เช้าวันต่อมาที่บ่อน้ำข้างน้ำตกก็มีปลาสีสวยจำนวนเจ็ดตัวลอยไปมามีทั้งสีแดง สีขาว สีส้ม ไม่รู้ว่าเซียวเฟิงเหยียนให้คนเอาปลาสีสวยพวกนี้มาใส่ไว้ั้แ่เมื่อไหร่เมื่อพวกเขามาทานข้าวเช้าที่ศาลาริมน้ำตกเซียวหนิงเฉิงก็เห็นพวกมันอยู่ในบ่อแล้ว
“ท่านชอบหรือไม่?” นายเหนือเอ่ยถามดูเหมือนวันนี้จะเป็วันที่ดีเพราะสองป้าหลานไม่ได้มาเยี่ยมเยือนพวกเขาในวันนี้เซียวหนิงเฉิงจึงอารมณ์ดี นั่งให้อาหารปลาระหว่างที่กำลังทานข้าวไปด้วย
“ชอบมาก ไปได้ปลาสวยๆพวกนี้มาจากไหน” ปลาพวกนี้ส่วนใหญ่จะถูกเลี้ยงที่ตระกูลใหญ่ๆเพื่อเอาไว้ดูเล่นดูๆแล้วภายในป้าเตาก็ไม่ได้ชื่นชอบสิ่งมีชีวิตเล็กๆแบบนี้เซียวเฟิงเหยียนไปหามาจากไหนกัน
“ข้ามีคนรู้จักที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาพวกนี้เลยให้เขาเอามาส่งให้ที่ป้าเตา เพิ่งจะมาถึงก่อนหน้าที่เราจะตื่นไม่นาน” สมแล้วที่เป็สาวใช้ของเรือนประมุขที่ถูกคัดเลือกและได้รับการฝึกอบรมมาเป็อย่างดีมีเื่ที่ทำให้ผู้เป็นายพอใจั้แ่เช้า แบบนี้สมควรตบรางวัลให้จริงๆ
“ทำให้น้ำตกดูน่ามองขึ้นเยอะทีเดียว” มือเรียววางอาหารปลาลงก่อนจะคีบอาหารให้ตัวเองบ้าง เพราะกินอาหารรสจัดมาสองวันแล้ววันนี้พวกเขาเลยเปลี่ยนเป็อาหารที่รสอ่อนลงเล็กน้อย แค่เล็กน้อยเท่านั้นเป็ไปได้ว่าที่ฮูหยินใหญ่กับหวงเหมยกุ้ยไม่มาในวันนี้เป็เพราะหวงเหมยกุ้ยปวดท้องไม่สบาย
หรือว่าจะให้คนสนิทไปสืบมาดีนะ
เสี่ยวเจียวที่วันนี้อยู่กับพวกเขาเดินไปที่ริมน้ำตกเพื่อส่องดูว่าเพื่อนใหม่ที่กำลังลอยไปลอยมาอยู่ในน้ำนั้นเป็ตัวอะไรเมื่อเห็นว่าเพื่อนใหม่ไม่ค่อยน่ากินก็ย้ายตัวเองมานั่งข้างๆเซียวเฟิงเหยียนเอาหัวโตๆเกยตักเ้านายพร้อมทั้งอ้าปากหาว
“มิใช่ว่าเมื่อคืนเสี่ยวเจียวไปออกล่ามาแล้วกระมัง”ท่านเทพมองไปยังพังพอนตัวอ้วนที่กำลังเอาคางเกยตักเซียวเฟิงเหยียนตอนเช้าแบบนี้ควรจะหิวไม่ใช่หรอกรึท่าทางแบบนี้หมายความว่ามันอิ่มมาแล้วอย่างแน่นอน
เป็สัตว์พิทักษ์ของใครที่กลายเป็อาหารเช้าของเ้าตัวอ้วนนี้
“เขาไม่ได้ไปกินสัตว์พิทักษ์ของใครแน่นอนท่านไม่ต้องเป็ห่วง” หากเป็เช่นนั้นจริงก็คงจะดีมิเช่นนั้นอวี๋เหมาฉาคงได้ลงบัญชีแค้นเก็บหนี้กับป้าเตาแล้ว
แต่แค่คิดว่ามีเ้าพังพอนตัวอ้วนนี้อยู่เป็ร้อยตามจำนวนขององครักษ์ในป้าเตาก็ทำให้นึกหนักใจแทนอวี๋เหมาฉาจริงๆ
“สงสัยข้าคงต้องส่งของกำนัลไปให้อสรพิษเหมาฉาเยอะๆเสียแล้ว”
“ท่านคิดมากไปเอง” มือหนาคีบของกินมาใส่จานของภรรยามันเป็วัฎจักรแห่งสัตว์โลก ท่านเทพจะต้องทำใจให้ชิน
“เสี่ยวเจียวห้ามกินปลาของข้านะ ไม่อย่างนั้นข้าจะโกรธเ้า”เสี่ยวเจียวทำหน้าหงอยทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ชอบปลาทำไมต้องทำหน้าเหมือนโดนห้ามกินของโปรดแบบนั้นด้วย
สัตว์พิทักษ์ของป้าเตาก็เหมือนกับพรรคอื่นๆที่ยามปกติก็จะปล่อยให้ใช้ชีวิตในที่ที่เหมาะกับพวกมันเมื่อถึงเวลาถึงจะเรียกตัวมาช่วยเหลือ ดังนั้นหลังจากที่ทานข้าวเช้ากันเสร็จเซียวเฟิงเหยียนก็ให้เสี่ยวเจียวกลับไปที่เดิมของมันเมื่อถึงเวลาที่สมควรนายเหนือถึงจะเรียกมาใหม่
คนสนิทนำเสี่ยวฮวามาที่หน้าพรรคดั่งเช่นทุกครั้งที่นายเหนือจะไปที่วังหลวงเซียวเฟิงเหยียนประคองภรรยาขึ้นไปบนม้าก่อนตัวเองถึงจะขึ้นไปนั่งซ้อนหลัง จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปที่ค่ายองครักษ์ที่ตั้งอยู่ในวังหลวง
จนเมื่อมาถึงประตูใหญ่ของวังหลวง พวกเขาก็เจอกับคนคุ้นหน้าคุ้นตาเข้า
“ไป๋เฮ่อ?” ร่างสูงเอ่ยทักผู้ที่กำลังยืนคุยอยู่กับราชครูอีกท่านมิใช่ว่าเป็ไป๋เฮ่อหรอกรึ
“หืม?” เ้าของชื่อหันมามองเป็เซียวเฟิงเหยียนกับท่านเทพที่กำลังควบม้ามาอย่างช้าๆเมื่อมาถึงนายเหนือก็ะโลงจากม้าโดยที่ไม่ได้ให้ท่านเทพลงมาด้วย
“มิใช่ว่าฝ่าาพระราชทานวันหยุดให้สามวันหรอกรึเ้ามาทำอะไรที่วังหลวง” แล้วยังแต่งตัวด้วยชุดของราชครูั้แ่หัวจรดเท้ามีธุระอันใดรึ
“ไม่มีอะไร คารวะท่านเทพ” ไป๋เฮ่อประสานมือคำนับท่านเทพที่อยู่บนหลังม้าที่พวกเขามาที่นี่หรือว่าจะมีธุระอื่นใด?
“เ้าถามข้าว่าข้ามาทำอะไรที่วังหลวงในวันหยุดหลังแต่งงานแล้วเ้าเล่ามาทำอะไร” ราชครูไป๋ถามกลับตัวเองก็มาที่วังหลวงเหมือนกันไม่ใช่หรอกรึ
“ข้าพาเขามาดูค่ายองครักษ์ พรุ่งนี้ข้าต้องมาทำงานแล้วเลยอยากจะพาเขามาดูเสียหน่อย”
“เช่นนั้นหรอกรึ อยู่ตรงนี้แดดร้อน เ้าพาท่านเทพไปที่ค่ายองครักษ์เถอะข้ามีเื่ที่ต้องจัดการเล็กน้อย ข้าขอตัวก่อน” เอ่ยกับเซียวเฟิงเหยียนเสร็จก็หันมาประสานมือคำนับลาท่านเทพคนที่เหลือมองหน้ากัน หมายความว่าอย่างไร ท่าทางแบบนั้นเหมือนจะไม่อยากบอกกับพวกเขาว่าทำไมตัวเองถึงมาที่วังหลวงในวันหยุดหลังแต่งงาน
“หรือว่าเขาจะไม่ได้สนใจวันหยุดหลังแต่งงานแล้วมาทำงาน?”หัวหน้าองครักษ์หันไปหาทหารที่ยืนเฝ้าเวรยามอยู่ทหารนายนั้นรีบรายงานในทันที
“รายงานหัวหน้าองครักษ์ราชครูไป๋มาทำงานั้แ่วันก่อนแล้วขอรับ” เมื่อได้ฟังดังนั้นเซียวเฟิงเหยียนก็ขมวดคิ้วมาทำงานั้แ่วันแรกของวันหยุดแต่งงานเลยอย่างนั้นรึแล้วเวลาที่ควรจะได้ใช้กับภรรยาเล่า?
“เขาไม่ถูกใจอาจารย์ของข้ารึ?” ท่านเทพเอ่ยด้วยความสงสัยหรือว่าราชครูไป๋จะไม่ชอบแบบอาจารย์? แต่หากพูดเื่ความงาม ใบหน้าค่าตาอาจารย์ก็ไม่ได้เป็สองรองใคร ไม่ว่าใครก็อยากเคียงคู่ แต่นี่ราชครูกลับมาทำงานโดยทิ้งอาจารย์ของเขาไว้ที่พรรครึ?
“คงไม่ใช่เพราะไม่ถูกใจแต่เป็สาเหตุอื่น” ร่างสูงถอนหายใจ เขาค่อยๆจูงม้าผ่านประตูเข้าไปเซียวหนิงเฉิงยกมือขึ้นแตะคาง เื่นี้คงไม่ง่ายสำหรับอาจารย์ของเขาเท่าไหร่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลามากเท่าไหร่อาจารย์ถึงจะเปิดใจราชครูไป๋เฮ่อได้
เซียวหนิงเฉิงเคยบอกไปแล้วว่าการแต่งงานระหว่างสองประมุขไม่ใช่เื่ง่ายและการแต่งงานนั้นก็ไม่ได้เกิดจากแค่ความรัก
การแต่งงานของประมุขของฉางเก๋อและรองประมุขของเผิงหลายก็เช่นกัน
แต่อาจารย์ของเขาคงจะหาทางจัดการได้กระมังถึงอย่างไรก็เป็ถึงท่านเทพที่อยู่มานานเกือบหนึ่งร้อยหกสิบปี จะรับมือคนที่อายุน้อยกว่าสักสองสามรอบปีไม่ได้เชียวรึ
ทั้งสองมาถึงค่ายองครักษ์ที่อยู่ภายในวังหลวงร่างสูงเอื้อมมือไปอุ้มคนที่อยู่บนม้าลงมา เซียวหนิงเฉิงหัวเราะ ทำเหมือนกับเขาเป็สาวน้อยที่ต้องได้รับประคบประหงมไปได้
แต่มีคนดูแลเอาใจย่อมต้องรู้สึกดีเป็ธรรมดา
“ที่นี่คือค่ายองครักษ์ของวังหลวง ที่ค่ายจะมีองครักษ์ประจำการอยู่ตลอดเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมแล้วสับเปลี่ยนเวรกันกลับไปที่ป้าเตา วันไหนที่ข้าไม่ได้กลับป้าเตาก็จะค้างที่นี่”
“มีวันที่ไม่ได้กลับด้วยรึ?”
“แค่บางวันเท่านั้นข้าจะปล่อยให้ป้าเตาอยู่ห่างสายตาได้อย่างไร” พวกเขามองกันด้วยสายตาที่มีความั์องครักษ์ที่อยู่รอบๆทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นกับการกระทำของหัวหน้าองครักษ์เมื่อได้เห็นหัวหน้าองครักษ์อยู่กับภรรยาเช่นนี้แล้วราวกับว่าคนคนนี้ไม่ใช่หัวหน้าของพวกเขา
เพราะหัวหน้าของพวกเขานั้นทั้งเข้มงวดทั้งน่ากลัวแม้ว่าเขาจะดูสง่างามทนงค์องอาจแต่ทว่าความน่ากลัวนั้นก็มีมากเป็เท่าตัวเช่นกัน ดังนั้นสีหน้าที่อ่อนโยนแบบนี้ไม่ใช่หัวหน้าองครักษ์ของพวกเขาอย่างแน่นอน
หรือว่าจะโหมแรงมากเกินไป? ท่านเทพต้องถูกประคองลงจากม้าด้วยนี่?
“ข้าต้องตรวจตราดูก่อนว่าไม่อยู่สองวันจะมีใครแอบไปหลับกลางวันหรือเปล่าบางครั้งก็เผลอไม่ได้เป็ต้องมีคนละเลยการฝึกซ้อม”
“ดูเหมือนการที่หัวหน้าองครักษ์ไม่อยู่จะเป็สิ่งที่องครักษ์เฝ้าฝันที่สุดกระมัง”ต้องเป็คนที่เข้มงวดถึงขนาดไหนองครักษ์ถึงได้กล้าแอบไปหลับกลางวันแบบนั้น
“ท่านรออยู่ในค่ายองครักษ์ก่อน ข้าใช้เวลาตรวจตราไม่นานแล้วจะกลับมา”เซียวหนิงเฉิงพยักหน้าดูเหมือนจะถึงเวลากรีดร้องของเหล่าองครักษ์แล้ว
หลังจากนั้นไม่นานท่านเทพก็เห็นสามีทำงานอย่างจริงจังไปตามตัวคนที่แอบไปหลับกลางวันมาฝึกเพิ่มได้อย่างครบถ้วน บางคนก็ไปวิ่งรอบค่ายองครักษ์บางคนก็ต้องฝึกตวัดกระบี่หนึ่งพันครั้ง ท่านเทพก็มองอย่างเอ็นดู องครักษ์หญิงถูกสั่งให้มาดูแลเซียวหนิงเฉิงที่นั่งดูการฝึกขององครักษ์อยู่
“พวกเ้าคิดว่าหัวหน้าองครักษ์เป็อย่างไร?” ท่านเทพเอ่ยถามองครักษ์หญิงสองคนที่ยืนอยู่ พวกนางมองหน้ากันต่อหน้าภรรยาของหัวหน้าองครักษ์สามารถพูดความจริงได้ด้วยรึ
ไม่สิ เพราะเป็ภรรยาของหัวหน้าองครักษ์แล้วยังเป็ท่านเทพของเผิงหลายพูดความจริงออกไปตรงๆจะเป็ผลดีกับพวกนางมากกว่า
“หัวหน้าองครักษ์เป็คนที่เก่งกาจ ฝีมือเป็เลิศทั้งยังเป็กันเองกับองครักษ์ไม่ได้ถือตัวว่าเป็หัวหน้าองครักษ์เ้าค่ะ”
“หัวหน้าองครักษ์ไม่ได้หวงเคล็ดวิชาใดๆสำหรับฝึกวิชาเลยแม้แต่น้อยองครักษ์คนใดที่ตามไม่ทันหัวหน้าองครักษ์ก็จะฝึกสอนให้เพิ่มไม่ปล่อยผ่าน”
“แต่ทว่าบางทีหัวหน้าองครักษ์ก็เข้มงวดเกินไปจนทำให้องครักษ์กลัวกันเป็ผู้ที่น่าเลื่อมใสและน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกันจนถึงตอนนี้ยังมีองครักษ์บางคนที่ไม่กล้าสู้หน้าหัวหน้าองครักษ์เพราะกลัวเขาแต่ยามที่ไม่ต้องอยู่เวรที่ค่ายองครักษ์หัวหน้าองครักษ์ก็เป็กันเองมากเ้าค่ะเหมือนกับเขามีสองคนในคนคนเดียว” ท่านเทพพยักหน้ารับในสายตาของเหล่าองครักษ์เซียวเฟิงเหยียนทั้งน่ากลัวและน่าเลื่อมใสเป็กันเองแต่ก็เข้มงวด
หารู้ไม่ว่ายังมีคนที่สามที่ซ่อนอยู่ในตัวของเซียวเฟิงเหยียน
คนแรกเป็เซียวเฟิงเหยียนที่กำลังทำหน้าที่หัวหน้าองครักษ์เขาจะต้องเข้มงวด จริงจัง ทนงค์องอาจ แข็งแกร่งและเป็ที่พึ่งให้กับค่ายองครักค์รวมถึงเป็แบบอย่างให้กับองครักษ์
คนที่สอง เป็เซียวเฟิงเหยียนที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่องครักษ์เป็ยามพักผ่อนที่เป็กันเองกับทุกคน ปฏิบัติตัวอย่างเรียบง่าย ไม่ถือตัวทำตัวเช่นคนธรรมดาเพื่อไม่ให้เกิดระยะห่างในตัวเขาและคนในค่ายองครักษ์ทำให้ทุกคนเห็นว่าไม่ว่าใครก็พูดคุยกับเขาได้ ไม่ว่าใครก็สามารถเจอกับเขาได้และไม่ว่าใครก็สามารถขอความช่วยเหลือจากเขาได้
ส่วนคนที่สามนั้น.....เป็เซียวเฟิงเหยียนที่อยู่กับเซียวหนิงเฉิงซึ่งคนที่สามนี้ท่านเทพยังต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการปลดผนึกเขาออกมา
“ที่บอกว่าเขามีสองคนนั้นถูกต้องแล้วที่เป็แบบนั้นก็เพื่อให้พวกเ้าปฏิบัติตัวได้ถูก ยามที่เขาทำหน้าที่องครักษ์เขาก็้าให้พวกเ้าจริงจังกับหน้าที่องครักษ์เช่นเดียวกับเขา พร้อมที่จะปกป้องและทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถยามที่เขาไม่ต้องทำหน้าที่ เขาก็เป็เพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่รู้จักกับพวกเ้าเป็คนที่พวกเ้าสามารถพบเจอได้ พูดคุยได้ ขอความช่วยเหลือได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อพัฒนาตัวเองได้พวกเ้าไม่ได้พึ่งพาแค่เขา แต่เขายังต้องพึ่งพาพวกเ้าด้วยเช่นกันนั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงทั้งน่าเลื่อมใส น่ากลัว แต่ก็เป็มิตร” ท่านเทพอธิบายให้ฟัง เพราะเขาเป็คนแบบนั้นเซียวหนิงเฉิงจึงวางใจที่จะพึ่งพาเขาและอยากให้เขาปกป้อง
“พวกข้าจะตั้งใจฝึกฝนไม่ทำให้หัวหน้าองครักษ์ผิดหวังเ้าค่ะ!” ราวกับได้เปิดเนตร องครักษ์สาวเข้าใจแล้วว่าทำไมหัวหน้าองครักษ์ของพวกนางถึงเป็เช่นนั้นนับจากนี้ต่อไปพวกนางจะพยายามให้มากขึ้นแข็งแกร่งให้มากขึ้นเพื่อที่จะไม่ทำให้หัวหน้าองครักษ์ผิดหวัง
“หืม?” ร่างสูงที่ยืนอยู่กลางลานฝึกหันมามองเห็นภรรยากำลังโบกมือให้เป็เชิงว่าไม่มีอะไร หรือว่ากำลังสั่งสอนองครักษ์หญิงอยู่รึแล้วไยพวกนางถึงได้มีสีหน้าเปล่งปลั่งเช่นนั้น?
“แล้วท่านเทพคิดว่า...หัวหน้าองครักษ์เป็อย่างไรเ้าคะ”เพราะท่านเทพดูเป็คนที่คุยง่ายทั้งยังสอนพวกนางให้รู้ถึงสิ่งที่หัวหน้าองครักษ์ทำพวกนางอยากจะรู้ว่าในสายตาของท่านเทพแล้วหัวหน้าองครักษ์นั้นเป็อย่างไร
“ช่างเอาใจ ใส่ใจ อ่อนโยน น่าเอ็นดูเหมือนกับพังพอนตัวอ้วนกลมที่อยู่ในฝ่ามือ” ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบหลังจบคำพูดของท่านเทพคนที่อยู่ใกล้ๆไม่ได้มีแค่องครักษ์หญิงเท่านั้น ยังมีองครักษ์อีกหลายคนที่ยืนอยู่ห่างไปหลายก้าวเพื่อคุ้มกันฮูหยินของหัวหน้าองครักษ์ผู้ที่ได้ยินมองหน้ากันแล้วมองไปยังหัวหน้าองครักษ์ที่ยืนฝึกอยู่
ร่างกายสูงกำยำที่สูงถึงหกศอก ใบหน้าคมจมูกเป็สัน เรือนผมสีดำสนิทที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะการตวัดดาบดวงตาสีดำคมกริบที่หากได้มองต้องสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความหวั่นเกรง
ภาพลักษณ์ทั้งหมดนั่นท่านเทพบอกว่าหัวหน้าองครักษ์คือพังพอนอ้วนกลมที่อยู่ในฝ่ามือ?
พังพอนอ้วนกลมตรงไหน! นั่นน่ะราชสีห์สูงใหญ่ที่พร้อมจะตะคลุบเหยื่อฉีกเป็ชิ้นๆ!
องครักษ์หญิงมองคนที่กำลังยกชาขึ้นจิบไม่ทราบว่าฮูหยินเซียวมองอย่างไรหรือพวกเขามองไม่ออกสักนิดว่าหัวหน้าองครักษ์เหมือนพังพอนอ้วนกลมที่ตรงไหน
และที่บอกว่า ช่างเอาใจ ใส่ใจ อ่อนโยน น่าเอ็นดู เห็นทีหัวหน้าองครักษ์คงจะทำเช่นนั้นแค่กับฮูหยิน
ท่านเทพมองสามีที่กำลังลงโทษคนที่ละเลยการฝึกด้วยรอยยิ้มมองแล้วไม่เหมือนพังพอนตัวอ้วนกลมตรงไหนกัน น่าเอ็นดูเสียปานนั้น
ดูเหมือนคนที่คิดว่าหัวหน้าองครักษ์น่าเอ็นดูเหมือนพังพอนตัวอ้วนกลมคงจะมีเพียงท่านเทพกระมัง....
หลังจากที่สั่งลงโทษและสั่งเพิ่มตารางฝึกเรียบร้อยหัวหน้าองครักษ์ก็เดินมาหาภรรยาที่นั่งอยู่มือเรียวล้วงผ้าเช็ดหน้าที่ปักอย่างสวยงามขึ้นมาซับเหงื่อให้กับสามี หัวหน้าองครักษ์ก็อยู่นิ่งๆให้ภรรยาช่วยซับเหงื่อให้
“แดดร้อนเสียปานนี้ผ่อนปรนให้องครักษ์เสียหน่อยเถอะ”ท่านเทพเอ่ยวิ่งตากแดดแบบนั้นเกิดเป็ลมขึ้นมาจะทำหน้าที่ต่อได้อย่างไร
“วิ่งอีกแค่หนึ่งรอบข้าก็จะให้พักจะได้ไม่แอบไปหลับกลางวันอีก” ร่างสูงเอ่ยก่อนจะถามถึงเื่ที่พูดคุยกันเมื่อครู่
“คุยอะไรกับองครักษ์รึ?”
“คุยถึงพังพอนตัวอ้วนกลม” องครักษ์หญิงยืนนิ่งเสมือนว่าพวกนางไม่ได้รับรู้เื่ที่หัวหน้าองครักษ์และฮูหยินพูดคุยกันเซียวเฟิงเหยียนทำหน้าเข้าใจ
“ท่านยังไม่เลิกกลัวว่าเสี่ยวเจียวจะไปกินสัตว์พิทักษ์ของอู่ตู๋อีกรึข้าบอกแล้วว่าเขาไม่ทำเช่นนั้นหรอก”
“ข้ารู้ข้าเพียงแค่คิดว่าหากเสี่ยวเจียวตัวเล็กจนอุ้มไว้ในฝ่ามือได้จะน่ารักแค่ไหน”
“ข้าจะลองให้เสี่ยวเจียวจำแลงกายให้ตัวเล็กลงท่านอาจจะอุ้มมันได้”
“ข้าจะรอ” เซียวหนิงเฉิงยิ้ม ถึงอย่างไรสามีของเขาก็คงไม่คิดว่าสิ่งที่เขาพูดถึงนั้นจะเป็ตัวเองใครจะมองนายเหนือที่ร่างกายกำยำเช่นนี้ว่าเป็พังพอนอ้วนกลมได้กัน
แม้จะเป็การพาภรรยามาดูค่ายองครักษ์แต่เหล่าองครักษ์ก็รีบกระตุ้นตัวเองให้ตั้งใจฝึกซ้อมและตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองเพราะวันนี้เซียวเฟิงเหยียนไม่ได้มาในฐานะหัวหน้าองครักษ์จึงไม่ได้รั้งอยู่ที่ค่ายองครักษ์นานแต่กำชับเหล่าองครักษ์ว่าห้ามละเลยการฝึกฝนอย่างเด็ดขาดแล้วพาภรรยาออกไปจากค่ายองครักษ์
“องครักษ์หญิงบอกว่าเ้าหล่อเหลาเป็ที่ดึงดูดของเหล่าสาวงาม” ระหว่างที่เดินออกไปจากค่ายองครักษ์ท่านเทพก็เอ่ยขึ้นเพื่อหยอกล้อสามีตามประสาคนแก่ที่ชอบแกล้งหนุ่มรูปงามเซียวเฟิงเหยียนเลิกคิ้ว
“ข้าไม่รู้มาก่อนว่าพวกนางคิดเช่นนั้น”
“พูดจริงรึ” ท่านเทพทำหน้าแปลกใจนี่เคยคิดว่าตัวเองหน้าตาหล่อเหลาบ้างหรือไม่ คิดว่าตัวเองเป็ปุถุชนธรรมดานักรึ
“ข้าเพียงแค่เห็นพวกนางมองข้าบ่อยๆที่แท้คิดเช่นนั้นกันอยู่รึ”
“หัวหน้าองครักษ์ช่างถ่อมตัวเสียจริง” มือหนากุมมือของภรรยาเดินออกจากประตูวังเดินไปที่ในเมืองทหารยามที่เฝ้าประตูอยู่เพียงแค่ส่งสายตามองกันเท่านั้น หัวหน้าองครักษ์ที่ไม่เคยมีข่าวว่าคบหากับใครผู้นั้นแสดงความรักกับภรรยาได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เดี๋ยวนะ แสดงความรัก?
ทหารเฝ้ายามขยี้ตาดูชัดๆ นั่นคือการแสดงความรักใช่หรือไม่หัวหน้าองครักษ์กำลังแสดงความรักกับท่านเทพอย่างนั้นรึ! เป็ความจริงรึ! แล้วยังจับมือถือแขนกันด้วย?
ไม่เคยได้ยินว่าท่านเทพกับหัวหน้าองครักษ์รู้จักกันมาก่อน หรือเพราะได้ร่วมเตียงเคียงหมอนกันแล้วจึงได้กลายเป็คนใกล้ชิดกันไร้ซึ่งช่องว่างระยะห่างใดๆ?
แล้วหัวหน้าองครักษ์กล้า.....กับท่านเทพด้วยรึ แต่ท่าทางแบบนั้นของท่านเทพก็เหมือนจะเอ็นดูหัวหน้าองครักษ์อยู่มากหรือว่าพวกเขาได้ร่วมเตียงเคียงหมอนแล้วจริงๆ
“ตอนนี้อากาศยังร้อนอยู่นั่งจิบชาเย็นๆกันก่อนแล้วค่อยมาเดินชมเมือง” นายเหนือเอ่ยตอนนี้ยังเป็เวลาตอนเที่ยงไม่เหมาะที่จะออกมาเดินที่กลางเมืองสักเท่าไหร่
“วันนี้จะพาข้าไปร้านไหนรึ?” นายเหนือมีพรร์ในการท่องเที่ยวเสียจริงไม่ว่าจะแวะที่ร้านไหนก็ล้วนแล้วพาไปเจอของดีทุกครั้งที่เมืองหลวงเองเซียวหนิงเฉิงก็ไม่ค่อยได้มา ไม่รู้ว่าตอนนี้มีร้านอะไรบ้างนายเหนือต้องนำเที่ยวให้กับเขาแล้ว
“ท่านกินแต่อาหารรสจัดมาหลายวันวันนี้ข้าจะพาท่านไปกินอะไรที่มันสบายท้องบ้าง”ท่านเทพได้ยินดังนั้นก็ยื้อตัวเองเอาไว้ทันที ทำไมจะต้องไปกินอาหารรสอ่อนด้วยเขาไม่ได้อยากกินเสียหน่อย ที่ผ่านมาทั้งชีวิตเขากินแต่อาหารบำรุงสุขภาพทุกวันลิ้นเขาชาไปหมดแล้ว เขาจะไม่กลับไปกินมันอีกเด็ดขาด
“ไม่เอา”
“ถึงท่านจะชอบอาหารแบบเสฉวนแต่ท่านต้องกินอะไรที่อ่อนๆบ้างมิเช่นนั้นท้องไส้ท่านจะไม่ดี แรกเริ่มต้องสลับรสชาติอาหารแบบนี้ถึงจะกินอาหารแบบเสฉวนได้นานๆ”นายเหนือให้เหตุผลที่จริงแล้วคนสนิทของเซียวหนิงเฉิงเป็ห่วงว่าการที่ท่านเทพกินอาหารแบบเสฉวนที่มีรสจัดมากเกินไปจะไม่ดีต่อสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงอาหารที่เคยกินกะทันหันจะไม่ดีต่อร่างกายของเซียวหนิงเฉิง จึงขอให้นายเหนือพาท่านเทพไปกินอาหารที่รสอ่อนลงในวันนี้เพื่อไม่ให้กระทบกับร่างกาย
“พวกเขาบอกให้เ้าพาข้ามา” ท่านเทพเดินตามแรงดึงของสามีคนของเขากลัวว่าเขาจะกินอาหารแบบนี้มากเกินไปหรืออย่างไรถึงต้องสลับกันกินกับอาหารรสอ่อนแบบนี้
“แต่อาหารที่นี่อร่อยมากถึงจะรสอ่อนแต่ถูกปากท่านแน่นอน” นายเหนือพาภรรยามาที่โรงเตี๊ยมใหญ่ของเมืองที่ชั้นสองนั้นเป็ห้องส่วนตัวเพื่อให้แขกได้นั่งชมวิวเซียวเฟิงเหยียนเลือกห้องชั้นสองที่ติดกับถนนหน้าโรงเตี๊ยม ทำให้เห็นผู้คนเดินไปมาได้อย่างถนัดตาสั่งอาหารมาประมาณหนึ่งนายเหนือเห็นด้วยที่ว่าไม่ควรให้เซียวหนิงเฉิงกินอาหารรสจัดมากเกินไปแต่จะให้กินอาหารบำรุงสุขภาพที่จืดชืดก็ไม่ได้เช่นกันดังนั้นต้องพามากินของอร่อยภรรยาคนงามของเขาจึงจะไม่โกรธ
ถึงจะกำลังทำหน้างอนอยู่บ้างก็เถอะ ได้กินของอร่อยเดี๋ยวก็หายงอนแล้ว
เสี่ยวเอ๋อร์นำอาหารที่สั่งเอาไว้ทะยอยวางลงบนโต๊ะ มือหนาจับตะเกียบอย่างชำนาญนำไก่มาเลาะเอาแต่เนื้อแล้ววางเอาไว้บนจานของภรรยาตามด้วยเครื่องเคียงที่เพิ่มรสชาติอีกเล็กน้อย เห็นแก่ความเอาอกเอาใจของสามีเซียวหนิงเฉิงจึงยอมกินเข้าไปแต่โดยดี
“เป็อย่างไรบ้าง?”
“อร่อยดี” รสชาติไม่เลวทีเดียว ถึงจะไม่ได้เผ็ดร้อนเหมือนอาหารแบบเสฉวนแต่รสชาติแบบนี้ก็นุ่มลิ้นมากทีเดียว
เมื่อเห็นว่าภรรยาพอใจนายเหนือก็ยกยิ้ม คีบของกินให้ตัวเองบ้าง คอยคีบนั่นคีบนี่ให้กับภรรยาไม่หยุดคงจะถูกใจรสชาติของที่นี่ ต้องให้คนครัวของที่พรรคลองทำอาหารแบบนี้บ้างแล้วเซียวหนิงเฉิงจะได้ไม่เบื่อแล้วเอาแต่กินอาหารรสจัดจนเกินไป
แต่จะโทษภรรยาของเขาก็ไม่ได้ ก็กินแต่อาหารแบบนั้นมาตั้งนานนี่
พวกเขาอยู่ที่โรงเตี๊ยมกันประมาณหนึ่งชั่วยามเพื่อรอให้แดดร่มลมตก เซียวเฟิงเหยียนพาภรรยามาเดินในเมืองคนในเมืองต่างให้ความสนใจกับคนทั้งสอง ท่านเทพนั้นมีเรือนผมสีขาวแต่ทว่าเมื่อสะท้อนกับแสงของดวงตะวันกลับเปล่งประกายสีเงินชวนมองข้างๆกันเป็ร่างสูงกำยำที่ผู้คนรู้จักกันดีในฐานะหัวหน้าองครักษ์ของวังหลวงคนที่คุ้นเคยกับเซียวเฟิงเหยียนต่างโบกมือทักทาย มอบของเล็กน้อยให้ระหว่างที่กำลังเดินเที่ยวสิ่งที่เซียวหนิงเฉิงสนใจคงจะเป็ของกินเล่นที่ได้มาระหว่างทาง
ชักจะสงสัยแล้วว่าท่านเทพกินอยู่อย่างไรทำไมถึงได้ชื่นชอบการกินเป็พิเศษหรือว่าอยู่ที่เผิงหลายจะจืดชืดน่าเบื่อมากรึ
เพราะเป็วันหยุดวันสุดท้ายทั้งสองจึงใช้เวลาอยู่ในเมืองด้วยกันจนถึงดึกแวะร่ำสุราก่อนกลับสักเล็กน้อย หอบหิ้วของฝากจากคนที่เลื่อมใสในเมืองกลับมาจนเต็มแขนจึงค่อยไปอาบน้ำชำระร่างกายท่านเทพแช่อยู่ในน้ำอุ่นคลายเมื่อยหลังจากที่เดินมาทั้งวันแต่วันนี้สนุกมากทีเดียว ั้แ่จำความได้และฝึกวิชามาั้แ่เด็กเซียวหนิงเฉิงออกท่องเที่ยวแทบจะนับครั้งได้และส่วนใหญ่ที่ออกไปก็มักจะแอบออกไปเอง เมื่อก่อนอาจารย์เข้มงวดกับเขามากแต่พอเขาโตขึ้นมาหน่อยอาจารย์ก็เริ่มปล่อยให้ทำตามใจ แต่ทว่าภาระงานที่เผิงหลายนั้นก็มีเข้ามาไม่เว้นว่างให้เซียวหนิงเฉิงได้ออกท่องเที่ยวตามใจจนในที่สุดเขาก็กลายเป็คนที่ชื่นชอบการอยู่ติดพรรคเสียมากกว่า
คนสนิทนวดไหล่คลายเมื่อยให้กับเขา ่นี้แม้จะต้องทำหน้าที่ประมุขของเผิงหลายไปด้วยทว่ามันก็ไม่ได้เกินความสามารถของท่านเทพแต่อย่างใดอีกทั้งฝ่าายังให้ประมุขที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างอวี๋เหมาฉาและสวี่ชิงเค่อไปคอยดูที่เผิงหลายเป็ระยะแล้วจะส่งสารมาบอกว่าที่พรรคเป็อย่างไรจากที่เปิดดูกระจกวารีวันนี้ที่พรรคยังเงียบสงบดี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“ได้เื่ว่าอย่างไรบ้าง”
“ไม่มากขอรับ ยี่สิบคน” คนสนิทรายงานท่านเทพพยักหน้า ดูเหมือนที่ป้าเตาจะเหลือคนของตระกูลหวงไม่มาก คงจะไม่เสียเวลามากเท่าไหร่ในการกำจัดพวกเขา
น่าเสียดายที่พวกเขาอยู่ที่นี่เพราะมีจุดประสงค์เดียวกันหากพวกเขาคิดได้สักนิดว่าไม่ควรทำเช่นนี้พวกเขาคงจะได้มีชีวิตอย่างที่ใจปรารถนา
ไม่สิ นี่คงจะเป็ความปรารถนาของพวกเขาที่เป็คนของตระกูลหวงไม่มีอะไรที่สำคัญไปมากกว่านี้แล้ว
ระหว่างที่สามีออกไปทำงาน เขาจะกำจัดคนของตระกูลหวงออกไปจากป้าเตาได้วันละกี่คนกันนะ