“ครับ”
รับคำแน่นั้นแล้วคนรถผู้รู้งานก็ไม่เอ่ยอะไรอีกนอกจากออกรถไป มีสองสาวยืนมองตามจนรถแล่นออกประตู มี รปภ. เปิดให้ มัทรีดีใจที่กระจกติดฟิล์มมืดพอสมควร เพราะกลัวผู้คนจะเห็น จนเก็บเอาไปพูดในทางไม่ดี แม้นี่จะเลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว และไม่มีผู้คนมากมายนักก็ตามที
“มัทแอดไลน์เข้ามือถือผมทีสิครับ”
และแม้จะหลับ แต่เขาก็ล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงมาส่งให้ได้ เลยต้องรีบทำตาม มือบางจะสั่นน้อยๆ เพราะตื่นเต้นที่ได้จับมือถือราคาแพงลิบลับของเขา และพยายามจ้องมองหน้าจอเฉพาะส่วนที่เขาบอกให้จัดการ ไม่มองไปยังจุดอื่นที่เขาอาจจะอยากให้เป็นความลับหรือเรื่องส่วนตัวก็ได้
“มัทต้องซื้ออะไรกลับบ้านเหมือนทุกครั้งมั้ยครับ ผมจะได้ให้มวนเข้าไปซื้อในตลาดให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ มัทซื้อมาไว้ให้ยายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ขอบคุณค่ะ”
“ครับ”
แล้วเขาก็หลับตาลงโดยไม่พูดอะไรอีก แต่ยังคงกุมมือเธอเอาไว้แนบแน่น ส่วนอีกแขนก็ยกขึ้นโอบเอวเธอไว้ตอนรถเบรก มัทรีอยากให้บ้านอยู่ไกลไปอีกสักร้อยกิโลเมตร จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ ไปอีกนานๆ
เพราะพรุ่งนี้วันหยุด จะไม่ได้เห็นหน้าเขาแล้ว หรือต่อให้เป็นวันทำงาน ก็คงไม่ได้เห็นหน้าเขาอยู่ดี แต่เพียงแค่ชั่วโมงนิดๆ รถก็มาถึงปากซอยเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว
“พี่มวนจอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวมัทเดินไปเอง อีกแค่นิดเดียวเองค่ะ” เพราะไม่รู้จะตอบยายยังไงถ้าเกิดเห็นรถเขาขึ้นมา เลยจำต้องหยุดห้วงเวลาอันเป็นสุขไว้แค่นี้
“พรุ่งนี้มัทออกมาหาผมตรงนี้ได้มั้ยครับ” แต่จู่ๆ คนปิดเปลือกตาอยู่ก็เอ่ยขึ้นและด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนนิดๆ
“เอ่อ!”
อีกคนไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาดี ด้วยเพราะยังไม่มีเหตุผลเหมาะๆ ไว้นั่นเอง ในเมื่อเช้านี้ก็บอกไปแล้ว ว่าจะมีเลี้ยงวันเกิดเพื่อน แล้วคนไม่เคยโกหกจะมีไหวพริบหาข้ออ้างอะไรมาได้อีก
“ดึกๆ มัทค่อยตอบไลน์ผมก็ได้ครับ” คนอ้อนวอนรู้ว่าจู่โจมมากไป เลยเผื่อพื้นที่ไว้ให้สาวตรงหน้าได้ตั้งตัวอีกนิด
“ค่ะ”
และนั่นมัทรีถือว่าเป็นทางออกที่ดีในตอนนี้ เลยรีบยกมือไหว้ลาเขาด้วยท่าทีนอบน้อมเสมอมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง ก่อนจะออกจากรถ ที่ประมวนมีน้ำใจมาเปิดประตูรอให้อยู่ก่อน แล้วมือบางก็ยกไหว้ประมวนเหมือนเคย จากนั้นก็สะพายเป้ยืนรอให้รถเขาแล่นไปก่อน แต่คนในรถกลับลดกระจกลง
“มัทเข้าบ้านเลยครับ ผมจะรอ”
“เอ่อ! มัทจะซื้อของกินไปฝากยายก่อนค่ะ คุณเกียร์กลับเถอะค่ะ แถวนี้มัทคุ้นเคยดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ”
“งั้นผมรอจนมัทซื้อเสร็จครับ”
เมื่อเห็นเขายืนยันขนาดนี้ มัทรีก็ไม่กล้าขัด แม้จะกลัวว่ายายอาจเดินออกมารอรับมากแค่ไหน แต่การกลับบ้านมือเปล่าก็ทำไม่ได้เช่นกัน เลยเดินไปหาร้านรถเข็นตรงบาทวิถี
แล้วรีบสั่งยำสำหรับตัวเองกับยายคนละอย่าง พอเสร็จก็รีบเดินมายกมือไหว้ลาเขาอีกรอบ จากนั้นก็รีบเดินเข้าทางหน้าหมู่บ้านทันที นั่นล่ะ รถหรูถึงได้เคลื่อนออกไป
“มัทกลับมาแล้วจ้ะยาย”
แม้ไม่รู้ว่ายายทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่หลานสาวผู้เสมือนทำความผิดนิดๆ มา ก็ร้องบอกตั้งแต่ก้าวแรกที่เปิดประตูบ้านแล้ว กระนั้นก็ยังไม่วายรู้สึกผิด ที่ไม่มีอะไรมาฝากเจ้าสามตัว เพราะพากันวิ่งมายืนแกว่งหางอออยู่หน้าประตูด้วยความดีใจ
“มาแล้วเหรอ ยายกำลังทำเกี๊ยวซ่าอยู่ในครัว ดีเลยจะได้มาช่วยห่อหน่อย พรุ่งนี้จะเอาไปช่วยทำบุญบ้านคุณนายท้ายซอยโน่นแน่ะ แกเพิ่งมาบอกเมื่อบ่ายนี้เอง”
“เหรอจ๊ะ” หลานสาววางถุงไว้บนโต๊ะกินข้าวพร้อมเป้ แล้วก็เดินไปหายายทันที
“แล้วซื้ออะไรมาล่ะนั่น”
“ยำจ้ะ มัทไม่ได้แวะตลาด เลยซื้อตรงปากทางนี่เอง ยายจะกินก่อนห่อเกี๊ยวมั้ยจ๊ะ มัทจะได้ใส่จานให้”
“อืม! ก็ดีเหมือนกัน เอาใส่จานแล้วมานั่งตรงนี้เลย ยายขี้เกียจย้ายแล้ว” ยายบุญมีปรายตาไปตรงเสื่อที่ว่างอยู่ หลานสาวเลยรีบคว้าจาน ช้อนส้อมแล้วหิ้วถุงไปนั่งข้างๆ ยาย
“พรุ่งนี้ไปบ้านคุณนายท้ายซอยกับยายมั้ย”
“ยายไปกี่โมงจ๊ะ”
“คงสักแปดหรือเก้าโมงล่ะ กว่าจะกลับก็คงบ่ายแก่ๆ โน่น คุณนายอยากให้ช่วยคอยดูแลอะไรต่อมิอะไรด้วย”
“อืม! ไม่ดีกว่าจ้ะ มัทจะซักผ้ารีดผ้า แล้วว่าจะออกไปหาซื้อของขวัญให้เพื่อนหน่อยจ้ะ วันนี้งานยุ่งจนลืมไปเลย ยายอยากได้อะไรมั้ยจ๊ะ มัทจะซื้อมาให้”
“ไม่เอาหรอกลูก เสื้อผ้าก็มีเยอะแยะแล้ว”
“งั้นถ้ายายไปแปดโมง มัทจะไปส่งยายก่อน แล้วค่อยออกบ้านนะจ๊ะ”
“เอางั้นก็ได้” ยายบุญมีไม่คิดจะซักไซ้ไล่เลียงหลานแต่อย่างใด เพราะรู้ดี ว่าหลานจะไม่ทำอะไรไม่ดีไม่งามแน่ ในเมื่ออบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยแล้ว เลยมีความไว้เนื้อเชื่อใจให้อย่างล้นเปี่ยม
และนั่นยิ่งทำให้หลานรู้สึกผิดขึ้นมาไม่น้อย ที่ไม่ยอมบอกความจริงกับยาย แต่ถ้าบอก ก็อาจจะทำให้ยายห่วงและไม่สบายใจไปเปล่าๆ
“วันนี้ยายคิดว่าคุณเกียร์จะมา แต่กลับไม่มีวี่แววแฮะ มัทเห็นบ้างหรือเปล่า”
“คุณเกียร์ไม่สบายจ้ะ เห็นว่ามีไข้หวัด”
“อ้าวเหรอ! มิน่าล่ะ ถึงไม่ได้มา อยากทำเกี๊ยวซ่าไปฝากบ้างจัง แต่ก็คงได้แค่อยาก เราไม่รู้ว่าบ้านแกอยู่ไหน ไว้แกมาวันอื่นยายถึงจะทำให้กินใหม่ก็ได้”
“จ้ะ” คนเป็นหลานรู้สึกผิดขึ้นมาอีกระดับ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา ได้แต่นั่งกินยำเงียบๆ เท่านั้น
ในเช้าวันรุ่งขึ้น ก็รีบตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อจะได้เก็บกวาดบ้านให้สะอาด แล้วรีดผ้าที่ซักไว้ ตั้งแต่ตอนห่อเกี๊ยวซ่าช่วยยายเมื่อวานเย็นแล้ว ถึงได้รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมออกไปตามนัดตอนเก้าโมง ตามที่ได้ตอบตกลงชายอันเป็นที่รักไปทางไลน์เมื่อคืนแล้ว แต่ก็ต้องเดินหิ้วของไปส่งยายที่บ้านงานตรงท้ายซอยก่อน
“เสียดายจังหนูมัทมีธุระ ไว้วันหลังมาเที่ยวบ้านป้าใหม่นะจ๊ะ จะให้พี่พลเอารถไปรับที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องเดินมาให้เหงื่อออก”
คุณนายท้ายซอยยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมลูกชายคนโต ในวัยใกล้สามสิบและยังโสด ต่างมองมาหามัทรีแล้วยิ้มอย่างเสียดาย ส่วนยายบุญมีนั้นรู้ดี ว่ามีความหมายยังไง แต่ก็ไม่อยากปิดกั้นหลาน เพราะอยากให้เจอคนที่ใช่มากกว่านี้ หรืออีกนัยก็คือ กำลังหมายตาทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มหล่ออยู่นั่นเอง
“ขอบคุณแทนยัยมัทมากนะคะคุณนาย แต่ยัยมัทงานยุ่งตลอดเลย ออกบ้านแต่เช้า กลับก็ดึก วันหยุดก็เก็บกวาดบ้าน แป้บๆ ก็ค่ำมืดแล้ว เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ไปไหนกับใครหรอกค่ะ”
“ก็หนูมัทเป็นเด็กขยันนี่คะยาย และหนูว่าดีแล้วล่ะค่ะ หนูชอบคนขยันทำมาหากินและไม่เกี่ยงงาน ไม่งั้นไม่ออกปากชวนมาบ้านแล้วให้ตาพลไปรับหรอกค่ะ”
“โอย! ขอบคุณที่เมตตายัยมัทนะคะ ว่าแต่มีอะไรให้ยายช่วยบ้างคะ”
ยายบุญมีเลยรีบตัดบท และนั่นก็เป็นโอกาสให้หลานสาว รีบยกมือไหว้ลาเจ้าของบ้านทั้งสอง แล้วเดินกลับมาทางเดิม เพียงแค่เลี้ยวออกจากปากซอยเข้าหมู่บ้านไม่กี่ก้าว ก็เห็นรถเขาจอดรอที่เดิมเมื่อวานแล้ว ประมวนรีบออกมาเปิดประตูให้ตามเดิม พอเข้าไปนั่งในรถ ก็ยกมือไหว้คนอยู่ข้างในอย่างนอบน้อมตามเดิม
“ยังไม่หายเลย เหนื่อยจัง”
หลังจากรถเคลื่อนตัวไปไม่นาน เขาก็คว้าหมอนใบเดิมมาวางไว้บนตัก แล้วทิ้งตัวลงนอนขดเหมือนเมื่อวานอีก แว่นก็อยู่ตำแหน่งเดิม พอมือบางถูกมือเขายกขึ้นมาจับ
ก็รับรู้ถึงอุณหภูมิในตัวเขาว่าร้อนกว่าปกติ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร เมื่อเห็นเขาปิดเปลือกตาลงเรียบร้อยแล้ว แม้อยากถามว่าเขาจะพาไปไหนแทบแย่ก็ตามที
แต่ไม่ถึงชั่วโมง รถก็แล่นเข้าไปจอดหน้าคอนโดหรูหรา ราคาน่าจะแพงลิบลับ และที่สำคัญ อยู่ห่างจากบริษัทไม่เท่าไหร่ เลยเดาว่า เขาคงมีไว้พักเวลาไม่อยากกลับบ้านเป็นแน่
“เราขึ้นไปก่อน ค่อยโทรสั่งมื้อเช้าจากร้านอาหารนะครับมัท”
“ค่ะ”
มัทรีรู้สึกเป็นสุขยิ่ง เมื่อเขาลงรถแล้วก็คว้ามือไปกุมไว้ พาเดินเข้าล็อบบี้ มีสายตาผู้คนเมียงมองมาหาไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจ นอกจากพาเดินตรงไปหาลิฟต์กดขึ้นไปชั้นสิบแปด ห้องของเขาอยู่สุดมุมทางปีกซ้ายของลิฟต์ พอประตูเปิดออก ก็ถึงกับตะลึงในความกว้างขวาง ตกแต่งเรียบหรูดูมีราคา
“ผมซื้อไว้ใช้เวลามีงานติดพัน จนขี้เกียจกลับบ้านน่ะครับ มัทมาทางนี้ดีกว่า จะได้โทรสั่งอาหารเช้า ผมยังไม่ได้กินอะไรและยังไม่ได้กินยาด้วย”
“ค่ะ”
มือบางถูกเขาจูงไปนั่งลงชุดรับแขกตรงหน้าต่าง ที่กว้างเกือบเท่ากับเตียงสามฟุต เขาคว้าแฟ้มแข็งตรงโต๊ะเล็กๆ มุมห้องมาส่งให้พร้อมมือถือ มัทรีทรุดตัวลงนั่งก่อนจะรับมันมาเปิดดู ถึงได้รู้ว่าเป็นเมนูอาหาร ยังไม่ทันได้ถามอะไร เขาก็ถอดแว่นไว้โต๊ะกลางแล้วทิ้งตัวลงนอน เอาหมอนมาวางบนตักแล้วหนุนทับไปอีกที
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น









































