นิริน หญิงวัยสามสิบกว่า เป็พนักงานออฟฟิศของบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ั้แ่เรียนจบก็ทำงานเก็บเงิน ดูเหมือนว่าจะมีเงินเก็บนะ แต่ว่า ทำไมไม่เคยได้ไปไหนเที่ยวไหนเลย เพราะเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็ทุกอย่างแล้ว ก็ช่วยเหลือญาติพี่น้องที่เวลาไม่มีก็จะนึกถึงนิรินตลอดเพราะคิดว่า นิรินตัวคนเดียว ไม่มีลูก ไม่ต้องผ่อนบ้านผ่อนรถ นั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน เช่าคอนโดอยู่คนเดียว กินก็ไม่เยอะ ตัวไม่ใหญ่ไม่อ้วน จึงน่าจะมีเงินเหลือให้ญาติพี่น้องยืม แต่น้อยนักที่จะได้คืน เพราะนิรินคงไม่ต้องใช้เงินมั้ง แต่ละคนคิดได้ดีจริง จริ้ง
เธอเห็นรุ่นน้องรุ่นพี่ที่ทำงาน พากันไปเที่ยวต่างประเทศ อย่างญี่ปุ่น ยุโรป เมกา แล้วเอารูปมาอวด เธอก็อยากไปบ้างสิทีนี้ เพราะมีแต่คนถามว่าไม่อยากไปเที่ยวไหนกับเขาบ้างเหรอจ๊ะ น้องริน เหรอคะพี่ริน
ปีนี้นิรินเลยประกาศว่าจะไม่ให้ใครยืมเงิน เพราะฉันจะไปเที่ยว แล้วจะไปเที่ยวไหนดีล่ะ ที่ไม่ไกลและไม่แพงมาก นั่งหน้าจอเสิร์ชดูไปเรื่อยๆ จนมาลงเอยที่จีน เพราะตอนนี้จีนให้ฟรีวีซ่า และถูกกว่าญี่ปุ่น อีกอย่างเป็คนชอบสถาปัตยกรรมเก่าแก่และศิลปวัฒนธรรมจีน ดังนั้นจีนตอบโจทย์มักๆ
ตอนแลกคิดจะซื้อทัวร์ แต่ไม่มีทัวร์ไหนมีโปรแกรมถูกใจเลย งั้นไปเองดีกว่าเป็ไงเป็กัน จึงซื้อโรมมิ่งอินเตอร์เนต และใช้วีพีเอ็น เพราะที่จีนไม่ใช้ไลน์ อย่าลืมติดตั้งแอพแปลภาษานะเธอ นิรินเตือนตัวเอง
ทำไมเราถึงตื่นเต้นอย่างกับว่าจะได้กลับบ้าน หรืออาจจะเป็เพราะขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศครั้งแรกก็ได้ เมื่อถึงแล้วนิรินก็เงยหน้าอ่านป้ายและเดินตามไปเรื่อยๆ ยังดีที่อ่านอังกฤษออก จีนก็งูๆ ปลาๆ ได้นิดหน่อย คนมาเที่ยวเยอะมากกว่าจะผ่าน ตม กว่าหาโรงแรมเจอ เป็อันว่าแรกผ่านไปอย่างเหนื่อยมาาากกก
นิรินประเดิมการท่องเที่ยวของเธอที่พระราชวังต้องห้าม และหลายที่ในปักกิ่ง จากนั้นก็ไปสุสานทหาร ไปทุกที่ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และเดินดูพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในหลายๆ เมือง จนมาถึงพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งชื่อยาวและจำยากเลยไม่จำดีกว่า เดินดูไปเรื่อยๆ ก็เจอภาพๆ หนึ่ง ที่ดึงดูดความสนใจของนิรินมาก เป็ภาพของชายหนุ่มที่แต่งชุดเกราะมือถือดาบ ไม่ว่านิรินจะหันไปทางไหนซ้ายหรือขวา ก็เหมือนสายตาคู่นั้นมองตามเธอตลอด นิรินจึงหยุดจ้องสายตาของภาพวาดนั้นตรงๆ จู่ๆ ภาพนั้นส่งสายตาปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง ให้ แล้วก็มีแสงสีขาวเปล่งออกมาจนเธอต้องหลับตา
เมื่อลืมตาขึ้นอีกที นิรินก็มาอยู่ในห้องๆ หนึ่ง ที่มองดูแล้วเหมือนกับในซีรี่ย์จีนโบราณ และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งก้มหน้าแต่ไม่ร้องไห้อยู่ข้างๆ นิรินแปลกใจจึงหันกลับมาดูตัวเอง นี่แขนใครหว่า ทำไมมันขาวและเล็กอย่างนี้ เธอสำรวจร่างกาย นี่ไม่ใช่เราแน่นอน เหลือแต่หน้าที่ยังไม่เห็น ต้องรีบหากระจก นิรินกวาดสายตาไปทั่วห้องจนเจอโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ไกล
“เห็นแล้ว” เธอรีบลุกขึ้นและเดินไปดูใบหน้าตัวเองที่กระจก หญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่รู้สึกเหมือนมีอะไรผ่านสายตาไปอย่างไว นางยิ่งก้มหน้าลงยิ่งกว่าเดิมเพราะกลัว มือทั้งสองทั้งจับทั้งหยิกหน้าตัวเองจนเจ็บ
“นี่มันก็หน้าเรา ตอนอายุ ราวๆ ยี่สิบกว่า นี่นา” นิรินพูดออกมา
เฉียวเฉียวที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นอยู่ได้ยินเสียงของหญิงสาวก็ยิ่งกลัวไปใหญ่ แต่ก็อยากรู้จึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง พระชายาไม่ได้อยู่บนเตียงแล้ว เฉียวเฉียวสวดมนต์ ก่อนที่จะหันหน้าไปมองอะไรบางอย่างที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เมื่อเห็นว่าเป็พระชายาจริงๆ ก็ยกมือขึ้นไหว้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองตน
“คุณพระคุณเ้าช่วยลูกช้างด้วยเถิดเ้าค่ะ” เฉียวเฉียวหลับและลืมตามองสลับกันไป
นิรินเห็นหญิงสาวคนนั้น นั่งไหว้ลม จึงลุกขึ้นเดินมาหา “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าที่นี่ที่ไหนคะ”
เฉียวเฉียวได้ยินและได้กลิ่นตัวของพระชายาถึงจะหอมขนาดไหนก็ไม่ทำให้ความกลัวของเฉียวเฉียวลดลงแม้แต่น้อย
“พระชายาเ้าขา จงไปที่ชอบ ที่ชอบ เถอะเ้าค่ะ เอ่อเพคะ อย่ามาหลอกเฉียวเฉียวเลยนะเพคะ เฉียวเฉียวรู้ว่าพระชายาไม่ชอบเฉียวเฉียว เฉียวเฉียวก็ไม่ชอบพระชายา แต่ก็ไม่เคยเกลียดพระชายาเลยนะเ้าคะ” เฉียวเฉียวพูดเ้าคะ เ้าขา เพคะ ปนกันไปหมดพร้อมกับยกมือขึ้นหัว
นิรินจึงจับไหล่ของหญิงสาวคนนั้น เฉียวเฉียวสะดุ้งโหยงร้องห่มร้องไห้เสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปมาได้ยิน พ่อบ้านที่ได้รับแจ้งจากบ่าวในจวนจึงเดินมาดู เห็นพระชายายืนใช้มือเขย่าไหล่ของสาวใช้เฉียวเฉียวอยู่ ก็รีบเดินไปรายงานชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่หน้าห้องของอีกเรือนทันที ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้แล้วก็หันกลับไปเคาะประตูและพูดขึ้นว่า
“กระหม่อมมีเื่รายงานพ่ะย่ะค่ะ” เยว่ิองครักษ์ข้างกายของลี่อ๋องหรือลี่เทียนเชนเอ่ยขึ้น
ลี่อ๋องเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ และพยักหน้าให้องครักษ์พูด
“พระชายายังไม่ตาย พ่ะย่ะค่ะ”
ลี่อ๋องขมวดคิ้ว วางมือจากหนังสือนั้นทันที “ห้ามเรียกนางว่าพระชายา”
“กระหม่อมขออภัย พ่ะย่ะค่ะ หวางเฟยยังไม่ตาย พ่ะย่ะค่ะ”
“หวางเฟยก็ห้ามเรียก” ลี่อ๋องเอ่ยขึ้นอีก
“เอ่อ แม่นางหลานจูเจียนยังไม่ตายพ่ะย่ะค่ะ” เยว่ิรายงาน
ลี่อ๋องคิดว่าจะเป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาเป็คนฆ่านางด้วยมือของเขาเอง ตอนนี้เขาถึงต้องมานั่งอ่านหนังสือว่า น้องชายของตนจะเล่นงานตนยังไง เมื่อตนฆ่าพระชายาที่น้องชายประทานให้
“เ้าแน่ใจนะ”
“พ่อบ้านรายงานมาอย่างนั้น พ่ะย่ะค่ะ”
“ออกไปดูด้วยตาของเ้าเอง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ลี่อ๋องจำได้ว่าเมื่อตอนที่อาการของเขากำเริบ เขาได้บีบคอหลานจูเจียนจนนางสิ้นใจตายคามือ แล้วนางจะรอดได้อย่างไร คนอย่างเขาไม่เคยพลาดเื่ฆ่าคน ยิ่งตอนที่ควบคุมสติไม่ได้ยิ่งไม่น่ารอด