เสียงฝนตกโปรยปรายั้แ่เช้ามืด น้ำฝนสาดลงบนถนนจนเป็เงาวาวสะท้อนแสงไฟจากข้างทาง ผู้คนมากมายกางร่มเดินเร่งรีบเพื่อไปทำงาน ใบหน้าส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความง่วง ไม่ค่อยมีชีวิตชีวาเช่นเดียวกับทุกวัน
เธอเองก็เช่นกัน มิมิว หญิงสาววัยยี่สิบกลางๆ กำลังวิ่งหลบฝนจากป้ายรถเมล์มายังอาคารบริษัท RiseSky (ไรซ์สกาย)
เป็บริษัทใหญ่ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอนโดมิเนียม ซึ่งมิมิวเพิ่งจะทำงานที่นี่ได้เพียง 2 เดือนในตำแหน่งธุรการ
เธอมองร้านกาแฟเล็ก ๆ ตรงหัวมุมถนน แสงไฟสีส้มอุ่นลอดออกมาจากหน้าต่างกระจกใส
'เห็นมานานละ ขอแวะเข้าไปสักหน่อยแล้วกัน' มิมิวคิดในใจก่อนจะก้าวเท้าเดินไป
ทันทีที่เปิดประตูไม้บานเล็ก กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นก็ลอยมาแตะจมูก เสียงเครื่องบดกาแฟสร้างบรรยากาศคึกคักแต่ไม่วุ่นวาย
"รับอะไรดีครับ?"
เสียงทุ้มนุ่มจนอบอุ่นดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์
มิมิวเงยหน้าขึ้น ก่อนจะชะงักเล็กน้อย คนที่เอ่ยถามคือชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับ เขาสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าหล่อน่ารักฟีลหนุ่มญี่ปุ่น รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ปรากฏตรงมุมปากกลับทำให้บรรยากาศรอบกายอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
"เอ่อ…ลาเต้ค่ะ" เธอตอบออกไปอย่างเก้อเขิน พยายามไม่ให้เสียงสั่น
'หล่ออะไรเบอร์นั้น…ไอดอลมาถ่ายรายการปะเนี่ย!' มิมิวคิดพลางมองหากล้องรอบตัวแต่ก็ไม่พบ
เขาพยักหน้าเล็กน้อย มือใหญ่หยิบแก้วตวงขึ้นมาก่อนเริ่มลงมืออย่างคล่องแคล่ว
"รับความหวานเท่าไหร่ดีครับ?"
มิมิวลังเลชั่วครู่ เพราะสายตาเผลอมองป้ายเมนูที่มีตัวเลือกมากมาย ก่อนจะหลุดปากพูดเสียงในหัวออกไป
"เหมือนชีวิตตอนนี้ค่ะ…ไม่ค่อยหวาน"
พอรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เธอก็รีบกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเขิน ๆ แต่เขากลับหัวเราะเบา ๆ อย่างเป็มิตร
"งั้นผมทำหวานน้อยสัก 25% ให้นะครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความอ่อนโยน
"โอเคค่ะ"
มิมิวยืนรอพลางกวาดตามองรอบร้าน โต๊ะไม้กลมเล็ก ๆ ถูกจัดวางเรียงราย บนผนังมีภาพถ่ายขาวดำเกี่ยวกับกาแฟ และชั้นหนังสือเล็ก ๆ ที่มีทั้งนิตยสารและนิยายสั้น ดูแล้วให้ความรู้สึกเป็กันเองอย่างประหลาด
ไม่นานนัก เขาก็ยื่นแก้วลาเต้มาให้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงักคือข้อความเล็ก ๆ ที่ถูกเขียนด้วยมาร์กเกอร์สีดำบนฝาแก้ว
"หวานน้อย แต่กำลังใจเต็มร้อยนะครับ^^"
มิมิวเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว มือที่จับแก้วกาแฟอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะประโยคเล็ก ๆ ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงกว่าปกติ
"ขอบคุณนะคะ" เธอเอ่ยเสียงเบา สบตากับเขาเพียงครู่หนึ่งก่อนรีบหันไปทางประตู เพราะกลัวว่าใบหน้าที่แดงระเรื่อจะถูกสังเกตเห็น
เขายิ้มเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ แต่สายตาที่ส่งมานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจจนเธอััได้
เมื่อก้าวออกจากร้าน เสียงฝนยังคงตกไม่หยุด และทำท่าทีว่าจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่มิมิวกำลังตัดสินใจที่จะวิ่งฝ่าฝนไปออฟฟิศที่อยู่ไม่ไกลนี้…ก็ได้มีมือนึงจับไหล่เธอไว้
"ขอโทษครับ"
บาริสต้าหนุ่มคนนั้นพูดก่อนจะปล่อยไหล่เธอ
"O///O" มิมิวมองเขาด้วยความงงปนเขิน
"เอ่อ.. นี่ครับ" เขายื่นร่มให้
"อ้อ! ขอบคุณมากค่ะ" มิมิวรีบรับร่มมาด้วยหัวใจพองโต
"พรุ่งนี้ค่อยเอามาคืนผมที่ร้าน ไว้เจอกันใหม่นะครับ" เขายิ้มให้ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในร้าน
มิมิวมองร่มแล้วยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปอาคารออฟฟิศพลางครุ่นคิด
'ตายละ! นี่มันการตลาดแบบไหนล่ะเนี่ย ร้ายกาจ!'
เช้านี้เริ่มต้นด้วยความเปียกปอน แต่กลับจบลงด้วยรสชาติที่หวานละมุนกว่ากาแฟแก้วไหน ๆ
และเธอไม่รู้ตัวเลย…ว่ากำลังเผลอใจให้กับรอยยิ้มของบาริสต้าหนุ่มเข้าให้แล้ว