ตูม!
ะเิเสียงดังสั่นสะท้านโกดังสังกะสีเก่าซอมซ่อจนะเืไปทั้งหลัง เปลวไฟสีครามอันแปลกตากำลังลุกโชนล้อมรอบผู้หญิงในชุดเดรสที่เดิมทีเป็สีขาวแต่ตอนนี้กลับเปื้อนไปด้วยเถ้าสีเทาดำ เสียงหอบหายใจแ่เบาราวกับกำลังจะหมดแรงทำให้สาวเ้าต้องใช้ปากเล็ก ๆ พะงาบเอาอากาศเติมเข้าปอดอยู่ทุกขณะ ทั่วร่างกายเต็มไปด้วยแผลไฟลวกและรอยบาด แขนซ้ายของเธอทำท่าจะลาจากเ้านายไปก่อนเพื่อนเพราะแรงะเิเมื่อครู่ทำให้เืไหลออกจากหัวไหล่ไปตามแขนที่ห้อยต่องแต่งอย่างไร้เรี่ยวแรงและหยดลงพื้นผ่านปลายนิ้วชี้ข้างซ้าย ดวงตาสีแดงราวกับลาวาไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่เบื้องหน้า ผมสีขาวสนิทราวกับสำลีปลิวไสวไปตามไอร้อนของเพลิงน้ำเงินมรณะ เธอกัดฟันแน่น อดทนต่อความเ็ป ค่อย ๆ ใช้ขาดันตัวเองขึ้นจากพื้น มือขวากุมหัวไหล่ซ้ายที่เืออกนั้นไว้ สายตาจับจ้องไปที่กองเพลิงสีน้ำเงินที่มอดไหม้อยู่
“ทำไม!!!” เสียงชายะโดังลั่นอย่างโกรธแค้น เขาที่เหลือแขนขวาเพียงข้างเดียวเดินย่ำเท้าเข้าใกล้ผู้หญิงผมขาวคนนั้น เปลวเพลิงสีน้ำเงินแหวกทางราวกับทำตามบัญชาเ้านายเพื่อเปิดทางให้เข้าผ่านโดยปราศจากอันตราย“ทำไมแกไม่ยอมแพ้ไปซะที!”
นิ้วชี้ของเขาเรืองแสงสีน้ำเงินก่อนจะชี้ไปยังสาวน้อยผู้ยืนหยัดสู้ ทันใดนั้นไฟสีน้ำเงินพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วไปยังเป้าหมาย สาวปริศนาถีบพื้นะโหลบไปทางข้างทำให้เธอรอดตายอย่างหวุดหวิดจากเปลวไฟที่อุณหภูมิสูงกว่า5,000 องศาเซลเซียส ชายแขนด้วนทรุดตัวอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตาที่พร่ามัวจับจ้องเธอที่ยืนตระหง่านราวกับขุนเขาที่สูงเสียดฟ้าไร้ผู้พิชิต เขากัดฟันแน่นจนเกิดเสียงเสียดสี
“ตาย ๆ ไปซะที!” ชายผู้คุมเพลิงแหกปากลั่น เกิดเป็คลื่นเพลิงะเิแผ่ออกรอบตัว
ซู่ม!
เมื่อคลื่นเพลิงสงบลง ทุกอย่างในวิสัยทัศน์เป็สีดำของเถ้าถ่าน โกดังที่เคยห้อมล้อมตอนนี้เหลือเพียงโครงเหล็กที่ง่อนแง่นเสมือนว่าจะหักได้ทุกเมื่อ มีเพียงสิ่งเดียวที่ยังไม่หายไป ไม่ถูกปกคลุมด้วยสีดำ มิหนำซ้ำกลับมีสีขาวผุดผ่อง สง่างามและน่าเกรงขาม ผู้หญิงผมขาวกับั์ตาสีแดงยืนกุมแขนซ้ายของเธออยู่เหนือพื้นดิน
“ปะ… เป็ไปไม่ได้…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา แทบไม่เชื่อสายตาที่พลังเฮือกสุดท้ายของเขาไม่สามารถโค่นคู่ต่อสู้คนนี้ลงได้
“ไม่ใช่เื่แปลกหรอก ที่นายจะแพ้ฉัน…” แหวนสีขาวตรงนิ้วนางของเธอเปล่งประกาย ทำให้ชายนิรนามมองเห็นสิ่งที่คุ้มกันเธออยู่ ิญญาสีขาวขนาดั์ขดตัวโอบเธอเป็ทรงกลมขนาดใหญ่สูงเกือบเท่าตึกสามชั้นว่ายวนรอบตัวเธอไม่หยุดหย่อน ดวงิญญาอันบริสุทธิ์สีขาวไม่ต่างจากตัวของสาวเ้ากับดวงตาสีแดงอันแสนดุร้ายของมันทำให้ชายนิรนามไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่แล้วร่างกายของเขาก็ตื่นตัวเต็มที่ทันทีที่ฝีเท้าของผู้ควบคุมคนนี้เดินเข้ามาใกล้
“หยะ… อย่าเข้ามา…!”
เขาเรียกลูกบอลไฟออกมา แล้วปาเข้าใส่เธออย่างสุดฤทธิ์ แต่ไฟเ่าั้ไม่อาจผ่านร่างสัตว์อสูรของเ้าหล่อนได้
“อย่าดิ้นรนให้เหนื่อยเปล่าเลย…” เธอเดินเข้าใกล้ศัตรูที่พยายามดิ้นรนคลานหนีออกห่างจากเธอ เธอชูมือขวาขึ้นเบื้องหน้า ทำให้ดวงิญญาสัตว์ร้ายพุ่งเข้ากระชากลำตัวของศัตรูจนท่อนล่างขาดวิ่น
“อ๊าก!” เขาร้องโหยหวน ดิ้นอย่างทุรนทุรายราย ความเ็ปกำลังแผ่กระจายไปยังทุกส่วนของร่างกาย เืสีแดงฉานหลั่งรินลงบนพื้นปูนที่หยาบกร้าน ชโลมย้อมจนพื้นเป็สีแดงที่เหนียวเหนอะ กลิ่นคาวของเืคละคุ้งกับกลิ่นไหม้ เหม็นจนแทบอาเจียน
“อีกเดี๋ยวก็จบแล้ว...” ผู้หญิงคนนั้นนั่งคุกเข่าลงข้างๆ ท่อนบนของผู้คุมเพลิงสีคราม ดวงตาที่กระสับกระส่ายมองเธออย่างหวาดกลัว ทันใดนั้น ความรู้สึกเ็ปวาบที่ลำคอทำให้กระแสประสาททุกแขนงหยุดทำงาน ฟันของหญิงสาวเพิ่งฝังลงบนต้นคอของเหยื่อ ก่อนจะกัดกระชากชิ้นเนื้อส่วนต้นคอออกมา เคี้ยวหนุบหนับ แล้วกลืนลงไป หยดเืจากเศษเนื้อไหลออกตรงมุมปาก ไม่นานาแตามร่างกายของเธอสมานเข้าหากัน ิัที่แดงแจ๋จากไฟลวกรักษาตัวเองจนหายดี กระดูกแขนที่หักซ่อมแซมตัวเองจนกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เธอมองซากศพครึ่งท่อนของศัตรูคนที่หนึ่งร้อยอย่างสังเวช ก่อนจะเบือนหน้าหนี แต่ทันใดนั้น ก็ต้องใกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงที่นุ่มใสราวกับแก้วดังกึกก้องในหูของเธอ มันคือเสียงพูดของทวยเทพที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของสนามประลองบนโลกใบนี้
“เ้าได้เติมเต็มความปรารถนาแห่งแหวนมนตราแล้ว เ้าประสงค์สิ่งใด ผู้ครองแหวนมนตรา…”
เธอหยุดชะงัก น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่น จากนั้นเธอก็เริ่มสะอื้นไห้เสียงเบา ยิ้มราวกับเด็กน้อยที่ในที่สุดก็ได้ตื่นจากฝันร้ายอันยาวนานหลายเดือน เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่ออธิษฐานสิ่งเดียวที่เธออยากมาตลอดั้แ่ก้าวแรกที่เข้าสู่สังเวียนอันนองเื
“ชีวิต…”
