หลังจากที่พูดจบซูเจียวเจียวก็จ้องมองเซียวหยวนหมิงอย่างไม่กะพริบตา ใบหน้าฉายแววกังวลและประหม่า
เซียวหยวนหมิงเอ่ย“ไม่ว่าคุณจะทำอะไรกับผม ผมก็จะไม่โกรธคุณหรอกครับยิ่งไปกว่านั้นนั่นมันก็เป็นแค่ความฝัน”
ดวงตาของซูเจียวเจียวแดงก่ำในทันใด“นั่นไม่ใช่แค่ความฝันสำหรับฉันค่ะ แต่มันเหมือนชาติที่แล้วเลย…”
เซียวหยวนหมิงกอดเธอแน่นขึ้น“อันที่จริงในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผมก็ฝันอยู่เรื่อยๆ นะครับ…”
ซูเจียวเจียวหวนนึกถึงความฝันที่เขาเห็นเมื่อคราวที่ถูกดินถล่มฝังร่างดวงตาพลันเปล่งประกาย “ฝันถึงเรื่องที่เกี่ยวกับฉันใช่ไหมคะ?”
เซียวหยวนหมิงพยักหน้า“อืม ฝันว่าคุณยืนกรานจะหย่ากับผมสอบติดมหาวิทยาลัยที่ตัวเมืองมณฑลบ้านเกิดของคุณ ผมมอบเงินทั้งหมดที่หามาได้ให้คุณแต่คุณก็ยังจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย”
พูดไปเขาก็ใช้นิ้วบีบแก้มเธอเบาๆ“คุณนี่มันคนใจร้ายจริงๆ เลย ใช้ผมเสร็จแล้วก็ทิ้งผมไป”
น้ำตาของซูเจียวเจียวไหลพรั่งพรูออกมาทันที“อาหมิง! ขอโทษนะคะ! ฮือๆๆ ... ฉันผิดไปแล้ว...”
พูดไปเธอก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“เจียวเจียว คุณอย่าร้องไห้สิ ผมผิดเอง ผมมันไม่ดีเองต่างหาก…” เมื่อเห็นหญิงสาวตัวเล็กๆ ในอ้อมแขนร้องไห้สะอึกสะอื้นดุจแพรฝนเซียวหยวนหมิงก็รู้สึกปวดใจ เขาเอื้อมมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเธอทันทีแล้วจูบซับน้ำตาที่มุมตาเธอเบาๆ “แม้ว่าเรื่องที่คุณพูดจะเป็นเรื่องจริงผมก็ไม่โทษและไม่โกรธคุณด้วย คุณอย่าร้องไห้ได้ไหมครับ? ถ้าคุณร้องไห้อีกละก็หัวใจผมคงแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ”
ซูเจียวเจียวซบอยู่ในอ้อมแขนเขาส่งเสียงสะอื้นฮัก “อาหมิงคุณจำเรื่องราวในอดีตได้ด้วยหรือคะ?”
เซียวหยวนหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้า “น่าจะอย่างนั้นนะครับเรื่องที่คุณพูดกับเรื่องที่ผมฝันก็คล้ายกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็น่าจะฝันเห็นเรื่องราวในชาติที่แล้วจนหมดแล้ว”
พูดไปเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา“ว่าไปแล้วก็ต้องขอบคุณคุณนะครับ ถ้าไม่ใช่คุณละก็ผมก็คงไม่ฝันเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตนี่มันเหมือนความสามารถในการหยั่งรู้อนาคตเลยผมว่าตัวเองก็สามารถทำธุรกิจต่อไปได้เหมือนชาติที่แล้วเพื่อกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย”
ซูเจียวเจียวอดหัวเราะออกมาไม่ได้“ชาตินี้คุณเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจิงเฉิงนะคะ”
เซียวหยวนหมิงวางคางบนไหล่ของเธอ“เจียวเจียว ขอบคุณนะครับ! ขอบคุณที่รู้เรื่องชาติที่แล้วแล้วชาตินี้ก็ยังยอมลงมาที่ชนบทเพื่อตามหาผม แต่งงานกับผมและมอบชีวิตที่แตกต่างออกไปให้ผม และขอบคุณที่ช่วยพี่สาวของผมทั้งยังช่วยหยวนหยวนด้วย…”
ในฝันเขาเห็นใบหน้าของพี่สาวที่ร้องไห้และกรีดร้องปานจะขาดใจ เห็นหลุมศพเล็กๆของหยวนหยวน เขาก็รู้ว่าในชาติที่แล้วหยวนหยวนตายตั้งแต่เด็กพี่สาวของเขาไม่สามารถรับมือกับความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ได้ จึงเสียสติไป
ซูเจียวเจียวประคองใบหน้าเซียวหยวนหมิงแล้วจูบเขาอย่างลึกซึ้ง “คุณต้องขอบคุณตัวเองนะคะไม่ใช่ขอบคุณฉัน ในชาติที่แล้วฉันติดค้างคุณมากมายชาตินี้ฉันจะใช้พลังทั้งหมดที่มีในชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อรักคุณ!และครอบครัวของคุณด้วย!”
ซูเจียวเจียวคิดทบทวนดูดีๆแล้ว อันที่จริงในชาติที่แล้วความรักที่เธอมีต่อจี้หลิงนั้นไม่ได้ลึกซึ้งอะไรเลย
ปัจจัยหลักๆเกิดจากความไม่ยินยอมและความโกรธแค้นในใจเธอมากกว่า
แววตาที่ผิดหวังของพ่อการลำเอียงของแม่ การทรยศหักหลังของน้องสาวและคู่หมั้นทำให้เธอแทบรับมือกับความเสียหายครั้งใหญ่ไม่ได้เธอถูกความโกรธแค้นและความชิงชังบดบังดวงตาตั้งใจเพียงแต่จะกลับไปในเมืองเพื่อทวงความยุติธรรมให้ตัวเองถามพวกเขาว่าทำไมถึงทำกับเธอแบบนั้น!
เธอทำอะไรผิดไปกันแน่!
จนถึงขนาดละเลยผู้ชายที่อยู่เคียงข้างเธอไป
หลังจากกลับมาในเมืองเธอก็ตั้งใจจะทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เธอจึงเดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาหาความรู้ด้วยความเศร้าโศกและสิ้นหวังเธอจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรแห่งความรู้ปล่อยให้การเรียนรู้คอยบดบังความรู้สึกตัวเองไม่หยุดหย่อน ในที่สุดก็มองทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดาไป
หลังจากนั้นเธอก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าแท้จริงแล้วในใจของเธอกลับหลงรักผู้ชายซื่อๆ อย่างเซียวหยวนหมิงไปนานแล้ว
แต่เธอก็ไม่มีหน้าไปหาเขา
เธอเป็นฝ่ายทรยศเขาเป็นฝ่ายทอดทิ้งเขาก่อน เธอจะมีหน้าไปหาเขาได้อย่างไรกัน?
ในตอนนั้นเธอมักจะเห็นเขาปรากฏตัวในข่าวและหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ
เขาดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมรอบกายเปล่งประกายเสน่ห์น่าหลงใหล ไม่เหลือเค้าของคนในอดีตแม้แต่น้อย
ท่าทางของเขายังคงสง่างามใบหน้าของเขายังคงหล่อเหลา แต่ลมหายใจของเขากลับเย็นชามากขึ้น
เขาคงไม่อยากเจอเธอหรอกกระมัง
แต่กลับไม่คิดเลยว่าภายหลังเขาจะมาตามหาเธอและต้องการคืนดีกับเธออีกครั้ง
ที่แท้เขาก็ยังคงรอเธอรอเธอมาหลายปีแล้ว
“ผมก็จะรักคุณต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง” เซียวหยวนหมิงจูบตอบเธออย่างหนักหน่วง
ความคิดของซูเจียวเจียวถูกเขาดึงกลับมา
ครึ่งค่อนวันผ่านไปทั้งสองจึงแยกจากกันอย่างอาลัยอาวรณ์
ซูเจียวเจียวราวกับนึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยถาม “อาหมิง คุณฝันไปถึงไหนแล้วหรือคะ?”
เซียวหยวนหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย“ผมฝันว่าหลังจากทำธุรกิจจนกลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว ก็ไปหาคุณเพื่อที่จะแต่งงานกับคุณอีกครั้ง”
ซูเจียวเจียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยคาดไม่ถึงว่าความฝันของอาหมิงยังไม่จบเลย!
แต่เดิมเธอคิดจะถามอาหมิงถึงเรื่องที่เขาอาจฝันเห็นภาพเหตุการณ์ที่ตัวเขาตกน้ำลงไปช่วยเหลือคน...
“อาหมิง ชาติที่แล้วคุณตกน้ำตายค่ะ วันก่อนที่เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันคุณกลับจากงานเลี้ยงตอนกลางคืน เห็นคนตกน้ำก็เลยกระโดดลงไปช่วยคนแล้วก็ไม่ขึ้นมาอีกเลย”
ซูเจียวเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย“ถ้าวันหลังคุณเจอคนตกน้ำ ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนลงไปช่วยคนนะคะให้ตะโกนเรียกคนมาช่วยก่อน แล้วหาอุปกรณ์ที่สามารถช่วยคนได้ ห้ามลงน้ำเองอีกนะคะ”
ทุกคนต่างพูดว่าการช่วยชีวิตหนึ่งคนดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น
แต่ซูเจียวเจียวไม่ต้องการเจดีย์เจ็ดชั้นอะไรนั่นเธอเพียงแค่อยากให้ผู้ชายซื่อๆ คนนี้อยู่กับเธออย่างปลอดภัยไปตลอดชีวิต
ซูเจียวเจียวไม่อยากให้เขาต้องหายไปจากชีวิตเธออย่างกะทันหันเหมือนชาติที่แล้ว
จะหาว่าเธอเห็นแก่ตัวหรือใจแคบก็ช่างเถอะ
เรื่องแบบนี้เธอใจกว้างไม่ได้
ช่วยชีวิตคนอื่นแล้วต้องสูญเสียคนรักของตัวเองไปความสิ้นหวังและความเสียใจแบบนั้น เธอรับมือไม่ไหวจริงๆ
เซียวหยวนหมิงเห็นท่าทางที่จริงจังของซูเจียวเจียวจึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ได้ครับ ผมสัญญาผมจะไม่ลงไปในน้ำตามอำเภอใจ แล้วผมจะไม่ลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำอีกต่อไป”
เขาก็ไม่อยากทิ้งเธอไว้บนโลกใบนี้คนเดียวเช่นกัน
เขายังคงจำความฝันครั้งนั้นได้เจียวเจียวร้องไห้เสียใจอย่างสิ้นหวัง อ้างว้างโดดเดี่ยวเกินทน
เขาไม่สามารถแม้แต่จะกอดเธอได้เลย
ความรู้สึกแบบนั้นมันแย่มากเขาไม่อยากจะเจออีกครั้งแล้ว
“อืม” ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างพอใจ
ทั้งสองพูดคุยกันนานเท่าไรก็ไม่รู้รู้แต่ว่าฟ้ามืดสนิทแล้ว ข้างนอกเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงสุนัขเห่า
หลังจากพูดคุยจนเหนื่อยทั้งสองก็กอดกันนอนหลับไป
กาลเวลาผ่านไปรวดเร็วไม่นานก็ใกล้จะถึงสิ้นปีแล้ว
หลิวเฉิงเหว่ยก็มารับเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวนกลับบ้านตามปกติ
ซูเจียวเจียวเตรียมของกินและเนื้อสัตว์มากมายให้พวกเขากลับไป
ปีนี้เซียวหยวนซินและหลิวเฉิงเหว่ยมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วไม่ต้องไปแออัดอยู่ในบ้านเก่าอีกต่อไป ดังนั้นของที่นำกลับไปก็ไม่ต้องกลัวว่าญาติพี่น้องคนอื่นๆ จะอิจฉาอะไรพอถึงเวลาก็เอาไปเก็บไว้ในห้องตัวเอง แล้วลงกลอนประตู ไม่มีใครเห็น
“เจียวเจียว อาหมิง ปีนี้พวกเธอมาฉลองปีใหม่ที่บ้านฉันไหมคะ คนเยอะๆสนุกดีออก” เซียวหยวนซินเอ่ยชวน
ซูเจียวเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าตกลง “ได้เลยค่ะพี่สาวกับพี่เขยไปก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันกับอาหมิงจะตามไปวันที่ 28 ค่ะ”