นางสวมเสื้อคลุมนอนสีขาวเนื้อนิ่ม ใช้ผ้าเช็ดผมลวกๆแล้วห่อผมเดินมายังชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเหยียดขายาวรออยู่บนเตียง ดวงตาของนางแฝงแววหงุดหงิดนึกอยากจะตบโต๊ะดังๆ ถามว่า เขาจะเอาอย่างไรกับนาง? แต่เพราะฐานะของพระชายาย่อมไม่เหมาะสมหากจะแสดงกริยาเยี่ยงนั้นกับพระสวามี
“น้องหญิงเจ้ายังเช็ดผมไม่แห้ง” เขายิ้มน้อยๆ คล้ายเยาะเย้า
“เป็นเพราะท่าน”น้ำเสียงของนางแสดงความไม่พอใจชัดเจน
“พวกเราเป็นสามีภรรยากันเจ้ามีสิ่งใดที่ต้องปกปิดข้า”
องค์หญิงหานซู่ลี่ฟังแล้วเหมือนเขามีนัยในประโยคนั้น หรือว่า อ๋องเก้าจะเริ่มสงสัยในตัวนาง
“แต่การอาบน้ำเป็นการทำธุระส่วนตัวของหม่อมฉันท่านควรให้เวลาบ้าง”
“ท่านพี่....เจ้าต้องเรียกเช่นนี้ถึงจะถูก”ชายหนุ่มทำเสียงเย็น เขายืนขึ้น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ศีรษะของเขาอยู่ในระดับสูงกว่าทำให้นางต้องเงยหน้า
“เพคะท่านพี่” หานซู่ลี่พยายามข่มใจให้สงบ
“เจ้าอาจจะหิวแล้วจึงหงุดหงิด” อ๋องเก้าเข้าแตะแขนสองข้างจากด้านหลังผลักให้นางเดินไปยังโต๊ะหน้าเตียงนอน “มาเถิด ข้าจะเช็ดผมให้เจ้าเอง” เนื้อตัวของนางหลังอาบน้ำนุ่มนิ่มยิ่งกว่าปกติเขากดนิ้วเรียวใหญ่ลงไปในเนื้อผ่านผ้าเบานั้น กดปล่อยกดปล่อยจนนางต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง
‘นี่ท่านจะกดเนื้อข้าเล่นทำไมมันเจ็บนะ’ นางได้แต่ก่นด่าในใจ
“ท่านพี่ข้าเดินเองได้ ท่านไม่ต้องลำบากหรอกเพคะ” นางพยายามขยับออกแต่แรงของเขากลับมีมากกว่า บีบให้นางต้องเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่เขาหยิบผ้าที่นางคลุมไหล่ไว้ออกมาเช็ดผมให้อย่างเบามือ
“อันที่จริงวันนี้ข้าจะมาเตือนให้น้องหญิงรู้ถึงหน้าที่ของเจ้า” น้ำเสียงเขาดูเรียบเรื่อยคล้ายจะมาบอกเล่าเรื่องของผู้อื่น
“หน้าที่ของหม่อมฉัน?”
“ใช่หน้าที่ของพระชายา”
“หือ!” ใบหน้าขาวอูมแดงก่ำ
“มะหมายความว่า....” นางตกตะลึง นี่เขาคิดจะให้นางทำเรื่องแบบนั้นในขณะที่สภาพนางเป็นแบบนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?
เห็นนางทำตัวแข็งทื่อเช่นนั้นอ๋องเก้าก็อมยิ้ม “ก็อย่างที่เจ้าคิด เราอภิเษกสมรสกันแล้วคนทั้งสองแคว้นต่างรับรู้ เจ้าก็ต้องทำหน้าที่พระชายาไม่ให้ขาดตกบกพร่อง”
“เอ่อ!....แต่ว่า หม่อมฉัน”องค์หญิงคิดอยากจะต่อรองรีบหันกลับไปหาท่านอ๋อง มิคาดเขากลับเอาใบหน้ามาจ่ออยู่ใกล้ศีรษะ เมื่อนางหันไปใบหน้าก็ชนกับริมฝีปากของเขาพอดี
ปากเขาจูบบนหน้าผากของนางแต่จะว่าให้ถูกต้องคงเป็นหน้าผากของนางเข้าไปชนกับริมฝีปากของเขาใบหน้าของนางกลายเป็นซาลาเปาสีแดงก้อนใหญ่ทันที
“เจ้ารีบร้อนเพียงนี้เทียวหรือ?” อ๋องหนุ่มรูปงาม ผละออกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนนางรู้สึกอับอาย
“หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ”นางสีหน้าเก้อกระดาก นึกกลัวเขาจะรังเกียจที่ตนทำคล้ายอยากให้เขาร่วมหอ “เรื่องที่ท่านว่านั้นเปิ่นกงคงต้องขออภัยที่ทำไม่ได้ ท่านอ๋องก็รู้ว่าเปิ่นกงสภาพเช่นนี้คงไม่เหมาะกับเรื่องเช่นนั้น”
“เจ้าจะไม่เหมาะที่ตรงไหนกันแค่ออกงานที่วังหลวง งานเลี้ยงคราวนี้ ฮ่องเต้จัดให้กับองค์ชายสิบห้าโดยเฉพาะหากเจ้าไม่ไปทุกคนก็คงจะหาว่า เปิ่นหวางดูแลพระชายาไม่ดี”
องค์หญิงอ้าปากหวอเพล้ง!นางหน้าแตกอีกครั้งแล้วจริงๆเป็นเพราะ...เพราะอ๋องเก้าจอมเจ้าเล่ห์อีกแล้วที่ทำให้นางคิดแต่เรื่องบนเตียง
“นี่เจ้าคิดไปถึงเรื่องใดกัน?” เขาทำหน้างุนงงได้แนบเนียนนัก
หานซู่ลี่กัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บ“หม่อมฉัน....” นางเจ็บใจที่ไม่รู้จะ สรรหาถ้อยคำใดมาตอบโต้กับเขาให้หายอับอายได้
มือใหญ่วางผ้าเช็ดผมแล้วหยิบหวีมาสางผมให้นางเบาๆ “ในเมื่อเจ้ากังวลกับเรื่องนั้น เปิ่นหวางก็จะส่งเสริมให้เจ้าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์”
นางอ้าปากค้างอีกหนพูดไปพูดมา กลายเป็นว่า นางอยากจะให้เขาทำเรื่องอย่างว่ากับนางเช่นนั้นหรือองค์หญิงอยากจะเอาศีรษะโขกโต๊ะ แต่จนใจที่ช่วงอกนางใหญ่การจะโขกศีรษะได้ต้องถอยเก้าอี้ออกไปสักหน่อย
“เอ่อ.......”
“คืนนี้เปิ่นหวางจะยังไม่กวนเจ้า”เขาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้หูขาวผ่องอวบอ้วน ยิ่งมองยิ่งน่าขย้ำ“พรุ่งนี้ค่อยมานอนค้างที่นี่ ให้เจ้าอาบน้ำหอมๆ เตรียมตัวไว้”
หานซู่ลี่ตัวแข็งทื่อเขาวางหวีลงบนโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไป องค์หญิงโกรธจัด นางกำหมัดทุบโต๊ะดังปัง
“ปู้ด! ป้าด!” เสียงผายลมสนั่น ‘ฮึ่ม! น่าจะผายใส่ท่านอ๋องจอมหาเรื่องนัก’ องค์หญิงได้แต่เจ็บใจที่ยามนางเบ่งลม มันกลับไปไม่ยอมออกที่แท้ต้องรอให้โมโหจัดจึงจะปล่อยลมออกมาได้ นางรีบหยิบพัดขึ้นมาโบกกลิ่นรอบตัว“โอ๊ย! กลิ่นทำไมแย่ขนาดนี้”
สองนางกำนัลรีบเดินเข้ามาเมื่อเห็นท่านอ๋องไปพ้นตำหนักแล้ว
“องค์หญิง ทำไมผายลมดังนักเพคะ?” เป่ยซูเจินรู้ว่าองค์หญิงควบคุมการผายลมไม่ค่อยได้แต่ที่เคยเป็นก็จะเสียงไม่ดังและกลิ่นไม่แรงเช่นนี้เป่ยซูเมิ่งเอาพัดอันใหญ่มาโบกกลิ่นออก
“กลิ่นแรงมากเพคะเสียงก็ดังลั่นยังกับประทัด”
“เปิ่นกงโมโหน่ะสิ” องค์หญิงขมวดคิ้ว“อ๋องเก้าบอกว่า พรุ่งนี้จะมาค้างที่นี่”
“หา!” นางกำนัลร้องออกมาพร้อมกัน
“พวกเจ้าระวังหลักฐานทุกอย่างให้ดีอย่าให้พบพิรุธใดเด็ดขาด เปิ่นกงรู้สึกว่า อ๋องเก้าทรงหวาดระแวงพวกเรา”
เจ้านายหนุ่มเอาแต่เดินยิ้มเมื่อออกมาจากห้องพระชายาหมีขาวทำเอาตงชางกับหนานเฉิงได้แต่ปวดใจนี่เจ้านายของพวกเขามีรสนิยมชมชอบสตรีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดหรือว่าที่ไม่เคยเหลือบแลแม้หางตาไปยังชายาโฉมงามทั้งสองที่ตำหนักโน้นก็เป็นเพราะชอบแบบนี้
“ท่านอ๋อง เอ่อ....ตกลงว่าท่านจะมาสืบเรื่ององค์หญิงหรือพะยะค่ะ?” ตงชางพยายามคิดในแง่ดี อ๋องเก้าหันมาพยักหน้า
“เช่นนั้น ให้กระหม่อมมาซุ่มสืบดูดีไหมพะยะค่ะ?”
“ไม่ต้องพรุ่งนี้เปิ่นหวางจะมาค้างกับนางที่นี่” คำตอบนั้นทำเอาตงชางกับหนานเฉิงองครักษ์คู่ใจถึงกับใบหน้าถอดสี
----------------------------------------