โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 97 การล่าเป็นหมู่คณะ

    บทที่ 97 การล่าเป็นหมู่คณะ

     

     

     

    สุดท้ายผมก็ต้องช่วยแก๊งเด็กนี่แบกซากหมูป่ากลับค่ายจนได้ ถ้าไม่ได้อุปกรณ์สลักเวทของเจ้าหนูเอมอน ผมคงหักส่วนแบ่งพวกมันจนหมดไปแล้ว

     

    บ้าเอ๊ย... สรุปใครเป็นนายจ้างกันแน่วะ!

     

    “ลูกพี่เนเทล ข้าขอโทษจริงๆ แล้วก็ขอบคุณมากที่ช่วยพวกเราไว้”

     

    เอมอนพูดเสียงอ่อย เจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาผมตลอดทาง

     

    อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากโทษพวกมันนักหรอก ตอนที่ผมเลเวลเท่าเด็กพวกนี้ก็ไม่มีปัญญาไปซัดกับโทรลล์เลเวล 33 เหมือนกัน

     

    อีกอย่าง... ที่ไอ้บ้านั่นโผล่มาจู่โจมได้ ก็เพราะผมมัวแต่คิดเรื่องอื่นจนลืมส่งเรดาร์มานาออกไปตรวจดูด้วยนั่นแหละ

     

    “คราวหลังก็พัฒนาตัวเองซะ โดยเฉพาะทักษะของนาย ขัดเกลาให้มันใช้งานได้จริงกว่านี้หน่อย”

     

    เอมอนพยักหน้ารับคำ ส่วนคนอื่นๆ ดูหม่นหมองกว่ามาก แต่ละคนเดินคอตกราวกับคนใกล้ตาย

     

    เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมที่เป็นจุดรับงาน ผมก็โยนซากหมูป่าทิ้งไว้ด้านข้าง ก่อนจะเดินนำแก๊งลูกหาบตรงไปที่ประตู

     

    “หืม...”

     

    ตอนแรกผมกะจะผลักประตูเข้าไปแรงๆ แต่พอเดินไปใกล้กลับพบว่ามีคนจำนวนมากออรวมกันอยู่ข้างใน ผมเลยเปลี่ยนเป็นดันประตูเบาๆ เพื่อเบียดไอ้พวกลูกค้าที่มุงกันอยู่ให้พ้นทาง

     

    “เฮ้ย ผลักเบาๆ ดิ...”

     

    นักล่าเลเวล 32 คนหนึ่งหันมาสบถใส่ แต่พอหันมาเห็นหน้าผม มันก็หุบปากฉับทันที

     

    “มีอะไรกัน ทำไมคนเยอะขนาดนี้”

     

    ผมเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด ตอนนี้อารมณ์ไม่ดีสุดๆ อยากหาอะไรกินแล้วไปนอนบนเตียงเต็มที

     

    “ลูกพี่ เดี๋ยวข้าไปดูให้ครับ”

     

    เอมอนอาสาก่อนจะใช้ร่างเล็กๆ มุดฝ่าฝูงนักล่าตัวเหม็นพวกนั้นเข้าไป ไม่นานนักมันก็มุดกลับออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น

     

    “สรุปมีอะไร?”

     

    “คือแบบนี้ครับลูกพี่ หัวหน้ากิลด์แบรม กับหัวหน้ากิลด์ไซม่อนกำลังทำข้อตกลงเพื่อตั้งปาร์ตี้ล่ากลุ่มใหญ่กันอยู่ครับ”

     

    ผมรู้จักสองคนนี้ดี ทั้งคู่เลเวลทะลุ 50 ไปแล้ว แถมยังเป็นหัวหน้ากิลด์ใหญ่ในเขตนี้ ลูกน้องในสังกัดเลเวล 40 ขึ้นไปทุกคน และแต่ละคนก็มีชื่อเสียงพอตัว

     

    “ปาร์ตี้ล่ากลุ่มใหญ่งั้นเหรอ แล้วล่าตัวอะไรล่ะ”

     

    “เวอร์เดียร์ครับลูกพี่!”

     

    “หา?”

     

    ผมผมทำตาโต เวอร์เดียร์... ไอ้พวกมอนสเตอร์ถุงเงินนั่นน่ะเหรอ?

     

    แต่ก็นะ จากทำเลของค่ายนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากป่าลึกชายแดน แถบนั้นน่าจะเป็นแหล่งกบดานของฝูงเวอร์เดียร์อยู่แล้ว

     

    ผมยืนครุ่นคิด... หมูป่าหนึ่งตัวขายได้แค่เหรียญเงินเดียว แต่เวอร์เดียร์ตัวเดียวนี่ล่อไปตั้ง 3-5 เหรียญเงิน แค่คิดก็เริ่มได้กลิ่นเงินลอยมาแว่วๆ

     

    เห็นทีผมต้องลองเข้าไปดูหน่อยแล้วว่าสองคนนั้นจะเปิดรับคนนอกแบบผมบ้างไหม

     

    เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมจึงตั้งใจแผ่ไอมานากดดันออกมารอบตัว พวกนักล่าขี้แพ้ที่ยืนมุงอยู่ต่างพากันสะดุ้ง และรีบถอยฉากหลบทางให้ทันที ทำให้ผมเดินผ่านเข้าไปได้อย่างสะดวก

     

    พอมาถึงกลางลานโรงเตี๊ยม ผมก็เห็นชายสองคนกำลังนั่งคุยอยู่กับเจ้าของร้าน ผมไม่สามารถมองเห็นเลเวลของเจ้าของโรงเตี๊ยมได้เพราะเขาน่าจะเลเวลสูงกว่า 55 แต่สำหรับหัวหน้ากิลด์ทั้งสองคนนั้นผมเห็นได้อย่างชัดเจน

     

    [นักรบมนตรา - เลเวล 55]

     

    [นักล่ามานา - เลเวล 51]

     

    ชายวัยกลางคนหัวล้านร่างล่ำบึ้กคือแบรม เลเวล 55 ส่วนชายผมเผ้ายุ่งเหยิงคือไซม่อน เลเวล 51 ดูเหมือนทั้งคู่จะตกลงกันลงตัวแล้ว เพราะพวกเขาเพิ่งเซ็นเอกสารบางอย่างเสร็จและส่งให้เจ้าของโรงเตี๊ยมเป็นคนเก็บรักษาไว้

     

    แบรมจับมือกับไซม่อนเพื่อยืนยันข้อตกลง ก่อนจะเดินอาดๆ มาหยุดตรงกลางร้าน

     

    “วันนี้ข้ามีข่าวดีจะมาบอก! พวกเราทั้งสองกิลด์ตกลงที่จะร่วมมือกันตั้งปาร์ตี้เพื่อออกล่าฝูงเวอร์เดียร์ ตอนนี้คนของกิลด์เราสองฝั่งรวมกันได้ 22 คนแล้ว และยังมีที่ว่างเหลืออีกไม่เกิน 7 คน”

     

    แบรมเว้นจังหวะพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ

     

    “ถ้าใครอยากเข้าร่วม พวกเราก็ยินดี แต่อย่างน้อยๆ ฝีมือต้องเทียบเท่ากับโคลม และถ้ามีทักษะการโจมตีระยะไกลด้วยก็จะพิจารณาเป็นพิเศษ”

     

    ชายหนุ่มที่ชื่อโคลมเดินก้าวออกมาข้างหน้า เขาเป็นคนตัวสูง รูปร่างเพรียวแต่มีมัดกล้ามเนื้อสมส่วน ผมเหลือบมองตัวอักษรบนหัวของเขา

     

    [หน่วยสอดแนมมานา - เลเวล 41]

     

    เลเวล 41 ก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นัก แถมยังเป็นแค่หน่วยสอดแนม ดูท่าคงไม่ใช่พวกสายต่อสู้ตรงๆ เลยด้วยซ้ำไป

     

    หลังจากทุกคนเงียบอยู่นาน ชายร่างกำยำคนหนึ่งก็ยกมือขึ้น

     

    “ข้าอยากร่วมด้วย จะทดสอบยังไง”

     

    [นักสู้มนตรา - เลเวล 39]

     

    ไอ้หมอนี่ฝีมือไม่เบาเหมือนกัน ดีเลย... ผมจะได้มีโอกาสดูการต่อสู้ของพวกนักล่าระดับสูงเสียหน่อย

     

    “ง่ายๆ โจมตีให้โดนข้าก็พอ”

     

    โคลมเอ่ย พลางปลดปล่อยมานาประทุออกมา ชายร่างกำยำเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาระเบิดมานาตั้งรับโต้กลับทันควัน

     

    ตึง!

     

    ชายร่างกำยำกระแทกเท้าลงบนพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะพุ่งตัวเข้าโจมตี

     

    ผมเปิดใช้งานสมาธิขั้นลึกทันที โลกพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวดำ และเส้นสายมานาของทั้งคู่ก็เริ่มเด่นชัดขึ้น

     

    ร่างกายของชายกำยำเต็มไปด้วยเส้นสายมานาที่ร้อยเรียงกัน โดยเฉพาะที่แขน มันอัดแน่นไปด้วยเส้นใยมานาหนาแน่น บ่งบอกว่าเขากำลังเร่งพลังไปที่ส่วนนั้นทั้งหมด

     

    โคลมย่อตัวตั้งท่ารับมือ วินาทีนั้นร่างของเขากลายเป็นภาพเบลอๆ ก่อนจะฉากหลบไปโผล่ด้านหลังคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว

     

    ผมถึงกับเลิกคิ้วขึ้น นี่ไม่ใช่แค่การเสริมพลังมานาทั่วไป แต่มันคือการเปิดใช้ทักษะ

     

    ภาพร่างเบลอๆ นั่นสร้างความสับสนได้ดี เหมือนกับการสร้างภาพลวงตาออกมา มันเป็นทักษะที่น่าสนใจจริงๆ

     

    ถ้าได้ดูใกล้กว่านี้ก็คงดี... แล้วถ้าผมจ่ายให้เขาสัก 10 เหรียญเงิน เขาจะยอมสอนให้ไหมนะ?

     

    ฟุ่บ!

     

    หมัดของชายร่างกำยำวืดพลาดเป้า เขาหมุนตัวกลับมาพยายามตรวจจับร่างของโคลมที่ยังคงเคลื่อนไหวไปมาพร้อมทิ้งเงาเบลอไว้ด้านหลัง

     

    เส้นใยมานาเริ่มหนาแน่นขึ้นบนแขนของเขาอีกครั้ง ไม่นานเขาก็ตบเท้าตั้งท่าคล้ายวิชาคาราเต้ ดึงหมัดขวาเก็บไว้ที่เอว และใช้มือซ้ายเล็งไปที่เป้าหมาย

     

    จังหวะที่เขาชกออกไป พลังงานที่มองไม่เห็นก็ก่อตัวขึ้น มันพุ่งผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงจนทิ้งคลื่นความร้อนสั่นไหวเอาไว้

     

    ทว่าร่างของโคลมกลับวูบไหวและหายตัวไปก่อนที่พลังประหลาดนั้นจะมาถึง

     

    ตู้ม!

     

    ทันทีที่พลังนั้นพุ่งปะทะโต๊ะไม้ของโรงเตี๊ยม มันก็ระเบิดออกเป็นรอยยุบคล้ายโดนหมัดขนาดใหญ่กระแทกลงไปตรงๆ

     

    เฮ้ย... น่าสนใจ!

     

    ผมอดไม่ได้ที่จะเพ่งสมาธิขั้นลึกลงไปอีก ทักษะของไอ้ควายถึกนี่ก็น่าสนใจไม่เบา

     

    ผมขอเรียกมันว่าหมัดล่องหน แล้วกัน เท่ชะมัด

     

    เมื่อหมัดแรกพลาด ชายร่างกำยำก็รัวหมัดที่สองและสามตามไปติดๆ แน่นอนว่าโคลมนั้นว่องไวพอตัว เขาฉากหลบหมัดล่องหนพวกนั้นได้หมดโดยไร้รอยขีดข่วน

     

    “เอาละ พอได้แล้ว เจ้าผ่าน”

     

    แบรมที่ยืนคุมเชิงอยู่กล่าวขึ้น

     

    ทั้งคู่หยุดมือลงทันที มานาของทั้งสองเริ่มสงบลงก่อนจะสลายไป

     

    โธ่... ผมคิดในใจ อีกนิดเดียวก็เกือบจะมองเห็นเคล็ดลับของหมัดล่องหนนั่นอยู่แล้วเชียว ถ้าเอามาประยุกต์ทำเป็น กระสุนล่องหน มันคงจะเท่ระเบิดไปเลย!

     

    “คนต่อไป ใครอยากทดสอบอีกเชิญเลย”

     

    แบรมยังคงกล่าวต่อ

     

    ผมเหลือบมองเอมอน เจ้าหนูลูกหาบทำท่าลุกลี้ลุกลนก่อนจะหันมาสะกิดผม

     

    “ลูกพี่ไม่ลองหน่อยเหรอครับ ผมว่าพวกนี้ฝีมือไม่ได้ครึ่งของลูกพี่เลยนะ แถมตอนนี้ราคาของเขาเวอร์เดียร์พุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัวเลยด้วย!”

     

    เฮ้ย... ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ!

     

    ถ้ารู้ว่าราคาดีขนาดนั้นผมคงกระโดดออกไปตั้งนานแล้ว

     

    “ผมขอทดสอบด้วยคน”

     

    ผมก้าวเท้าเดินออกไปเผชิญหน้ากับโคลม

     

    เจ้าหนุ่มโคลมมองผมด้วยสายตาพิจารณาก่อนจะปลดปล่อยมานาตั้งรับ

     

    ผมยิ้มบางๆ แล้วเริ่มระเบิดมานาของตัวเองออกมาบ้าง แรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกไปทำเอาทุกคนในร้านหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันควัน

     

    แบบนี้แหละ... เห็นหรือยังพวก มานานี่แหละดีที่สุด!

     

    โคลมเริ่มเปิดฉากด้วยการใช้ทักษะสร้างภาพเงาเบลอๆ อีกครั้ง ส่วนผมเปิดใช้งานสมาธิคู่ขนานทันที

     

    ที่จริงผมมีวิธีเอาชนะได้แบบง่ายๆ แต่ทำแบบนั้นมันไม่คุ้มเลย ผมอยากวิเคราะห์ทักษะภาพลวงตานั่นหน่อย เผื่อจะจับเคล็ดลับเอามาประยุกต์ใช้ได้บ้าง

     

    เมื่อมานาเสริมกำลังกายจนได้ที่ ผมก็กระแทกเท้าพุ่งเข้าใส่โคลมทันที ต้องยอมรับว่าหมอนี่รวดเร็วมาก แถมเงาเบลอที่กระจายอยู่รอบตัวยังรบกวนจนทำให้อ่านเส้นสายมานาได้ยากสุดๆ

     

    ผมเร่งมานาขึ้นแล้วพุ่งตัวคว้าจับ ทว่ามือของผมกลับตะปบได้เพียงความว่างเปล่า ร่างของโคลมหายไปทิ้งไว้แค่เศษเสี้ยวของภาพลวงตา

     

    อืม... ทักษะนี้ยุ่งยากชะมัด นอกจากจะรบกวนสายตาแล้วยังพรางการตรวจจับมานาได้อีกด้วย

     

    ผมยกมือขึ้น พลางคิดในใจว่าจะใช้ทักษะหยุดเขาไว้ดีไหม แต่คิดดูอีกทีแบบนั้นก็ง่ายเกินไป

     

    การทดสอบเพิ่งเริ่มต้น หมอนั่นคงยังปล่อยของไม่หมด ถ้าผมรีบปิดเกม ทุกอย่างก็จบลงพอดี และผมก็จะพลาดโอกาสเลียนแบบทักษะเท่ๆ นี้ไปอย่างน่าเสียดาย

     

    เมื่อคิดได้แบบนั้น ผมจึงปล่อยมานาออกมามากขึ้นแล้วควบแน่นมันเป็นลูกปัดมานากลมนับสิบลูกลอยอยู่กลางอากาศ

     

    ถ้าถามว่าทำไมไม่ใช้กระสุนมานา... คำตอบคือผมไม่อยากโดนกิลด์ของไอ้หมอนี่รุมกินโต๊ะเอาภายหลังน่ะสิ แค่ลูกปัดมานาธรรมดาก็เหลือแหล่สำหรับการทดสอบแล้ว

     

    ผมเปิดฉากระดมยิงลูกปัดมานาออกไป ร่างของโคลมวูบไหวทิ้งเงาล่อหลอกจนทำให้ลูกปัดทั้งหมดพลาดเป้า

     

    หนึ่ง... สอง... สาม...

     

    ผมค่อยๆ เพิ่มจำนวนและยิงถล่มเข้าไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่โจมตี ผมจะใช้สมาธิ และการรับรู้มานาคอยตรวจจับการทำงานของทักษะเขาอย่างละเอียด

     

    แต่... มันยากเป็นบ้า แทบมองไม่เห็นแนวทางหรือเคล็ดลับของมันเลย

     

    ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัว ส่งผลให้จำนวนลูกปัดมานาเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งจน และแตะหลักร้อยในเวลาสั้นๆ

     

    แต่น่าแปลก แม้จะถูกกระสุนเกือบร้อยเม็ดพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน แต่โคลมก็ยังพริ้วไหวหลบหลีกได้หมด

     

    น่าสนใจแฮะ... อยากรู้จริงๆ ว่าหมอนี่จะทนได้ถึงไหน

     

    ผมเริ่มเอาจริงด้วยการเปิดใช้มานาปะทุ แยกสติจากการควบคุมมาช่วยเร่งความเร็วในการสร้างลูกปัดเพิ่มขึ้น

     

    หนึ่งร้อย... สองร้อย... ลูกปัดมานาทวีคูณขึ้นจนเกือบแตะหลักพันในพริบตา

     

    เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วโรงเตี๊ยมแต่ผมไม่สนใจหรอก ตอนนี้กำลังสนุกเลย เมื่อก่อนผมอาจจะสร้างได้แค่พันลูก

     

    แต่ตอนนี้เหรอ... จัดไปสักห้าพันลูกก็ยังไหว!

     

    แบรมที่ยืนกอดอกดูอยู่ทำท่าจะเอ่ยปากห้าม แต่ไม่ทันเสียแล้ว

     

    ผมสะบัดมือปลดปล่อยฝูงลูกปัดมหาศาลเหล่านั้นพุ่งทะยานออกไปทันที

     

    ฟู่ๆๆๆๆๆ!

     

    ลูกปัดมานาปลิวว่อนบดบังทัศนียภาพทั่วทั้งโรงเตี๊ยม เหล่านักล่าที่ยืนมุงอยู่พากันแตกฮือหนีตายจ้าละหวั่น

     

    โคลมพยายามฉากหลบ และสร้างเงาวูบไหวหลอกตา แต่ในอากาศกลับเต็มไปด้วยลูกปัดมานาที่พุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทางจนไร้ช่องว่างให้หนี

     

    ก่อนจะโดนลูกปัดกลืนกิน โคลมระเบิดมานาออกมาอย่างรุนแรง ภาพเบลอรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างสามร่างแยกย้ายกันหลบหลีกกระสุนทันที

     

    ผมเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ร่างทั้งสามนั้นเหมือนกันจนแยกไม่ออก แถมกระแสมานาที่เกี่ยวพันในร่างยังเท่ากันเป๊ะจนไม่สามารถระบุตัวจริงได้เลย

     

    ผมคิดว่าหมอนี่แยกร่างได้แน่ๆ แต่พอฝูงลูกปัดมานาพุ่งถล่มเข้าใส่ เงาร่างสองร่างก็สลายหายไป ส่วนร่างจริงของเขาหลบหนีไปโผล่อยู่ด้านหลังของแบรมเรียบร้อยแล้ว

     

    “เอาละเพื่อน พรสวรรค์ของนายน่าทึ่งมาก การทดสอบผ่านฉลุย! ยินดีต้อนรับเข้าสู่ปาร์ตี้กลุ่มของพวกเรา”

     

    แบรมเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

     

    ผมยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะสลายลูกปัดมานาทั้งหมดทิ้งไปพลางคิดในใจ...

     

    ยังไม่ทันได้อัดมานาเข้าไปเต็มแรงเลย เสียดายชะมัด!

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912