"เป็อย่างไรบ้างเฟิงเอ๋อร์" จินเยว่ ฮูหยินของตระกูลหวงปรี่เข้าไปหาบุตรชายในทันที
"ข้าไม่เป็อะไรแล้วครับท่านแม่" เอ่ยตอบมารดาด้วยสีหน้าที่อิดโรย
"เ้าไปทำอะไรมาเหตุใดถึงได้มีอาการป่วยเช่นนี้" เจียวหวงเอ่ยถามเสียงเข้มเมื่อเดินเข้ามาในห้องของบุตรชายก่อนจะชักสีหน้าดุให้เสี่ยวถิงพลอยทำให้ซูเหวินไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ั้แ่เกิดมานางไม่เคยเห็นใครดุน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
"ท่านพี่อย่าเพิ่งดุลูกมากสิเ้าคะ ลูกกำลังป่วยอยู่" ฮูหยินหวงเอ่ยปรามผู้เป็สามี
"ข้า....แค่กินนำแกงกระรอกเข้าไปขอรับท่านพ่อ" เขาตอบบิดาก่อนจะหันมองดูท่าทีของซูเหวิน
"ข้าแค่ถามว่าใครเป็คนทำน้ำแกงนี้ให้เ้ากิน" เจียวหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพร้อมตวัดสายตามองมายังซูเหวินที่ตอนนี้ได้แต่ก้มหน้านิ่งตัวแข็งทื่อก่อนนางจะรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไป
"เป็ข้าเองเ้าค่ะ" ซูเหวินออกตัวรับในความผิดครั้งนี้หากไม่ใช่เป็เพราะนางนึกอยากแกล้งเขาขึ้นมาเื่ราวคงไม่เป็แบบนี้อย่างไรเสียนางก็คือต้นเหตุทำให้เขาต้องมาป่วยในครั้งนี้
"เ้าเป็ใครเหตุใดจึงมาอยู่ที่กระท่อมของลูกชายข้าได้" ั์ตาเข้มดุหรี่ตามองต่ำเอ่ยเสียงห้วนสายตาคู่นั้นจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ เธอจึงได้หันไปสบตาเฟิงเยว่เพื่อขอความช่วยเหลือบ้าง
"เอ่อ....นางคือ...คนที่ลูกชอบขอรับท่านพ่อ" เฟิงเยว่เอ่ยแทรกขึ้นทันใด ซูเหวินได้ยินที่เฟิงเยว่ตอบออกมาถึงกับชะงักไปชั่วครู่ที่เขาต้องตอบออกไปอย่างนั้นคงเป็เพราะอยากช่วยให้เธอพ้นผิดสินะ ฮูหยินหวงจึงได้แต่อมยิ้ม
"แล้วนางเป็ลูกเต้าเหล่าใคร เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้" เจียวหวงยังคงซักถามต่อก่อนจะชักสายตามายังเสี่ยวถิงอย่างคาดโทษ แต่ก็พอดูออกว่าบุตรชายของตนมีใจให้สตรีผู้นี้
"คือว่า..." เธอได้แต่อึกอักไม่รู้ว่าจะต้องตอบว่าอย่างไร
"เสี่ยวถิงทำไมเ้าปล่อยให้คนนอกเข้ามาอยู่ที่นี่ได้" หันมาเอาโทษเสี่ยวถิงบ้าง
"เสี่ยวถิงผิดไปแล้วขอรับนายท่าน" เสี่ยวถิงรีบคุกเข่าสำนึกในความผิดทันที
"เสี่ยวถิงไม่ผิดนะเ้าคะ เป็ข้าเองที่อยากอยู่ที่นี่หากจะลงโทษก็ต้องลงโทษข้าเพียงผู้เดียวถึงจะถูกนะเ้าคะ" นางจะไม่ยอมให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะนางเด็ดขาด
"เ้ากล้าดีมากนะที่กล้าต่อปากกับข้า" เจียวหวงยังคงเอ่ยเสียงเข้ม สตรีผู้นี้ปากกล้าไม่ธรรมดา
"ท่านพ่อขอรับ....." เฟิงเยว่ขยับลุกขึ้นแต่กลับเวียนศีรษะจนฮูหยินหวงต้องรีบประคองไว้
"ท่านพี่เ้าคะ ลูกกำลังป่วยอยู่อย่าเพิ่งทำให้ลูกเป็กังวลใจเลยเ้าค่ะ" จินเยว่เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของบุตรชายจึงได้เอ่ยปรามผู้เป็สามีเพื่อมิให้เกิดเื่ราวให้บุตรชายต้องเป็กังวลใจ
"ข้าจะลงโทษเ้าที่มีส่วนทำให้เฟิงเยว่ต้องป่วยในครั้งนี้"
"ท่านพ่อขอรับ อย่าโทษนางเลยข้าผิดเองที่ไม่ได้ดูให้ดีก่อน"
"แต่เ้าไม่เคยแพ้อาหารอะไรมาก่อนเหตุใดจึงได้เป็เช่นนี้" ฮูหยินหวงตั้งข้อสงสัยเพราะนางเลี้ยงบุตรมาั้แ่เกิดก็ไม่เคยประสบปัญหาเช่นนี้มาก่อน
"หรือว่าเ้าจะวางยาลูกชายข้าอย่างนั้นหรือ" เจียวหวงยังคงตั้งข้อสันนิษฐานต่อ
"ไม่ใช่นะเ้าคะข้าไม่เคยคิดเยี่ยงนั้นเฟิงเยว่เป็ผู้มีพระคุณของข้าหากทำอย่างเท่ากับเนรคุณ"
"เอาเถอะท่านพี่ลูกก็ไม่ได้เป็อะไรมาก ไม่ต้องถึงกับลงโทษกันหรอกนะเ้าค่ะข้าขอร้อง ว่าแต่เ้าชื่ออะไรหรือแม่หนู" ฮูหยินหวงหันมาถามชื่อนางบ้างพูดคุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อแซ่กันเลย
"ข้าชื่อซูเหวินเ้าค่ะ" ซูเหวินส่งยิ้มให้นางก่อนจะต้องหลบสายตาของเจียวหวงที่มองมา
"ท่านพี่เ้าคะ" ฮูหยินหวงส่งสายตาดุเพื่อปรามสามีของนาง
"เอาล่ะเฟิงเยว่ก็ไม่เป็อะไรมาก ข้าจะไม่เอาเื่เ้าแล้วกัน ต่อไปห้ามให้เกิดเื่แบบนี้อีกเข้าใจหรือไม่เสี่ยวถิง"
"ขอรับนายท่าน" เสี่ยวถิงรับคำ เฟิงเยว่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอกที่บิดาของเขาไม่เอาความแก่ซูเหวิน จากนั้นเจียวหวงก็ได้สั่งให้สาวใช้ยกสเบียงอาหารและยาเข้ามาในบ้านจนกระทั่งยามโหย่ว (17.00-19.00น.) จึงได้เดินทางกลับ
หลายวันต่อมา
ยามอู่ (11.00-13.00น.) ซูเหวินก็ยังไม่ออกมาจากห้องจนเฟิงเยว่ผิดสังเกตจึงเดินไปเคาะประตูเรียกแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างในด้วยความเป็ห่วงเขาจึงได้แต่เฝ้าอยู่ด้านหน้าประตูครู่ใหญ่
"ซูเหวินเ้าเป็อะไรหรือเปล่า" เขาะโถามออกไปเมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากคนในห้องเขาจึงได้เปิดประตูเข้าไปทันทีก็พบกับร่างของซูเหวินที่นอนเหงื่อท่วมอยู่บนเตียง ร่างกายร้อนราวกับไฟเมื่อเขายื่นมือไปแตะที่หน้าผากของนาง
"คงเป็เพราะเ้าตากฝนเมื่อวานนี้แน่ๆ" เขาพึมพำ ร่างบางไข้ขึ้นสูงไร้เรี่ยวแรงขยับตัวลุกมันหนักอึ้งที่หัวคล้ายกับมีใครเอามาทุบอย่างแรง เฟิงเยว่จัดให้นางนอนในท่าที่สบายก่อนจะออกไปหาผ้ามาชุบน้ำเพื่อมาเช็ดระบายความร้อนให้นาง
"แม่นางซูเป็อะไรหรือขอรับคุณชาย" เสี่ยวถิงที่เดินตามเข้ามาเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางที่ร้อนรนของเ้านาย
"คงเป็เพราะนางตากฝนเมื่อวาน เ้าไปต้มยาแก้ไข้มาให้ข้าหน่อย" เขาหันไปสั่งให้เสียวถิงก่อนจัดการเช็ดตัวให้ซูเหวิน
"ขอรับคุณชาย" ครู่ใหญ่เสี่ยวถิงก็กลับเข้ามาพร้อมกับถาดข้าวต้มและถ้วยยาในมือก่อนส่งให้เฟิงเยว่
"เ้าลุกขึ้นกินข้าวแล้วจะได้กินยา" เฟิงเยว่ประคองให้นางลุกนั่งก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อให้นางได้เอนตัวพิงเขาไว้จากนั้นจึงหยิบถ้วยข้าวต้มขึ้นมาเป่าเพื่อให้ความร้อนเบาบางลงก่อนจะป้อนให้ซูเหวินอิ่มแล้วจึงได้ดื่มยาต่อ
"ทำไมขมจัง" ดวงหน้าหวานเหยเกด้วยรสชาติของยาที่ขมเกิน
"ยานะไม่ใช่ขนมมันจะได้มีรสชาติหวาน เ้าต้องดื่มให้หมด" เมื่อเห็นว่านางไม่อยากดื่มเขาจึงได้เอ่ยย้ำเสียงเข้มออกไป
"รู้แล้วน่า ข้าไม่ใช่เด็กสักหน่อย" ซูเหวินฝืนกินยานั้นจนหมดถ้วย
"ทีนี้ก็พักผ่อนซะคราวหลังก็อย่าหักโหมจนป่วยอีกละ" ซูเหวินได้แต่พยักหน้ารับ
"ใครจะไปรู้เล่าว่าจะป่วยตอนไหน" ก็แค่นางวิ่งผ่าสายฝนกลับกระท่อมไม่นึกว่าจะต้องมาป่วยหนักด้วยซ้ำ
"เสร็จแล้วเ้านอนพักเถอะเดี๋ยวอีกสองชั่วยามข้าจะเข้ามาดูอีกครั้ง" ซูเหวินล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่ายเพียงไม่นานนางก็หลับไป