ตอนที่ 8 : ปิศาจก็เป็นฮีโร่ได้นะ!
“งั้นพวกเธอต้องช่วยฉันจับทาสมาเพิ่ม”ผมยื่นคำขาด นี่ผมเพิ่งใจอ่อนคิดเก็บพวกเธอไว้สองคนสินะ กะจะสร้างฮาเร็มส่วนตัวหรือไงกัน! เเต่ช่างเถอะ การมีลูกมือก็ดีกว่าไม่มีล่ะนะ ถึงจะตามมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายก็ตามที
นาเทียร์กับเลเซียเหมือนจะใช้ความคิดหนัก ผมก็เข้าใจอยู่หรอก การต้องจับเผ่าพันธุ์ตัวเองมาเป็นทาสคงลำบากใจพวกเธอไม่น้อย
“...ตกลง”นาเทียร์ตอบในที่สุด
เเล้วช่วงเช้าหลังมื้ออาหาร เลเซียก็หยิบเเผนที่ในกระเป๋าขึ้นมากางบนโต๊ะ ก่อนชี้หมู่บ้านเล็กๆ ของเผ่ามนุษย์ที่ทำการเกษตรเป็นหลัก ห่างออกไปจากบ้านผมหลายชั่วโมงอยู่เหมือนกัน แต่ก็เป็นหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดแล้ว
“ฉันจะเข้าไปในเมืองซื้อของสักหน่อย พวกเธอเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางได้เลย”ผมสั่ง หญิงสาวทั้งสองผงกหัวรับคำ
ผมใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการจ้างเเซ็กส์ ช่างทำอาวุธประจำเมืองอินนิทให้ทำปลอกคอทาสขึ้นมาอีกสองอัน ซึ่งราคาค่อนข้างเเพงเอาการสำหรับเงินที่ผมมีอยู่ตอนนี้
นอกจากนั้นผมยังเเวะซื้อผ้าพันคอสีน้ำตาลที่ดูเข้ากับชุดผจญภัยของทั้งสองที่ออกโทนน้ำตาลเขียวมาให้พวกเธอพันคอปกปิดปลอกคอที่สวมเอาไว้ เเถมยังใช้ปิดใบหน้าได้ด้วย ผมเองก็ไม่อยากให้คนในหมู่บ้านจำหน้าตัวเองได้เท่าไร กลัวว่าจะโดนตั้งค่าหัวเอา
“นี่ๆ ทำไมซื้อมาเเต่ขนมปังล่ะ จะให้พวกเรากินเเต่เเป้งเหรอ?”เลเซียที่เดินอยู่ซ้ายมือผมเอ่ยขึ้นขณะพวกเราเริ่มออกเดินทาง
“เราไม่ได้มาตั้งเต็นท์ก่อกองไฟล้อมวงคุยเล่นกันสักหน่อย”ผมบอก เลเซียทำหน้ามุ่ยกับคำตอบของผมเเละเร่งฝีเท้าเดินหนีผมไปข้างหน้าสองสามก้าว
เดินเท้าผ่านป่าใหญ่ร่วมหลายชั่วโมง ในที่สุดผมก็เห็นควันไฟที่พวยพุ่งออกมาจากปล่องไฟของบ้านหลังหนึ่ง พวกเราสามคนซุ่มไกลอยู่บนเนินเขาสูง นับดูคร่าวๆ มีอาคารไม่ต่ำกว่ายี่สิบหลัง รวมทั้งที่เป็นบ้านอาศัยเเละโรงเก็บของ
“แผนนายคืออะไร?”นาเทียร์ที่ย่อตัวอยู่ขวามือถามขึ้น
“อืม คิดไว้ตื้นๆ ก็ให้พวกเธอเป็นตัวล่อพาผู้หญิงที่ดูใช้ได้ออกมาท้ายหมู่บ้านเเล้วฉันก็จะจัดการน่ะ”ผมตอบ ไม่คิดเหมือนกันว่าเริ่มต้นใช้ชีวิตได้เพียงวันเดียวก็ต้องวางแผนจับคนมาขายซะเเล้ว
“เลวสมกับเป็นปิศาจเลยนะเนี่ย”เลเซียเอ่ย ไม่รู้ว่าเป็นคำชมหรือคำด่า ผมเลยได้เเต่ยิ้มเเห้งๆ รับคำพูดนั้น
ผมให้สองสาวสำรวจพื้นที่รอบๆ เเละนั่งพักเพื่อรอจนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน เเล้วค่อยพวกเธอทำทีเป็นนักเดินทางเข้าไปเพื่อดูลาดเลา นี่คือเเผนเเรก
อีกเเผนหนึ่งคือการขู่ชาวบ้านให้ไปชวนคนรู้จักที่เป็นผู้หญิงมาที่บ้าน ซึ่งดันมีบ้านหลังหนึ่งปลีกวิเวกออกมาไกลกว่าชาวบ้านเขา คงเพราะขนาดไร่ที่มากกว่า เลยเป็นเป้าหมายอย่างดีในกรณีที่แผนเเรกดูไม่เข้าท่า
เมื่อพระอาทิตย์ใกล้ตกดินเต็มทีผมก็ให้เลเซียเเละนาเทียร์ทำตามแผน สองสาวเดินลงไปตามเขา ออกจากผืนป่า เดินไปตามทางสู่หมู่บ้านพร้อมสัมภาระที่ดูอย่างไรก็ต้องคิดว่าพวกเธอเป็นนักเดินทาง
พอฟ้าเริ่มมืดผมก็เรียกดาบยาวออกมาสะพายไว้บนหลังเผื่อเอาไว้ พลางย่องเบาไปตามเเนวป่าขนานกับทางเข้าหมู่บ้านเพื่อไปยังจุดนัดซึ่งเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ติดกับป่า เหมาะเหม็งที่จะชิงตัวเข้าป่าไปเลย
เเต่เหมือนความง่ายไม่ใช่เรื่องที่ผมควรเจอ เสียงควบฝีเท้าของม้าหลายสิบตัวที่ถูกลากนำรถเกวียนสามคันวิ่งผ่านผมที่อยู่ในป่าติดกับถนนเข้าไปด้านในหมู่บ้าน
ผมก็ไม่อยากคิดมากหรอก ถ้าบนรถเกวียนคันสุดท้ายดันไม่ขนมนุษย์ผู้ชายในชุดเกราะเบาเกือบสิบคนที่มีอาวุธพร้อมมือวิ่งผ่านหน้าไปโดยที่พวกมันไม่เห็นผม
ดูอย่างไรก็ไม่ใช่พวกที่จะมาทำดีซะด้วย นั่น พูดเหมือนตัวเองกำลังทำเรื่องดีๆ อยู่
เเละเเวบเเรกที่ผมคิดเมื่อเห็นรถเกวียนคันสุดท้ายเข้าไปในหมู่บ้านก็คือทาสสาวทั้งสองของผม จะปล่อยพวกเธอไว้แบบนั้นไม่ได้
เสียงกรีดร้องของชาวบ้านดังขึ้น เสียงโครมครามของข้าวของที่ถูกขว้างทำลายดังอย่างต่อเนื่องพร้อมเสียงพวกมันที่โวยวายเบ่งอำนาจใส่ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่มีทางสู้
ผมดึงผ้าพันคอขึ้นมาปิดถึงจมูกเเละปีนขึ้นมาบนกิ่งไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อดูเหตุการณ์ด้านใน ก่อนเห็นกลุ่มชาวบ้านผู้ชายที่พอต่อสู้เป็นเข้าปะฝีดาบกับพวกมันที่ผมเเน่ใจว่าเป็นโจรเเน่นอน
“ยี่สิบ ไม่สิ เกือบสามสิบเลยเหรอ!?”ผมอุทานกับตัวเองเมื่อนับจำนวนคร่าวๆ พลางมองพวกมันที่เริ่มออกเดินไปตามบ้านต่างๆ เเละเคาะประตูอย่างรุนเเรงเพื่อเรียกคนในบ้านออกมา
เสียงความวุ่นวายดังไปทั่ว นี่ผมมันคนดวงซวยหรือไงดันคิดมาชิงคนวันเดียวกับโจรที่มาปล้นหมู่บ้านเนี่ย เเต่เดี๋ยวเฮ้ย! นั่นมันกะจะเอาผู้หญิงไปด้วยเรอะ เกินไปเเล้ว!
ผมกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ ผมต้องทำอะไรสักอย่างกับโจรพวกนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะเสียเวลาทำภารกิจไปหนึ่งวันเต็มๆ เเละคงทำไม่ทันเเล้วเเน่ๆ เพราะนี่เป็นหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ผมจะปล่อยให้พวกมันเอาผู้หญิงของผมไปไม่ได้
ผมตัดสินใจวิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน พวกโจรในชุดเกราะเบาเห็นก็พากันหันมามองผมเป็นตาเดียว ชาวบ้านเองก็เช่นกัน เลเซียกับนาเทียร์ที่ถือดาบตั้งท่าป้องกันช่วยกลุ่มชาวบ้านอยู่ก็หันมามองผมด้วยเเววตาทึ่งๆ เพราะไม่คิดว่าผมจะเข้ามา จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากเข้ามาหรอกถ้าไม่เห็นว่าจำเป็น
“พวกเเกปล้นผิดหมู่บ้านเเล้ว!”ผมตะโกนออกไป นี่ผมเพิ่งทำตัวตรงข้ามกับเผ่าพันธุ์สุดๆ เลยสินะ
ผมทะยานเข้าหาหนึ่งในพวกมันอย่างไม่กลัวตายเพราะเห็นคำอธิบายข้างตัวพวกมันที่ส่วนใหญ่มีระดับไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำ
ผมฟันดาบยาวลงปะทะโล่เหล็กทรงกลมที่มันยกขึ้นกันดังเคร้ง! ต่อด้วยถีบยันจนมันเซไปข้างหลัง ผมหันกลับมารับคมดาบของอีกคนที่พุ่งเข้ามาจากอีกด้านเเละเอี้ยวตัวพร้อมกับเตะเข้าที่สีข้างมัน ก่อนฟันฉับเข้าที่กลางหลัง
นักดาบหน้าโหดร้องลั่นอย่างเจ็บปวด ผมพุ่งเข้าเเทงซ้ำทะลุร่างจากด้านหลัง พอกระชากคมดาบออกเลือดก็ชุ่มไปตามตัวดาบ พวกโจรมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเพื่อนของตนเพิ่งทิ้งตัวลงไปนอนไร้วิญญาณกับพื้นดิน ชาวบ้านที่เห็นพากันส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ
“ก็เข้ามาสิ!”ผมตะโกนใส่หน้าพวกมันที่ลังเลอยู่ ขณะกำดาบในมือเเน่น สายตาไล่มองพวกมันที่ล้อมรอบ
คืนนี้ผมต้องจับผู้หญิงเผ่ามนุษย์ไปส่งทารันให้ได้!
(จบตอน)