่มนะครับ” ทีมงานผู้ชายเอ่ย
“ขอบคุณค่ะ” ลลิตาเอ่ยต่อ
“สำหรับวันนี้มีเื่อะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ?” ชเวซอยอนเอ่ย
“ไม่มีค่ะ / ไม่มีครับ” ทีมงานทั้งสี่คนเอ่ยตอบอย่างพร้อมเพรียง
“แล้วจุนยองมีอะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ” ชเวซอยอนเอ่ยถามบุคคลที่นั่งนิ่งอยู่ที่นั่งตำแหน่งตัวโต๊ะ
“ไม่มีครับ” อีจุนยองเอ่ยเสียงเรียบ
“โอเคค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันได้เลยนะคะ” ชเวซอยอนเอ่ย
หลังจากนั้นทั้งทีมงานทั้งสี่คนและเมเนเจอร์ต่างก็พากันก้าวเท้าออกจากห้องรับรองไปมือบางของลลิตาคว้ากระเป๋าครอสบอดี้สีดำพร้อมสวมสะพายกำลังจะก้าวเท้าออกไปตาม
“จะเริ่มทำงานเลยจริงๆ เหรอ? แล้วไม่ไปทำงานกับพี่แล้วเหรอครับ?” อีจุนยองเอ่ยถาม
“ใช่ค่าา หนูจะเริ่มเลยแต่หนูไม่ไปกับพี่จุนหรอกนะ ฮ่าๆๆ หนูจะลองทำในส่วนนี้ดูแหละละหนูไปเตรียมตัวทำงานก่อนนะคะ ว่าจะไปแนะนำตัวกับพี่ๆ คนอื่นๆ ด้วยค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบพร้อมส่งยิ้มให้แก่อีจุนยอง
“ไม่เปลี่ยนใจหน่อยเหรอ?” อีจุนยองเอ่ยถามอีกครั้ง พลางสงสัยในใจ ‘ปกติแล้วลิลลี่ก็มักจะชอบทำงานกับเขาตลอดทำไมครั้งนี้ถึงไม่ยอมมาทำด้วยกัน’
“ฮ่าๆๆ ไม่ล่ะค่าาคุณเ้านายย ลิลลี่ไปก่อนนะคะพี่ซอยอน บ๊ายบายค่ะ … บ๊ายบายนะคะคุณเ้านายทานแซนด์วิชให้อร่อยนะคะ~” ลลิตาเอ่ยด้วยเสียงใสพร้อมโบกมือร่ำลาบุคคลทั้งสองคนที่ยังอยู่ในห้องรับรองพร้อมก้าวเท้าออกจากห้องรับรองไป