“เพราะเธออยากถ่ายรูปสติกเกอร์ฉันอยากตามใจ ไม่ดีหรือไง” มือหนายกขึ้นไปลูบผมนุ่มของคนขี้สงสัยเบาๆอย่างอ่อนโยนระคนเอ็นดู “ส่วนคนที่แอบถ่ายรูปของฉันไปตอนนี้รูปพวกนั้นคงเบลอทั้งหมด”
ธามิณีพยักหน้าเพิ่งเข้าใจ“อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณนะคะที่ตามใจธาม”
การถ่ายรูปสติกเกอร์เป็นครั้งแรกของศนิเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะธามิณีกอดคอเขาบ้าง เอาแขนของเขาไปพาดไหล่ของเธอ บอกให้เขาย่อตัวลงแล้วกระโดดขี่หลังก่อนจะกอดเขาแล้วหลับตาลง ชายหนุ่มกอดตอบแล้ววางคางบนผมนุ่มรูปสติกเกอร์ที่ออกมาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและดวงตาที่มองอีกฝ่ายด้วยความห่วงใยต่างคนต่างมีสิ่งที่อยู่ในใจ แต่ยังพูดออกมาไม่ได้
ธามิณีถอนใจเบาๆเพื่อทิ้งทุกอย่างออกไปแล้วจับมือพาศนิไปยังเครื่องเล่นที่เรียกว่าทอร์นาโดหญิงสาวกรี๊ดคอแทบแตก ในขณะที่ศนิยิ้มมุมปากเหมือนชอบใจ แต่ไม่มีความกลัวใดๆพอหายใจหายคอได้แล้ว ธามิณีก็พาเขาไปสกายโคสเตอร์ เธอหายใจหอบๆ ส่วนศนิกลับยิ้มชอบใจที่เธอหน้าแดงก่ำไม่มีอะไรทำให้เขากลัวได้เลยหรือยังไง
เธอพาเขาไปเล่นวิหคสายฟ้าแล้วต่อด้วยแกรนด์แคนยอนการได้ยินเขาหัวเราะและยิ้มทำให้เธอมองแล้วมีความสุขพลางยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ เขาหันมาพอดีรอยยิ้มกว้างของเขาราวกับไอศกรีมที่เธอชอบ
หากหยุดเวลาได้...
เธออยากหยุดเวลานี้ไว้แล้วมองเขาให้มากจนพอใจเพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นเขาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้อีก
“ธามระวัง!”ศนิเอียงตัวมากอดธามิณีไว้เพราะน้ำกำลังกระเซ็นมาใส่เธอ
ธามิณีเก็บโทรศัพท์แล้วยกมือมาบังแก้มทั้งสองข้างของศนิไว้แต่ก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่เพราะเขาก็เปียกอยู่ดีชายหนุ่มหัวเราะเสียงดังพลางกอดเธออีกครั้งเมื่อน้ำระลอกใหม่กำลังสาดเข้ามาอีกด้านการปกป้องเธอแบบมนุษย์ไม่ยากเลย ชายหนุ่มเพิ่งได้คำตอบว่าเขาอยากมีชีวิตแบบนี้มีคนที่เขารักและแบกรับความทุกข์พร้อมๆ กับยิ้มรับความสุขไปด้วยกันทำไมสวรรค์ถึงทำให้เขาพบความรักแล้วกลับจะพรากเธอไป
กลิ่นหอมประหลาดนี้มาจากไหนกันนะธามิณีเงยหน้าจากเอกสารในมือที่กำลังอ่านอยู่ ภายในลิฟต์ที่มีคนมากมายตอนนี้มีเพียงเธอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรวบแล้วถักเปียหลวมๆการแต่งตัวดูภูมิฐานด้วยชุดสูทสีขาว ใส่แว่นตาสีชา มือข้างหนึ่งถือดอกกุหลาบสีแดงมาเพียงดอกเดียวกลิ่นหอมคงมาจากกุหลาบดอกนั้นกระมัง
“เธอเคยฝันเห็นว่าตัวเองตายเพราะอะไรมาก่อนแล้วใช่ไหม”
“อะไรนะคะคุณพูดว่าอะไรนะคะ” ธามิณีได้ยินชัดเจนทุกคำจากผู้หญิงที่ถือกุหลาบสีแดงมาดอกเดียวหากจะมีใครรู้ว่าเธอเห็นตัวเองในฝันอย่างไรคงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเธอต้องระวังตัวแล้ว ผู้หญิงคนนี้จะมาชิงผลึกกาลอย่างที่เธอเคยเจอมาอีกคนหรือเปล่า
“ฉันต้องการคุยกับเธออย่าให้ศนิรู้เด็ดขาด ฉันมาเพื่อช่วยเขา”
ช่วยงั้นหรือ?
เพราะคำพูดนี้ธามิณีถึงได้ยอมเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปอีกทั้งเธอยังสงสัย คนที่รู้จักศนิคงมีไม่มาก แล้วยังรู้ว่าเธอฝันเห็นอะไรยิ่งยากที่จะพบเจอเข้าไปอีก หากผู้หญิงคนนั้นคิดร้ายกับศนิอย่างน้อยเธอจะได้เตือนเขา แม้ว่าตัวเองจะต้องเสี่ยงก็ไม่เป็นไร
ทำไมมันถึงมืดขนาดนี้นะหายใจลำบากจนปอดราวกับเต็มไปด้วยฝุ่น ธามิณีหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาเผื่อว่าสิ่งที่เห็นและรู้สึกจะหายไปแต่พอลืมตา เธอยังคงอยู่ในความมืดดังเดิม แขนข้างหนึ่งชาหนึบ ส่วนที่ขาทั้งสองข้างกำลังจะไร้ความรู้สึกเธอพยายามขยับขาเท่าที่พื้นที่แคบๆ จะพอทำได้ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนมือข้างที่ยังพอขยับได้ยกขึ้นมาลูบเบาๆ ตรงขมับ นี่เธอเลือดออกงั้นหรือเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเธอถึงจำไม่ได้ว่ามาอยู่ตรงนี้เพราะอะไร
ตู้ม!?!
ธามิณีสะดุ้งเฮือกพยายามจะออกไปจากตรงนี้ แต่ราวกับเกิดแผ่นดินไหวทำให้เศษปรักหักพักร่วงลงมาจนทำให้โพรงที่พอซ่อนตัวเธอได้กำลังจะยุบลง
ไม่นะ!!!
ธามิณียกมือขึ้นมายันด้านบนไว้ไม่ให้ถล่มลงมาทับร่างฝ่ามือของเธอถูกบางอย่างบาด แต่เธอเอาแขนลงยังไม่ได้ มันหนักเหลือเกินเธอกำลังจะรับน้ำหนักไว้ไม่ได้อีกแล้ว ทุกอย่างกำลังจะถล่มลงมา อย่าเพิ่ง ได้โปรด!!!
ธามิณีสะดุ้งเฮือกลืมตาตื่นพร้อมๆกับยื่นแขนไปเปิดสวิตซ์ของโคมไฟ ภายในห้องสว่างทันที ร่างของเธอสั่นเทาน้ำตาพลันไหลออกมาพร้อมๆ กับใครคนหนึ่งเข้ามาคว้ากอดไว้แล้วลูบหลังราวกับปลอบโยนอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น ทำไมคราวนี้ถึงเหมือนจริงจนน่ากลัว
“ธามเห็นอะไรทำไมถึงร้องไห้ด้วยความกลัวแบบนั้น”
ศนิคลายกอดแล้วเช็ดน้ำตาให้ธามิณีอย่างอ่อนโยนและเป็นห่วงคราวนี้เขาไม่สามารถแทรกแซงฝันร้ายของเธอได้และปลุกเธอด้วยเสียงก็ไม่ตื่นเหตุใดกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้
“ธาม...ธามแค่ฝันร้ายไม่มีอะไร” หากรู้แล้วว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ธามิณีรู้ดีว่าอย่าได้ทำให้ศนิทำอะไรจนตัวเขาเดือดร้อนเด็ดขาด“ทำไมคุณถึงมาได้ล่ะคะ”
“ความลับแตกแล้วสิ”เรียวปากหนายิ้มบาง แม้ว่าในหัวใจจะหนักอึ้ง“ฉันเป็นห่วงธามน่ะเลยแวะมาดูถึงได้เห็นว่าธามกำลังฝันร้าย”
“คุณทำแบบนี้ครั้งแรกหรือว่า...”คราวก่อนก็แบบนี้สินะ เขาไม่ได้แวะมาใช่ไหม แต่เขาตั้งใจมาเพราะเป็นห่วงเธอ
“ฉันเป็นห่วงไม่ได้คิดไม่ดีเลย มาดูธามแค่นั้น หลายหนแล้ว พอเห็นว่าธามหลับฝันดีก็กลับ” ศนิบอกตามตรงการที่เธอรู้ว่าเขาห่วงใยย่อมดีกว่าไม่รู้ตัวเลย
ธามิณีกอดเอวของศนิไว้แล้วเอนซบใบหน้ากับอกของเขาถ้าเขาทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆเธอจะตัดใจยอมปล่อยเขาไปได้ไหมนะเขาจะรู้ไหมว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดไว้จะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าเธอจะตายในวันที่กุหลาบแดงในแจกันดอกนั้นร่วงโรย เธอไม่ได้กลัวความตายแต่กลัวว่าหากจากไปแล้วความทรงจำที่ศนิมีต่อเธอจะเต็มไปด้วยความสุขหรือความเสียใจเจ็บปวด
“ธามรู้แล้วว่าทำไมถึงได้ฝันดีหลังจากฝันร้ายคุณช่วยธามใช่ไหมคะ”
ศนินั่งลงข้างๆร่างอุ่น แล้วเลื่อนแขนมากอดธามิณีเอาไว้หลวมๆ “ฉันเคยบอกธามแล้วไงฉันอยากให้ธามมีความสุข ตอนนี้แม้แต่ในความฝัน ฉันก็อยากให้ธามมีความสุข”
“คืนนี้ธามจะนอนกอดคุณแบบนี้อย่าเพิ่งกลับได้ไหมคะ” ธามิณีหลับตาลงซ่อนน้ำตาที่กำลังเอ่อ หากถึงเวลานั้นจริงๆเธอจะกล้าพอที่จะจากไปอย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้เขาทำบางอย่างที่นำมาซึ่งการลงโทษที่หักหนากว่าเดิมได้ไหมนะเธอจะเห็นแก่ตัวหรือเปล่า
ไม่! เธอขัดขืนชะตากรรมที่เรียกว่าอายุขัยไม่ได้ต่อให้ศนิทำได้ เธอก็จะไม่ขอร้องให้เขาทำเด็ดขาด
“ไม่รู้ทำไมธามอยากอยู่ใกล้ๆคุณจัง สงสัยอาการติดแฟนคงเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง”
ศนิหัวเราะเบาๆแม้จะรู้ดีแก่ใจว่าธามิณีมีเรื่องปิดบังอยู่ “ก็ได้ ธามอยากให้ฉันทำอะไรถ้าฉันทำได้ ฉันจะทำให้เธอได้ทุกอย่าง”
แขนเล็กกอดเอวของชายที่เธอรักมากเอาไว้แน่นคำว่า ‘ทุกอย่าง’ สำหรับศนิธามิณีไม่เคยมีความสงสัย เขาทำได้เสมอ แต่เธอไม่มีทางพูดออกไป
“ทำไมคุณดีกับธามขนาดนี้นะรู้อย่างนี้ธามน่าจะจีบคุณเป็นแฟนไปตั้งนานแล้ว” ธามิณีเงยหน้ายิ้มให้เขาก่อนจะหลับตาลง “คุณตัวหอมเหมือนอยู่ในสวนที่เต็มไปด้วยกุหลาบ แล้วก็อุ่นดีจัง”
มือหนาลูบไหล่บางอย่างอ่อนโยนพลางปิดสวิตซ์ที่โคมไฟภายในห้องสลัว ทว่าภายในใจของเขายิ่งมืดมิด เขารู้ว่าธามิณีจะจากไปวันไหนแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาไม่อยากเลือกเพราะไม่ว่าหนทางใดธามิณีก็เหมือนติดอยู่ในห้องปิดตายมีแค่จากไปตามอายุขัยหรือเขาทำให้เธอมีชีวิตต่อไปแต่ต้องพบกับความทรมานทั้งกายและใจอย่างแสนสาหัส
เพราะฉะนั้นก่อนธามิณีจะจากไปเธอไม่ควรพบเรื่องราวทำร้ายจิตใจ แต่เขาเองที่ไม่อยากให้เธอจากไปหนทางของเขาก็เหมือนห้องที่ปิดตายเช่นกัน
ชายหนุ่มขยับตัวเพื่อจะโอบกอดร่างอุ่นไว้ในอ้อมอกเปลือกตาของเขาปิดลงเพื่อฟังเสียงลมหายใจ สิ่งแสนธรามดาๆทว่าแค่เพียงเสียงลมหายใจกลับมีคุณค่าและน่าฟัง หากตอนนั้นเขาได้พบเธอก่อนจะผ่านประตูยมโลกตอนนี้เขากับเธออาจเป็นคู่หมั้นหมาย เธอคงไม่ต้องลงมาเป็นมนุษย์เพราะเป็นผู้เปิดประตูบานนั้น
ขอเพียงรักนี้นิรันดร จำหน่ายในรูปแบบ E-Book แล้วนะคะที่เว็บ MEB หมวด นิยายรัก โบว์จะลงนิยายให้อ่านประมาณ 65% ของเรื่องราวทั้งหมดหรือประมาณบทที่ 16 แล้วสิ้นสุดการลงนิยายนะคะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี