วันต่อมา
ณ บ้านปฏิทิน
เวลา 14:56 น.
วันนี้พ่อแม่พากันไปทำเื่ขึ้นโฉลดที่ดินที่สำนักงานกรมที่ดินในจังหวัด ทำให้ปฏิทินต้องอยู่บ้านเพียงคนเดียว แต่ไม่เป็ปัญหาสำหรับคนโลกส่วนตัวสูงแบบปฏิทินอยู่แล้ว การอยู่คนเดียวนี่มีพลังสุด ๆ ละ
“เฮ้อ…ในที่สุดก็เหลือแค่ 10 ตอน” ปฏิทินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นิยายญี่ปุ่นที่เขารับแปลเื่นี้มีทั้งหมด 100 ตอน ซึ่งตอนนี้เหลือแปลต่อ 10 ตอนก็จบเื่แล้ว
ถึงแม้เขาจะชื่นชอบการแปลนิยาย แต่พอมีจำนวนตอนที่เยอะแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกท้อไม่น้อย
จ๊อก…..
ท้องเริ่มร้องหาของกินสะแล้ว นี่ก็บ่ายสองโมงกว่าแล้ว ข้าวเที่ยงเขายังไม่ได้ทานเลย เพราะอยากแปลนิยายให้มันเหลือน้อย ๆ ก่อน
“อ่า…ไปหาอะไรกินดีกว่า” ปฏิทินลุกจากเก้าอี้ เดินลูบท้องลงมาหาของกินอยู่ในครัว
ขณะที่กำลังเดินลงมาจากบันไดดันเกิดอาการหน้ามืดขึ้น ทำให้ควบคุมร่างกายไม่ไหว จน…
ฟรึบ!!
“เฮ้ย!!!”
ตัวของปฏิทินกลิ้งตกบันไดมาจากขั้นที่ 6 ของบ้าน มาถึงพื้นข้างล่าง ส่งผลให้ศีรษะกระแทกกับพื้นจนแตก และแขนขาถลอกจนเืไหลซิบ ๆ ออกมา
“โอ๊ย!!!” ปฏิทินร้องโอดโอยออกมาด้วยความเ็ป เขาไม่สามารถขยับตัวได้ เพราะรู้สึกเจ็บไปหมด เขาจับไปที่ศีรษะ
“เื!” พอเห็นดังนั้นปฏิทินหมดสติทันที เพราะเขาเป็คนกลัวเืมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
.
.
เวลา 15:10 น.
แก๊ก!
เสียงเปิดประตูเข้ามา
“คนเยอะมากเลยเนาะพ่อ” เสียงแม่ใหญ่ศรีบ่นกับสามี
“อื้มใช่!” สามีพยักหน้าเห็นด้วย
พอเปิดเข้ามาเจอว่าลูกชายนอนจมกองเือยู่
“อ๊ายย ปฏิทินลูก” แม่ใหญ่ศรีและสามีรีบวิ่งเข้าไปดูลูกชาย
“ปฏิทิน ปฏิทิน ตื่นสิลูก” แม่พยายามเรียก
“พาลูกไปหาหมอก่อน” พ่อบอกภรรยา แล้วทั้งคู่ช่วยกันพยุงลูกชายไปที่รถกระบะคันสีดำของพวกเขา ถอยรถออกมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล
.
เวลา 17:05 น.
ณ บ้านปฏิทิน
บรึ้น…เอี๊ยด!!!
หลังจากเลิกงาน ต้าร์เลือกที่จะแวะมาหาปฏิทินก่อน แต่พอมาถึงบ้านกลับปิดเงียบ มีการล็อกประตูรั้วบ้านเหมือนไม่มีใครอยู่
“หายไปไหนกันหมด”
จู่ ๆก็มีเสียงผู้ชายะโมาจากข้างบ้านของปฏิทิน “พี่ต้าร์มาหาพี่ปฏิทินหรอ”
ต้าร์หันไปมองตามเสียง คนนั้นคืออั๋นที่อยู่ในชุดนักเรียนแต่ปล่อยชายเสื้อ เพราะอยากตากผ้าเสร็จก่อน ค่อยไปเปลี่ยนชุดทีหลัง
“ใช่ ว่าแต่มันไปไหน?”
“อยู่โรงบาล พี่ปฏิทินตกบันได” อั๋นบอก เพราะได้ยินพ่อคุยกับป้าแถวบ้านเมื่อเย็น
“ฮะ?” ต้ารมีสีหน้าใ แล้วรีบบิดรถตรงไปที่โรงพยาบาลทันที
(มึงห้ามเป็อะไรมากนะเว้ย รอก่อน กูกำลังไปหา)
.
.
10 นาทีผ่านไป
ณ โรงพยาบาล
ต้าร์ลงจากรถ รีบเดินไปถามเ้าหน้าที่ว่าปฏิทินอยู่ห้องไหน พอทราบห้อง เขารีบสาวเท้าไปยังห้องที่ปฏิทินพักอยู่ทันที
ห้องที่ปฏิทินพัก เป็ห้องผู้ป่วยรวม ซึ่งไม่ค่อยความเป็ส่วนตัวเท่าไหร่ แต่ด้วยงบประมาณที่มี ครอบครัวของปฏิทินไม่ได้ถือสาอะไรที่จะพักในห้องนี้
แก๊ก
ต้าร์เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง มองหาเตียงที่ปฏิทินพัก และเจอเข้ากับแม่และพ่อปฏิทินที่นั่งเฝ้าอยู่เตียงสุดท้ายติดกับหน้าต่าง เขารีบเดินเข้าไปหา
เมื่อเดินมาถึงเตียง เข่าแทบทรุด เมื่อเห็นสภาพของปฏิทินตอนนี้ กำลังนอนหลับ มีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะ พันแขนข้างขวา และข้อเท้าข้างขวา
“อ้าวต้าร์?” แม่ใหญ่ศรีทักต้าร์ด้วยความแปลกใจ ที่มาเยี่ยมลูกชายตนได้ เพราะตนยังไม่ได้บอกข่าว แต่อีกฝ่ายคงทราบจากคนแถวนั้นแหละมั้ง
“สวัสดีครับพ่อ แม่” ต้าร์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง
ผู้ใหญ่ทั้งสองยกมือรับไหว้กลับ
“มันฟื้นหรือยังครับ มันเจ็บมากไหม ทรมานมากหรือเปล่า แล้วมัน...” ต้าร์รัวคำถามใส่พ่อกับแม่ของปฏิทินไม่หยุดทั้งน้ำตา เพราะเป็ห่วงอีกฝ่ายมาก อยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็อย่างไรบ้าง แต่ยังไม่ทันจะถามต่อ ก็มีเสียงตอบขึ้นมา
“เจ็บ”
ต้าร์รีบหันไปมองปฏิทิน พบว่าอีกฝ่ายฟื้นแล้ว เขาดีใจมาก จนเผลอเข้าไปสวมกอด
“มึง เจ็บมากมั้ย”
“โอ๊ย!!” ปฏิทินร้องออกมาด้วยความเจ็บ ต้าร์รีบปล่อยทันที
พ่อและแม่ปฏิทินมองทั้งสอง แต่ไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้เพื่อนได้พูดกัน เขาแค่มองและคอยหวงอาการของลูกชายเพียงเท่านั้น
“ขอโทษ ๆเจ็บมากไหม” สีหน้าของต้าร์ใมากที่เผลอทำให้ปฏิทินเจ็บกว่าเดิม
“เจ็บ” ปฏิทินตอบตามความจริง
“ขอโทษ...” น้ำตาของต้าร์ยิ่งไหลออกมาหนักกว่าเดิม
“เออ ๆไม่เป็ไร มึงหยุดร้องได้แล้ว ไม่อายคนหรือไง” ปฏิทินบอกเพื่อน พร้อมกับหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดูเพื่อนสนิท ที่ยืนร้องไห้เหมือนเด็กน้อยเลย
ต้าร์หันไปมองรอบข้าง พบว่าทุกคนกำลังมองมาที่เขาจริง ๆอายุก็ปาไป 25 ปีแล้ว ยังมายืนร้องไห้เหมือนเด็ก 5 ขวบอยู่ได้ เขาปาดน้ำตา แล้วค่อย ๆนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆเตียงของปฏิทิน พร้อมกับเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวคืนนี้ ผมนอนเฝ้ามันเองครับ” ต้าร์หันไปบอกพ่อกับแม่ปฏิทิน
แต่ถูกปฏิทินสวนขึ้น “กูอยู่ได้ มึงกลับไปเหอะ เพราะพรุ่งนี้มึงต้องไปทำงาน”
ปฏิทินไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเสียสละเวลาดูแลเขา เพราะแค่ไปทำงานก็เพลียมากแล้ว
“ใช่!ต้าร์ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพ่อกับแม่เฝ้าปฏิทินเอง” แม่ใหญ่ศรีเอ่ยตอบต้าร์
“...” ต้าร์เงียบ เพราะเขาอยากอยู่ดูแลปฏิทิน แต่สุดท้ายก็ต้องยอม
“แล้วหมอให้มันกลับบ้านวันไหนครับแม่” ต้าร์เอ่ยถามต่อ
“พรุ่งนี้ก็กลับได้แล้ว หมอบอกไม่ได้เป็อะไรมาก สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้” แม่ใหญ่ศรีตอบ
“งั้นพรุ่งนี้ หลังเลิกงานผมขอไปนอนค้างบ้านแม่นะครับ” เพราะพรุ่งนี้เป็วันศุกร์ เขาสามารถนอนค้างได้ถึงวันอาทิตย์เลย
ปฏิทินมองหน้าต้าร์ แล้วแย้งขึ้นทันที “ไม่ได้ กูอึดอัด”
ต้าร์หันไปตอบปฏิทิน “เดี๋ยวกูนอนที่พื้น มึงไม่อึดอัดแน่นอน” แล้วหันกลับมาส่งสายตาอ้อนวอนแม่อีกครั้ง
“ตามสบายเลยต้าร์ เพราะต้าร์ก็เหมือนลูกชายแม่อีกคน” แม่ใหญ่ศรีอนุญาตเป็ที่เรียบร้อย โดยไม่ถามความสมัครใจจากลูกชายเลยสักนิด
“แม่!” ปฏิทินหันไปงอแงใส่ผู้เป็แม่
“เอาน่า...มีคนคอยดูแลใกล้ ๆพ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องเป็ห่วงมากไงลูก” ผู้เป็พ่อเอ่ยตอบ
“ก็ได้ครับ” สุดท้ายปฏิทินก็ต้องยอมแต่โดยดี
ต้าร์ยิ้มแฉ่งด้วยความดีใจ
.
.
วันต่อมา
เวลา 17:20 น.
ณ บ้านปฏิทิน
แก๊ก!
เสียงเปิดประตูบ้าน ทุกคนในบ้านหันไปมองว่าใครมา พอเห็นสภาพแล้วก็อดขำออกมาไม่ได้
ต้าร์มาในสภาพหอบของพะรุงพะรังมาเหมือนกำลังย้ายบ้าน
พอเห็นทุกคนมองมาที่ตน ทำให้รู้สึกเขินไม่น้อย “แฮร่…”
“นี่มึงกะจะมาอยู่บ้านกูถาวรเลยรึไง ฮะ?” ปฏิทินทักขึ้น
ต้าร์หอบของมาวางลงที่ข้าง ๆโซฟา ซึ่งมีปฏิทินนั่งอยู่
“ถ้าได้ก็ดีนะ เดี๋ยวจ่ายค่าไฟค่าน้ำช่วย” ต้าร์แกล้งตอบ แต่ถ้าได้จริงก็ดี
“ไม่ต้องเลย…พื้นที่บ้านกูยิ่งน้อย ๆ อยู่” ปฏิทินโวยเพื่อนสนิท
“เฮ้อ…เสียดาย” ต้าร์แกล้งตีหน้าเศร้า
แก๊ก!
เสียงประตูบ้านถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ทุกคนหันไปมอง คนที่มาใหม่คือเกม ที่เพิ่งเลิกงานกลับมาเช่นกัน
ต้าร์และปฏิทินรู้สึกแปลกใจ ต้าร์จึงเอ่ยถามขึ้น
“อ้าว!สัปดาห์นี้มึงไม่ขึ้นไปหาฉิมหรอ?”
“ไม่อะ กูบอกว่ามาเยี่ยมมึง” เกมตอบ แล้วหันไปยิ้มทักทายพ่อกับแม่ปฏิทิน ก่อนจะเดินมาลงข้าง ๆ โซฟาอีกฝั่งของปฏิทิน
“โทษทีมึง เมื่อวานกูไม่ได้ไปหาที่โรงบาล เพราะกูทำโอที” เกมรู้สึกผิดที่ไม่ได้แวะไปเยี่ยมเพื่อนเมื่อวาน
“ไม่เป็ไรมึง กูไม่ได้เป็ไรมาก” ปฏิทินตอบ
ต้าร์จึงเอ่ยเสริม “มันก็แค่หัวแตก ข้อเท้าพลิก แขนถลอก” ต้าร์หันมาแกล้งประชดปฏิทินที่บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็อะไรมาก แต่ไม่ดูสภาพตัวเองตอนนี้เลย
ปฏิทินหันขวับมาดุต้าร์ด้วยสายตา เขากำลังพูดให้ไอ้เกมไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไม่ได้มาเยี่ยมเขาอยู่
เกมเห็นท่าทางของเพื่อนทั้งสองก็อดแซวไม่ได้ “จ้องตากันขนาดนั้น ระวังท้องนะพวกมึงอะ”
พ่อและแม่ของปฏิทินหลุดหัวเราะออกมากับการแซวของเกม
ปฏิทินและต้าร์เลิกจ้องตากันทันที ต่างฝ่ายต่างหันหนีไปคนละทาง
เกมส่ายหน้าอย่างเอือม ๆก่อนจะสังเกตกระเป๋าใบใหญ่และถุงผ้าห่มที่วางอยู่ข้าง ๆต้าร์
“นี่มึงจะย้ายบ้านหรอ?” เกมแกล้งแซวอีกครั้ง
“เื่ของกูน่า…” ต้าร์ตอบ
“งั้นกูมานอนด้วย” เกมทำท่าดีใจ
“ไม่ต้อง!!!” ต้าร์ทำเสียงดุ
“…”
“…”
“…”
“…”
บรรยากาศเงียบสนิท ทุกต่างใ จนต้าร์ต้องรีบอธิบาย
“กูนอนเฝ้ามันคนเดียวได้ มึงกลับไปนอนที่บ้านเถอะ”
“ได้ไงวะ…ไอ้ปฏิทินก็เพื่อนรักกูเหมือนกัน กูก็ต้องมาดูแลด้วยสิ” เกมแย้ง
“กูรู้…แต่เดี๋ยวกูนอนเฝ้าเอง มึงค่อยมาเยี่ยมมันตอนกลางวันก็ได้” เขาอยากดูแลปฏิทินเพียงคนเดียว จะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง
.
.
เวลา 22:12 น.
ห้องนอนสำหรับแขกกลายเป็ห้องนอนของปฏิทินชั่วคราว เพราะแม่ใหญ่ศรีไม่อยากให้ลูกชายเดินขึ้นเดินลงบันได เดี๋ยวาเ็กว่าเดิม จึงจัดเตรียมฟูกนอนให้ลูกชายและของตนที่จะมานอนเฝ้า แต่เพิ่งนึกได้ว่าต้าร์จะมานอนเฝ้าแทน จึงย้ายของตนกลับไป
ภายในห้องเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ และการนอนจ้องไปยังเพดานของห้อง ทั้งสามหนุ่มนอนกะพริบตาปริบ ๆ โดยการนอนเรียงจากต้าร์ ปฏิทิน และเกม
“พวกมึงทำตัวเหมือนกูเป็เด็กอะ จะนอนประกบทั้งสองข้างกูเพื่ออะไรวะ” ปฏิทินบ่นขึ้น ที่ตนตอนอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนทั้งสอง คล้ายตอนที่เขานอนกับพ่อแม่ตอนเด็ก ๆ
“ก็ถ้าปล่อยให้กูนอนเฝ้ามึงคนเดียว ป่านนี้มึงก็ไม่ต้องอึดอัดแล้ว” ต้าร์แกล้งเหน็บแนมเกม
เกมมองหน้าต้าร์แล้วรู้สึกพอใจที่ได้แกล้งไม่ให้ต้าร์ได้อยู่กับปฏิทินเพียงลำพัง
“กูก็แค่มานอนดูอาการให้เเน่ใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูก็นอนบ้านแล้ว” เกมพูดตอบลอย ๆ
ปฏิทินหันมองหน้าเพื่อนทั้งสองสลับไปมา โดยไม่เข้าใจว่าทั้งคู่กำลังสื่ออะไรกันอยู่
“ให้มันจริงเหอะ! ถ้าพรุ่งนี้ขืนมึงยังมานอนอีก กูจะบอกให้ผีบ้านผีเรือนมาหักคอมึง!!!” ต้าร์ชี้นิ้วคาดโทษเกม
“กลัวที่ไ…” เกมยังไม่ทันจะเถียงกลับ ถูกปฏิทินสวนขึ้นมาก่อน
“พอทั้งคู่เลยพวกมึงอะ กูจะนอน!!!”
“…” ต้าร์และเกมรูดซิปปากตัวเองทันที