ตอนที่ 6 หลอกให้อยากแล้วจากไป
“รินก็รู้... ว่าเราต่างก็้าสิ่งเดียวกัน”
นพดลก้าวเข้าหาช้า ๆ ขณะที่พรินยืนพิงขอบอ่างล้างหน้าในท่าทางรอคอย สายตาของหล่อนเผลอเหลือบมองจุดยุทธศาสตร์ที่นูนเด่นขึ้นมาเป็ลำชัดเจน
“แต่อย่าลืมสิคะว่าเพื่อนนพกับหวานยังรออยู่ข้างนอก”
นพดลประชิดตัวจนลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนผิวเนื้อ
“อย่าห่วงสองคนนั้นเลยครับ พวกเขาไปจากโต๊ะแล้ว และน้ำหวานก็ฝากบอกว่าไม่ต้องเป็ห่วงเธอ”
“ขอบคุณค่ะที่มาบอก” พรินพอจะเดาออกว่าเพื่อนรักจะไปลงเอยที่ไหน เพราะภาพที่ทั้งคู่นัวเนียกันที่โต๊ะนั้นมันฟ้องชัดเจน
ชายหนุ่มถือโอกาสใช้หลังนิ้วลูบไล้ต้นแขนเปลือยเปล่าของพรินเบา ๆ เขาพึงพอใจที่เห็นขนแขนของหล่อนตั้งชัน นึกจินตนาการไปไกลว่าหากส่วนที่ตั้งชันนั้นคือยอดปทุมถันยามต้องปลายลิ้นของเขา มันจะน่าพิสมัยเพียงใด
เมื่อใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาหา พรินขยับตัวรับจุมพิตที่แ่เบาแต่ล้ำลึก ร่างกายสาวสะท้านเมื่อจมูกโด่งไล้ขึ้นลงสูดกลิ่นหอมกรุ่นจากซอกคอ
“เราไปต่อกันบนห้องเถอะครับ” เขาอ้อนวอนด้วยเสียงหอบพร่า
แต่ในนาทีนั้นเอง พรินกลับออกแรงยันเขาให้ออกห่าง
“รินไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นนะคะ”
นพดลไม่ยอมแพ้ เขาโผเข้ากอดรัดร่างบางอีกครั้ง คราวนี้เขาผลักหล่อนเข้าหาผนังห้อง รวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะ
“มามีความสุขด้วยกันเถอะน่า...”
เขาซุกใบหน้าลงที่ร่องอก บดจมูกและริมฝีปากเข้ากับเนินอกอวบอูมอย่างหื่นกระหาย พรินผ่อนลมหายใจหอบกระชั้น มือที่เคยถูกพันธนาการเมื่อหลุดเป็อิสระก็ขยุ้มเข้าที่เส้นผมของเขา กดศีรษะชายหนุ่มให้แแ่ยิ่งขึ้น
“ไม่... ไม่ใช่ที่นี่...” เสียงหล่อนสั่นสะท้าน
“งั้นเราไปเปิดห้องกัน!” เขาขบเม้มซุกไซ้จนเกือบถึงยอดถันใต้บราลูกไม้ พรินรีบเบี่ยงตัวหลบ
“อย่าค่ะนพ... ไม่นะคะ!”
ชายหนุ่มหาได้มีความปราณี เขาเลื่อนมือแข็งแรงมาเคล้าคลึงสองเต้าอย่างหนักมือ จนพรินต้องดีดตัวออกมา ยืนห่างจากบุรุษที่มองหล่อนด้วยสายตาหิวโหยเหมือนเด็กอยากขนมหวาน
“ที่นี่แหละ ตอนนี้แหละที่ผม้า!” น้ำเสียงเขากึ่งอ้อนวอนกึ่งคำสั่ง
“ไม่ค่ะ” พรินตอบเสียงแข็งขืนพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
“ริน้าอะไรว่ามาเลย ผมขอแค่ให้เราทำต่อให้จบ!” นพดลโพล่งออกมาอย่างหมดความอดทน
พรินยิ้มเหยียดให้อภัยกับคำพูดที่ดูถูกศักดิ์ศรีนั้น
“ได้ค่ะ รินยินดีจะมอบความสุขให้นพ... เมื่อ...”
นพดลที่ถูกเพลิงสวาทครอบงำจนตัวแข็งทื่อจ้องมองหล่อนเขม็ง
“เมื่อ... เมื่อไหร่?”
พรินหมุนกายเดินตรงไปที่ประตูแล้วเปิดออก ก่อนจะก้าวออกไป หล่อนหันกลับมาขยิบตาพร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายแทบกระอัก
“เมื่อ... โชคชะตาพาเรามาพบกันอีกครั้งค่ะ”
ประตูห้องน้ำปิดลงแล้ว แต่นพดลยังคงยืนนิ่งค้างพยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา หล่อนหลอกให้เขาเฝ้ารอ... และดูเหมือนโชคชะตาจะมาเร็วกว่าที่คิด เมื่อประตูห้องน้ำเปิดออกอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้ไม่ใช่พริน แต่เป็หญิงสาวเ้าเนื้อคนหนึ่งที่เดินเข้ามา เธอมีสีหน้าตื่นใสุดขีดเมื่อเห็นผู้ชายยืนอยู่ในห้องน้ำหญิงเพียงลำพัง
“ว้าย!... นี่ห้องน้ำหญิงไม่ใช่เหรอคะ!”
นพดลสะดุ้งสุดตัวเหมือนถูกน้ำเย็นจัดราดรดลงบนกองเพลิงที่กำลังคุโชน ความกำหนัดที่เคยพุ่งพล่านหดหายไปในพริบตา เขารีบปรับสีหน้าและท่าทางให้ดูเป็ปกติที่สุด แม้ว่าในใจจะอยากสบถออกมาดังๆ ก็ตาม
“ขอโทษครับ! ผมเข้าผิด... พอดีมึนไปหน่อย” เขาพึมพำเสียงตะกุกตะกักพลางก้มหน้าเดินเลี่ยงหญิงสาวเ้าเนื้อคนนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อก้าวออกมาถึงโถงทางเดินที่ว่างเปล่า ความเงียบงันกลับทำให้นพดลรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของพรินยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ัันุ่มนวลที่ปลายนิ้วยังไม่จางหายไป แต่นางแมวสาวยั่วสวาทกลับทิ้งเขาไว้กลางทางพร้อมกับบทสรุปที่ทำเอาเขาจุกจนพูดไม่ออก
“โชคชะตาอย่างนั้นเหรอ...” เขาแค่นยิ้มกับตัวเองพลางลูบหน้าเรียกสติ
ณ ลานจอดรถของโรงแรม
พรินก้าวเดินอย่างมั่นคง เสียงส้นเข็มกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็จังหวะสง่างาม หล่อนไม่ได้มีท่าทีลนลานหรือหวาดกลัวอย่างที่แสดงในห้องน้ำแม้แต่น้อย มือเรียวหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าหรู กดส่งข้อความสั้น ๆ ถึงน้ำหวาน
“รินกลับก่อนนะ หวานสนุกให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วง”
หล่อนรู้ดีว่าน้ำหวานคงไม่ว่างมาอ่านตอนนี้ และนั่นก็เป็ไปตามแผน พรินไม่ได้โกรธนพดลที่รุกรานหล่อนอย่างป่าเถื่อน กลับกัน หล่อนพึงพอใจเสียด้วยซ้ำที่เห็นผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองสูงอย่างเขาต้องตกเป็หมากในเกมที่หล่อนเป็คนคุม
“โชคชะตาสั่งทำได้เสมอค่
ะนพดล” พรินพึมพำกับตัวเองขณะขึ้นไปนั่งบนรถก่อนขับออกไปในความมืดของราตรีกาล