ข้างหูซิ่วอิ๋งมีเสียงดังเซ็งแซ่
มีเสียงร้องไห้เสียงดุด่า เสียงดังจนหัวนางปวดไปหมด
นางอยากจะบอกให้เบาเสียงลงหน่อยกลับมีคนดึงนาง จากนั้นเข่าของนางพลันเจ็บแปล๊บขึ้น ตามด้วยความเย็นะเืที่ไล่จากขาทั้งสองข้างแล่นไปตามร่างกายทั้งหมด
นางลืมตาขึ้นมาอย่างฉับพลันนางเห็นพื้นหินสีดำเป็อย่างแรก และนางกำลังคุกเข่าคลานอยู่บนพื้นอย่างทุลักทุเล
นางกะพริบตาอย่างสับสนมิใช่นางสูญเสียลูกตกเืจนตายแล้วหรือ
นี่คือที่ไหนกัน
นางยกศีรษะขึ้นช้าๆพบว่าตัวเองอยู่ที่เรือนแห่งหนึ่ง เหล่าบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นไปมา ทั้งในห้องนอกห้องในห้องนั้นมีเสียงร้องของเด็กผู้หญิงเป็ระยะๆ สถานการณ์เหล่านี้ค่อนข้างคุ้นเคยราวกับว่านางเคยประสบมาก่อน
นางมองไปรอบๆอีกครั้งหนึ่ง ในลานมีต้นหลิวลำต้นอ่อนพลิ้วยืดโน้มออกมาส่วน้าของตัวเรือนแขวนป้ายตัวอักษรคังหนิงสองตัวเอาไว้ ซิ่วอิ๋งใจกระตุกวูบพบเหตุผลว่าทำไมนางถึงคุ้นเคย ที่นี่คือจวนตระกูลเสิ่นที่เมืองหย่งผิง จวนตระกูลเสิ่นตอนที่ยังไม่ได้ย้ายไปเมืองหลวง!
เสียงที่กำลังร้องไห้บอกกลัวอยู่ด้านในเป็เสียงของเสิ่นซิ่วเหลียนน้องสาวสายรองของนาง ถึงแม้จะยังเด็ก แต่นางจำได้!
ดวงตาพร่ามัวของซิ่วอิ๋งเผยให้เห็นประกายชิงชังนางก้มหน้าลง มองเห็นมือเล็กๆ ของตัวเอง ขาวจ้ำม่ำ ้ายังมีรอยบุ๋มน่ารัก ความทรงจำที่คุ้นเคยต่างๆราวกับกระแสน้ำพรั่งพรูออกมา
นางนึกออกแล้วเื่ราวที่มองเห็นตรงหน้าน่าจะเกิดขึ้นในปีนั้นตอนที่นางอายุแปดปี
นางโดนน้องสาวสายรองที่แอบอยู่บนูเาจำลองผลักตกลงมาเป็ท่านอาสามที่ะโลงไปช่วยนางเพราะเหตุนี้ท่านอาสามถึงสลบไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม แต่นางกลับโดนน้องสาวสายรองโยนความผิดให้หาว่านางห่วงเล่นมากเกินไปถึงทำให้ท่านอาสามตกลงไป ท่านย่าถึงแม้จะเอ็นดูนาง แต่กลับรักท่านอาสามลูกหลงท่านนี้มากกว่าตอนแรกนางถูกหญิงชราสั่งให้คุกเข่าอยู่ในลาน หลังจากนั้นนางก็โดนลงโทษให้ไปคุกเข่าที่หอบรรพชน
การคุกเข่าครั้งนี้คุกเข่าอยู่หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ จนกระทั่งท่านอาสามฟื้นขึ้นมาแล้วบอกว่านางหกล้มเขาก็เลยไปช่วยนางถึงพ้นจากข้อกล่าวหา พอกลับไปตกดึกก็ไข้ขึ้นสูง ป่วยไปสามเดือนเต็มๆ
ซิ่วอิ๋งมองดูความวุ่นวายทั้งหมดข้างหน้านางคล้ายผ่านไปชั่วกัปชั่วกัลป์
นี่คือนางตายแล้วหรือถึงได้เห็นเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาในขณะที่กำลังจะตาย หรือว่า.....ซิ่วอิ๋งรู้สึกถึงฝ่ามือที่อบอุ่นยกมือขึ้นและหยิกขาตัวเองแรงๆ หนึ่งที
เจ็บ... เจ็บจนตาของนางเปลี่ยนเป็สีแดง
ในขณะที่นางกำลังใอย่างสุดขีดว่าเื่ทั้งหมดนี้เป็เื่จริงหญิงชราที่มวยผมทรงหยวนจี้ปักปิ่นลายดอกบัวคนหนึ่งเดินออกมาจากในห้องมาหยุดด้านหน้านาง มองลงมาและพูดเสียงเย็นว่า “คุณหนูใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่า[1] ลงโทษให้ท่านไปคุกเข่าที่หอบรรพชนท่านตามพวกบ่าวไปเถิด”
ซิ่วอิ๋งเงยหน้าขึ้นนางจำได้ว่าเป็มามาที่อยู่ข้างกายท่านย่า ฉีมามา
สีหน้าของนางยังมีความใอยู่บ้างพอเงยหน้าก็เผยใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตาแดงเล็กน้อย ตาคู่หนึ่งทั้งดำทั้งโต เหมือนกับสัตว์ตัวน้อยไร้เดียงสาทั้งยังน่าสงสารอย่างไรอย่างนั้น
ฉีมามามองจนใจอ่อนถอนใจอยู่ในใจ นางใจอ่อนแล้ว แต่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใจอ่อนนางพูดด้วยเสียงที่สูงขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูใหญ่ ท่านรีบตามบ่าวไปเถอะ”
ซิ่วอิ๋งได้สติทันที ั์ตาค่อยๆ ก่อรวมประกายเย็นะเื
นี่ชัดเจนว่าไม่ใช่ความผิดของนางนางจะไปคุกเข่าที่หอบรรพชนอีกได้อย่างไร
ชาติก่อนเพราะเื่นี้ทำให้นางเป็แพะรับบาปหลังจากป่วยหนักร่างกายก็ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ได้รับความเย็นนิดหน่อยก็ไออยู่หลายวันเข่าเหมือนกันทุกครั้งที่อากาศเย็นล้วนมีอาการปวด บางทีชาติที่แล้วอาจเป็เพราะ่นี้ที่ทำให้มีอาการเรื้อรัง
บนใบหน้าของนางแสดงอาการต่อต้านฉีมามาใบหน้าหนักอึ้ง ทำได้เพียงแข็งใจให้คนมาลากนางไป
ซิ่วอิ๋งดิ้นรนขัดขืนระหว่างดิ้นนางเห็นเงาร่างชดช้อยร่างหนึ่งโซเซมาถึงนอกประตู
นั่นเป็ผู้หญิงที่มวยผมปักปิ่นแบบสตรีที่แต่งงานแล้วแสงแดดส่องกระทบใบหน้าที่ขาวผ่องของนาง ความงามอันอ่อนหวานที่นางคุ้นเคย ดวงตาที่มองนางด้วยความรักเสมอคู่นั้นตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาหญิงชราคนหนึ่งรั้งนางไว้ที่ประตู
…...ท่านแม่
ใบหน้าคุ้นเคยอยู่ตรงหน้าอีกครั้งซิ่วอิ๋งเจ็บหัวใจขึ้นมาอย่างรุนแรงนางไม่มีวันลืม่เวลานั้นที่ได้ข่าวการตายของท่านแม่
ใช่แล้วในปีที่นางแปดขวบ ท่านแม่ของนางยังไม่จากไป ชุยอี๋เหนียงยังไม่มีอำนาจ นางยังคงเป็เด็กสาวไร้เดียงสาที่ถือกำเนิดจากฮูหยินเอกตระกูลเสิ่นยิ่งไม่มีคนหน้าเนื้อใจเสือหลี่ชิ่งเจาที่นางแต่งด้วยในภายหลัง
คิดถึงชุดกระโปรงท่อนล่างที่ถูกเืย้อมจนแดงฉานก่อนตายความรู้สึกสิ้นหวังที่เืเนื้อซึ่งเฝ้ารอคอยมาหลายปีไหลออกจากร่างของนางในแววตาของซิ่วอิ๋งเต็มไปด้วยความชิงชัง นางแค้นถึงขีดสุด ถึงกับสะบัดการเกาะกุมของหญิงรับใช้สำเร็จรีบขึ้นบันไดไป กระโจนเข้าอ้อมกอดของท่านแม่
เฟิงซื่อครั้นได้กอดเด็กหญิงตัวน้อยน้ำตาไหลริน กระซิบเรียกชื่อเล่นของเด็กหญิง ‘เหยาเหย่า’ ด้านหลังเธอกลับมีเสียงดุๆะโขึ้นมา “พวกเ้าตายกันหมดแล้วหรืออย่างไรยังไม่รีบพาคุณหนูใหญ่ออกมา! สะใภ้ใหญ่ ไม่ใช่ว่าข้าผู้เฒ่าคนนี้ใจร้ายข้าก็เป็คนที่เอ็นดูนางที่สุดคนหนึ่ง แต่ตอนนี้นางก่อเื่เลวร้ายเช่นนี้ หากไม่สั่งสอนให้ยับยั้งอารมณ์ของตนเองให้ดีในอนาคตจะไม่มีใครช่วยนางได้!”
เฟิงซื่อมองฉีมามาที่เดินเข้ามาอีกครั้งถึงแม้จะเข้าใจความพยายามของแม่สามี แต่นี่เป็บุตรสาวของนาง ถึงแม้ตอนนี้เด็กหญิงจะทำผิดร้ายแรงแต่ก็ยังเป็บุตรสาวของนางนางจะแข็งใจปล่อยให้บุตรสาวไปคุกเข่าที่หอบรรพชนได้อย่างไรกัน สถานที่แห่งนั้นเหยาเหย่าต้องกลัวเป็แน่
เฟิงซื่อหันกลับไปส่งสายตาวิงวอนต่อแม่สามีภายในห้องโถง หญิงชราที่สวมชุดร่ำรวยและมีฐานะ เมินเฉยต่อสายตาของนาง เด็กสาวที่อยู่แทบเท้านางยกศีรษะขึ้นมองทุกอย่างที่ประตูด้วยดวงตาที่วาววับ
มือของซิ่วอิ๋งโดนดึงอีกครั้งบังคับแกะมือที่นางกอดท่านแม่ออก กระโปรงหม่าเมี่ยนจวิน[2]ของเฟิงซื่อถูกนางขยำจนเกิดรอยยับหลายจุด
นางใช้แรงทั้งหมดของตนและไม่ยอมปล่อยมือ
นางจะไม่ไปหอบรรพชนนางไม่้าให้เื่ทั้งหมดในอดีตเกิดขึ้นอีกครั้ง!
ในอดีตน้องสาวสายรองของนางพึ่งพาอำนาจของชุยอี๋เหนียงอ้างว่านางไม่สามารถตั้งครรภ์ แต่งเข้ามาเป็ผิงชีของสามีนางอย่างหน้าไม่อาย จากนั้นใช้เล่ห์อุบายทุกอย่าง้าจะแย่งชิงตำแหน่งภรรยาเอกของนางท้ายที่สุดถูกนางก่อกวนจนตายไปหนึ่งศพสองชีวิต[3]!
ที่จริงเสิ่นซิ่วเหลียนก็เริ่มวางอุบายใส่นางั้แ่เด็กแล้ว
ตอนนางแปดขวบปีนี้เป็ครั้งแรกที่พบกับแผนการชั่วร้ายของเสิ่นซิ่วเหลียนอีกทั้งเสิ่นซิ่วเหลียนยังอายุน้อยกว่านางครึ่งปี!
เด็กคนหนึ่งมัวแต่คิดว่าจะทำยังไงให้คนอื่นตาย จิตใจอำมหิตเช่นนี้ช่างทำให้คนรู้สึกกลัวจริงๆ
ในใจของซิ่วอิ๋งมีความเกลียดชังและเ็า นางไม่สามารถนั่งรอความตายได้อีกแล้ว บางทีความตายของมารดานางอาจเกี่ยวข้องกับสองแม่ลูกคู่นี้
ในระหว่างยื้อหยุดกับหญิงชราซิ่วอิ๋งสงบลงอย่างรวดเร็ว จากช่องว่างนางเห็นเสิ่นซิ่วเหลียนที่สวมชุดสีชมพูจ้องมองนางอยู่ในแววตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
นางพึงพอใจจะยอมให้นางพึงพอใจได้อย่างไร!
ร่างเล็กๆของซิ่วอิ๋ง เริ่มปะทุความโกรธขึ้นมาอีกครั้ง ถึงกับผลักหญิงชราจนกระแทกกับพื้นได้กระทั่งเฟิงซื่อเองก็ตะลึงงัน
นางพุ่งเข้าไปในห้องโถงตรงไปทางเสิ่นซิ่วเหลียนไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวก็กระโจนเข้าใส่
เสียงดังเพียะชัดและดังทำเอาคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึง
ซิ่วอิ๋งตบครั้งเดียวไหนเลยจะระบายความโกรธได้ตรงเข้าไปใช้เล็บมือตะกุยใบหน้าของเสิ่นซิ่วเหลียนอีกครั้ง เสิ่นซิ่วเหลียนที่โดนตบจนบื้อไปกรีดร้องขึ้นฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเป็คนแรกที่ได้สติ รีบให้คนแยกทั้งสองออกจากกันแต่บนใบหน้าของเสิ่นซิ่วเหลียนปรากฏรอยเืเป็ทาง ปวดแสบปวดร้อนจนน้ำตาไหล
ซิ่วอิ๋งถูกดึงออกมายังคงจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาดุดัน น้ำเสียงกลับสงบนิ่งอย่างยิ่งพูดกับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นว่า“ท่านย่า ข้าไม่ได้ห่วงเล่นจนทำร้ายท่านอาสามตกจากูเาจำลองเป็เสิ่นซิ่วเหลียนที่อยู่ด้านหลังผลักข้า ข้าถึงได้ตกลงไป! ท่านอาสามเพื่อช่วยข้า ถึงได้ตกลงไปเช่นกัน!”
เด็กผู้หญิงวัยแรกแย้มคนหนึ่งในแววตากลับมีความเกลียดชังอย่างล้ำลึกจนทำให้คนใ อีกทั้งคำอธิบายที่นางพูดออกมายังดูมีเหตุมีผลไม่มีเค้าของผู้ที่เมื่อครู่พุ่งเข้าไปตบตีผู้อื่นอย่างบ้าคลั่งเลยสักนิด ผู้คนมองไปที่ใบหน้ากลมเล็กเด็กหญิงที่หน้าตางามประณีตราวตุ๊กตาหยก เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นในใจ
เสิ่นซิ่วเหลียนพบว่าใบหน้าของตนโดนข่วนจนหน้าแดงก่ำเมื่อสาวใช้หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดใบหน้าของนาง นางเห็นคราบเืเปื้อนอยู่้า
ใบหน้าของนางถูกข่วนเป็รอยนางต้องเสียโฉม!
นับแต่เด็กนางก็รู้ว่าใบหน้าเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสตรีในตอนนี้นางตื่นตระหนกจนลืมร้องไห้ นางกรีดร้องก่อนจะพุ่งเข้าตบตีซิ่วอิ๋งที่โดนจับไว้
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับคำพูดของซิ่วอิ๋งใครจะคาดว่าพริบตาเดียวเด็กหญิงสองคนจะพุ่งเข้าใส่กัน
ซิ่วอิ๋งรู้สึกว่าการตอบโต้เมื่อครู่ยังไม่เป็ที่พอใจบัดนี้คนมาหาถึงที่ หญิงรับใช้สูงวัยกลัวพลั้งมือทำทั้งสองได้รับาเ็จึงปล่อยนางนางเองก็พุ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ซิ่วเหลียน้าจะกระชากผมนาง แต่ซิ่วอิ๋งเบี่ยงหลบอย่างคล่องแคล่วทั้งยังหันไปข่วนใบหน้าของอีกฝ่าย ในห้องโถงมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าปวดแสบปวดร้อนอีกครั้งเสิ่นซิ่วเหลียนพลันคลุ้มคลั่ง นางพยายามพุ่งเข้าไปข่วนใบหน้าของซิ่วอิ๋ง ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี่ก็ตัวสั่นด้วยความโกรธตบโต๊ะแล้วสั่งให้คนแยกทั้งสองคนออกจากกัน
บ่าวรับใช้เข้ามาขวางพอทั้งสองคนตบตีกันไม่ได้ก็สงบลง เสิ่นซิ่วเหลียนที่ถูกจับไว้เสียสติไร้ความยั้งคิดเอ่ยปากด่าด้วยเสียงที่แหบแห้ง“เสิ่นซิ่วอิ๋ง เ้าทำไมไม่ตายั้แ่ตอนที่ตกจากูเาจำลอง!!ทำไมเ้ายังไม่ตาย!! นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าจะกล้าข่วนหน้าของข้า!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d
[1] คำเรียกเพื่อให้เกียรติหญิงชราที่ออกเรือนแล้ว
[2] “หม่าเมี่ยนฉวิน” หรือ “หม่าเมี่ยนเจ่อฉวิน”เป็เครื่องแต่งกายจีนโบราณประเภทกระโปรงจับจีบ ตัดเย็บด้วยผ้ามันวาว สวมโดยการพันรอบเอว
[3] ในซากศพยังมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งโดยปกติแล้วผู้เสียชีวิตจะตั้งครรภ์ทำให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้นมาผู้เสียชีวิตถึงแก่กรรมพร้อมกับทารกในท้อง