ชายหนุ่มอุทานอย่างผิดหวัง
“ไม่เชื่อค่ะ เพราะฉันยังมีเหตุผลสนับสนุนอยู่อีกหนึ่งข้อนั้นก็คือผู้ชายเ้าชู้ชอบพูดโกหก เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ไม่มีทางจับได้ไล่ทันง่ายๆ”
“ไม่เอาแล้ว ผมไม่คุยกับคุณเื่นี้ดีกว่า อ๋อ ผมนึกออกแล้วว่าจะคุยกับคุณเื่อะไรดี”
ชายหนุ่มว่าไปตามใจของตัวเองอย่างไม่สนใจสายตาของหญิงสาวที่ค้อนเอาขวับๆด้วยความหมั่นไส้
“เก่งเฉไฉออกนอกเื่อีกอย่างด้วยใช่ไหมค่ะ”
หญิงสาวยังไม่ยอมเลิกราง่ายๆ
“เอ่...หรือว่าคุณจะหึงผมน๊า...”
ชายหนุ่มหันสายตาเ้าเล่ห์มามอง ทำเอาหญิงสาวถึงกับแก้มแดงเรื่อขึ้นมาทันที
“บ้า เื่อะไรฉันจะต้องไปหึงคุณล่ะ”
“ผมก็วัดเอาจากสถิติที่พอจะรู้มาอย่างคุณนั้นแหละ ว่าผู้ชายเ้าชู้ส่วนใหญ่มักจะมีภรรยาที่ดุมากและขี้หึงสุดๆ”
“บ้า”
หญิงสาวไม่รู้ว่าจะเถียงยังไงดี ได้แต่บ่นอุบอิบ ชายหนุ่มจ้องมองผิวแก้มของหญิงสาวที่อมสีชมพูขึ้นมาจนสุกปลั่งนั้นอย่างมันเขี้ยว นี่ถ้าไม่ติดที่ว่ากำลังขับรถอยู่น่ะ
“เื่ที่ผมบอกว่านึกออกและอยากจะพูดกับคุณ เอ๊ย ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าน้องนารีต่างหาก คือคุณพ่อกับคุณแม่ของเราบอกให้พี่เรียกตัวเองกับน้องนารีว่าพี่และเรียกน้องนารีว่าน้องนารีส่วนน้องนารีก็ต้องเรียกพี่ว่าพี่กฤติและเรียกแทนตัวเองกับพี่ว่าน้องนารีด้วย”
ชายหนุ่มเปลี่ยนเื่พูดเพื่อให้ตัวเองมีสมาธิในการขับรถมากขึ้น แต่หญิงสาวก็กลับย่นจมูกใส่
“แหวะ พูดอะไรฟังดูสับสนชะมัด”
“ไม่ยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจหรอกน่า”
“แต่มันก็เป็สิทธิส่วนบุคลในการที่จะทำตามหรือไม่”
“น้องนารีคิดจะดื้อกับคำสั่งของผู้ใหญ่งั้นเหรอ”
“พูดอย่างกับว่าตัวเองไม่ดื้องั้นแหละ”
“ตอนนี้พี่เลิกดื้อแล้ว โดยเฉพาะคำสั่งที่เกี่ยวกับน้องนารี”
“เชิญเป็เด็กดีไปคนเดียวเถอะ”
หญิงสาวว่าอย่างประชด
“หมายความว่าน้องนารีจะไม่ยอมเรียกพี่ว่า พี่”
“ใช่”
หญิงสาวตอบแบบไม่ต้องคิด
“ถ้าน้องนารีไม่ยอมเรียกพี่ว่าพี่ละก็ พี่จะจอดรถแล้วจูบน้องนารีซะตรงข้างทางนี้เลย”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างจริงจังขึ้น
“อย่าเอาเื่นี้มาขู่น่ะ ไม่ได้ผลหรอก”
หญิงสาวเชิดหน้าตอบอย่างถือดีทั้งที่ก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่ไม่น้อยเหมือนกันเมื่อนึกถึงวันที่เขาทำให้เธอจำต้องตกปากรับคำแต่งงานกับเขาอย่างเสียไม่ได้วันนั้น
“แน่ใจเหรอว่าไม่ได้ผล และนี่ก็ไม่ใช่แค่คำขู่น่ะ ตอนนี้เราแต่งงานกันแล้วพี่มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้นกับน้องนารีได้เต็มที่”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับชะลอรถเข้าข้างทาง ทำเอาคนที่ทำท่าถือดีในตอนแรกต้องหน้าตาตื่น
“นี่คุณกฤติ คุณจะทำอะไร”
“ที่ถามนะ ไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งไม่รู้”
ชายหนุ่มกล่าวช้าๆแต่ั์ตาแพรวพราวขึ้นมาจนหญิงสาวเผลอผงะหนีโดยไม่รู้ตัว
“อย่าทำอะไรบ้าๆน่ะ”
“จะทำ”
ชายหนุ่มเน้นคำพร้อมกับพารถเข้าจอดลงที่ข้างทางได้สำเร็จก่อนโน้มหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนััได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“ก็ได้ๆฉันเรียกคุณว่าพี่กฤติก็ได้”
หญิงสาวรีบกล่าวเร็วปรื๋อ
“อะไรน่ะ”
เขาแกล้งถามขึ้นเมื่อยังไม่พอใจในคำตอบที่ได้ยิน พร้อมกับใบหน้าที่ก้มต่ำลงไปอีก และอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่ริมฝีปากของเขาจะแตะถึงริมฝีปากของหญิงสาว