จางอู่เกินได้ยินเื่ราวก็ยืดหลังตรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว หลายปีมานี้เขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหดหู่ใจมาโดยตลอด ั้แ่ข่าวการเสียชีวิตของบุตรชายคนที่สามและสะใภ้ ต่อมาก็ผลผลิตเสียหายสัตว์เลี้ยงล้มตายเป็จำนวนมาก ออกจากเรือนแต่ละครั้งก็ทำเพียงไปขายที่นาออกไปทีละผืน
ความภาคภูมิใจในตัวเอง มันหายไปนานมากแล้วจนไม่อยากจะสู้หน้ากับผู้ใด เวลานี้ได้ยินว่าทั้งหมู่บ้านต่างก็รุมกันอิจฉาเขาที่มีบุตรหลานที่ดี หัวใจของเขาพองฟูจนหน้าแดงก่ำ แยกยิ้มออกมาอย่างโง่งมจนจางต้าฉวนต้องมาสะกิดแขนเขา จึงได้วางท่ากลับมาเป็ปกติ
“แค่กๆๆ .. อืมเื่วาสนานี่ข้ายอมรับ ลูกหลานข้าล้วนประเสริฐกันทุกคน ว่าแต่พวกเ้าเล่า มาครั้งนี้ไม่ใช่แค่จะมากล่าวชื่นชมบุตรหลานของข้าเท่านั้นกระมัง” จางอู่เกินตอบรับคำชมอย่างไม่เกรงใจพร้อมถามสตรีทั้งสามคนกลับ
“โอย..พวกเราก็มาด้วยเื่ผักเ่าั้น่ะสิ ข้าเห็นว่าเฟยอีส่งมาบ้านสกุลจางไม่น้อยเลย ก็อยากจะมาลองถามท่านผู้เฒ่าจางดูว่าพอจะแบ่งขายให้เราบ้างได้หรือไม่”
นางไป๋ซื่อทีแรกได้ยินว่าสตรีทั้งสามมาด้วยเื่ผักก็ตาขวางขึ้นมา คิดว่าพวกเขาจะมาขอแบ่งปัน แต่พอได้ยินประโยคต่อมาว่าพวกเขาจะมาขอซื้อก็หูผึ่งขึ้นมาทันที ในใจก็คิดคำนวณถึงจำนวนผักในส่วนของบ้านรองโดยเร็ว
บุรุษบ้านรองมีสามคนล้วนแข็งแรงกำยำกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น ข้าวเปลือกก็ยังมีอีกมากพวกเขาเคี้ยวไหวอยู่แล้ว เด็กหญิงสองคนนางก็ส่งไปไว้กับหลานสาว จางเฟยอีมีผักตั้งมากมายอย่างไรบุตรสาวของนางทั้งสองก็ไม่อดแน่ๆ จึงคิดจะขายส่วนของตนออกไป
ส่วนทางนางหลี่ซื่อ เวลานี้บุตรสาวก็เพิ่งฟื้นยัง้าอาหารมาบำรุงร่างกายอีก บิดาของสามีก็ชราแล้วหากได้ผักนิ่มๆ มาทำอาหารย่อมดีกับคนทั้งสอง จึงไม่คิดจะขายออกไป
“ผักพวกนี้ข้าให้เ้าใหญ่และเ้ารองแบ่งกันไปแล้ว เ้าก็ถามเอาจากพวกเขาเถิด” จางอู่เกินพยักพเยิดให้บุตรชายทั้งสองตัดสินใจกันเอง
“ขาย!! ข้าขายให้เอง” นางไป๋ซื่อแทรกคำขึ้นมาั้แ่จางอู่เกินยังพูดไม่ทันจบประโยค
“แค่กๆ ..” จางต้าหลางแสร้งไอออกมาเล็กน้อยปรามภรรยาของเขา นี่เป็ของที่หลานสาวให้มายังขนเข้าบ้านยังไม่ทันเสร็จ ก็จะเอาออกมาขายเสียแล้ว ช่างน่าอายนัก อีกอย่างเขาก็อยากกินแตงกวาสดๆ ลูกใหญ่นั่นอีกด้วย
นางไป๋ซื่อยังพอจะมีหัวคิดอยู่บ้าง สบตาผู้เป็สามีแล้วก็หันมาแย้มยิ้มอ่อนหวานใส่จางเฟยอี จนนางรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
“เฟยอี ของที่แบ่งมาบ้านข้านี่อย่างไรข้าก็กินไม่ทันหรอก ข้าว่าจะแบ่งขายเป็น้ำใจให้พี่ฮุ่ยกับป้าเหลียนสักหน่อย เ้าว่าดีหรือไม่ พรุ่งนี้ซ่อมบ้านสามของพวกเ้าเสร็จต่อไปบ้านรองของข้าก็ต้องไปซ่อมแซมต่อแล้ว มีเงินติดมือไว้อีกสักหน่อยข้าจะได้อุ่นใจ”
“ข้ามอบให้ท่านไปแล้ว เื่นั้นแล้วแต่ป้าสะใภ้รองจะตัดสินใจเถิดเ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าก็จะเอาส่วนของข้ามาเพิ่มไว้ทำอาหารสำหรับทุกคนที่นี่อีก เพราะบ้านข้าจะต้องก่อเตาขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลาถึงสามวันกว่าเตาจะแห้งดี ต้องมาอาศัยให้ป้าสะใภ้ทั้งสองช่วยทำอาหารเผื่อพวกเราสามคนด้วย ผักที่พวกเรามียังพอกินอยู่แน่นอนเ้าค่ะ แบ่งออกไปนิดหน่อยก็ไม่เป็ไร”
ฮุ่ยซื่อ ชุ่ยเอินและป้าเหลียนต่างก็ดีใจจนเผลอะโขึ้นมาเล็กน้อย ผักที่บ้านของทุกคนก็มี แต่เวลานี้ภัยแล้งทำให้ทุกคนไม่เต็มใจจะใช้น้ำสิ้นเปลือง น้ำที่แบกมาจากแม่น้ำก็ใช้เพื่อรดต้นข้าวในนาเสียเป็ส่วนใหญ่ นำกลับมาบ้านแค่เพียงใช้หุงหาอาหาร
ส่วนแปลงผักนั้นเลิกคิดไปได้เลย ปล่อยให้มันเติบโตกันเองไปตามมีตามเกิด ได้น้ำเหลือจากการทำอาหารบ้างก็ดีไป ไม่ได้น้ำก็แห้งเหี่ยวไปบ้าง ไหนเลยจะได้เห็นผักเขียวๆ อวบอ้วนน่ากินอย่างผักของบ้านสกุลจาง
"มาๆ นี่ถ้าไม่เห็นแก่ว่าพี่ฮุ่ยเป็ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านข้าก็คงไม่เกรงใจหรอกนะ ป้าเหลียนก็เช่นกัน เราเพื่อนบ้านกันข้าถึงได้กัดฟันแบ่งผักเหล่านี้ขายให้ ข้าให้ราคาถูกๆ เลย แตงกวานี่ข้าขายให้ 5 ลูก 2 อีแปะ ฟักทองลูกละ 7 อีแปะ ฟักเขียวลูกละ 5 อีแปะ ส่วนถั่วลิสงนั่นข้าไม่ขาย บุตรชายของข้าสองคนชอบกินมันที่สุดแล้ว" ไป๋ซื่อแจกแจงราคาสินค้าอย่างคล่องแคล่ว
จางเฟยอี “------” เวลาข้าคิดเงินท่านบอกไม่รู้จักตัวเลข เวลาจะขายของสมองท่านดีขึ้นมาเลยเชียวนะป้าสะใภ้รอง
สตรีทั้งสามคนเลือกผักกันอย่างอิ่มอกอิ่มใจกันทั้งสองผ่าย นางไป๋ซื่อก็ใจดีให้พวกเขาเลือกกันได้ตามสบาย ผักสวยไม่สวยลูกเล็กลูกใหญ่นางกินได้ทั้งนั้น เอาใจลูกค้าไว้ก่อนดีที่สุดนางคิดเช่นนั้น
ทางด้านนางหลี่ซื่อ เห็นการค้าตรงหน้าก็กระวนกระวายใจขึ้นมานิดหน่อย อะไรก็ตามที่สามารถทำเงินได้ในเวลานี้ล้วนเป็เื่สำคัญทั้งหมดนั่นล่ะ นางคิดแล้วก็เอ่ยปากถามลูกค้าสามคนตรงหน้าขึ้นมาบ้าง
“พี่ฮุ่ย ป้าเหลียน ข้ามีน้ำส้มสายชูและเต้าเจี้ยวที่พอจะแบ่งขายให้ได้ พวกท่าน้าใช้บ้างหรือไม่เล่า เมล็ดงาขาวก็มี แต่ไม่มากนัก หากท่านอยากได้ข้าก็จะแบ่งให้”
“ไอหย๋า… เ้าจะแบ่งขายให้เราจริงๆ หรือ ข้าไม่ได้ซื้อเครื่องปรุงเหล่านี้ไม่รู้นานเท่าใดแล้ว ร้านค้าในเมืองต่างก็ยืนยันไม่ยอมแบ่งขาย จะขายทีเดียวยกไห แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเป็จำนวนมากเช่นนั้นได้กันเล่า หากเ้ายอมแบ่งให้พวกเราข้าก็เต็มใจซื้อ เ้าจะขายอย่างไรเล่า” ป้าเหลียนดีใจจริงๆ มีผักแล้วหากได้เครื่องปรุงมาเพิ่มนางก็สามารถทำอาหารมื้ออร่อยได้เสียที
“เอ..จะแบ่งอย่างไรดีนะ น้ำส้มสายชูกับเต้าเจี้ยวราคาเดียวกัน จินละ 20 อีแปะ ข้าจะเทออกจากไหมา 1 จินแล้วแบ่งใส่ถ้วย 10 ใบ ขายถ้วยละ 2 อีแปะแล้วกันนะ”
จางเฟยอีคิ้วกระตุก ป้าสะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้รองช่างมีวิธีการคิดในแบบคนตนเองเสียจริง ซ้ำยังมีหัวการค้าอยู่ไม่น้อย อย่าคิดว่าป้าสะใภ้ใหญ่จะขาดทุนนะ หากซื้อเต้าเจี้ยวยกไหย่อมได้ราคาถูกกว่าที่แบ่งซื้อเป็จินอยู่แล้ว นางเอามาแบ่งขายเช่นนี้ได้กำไรแน่นอน
ไม่นานป้าสะใภ้ใหญ่ก็จัดการแบ่งเต้าเจี้ยวและน้ำส้มสายชูออกมาเป็ถ้วยๆ นางฮุ่ยซื่อซื้อไปอย่างละ 3 ถ้วย ป้าเหลียนเอาไปอย่างละ 2 ถ้วย ยังเหลืออีกอย่างละ 5 ถ้วยที่เทออกมาแล้ว นางฮุ่ยซื่ออาสาจะไปแจ้งข่าวกับบรรดาสตรีในหมู่บ้านว่ามีใคร้าอีกหรือไม่ จากนั้นทั้งสามคนก็หอบเอาผักและเครื่องปรุงออกจากบ้านสกุลจางไปอย่างหน้าชื่นตาบาน
ไม่นานก็มีกลุ่มคนมายืนออกันเต็มหน้าบ้านสกุลจาง เพื่อมาขอซื้อเต้าเจี้ยวและน้ำส้มสายชูเพิ่ม ป้าสะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้รองต่างก็ต้องควักเอาสมบัติเครื่องปรุงที่หลานสาวให้มา ออกมาแบ่งกันชั่งขายให้พวกเขา น้ำส้มสายชู เต้าเจี้ยว และน้ำมันงา ที่จางเฟยอีใส่มาในไหนั้น มีจำนวนราวไหละ 15 จิน(ราว 7.5 กิโลกรัม) มากพอที่จะแบ่งขายให้ชาวบ้าน บ้านละถ้วยสองถ้วยเลยทีเดียว
ในที่สุดทั้งป้าใหญ่และ ป้าสะใภ้รองก็อดทนต่อเสียงอ้อนวอนขอจากชาวบ้านไม่ไหว เมื่อพวกเขารู้ว่านางยังมีน้ำมันงาอยู่อีกด้วย เลยกลับกลายเป็ว่าสตรีทั้งสองคนก็ต้องนำเอาน้ำมันงามาแบ่งขายให้ชาวบ้านด้วยอีก วุ่นวายเสียจนทั้งสองคนไม่ได้หยุดพัก จางเฟยอีเลยอาสาไปทำอาหารมื้อเย็นเอง
นางยิ่งอยู่ยิ่งพึงพอใจกับคนสกุลจางมากเหลือเกิน การกินอยู่ก็ไม่ได้วุ่นวายมากพิธีบนโต๊ะอาหารอะไรนัก ทุกคนไม่ได้งี่เง่าเหมือนอย่างครอบครัวนางเอกที่ทะลุมิติมาอย่างที่นางเคยอ่านเลยสักนิด
ป้าสะใภ้ใหญ่ดูเงียบๆ แต่พอถึงเวลาสำคัญก็กล้าพูด กล้าคิด ไม่ใช่เอาแต่นั่งร้องไห้น่ารำคาญ ส่วนป้าสะใภ้รองถึงแม้จะร้ายอยู่บ้าง แต่พอเอาความดีด้านหัวการค้าของนางมาหักลบก็พอจะถูๆ ไถๆ กลบเกลื่อนกันไปได้บ้าง ที่สำคัญเวลานี้นางเห็นช่องทางทำเงินที่บ้านสามจะสามารถทำได้แล้ว