จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 161 ค่ายฝึกฝนร่างกายของไป่ฉี 4 Re

            มู่ซื่อเฉิง  ไป๋หู่  หลี่ซีหยานและพวกต้าถง  เดินทางมาถึงอาคารหลังที่ 2 แล้ว  เมื่อพวกเขาเปิดเข้าไปก็พบไต้ซือหานเอ้อหลางอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้สิ่งที่คั่นระหว่างไต้ซือกับพวกเขานั้นเป็นหุ่นไม้สำหรับฝึกกังฟู  เพียงแต่มันต่างกันตรงที่บางตัวจะมีใบมีดติดเอาไว้ด้วย  ลักษณะห้องเป็นห้องกว้าง 5 เมตร  ยาว 10 เมตรเหมือนเดิม  หากแต่เพดานด้านบนมีหนามแหลมคมเต็มไปหมด


            “ไต้ซือ  ด่านนี้ท่านก็เป็นคนคุมอีกแล้วเหรอครับ” มู่ซื่อเฉิงถาม  หานเอ้อหลางพยักหน้าช้า ๆ  ดวงตายังคงปิดสนิท


            “ท่านช่วยอธิบายกฎของด่านนี้ได้หรือไม่” หลี่ซีหยานกล่าว


            “กรรมใดใครก่อ  กรรมนั้นคืนสนอง” หานเอ้อหลางกล่าวเป็นประโยคสั้น ๆ  แต่หลายคนก็เข้าใจในทันที


            “ท่านหมายความว่ายังไงเหรอ” ไป๋หู่ถาม


            “นายเคยฝึกกระบวนท่าต่อสู้กับหุ่นไม้ฝึกกังฟูทั่วไปไหม” หลี่ซีหยานถาม


            “เคย  แต่มันไม่ได้ติดใบมีดไว้แบบนี้” ไป๋หู่กล่าว


            “งั้นจะเกิดอะไรขึ้นถ้านายปัดส่วนใดส่วนหนึ่งของพวกมัน” หลี่ซีหยานยังคงถามต่อ


            “อีกด้านก็จะหวดเข้ามา......งี้นี่เอง  เข้าใจแล้ว” ไป๋หู่เข้าใจสิ่งที่หลี่ซีหยานต้องการจะสื่อ


            “มันหมายความว่ายังไงกัน  ซีหยาน” ต้าถงถาม


            “หุ่นฝึกกังฟู  ทุกครั้งที่นายปัดส่วนใดส่วนหนึ่งของมัน  อีกส่วนก็จะหวดเข้าโจมตีนาย   ถ้าเป็นหุ่นฝึกตามปกตินายก็อาจจะแค่ฟกช้ำ  แต่หุ่นพวกนี้ติดใบมีด  นั่นหมายความว่ายิ่งนายโจมตีหุ่นพวกนี้แรงขนาดไหน  ใบมีดที่ติดอยู่อีกส่วนของหุ่นก็จะฟันนายแรงขึ้นเท่านั้น และคาดว่าเพดานข้างบนคงจะค่อย ๆ ลดระดับลงมาต่ำลงเรื่อย ๆ อีกด้วย” หลี่ซีหยานอธิบาย


            “พูดง่าย ๆ ก็คือ กรรมใดใครก่อ  กรรมนั้นคืนสนอง  แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดผ่านการโจมตีของหุ่นฝึกกังฟูพวกนี้สินะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “ใช่” หลี่ซีหยานตอบสั้น ๆ


            “หากพวกเจ้าพร้อมก็ขอให้บอก  เราจะได้ทำการเริ่มด่านทดสอบ” หานเอ้อหลางกล่าว


            หลี่ซีหยาน  ไป๋หู่พยายามสำรวจหุ่นแต่ละตัวอย่างละเอียด  เพื่อหาจุดที่มีใบมีดน้อยสุด พร้อมกับคิดวิธีฝ่าไปให้ถึงอีกฝั่งหนึ่งให้เร็วที่สุด  เมื่อพวกเขาได้ข้อสรุปกันแล้วจึงตกลงกันเป็นครั้งสุดท้าย


            “จำเอาไว้  คราวนี้พวกเราจะตาม ๆ กันไป  หากมีใครพลาด  คนที่ยังไม่พลาดให้ไปต่อไม่ต้องสนใจ  เพราะในครั้งนั้นพวกนายอาจจะผ่านในรอบเดียวเลยก็ได้” หลี่ซีหยานกล่าว


            “ไต้ซือ พวกเราพร้อมแล้ว” มู่ซื่อเฉิงตะโกนบอกหานเอ้อหลางที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง


            “เช่นนั้น  เริ่มการทดสอบได้” หลังหานเอ้อหลางประกาศ  เพดานหนามด้านบนเริ่มเคลื่อนลงมาช้า ๆ ทันที


            “พวกเราไปกันเถอะ” ไป๋หู่เป็นคนนำไปก่อน


            พวกเขาติดอยู่ด่านนี้นานถึง 1 สัปดาห์ (นับพระอาทิตย์ขึ้นและตกเอา) จึงจะสามารถผ่านกันมาได้  พวกต้าถงนั้นตายกันหลายรอบมาก  ส่วนคนที่ผ่านได้คนแรกคือไป๋หู่  ตามมาด้วยหลี่ซีหยาน และมู่ซื่อเฉิง  การผ่านด่านที่ 2 นี้นั้นทำให้พวกต้าถงบอกว่าก่อนจะไปด่านถัดไป  อยากจะให้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานช่วยสอนวิชากระบวนท่าให้พวกเขาหน่อย  อย่างน้อยก็เพื่อฝึกปฏิกิริยาตอบโต้


            สิ่งที่ดีสำหรับการอยู่ที่นี่คือไม่หิว  ไม่กระหาย  แต่เหนื่อยและล้าได้เหมือนโลกจริง  พวกเขาปักหลักฝึกกระบวนท่ากันอยู่จนชำนาญระดับหนึ่ง  ซึ่งก็ใช้เวลาในฝันนิรันดร์นี้ไปอีกครึ่งเดือน  จึงเดินทางไปยังอาคารที่ 3  ภายในตัวอาคารคราวนี้เป็นกำแพงหินสูงจนถึงเพดาน  มีช่องทางเข้าแค่ช่องเดียว  ตรงทางเข้านั้นพวกเขาก็พบกับหานเอ้อหลางอีกครั้ง  ครั้งนี้ไต้ซือรูปนี้ยังคงเป็นผู้คุมด่านทดสอบอีก


            “คารวะไต้ซือ  โปรดแจ้งกฎของด่านนี้แก่พวกเราด้วย” เป็นหลี่ซีหยานเอ่ยขึ้น


            “วงกตแห่งจิตใจ  มนุษย์ผู้ไม่ลุ่มหลงในสิ่งอันเป็นความว่าง  จักพบทางสว่าง” หานเอ้อหลางกล่าว


            “โปรดอธิบายให้ละเอียดด้วย” หลี่ซีหยานกล่าว


            “ทางออกมี 2 ทาง  ทางแรกคือการนำสมบัติเทพทั้ง 4 ทิศ  คือรูปปั้นสัตว์เทพไปประจำตามทิศให้ถูกต้อง  แล้วทางออกจะเปิดขึ้น  ทางออกที่ 2 นั้นพวกเจ้าจะหาพบหากมีจิตไม่ละโมบ  ระหว่างนั้นเพดานจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงมาเรื่อย ๆ ขอให้พวกเจ้าโชคดี” กล่าวจบหานเอ้อหลางก็หายตัวไปอีกครั้ง


            “เรามาเริ่มวางแผนกันเถอะ  อย่างแรกที่เราต้องทำคือแผนที่” หลี่ซีหยานยังคงเป็นกุนซือในการวางแผนอีกเหมือนเดิม


            “พวกเราจะเดินเข้าไปและทุกครั้งที่ถึงทางแยกให้แต่ละคนแยกไปตามทางแยก  ตกลงไหม” หลี่ซีหยานกล่าว


            “แล้วตำแหน่งของสมบัติเทพทั้ง 4 ทิศล่ะ  ดูเหมือนจะมีแค่นาฬิกาของฉันเท่านั้นที่มีเข็มทิศ  จะเอายังไงดี” มู่ซื่อเฉิงถาม


            “งั้นให้ซื่อเฉิงรับผิดชอบเรื่องตามหาแท่นวางสมบัติทั้ง 4 ด้าน  ส่วนพวกเราจะเดินไปด้วยและหาห้องที่เก็บรูปปั้นสัตว์เทพทั้ง 4 ไว้เอง” หลี่ซีหยานกล่าว


            เมื่อวางแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พวกเขาก็เข้าไปยังเขาวงกตทันที  ภายในมีแต่กำแพงหินเหมือน ๆ กันทั้งนั้น  ไม่สามารถบอกได้ว่าทางไหนพวกเขาเคยผ่านมาแล้วบ้าง  เพดานหินข้างบนเริ่มสั่นเล็กน้อย  แสดงว่ามันเริ่มที่จะเคลื่อนลงมาแล้ว  เพียงแต่ช้ามากจนแทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย


            รอบแรกจบลงด้วยการที่พวกเขาถูกเพดานทับตาย  โดยพวกเขาหาห้องเก็บรูปปั้นสัตว์เทพเจอ 2 ห้อง และห้องที่มีแท่นวางรูปปั้นสัตว์เทพอีก 1 ห้อง  นอกจากนี้พวกเขายังเจอห้องที่มีกับดักอีก 5 ห้อง  บางห้องเข้าไปแล้วพื้นห้องจะเปิดทำให้ตกลงไปข้างล่าง  ซึ่งมีหนามแหลมคมรออยู่เบื้องล่าง  บางห้องเข้าไปแล้วทางออกจะถูกปิดและกำแพง 2 ข้างจะบีบอัดเข้ามาบี้พวกเขาให้กลายเป็นเนื้อบด


            เมื่อพวกเขาฟื้นขึ้นมาที่ปากทางเข้าเขาวงกต  ทุกคนเริ่มใช้ของที่สามารถขีดเขียนได้มาขีด ๆ เขียน ๆ ที่พื้น  ทำให้แผนที่บางส่วนปรากฎต่อสายตาของพวกเขา


            “ไปกันต่อเถอะ” ไป๋หู่กล่าว  หลังตกลงแผนงานกันเรียบร้อยแล้ว


            “ใช่  ยังไงก็ต้องหาทางเดินส่วนที่เรายังไม่รู้อีก” หลี่ซีหยานกล่าว


            รอบที่ 2 ครั้งนี้พวกเขาสำรวจเขาวงกตแห่งนี้ได้เพิ่มมากขึ้น  ตอนนี้ก็เกือบจะครบแล้ว  ทั้งห้องที่มีรูปปั้นสัตว์เทพ  กับห้องที่ต้องนำรูปปั้นสัตว์เทพไปวาง  พวกเขาไม่รอช้ารีบเข้าไปลุยต่อทันทีในรอบที่ 3


            รอบที่ 3 หลี่ซีหยานได้ให้กลุ่มของต้าถงแยกย้ายกันไปเอารูปปั้นสัตว์เทพ และเอาไปไว้ยังแท่นที่ถูกต้อง  ส่วนเขากับไป๋หู่และมู่ซื่อเฉิงจะสำรวจจุดที่ยังไม่ได้สำรวจ  เมื่อพวกต้าถงวางรูปปั้นสัตว์เทพตามตำแหน่งถูกต้องแล้ว  พวกเขากำลังจะกลับไปรวมกันตรงจุดนัดพบในเขาวงกตแห่งนี้  แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นคือสมบัติและเหรียญทองมากมายกองอยู่ตรงหน้าพวกเขา  เพื่อนของต้าถงกำลังจะเข้าไปหยิบพวกมัน  แต่ต้าถงเตือนเอาไว้


            “อย่าแตะต้องมัน  ถ้าแตะ พวกเราตายแน่  ของพวกนี้เป็นกับดัก  เป็นความว่างที่ไต้ซือกล่าวไว้  หากโลภก็จะพบกับจุดจบ  หากไม่  เราจะพบกับแสงสว่าง” ต้าถงกล่าว  เพื่อนของเขาได้ฟังและคิดตาม  ก็พยักหน้าเห็นด้วย  พวกเขารีบหาทางอื่นที่จะไปสมทบกับพวกมู่ซื่อเฉิง


            “อ๊ะ ทำไมกันล่ะ ร่างกายของพวกเรากำลังหายไป” เพื่อนในกลุ่มต้าถงกล่าวขึ้น


            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ต้าถงมองดูมือของตนเองที่เริ่มจางหายไปทุกที


            เพียงไม่นานกลุ่มของต้าถงก็หายไปจากวงกตแห่งนี้  เมื่อพวกเขารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตนเองมาอยู่ตรงทางเข้าอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้ทางเข้ากลับปรากฎร่างของไต้ซือหานเอ้อหลางอยู่


            “ไต้ซือ  นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ต้าถงถาม


            “พวกเจ้าพบทางออก โดยผ่านด่านแห่งจิตใจ  นั่นคือทางออกที่ 2 ยังไงล่ะ” หานเอ้อหลางตอบ


            “แล้วกลุ่มของมู่ซื่อเฉิง ไป๋หู่ กับหลี่ซีหยานล่ะ” เพื่อนของต้าถงถาม  เขามองไปรอบ ๆ  แต่ไม่เห็นเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง


            “หือ มาโผล่อีกด้านหนึ่งจนได้” เสียงของไป๋หู่ดังขึ้น  ไม่นานพวกต้าถงก็เห็นไป๋หู่  หลี่ซีหยานและมู่ซื่อเฉิงเดินออกมาจากช่องทางด้านหลังหานเอ้อหลาง


            “ยินดีด้วย  พวกเจ้าผ่านด่านทดสอบที่ 3 แล้ว” หานเอ้อหลางกล่าว


            “ไม่คิดเลยว่าหลังจากรูปปั้นสัตว์เทพถูกวางจนครบ  ทางออกจะปรากฏขึ้นตรงกลางเขาวงกต  แถมเป็นอุโมงใต้ดินอีกด้วย” หลี่ซีหยานกล่าว


            “สรุปคือเขาวงกตที่พวกเราเข้าไปนั้นหากอยู่ในพื้นระดับเดียวกัน  ไม่ว่าจะเดินหาทางออกยังไงก็ไม่มีทางหาทางออกเจอสินะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “สัตว์ทั้งหลายเวียนว่ายในวัฏฏะสงสาร  ไร้ซึ่งทางหลุดพ้น  ต้องดับเหตุแห่งทุกข์จึงเห็นทางสว่าง” หานเอ้อหลางกล่าวก่อนจะหายตัวไปอีกครั้งหนึ่ง


            “พวกเรานอนพักกันสักหน่อยแล้วกัน” หลี่ซีหยานกล่าว


            “เห็นด้วยเลย  ตอนนี้ล้าเต็มที่แล้วเนี่ย” ต้าถงกล่าว


            “ตอนถูกบดด้วยกำแพงเจ็บชะมัดเลย  คิดว่าจากนี้ต่อให้ฉันโดนฟันแขนขาขาดคงเฉย ๆ แล้วละมั้ง” ไป๋หู่กล่าว


            ขณะที่เพื่อนของไป่ฉีผ่านด่านที่ 3 แล้ว  ด้านนอก  ไป่ฉีกำลังเติมกำยานและใช้อักขระลมปราณกระตุ้นร่างกายของพวกเพื่อน ๆ  การฝึกแบบนี้นั้นสิ้นเปลืองพลังงานของร่างกายจำนวนมาก  เขาจำต้องคอยกรอกอาหารลมปราณขั้นสูงที่ละลายเป็นน้ำให้คนธรรมดาที่ไม่ฝึกปราณสามารถดูดซับได้


            “พวกนั้นผ่าน 3 ด่านไปแล้วสินะ  ถึงจะช้าไปหน่อยก็เถอะ” ไป่ฉีพึมพำขึ้นมา


            ภายในฝันนิรันดร์

            กลุ่มเพื่อนของไป่ฉีได้เข้าสู่ด่านที่ 4 เป็นด่านฝึกการก้าวเท้า  ให้ก้าวโดยใช้กฎที่หานเอ้อหลางเป็นผู้กำหนด  หากก้าวผิด จะมีหนามแทงขึ้นมาใส่ทันที  นอกจากก้าวให้ถูกต้องแล้ว  การลงน้ำหนักเท้า  การรักษาสมดุล  ความต่อเนื่องในการก้าวแต่ละก้าว  หากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวหมายถึงความตาย  เพื่อนของไป่ฉีติดอยู่ด่านนี้ 1 เดือนภายในแดนฝันนิรันดร์นี้


            ด่านที่ 5 เป็นลานกว้าง  พวกเพื่อนของไป่ฉีต้องเจอกับบททดสอบที่หนักหนา  นั่นคือลูกหินขนาดเท่ากำปั้นถูกยิงใส่พวกเขาทุกทิศทาง  ไป๋หู่ที่รับตรง ๆ เพียงครั้งแรกก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย  สุดท้ายพวกเขาก็ตายเพราะถูกหินพุ่งกระแทกหัว  ในด่านนี้พวกเขาได้เรียนรู้หลักของไทเก๊ก  ใช้อ่อนสยบแข็ง  หลักสมดุลของธรรมชาติ  ด่านนี้พวกเขาใช้เวลาไปอีก  3 เดือนจึงจะชำนาญไทเก๊กในระดับที่สามารถนำมาใช้รับมือหินในด่านทดสอบได้


            ด่านที่ 6 ภายในอาคารเต็มไปด้วยต้นไม้สูงกว่าตัวคนนิดหน่อย  บททดสอบนั้นเป็นการใช้กระบี่ไม้ตัดใบไม้ที่ร่วงหล่น  หากมีหลุดรอด  ใบไม้ที่ไม่ผ่านการตัดตกถึงพื้นจะกลายเป็นระเบิดทันที  ในครั้งแรกของการทดสอบ  เศษซากอวัยวะมนุษย์กระจัดกระจายเกลื่อนไปทั่ว  แม้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานจะฟันโดน  แต่เมื่อมันไม่ขาดออกจากกัน  พอตกถึงพื้นก็ระเบิดอยู่ดี  พวกเขาติดอยู่ที่ด่านนี้ถึง 6 เดือน  ที่ผ่านมาได้เพราะใช้หลักไทเก๊กช่วยด้วย  เมื่อผ่านด่านที่ 6 พวกเขาก็สำเร็จหมัดไทเก๊กขั้นกลางไปแล้ว


            หานเอ้อหลางจ้องมองเหล่าเด็กหนุ่มที่ไม่ย่อท้อ  มีความรักสามัคคีกันดี  แม้ตอนแรกพวกเขาจะไม่ค่อยสนิทกันก็ตาม  แต่หลังจากฝึกฝนและฟันฝ่าบททดสอบมาถึง 6 บททดสอบ  ตอนนี้พวกเขาสนิทกันมากกว่าแต่ก่อนจริง ๆ


            “หากพวกเขาฝึกยุทธกันทั้งหมด  ยุทธภพต้องสั่นสะเทือนเป็นแน่” หานเอ้อหลางกล่าว


            “ให้พวกเขาใช้ชีวิตตามปกติ  ดีกว่าเข้ามาในวังวนของอำนาจมืดพวกนี้  พวกเขาตั้งใจจะเป็นนักกีฬา  เชื่อสิว่าไทเก๊กจะเป็นประโยชน์กับกีฬาบาสกับฟุตบอลแน่ ๆ หึหึ” ไป่ฉีแค่คิดถึงการใช้ไทเก๊กในการหลอกล่อและปั่นหัวคู่แข่งที่จะเข้ามาแย่งลูกบาสในมือก็อดตื่นเต้นไม่ได้

    ________________________________

    ศูนย์ฝึกอบรม LSAไป่ฉีกับชิงชิงเห็นป้าจางกำลังต่อคิวซื้อ ลองกอง จากรถกระบะที่มาเร่ขาย แต่เพียงไม่นานก็เกิดเรื่องจนได้แม่ค้า : เชิญจ้า ลองกอง ตันหยงมัส สดใหม่จากสวนเลยจ้าป้าจาง : ของปลอมแม่ค้า : อย่ามากล่าวหากันสิคะคุณ ของเราเป็นลองกอง ตันหยงมัส แท้นะคะป้าจาง : แม่ค้ามัดชัด ๆ บอกตันหยงมัดได้ยังไง นี่มันหลอกลวงลูกค้าชัด ๆแม่ค้า : ............ชิงชิง : ............

    ไป่ฉี : ..........

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน