ภายในคาสิโนเอ็มโพริโอ ดิ บราวี ไม่มีอะไรที่บ่งบอกได้ว่าโลกภายนอกวันอะไรหรือแม้กระทั่งกี่โมงกี่ยามภายในตัวคาสิโนจะไม่มีตัวนาฬิกาหรือปฏิทินคอยบอกแม้ตัวพนักงานเองยังมีข้อบังคับว่าไม่ใส่นาฬิกาในเวลาทำงานเพราะมันคือจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนที่เข้ามาในคาสิโนจดจ่ออยู่กับคาสิโน ให้พวกเขาหลงลืมวันเวลา เพราะเช่นนี้ คาสิโนถึงชนะอยู่เสมอ
เสียงเพลง เสียงผู้คนและเสียงของการพนันกลบเสียงฝนมี่โหมกระหน่ำในยามเย็นด้านนอกของคาสิโนจดมิด
“ทุกคนเป็ยังไงกันบ้าง รายงานสถานะปัจจุบันหน่อย”หนึ่งที่อยู่ในรถซึ่งเขากำลังขับมุ่งหน้าไปที่ไหนไม่มีใครทราบพูดใส่เครื่องสื่อสาร
“ฉันยืนดูสามที่เล่นโป๊กเกอร์อยู่มีคนใหม่เข้ามาเพิ่มอีกห้าคน สองคนเข้ามาทักทายแล้วลากลับห้องอีกสามคนนั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะ” ห้ารายงาน
“ฉันอยู่ห้องVIP ด้านซ้าย วันนี้ด้านขวาคนเต็มไปหมด”เจ็ดกระซิบทำท่าเป็จิบเหล้าจากแก้ว
“ฉันอยู่ประจำที่หน้าคาสิโนแทนหนึ่งเหมือนพวกเขาเริ่มจะเตรียมของจัดงานพรุ่งนี้แล้ว” สี่รายงาน“มีรถบรรทุกจากร้านอาหารเข้ามาแล้วออกไปสี่คันแล้ว งานใหญ่น่าดูเลยแหละ”
“ทำไมเหรอสี่?เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมงานเหรอ?” เสียงของหกดูหยอกล้อเข้ามาในสาย
“เป็ไงบ้างได้ข้อมูลของคนที่ลูเซียโนตามจีบมั้ย?”หนึ่งถาม
“โจลีน่าเวลซ์ เกิดและโตที่นิวยอร์ค ที่ระแวงเดียวกันกับบ้านเกิดลูเซียโน ลูกคนเดียว ย้ายตามแม่ที่ไม่สบายมาอยู่ที่นี่หลังจากที่แม่เธอเสีย เธอก็ทำงานอยู่ที่นี่ั้แ่ตอนนั้น” สี่รายงาน
“ฉันขอเดาว่าเธอคือรักแรกของลูเซียโนแน่นอน”สามเดินมานั่งทำเป็พูดคุยกับห้าที่บาร์
“แต่ทำไมเขามัวแต่คอยตามดูเธอแล้วไม่เข้าหาเธอจริงจังถ้าเธอคบเขาแล้ว เธอคงไม่ต้องมาทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแบบนี้” ห้าสงสัย
“อย่าบอกนะว่าเพราะเธอเป็คนผิวสี”สี่ถาม
“น่าจะใช่แต่ก็ไม่เชิง” หนึ่งตอบ “ดอน เอลิโอ ไม่ได้เหยียดสีผิวแต่เขาเป็คนหัวโบราณเขาคง้าให้ลูกชายคนเดียวของเขาแต่งกับสาวที่มีเชื้ออิตาลี”
“ความรักของทายาทมาเฟียที่มีครอบครัวกีดขวางช่างโรแมนติกเหลือเกิน” สามพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ลูเซียโนไม่ร้ายมากนักหรอก ไม่ได้เสี้ยวของพ่อเขาเลย” หนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงดูอ่อนโยน
“เราสามารถเข้าถึงเธอได้ไม่มีปัญหาใช่ไหมสี่?”หนึ่งถาม
“ไม่มีปัญหาใน่เวลาที่ลูเซียโนไม่มาร้านอาหาร พวกคนที่คอยติดตามเขาก็ไม่มาใกล้เธอเลย”สี่ตอบ
“สามเจ็ด เป็ไงบ้าง เงินหมดตัวไหม?” หกแกล้งถาม
“ตอนนี้กำไรฉันอยู่ที่5 ล้าน” เจ็ดตอบ
“ส่วนกำไรฉันอยู่ที่10 นิด ๆ” สามเสริม
ทุกคนในสายเงียบไปชั่วครู่เพราะตกตะลึงกับกำไรของทั้งสอง
“เอิ่ม...บอส ทำไมเราไม่ล้มเลิกภารกิจแล้วปล่อยให้สองคนนี้ไปเล่นไพ่ก็น่าจะพอนะ” หกถามเล่น“ปล่อยให้สองคนนี้เล่นในคาสิโนอาทิตย์นึงน่าจะพอที่จะแบ่งทุกคนได้แล้วมั้ง”
“นั่นสินะ”หนึ่งหัวเราะเบา ๆ
“โอเคส่วนเย็นนี้ที่งานประมูลศิลปะ ที่ศูนย์แสดงศิลปะใกล้ในเมืองพวกบราวีไม่ได้เป็คนจัด เพราะงั้นไม่น่าจะเข้มงวดเท่าคาสิโน นี่เป็โอกาสของเธอสามพยายามเข้าใกล้ตัวลูเซียโนให้มากที่สุด” หนึ่งออกคำสั่ง“ส่วนเจ็ดพยายามบังเอิญเจอกับมาริโอใน่ที่เขาออกมาจากห้อง VIP กลางแล้วแสกนคัดลอกการ์ดของประตูและลิฟต์ของเขามาให้ได้”
ณ งานประมูลศิลปะที่จัดขึ้นในห้องโถงสุดหรูของโรงแรมห้าดาวแเื่ที่ได้รับเชิญล้วนเป็บุคคลระดับสูงในสังคม นักสะสมงานศิลปะ นักธุรกิจและผู้มีอำนาจในโลกใต้ดิน ทุกคนต่างสวมชุดราตรีและสูทสุดเนี้ยบบรรยากาศเต็มไปด้วยความโอ่อ่า
ในห้องโถงกลาง ลูเซียโน บราวีเดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มบอดี้การ์ดสองคน เขาสวมสูทสีกรมท่า แววตาดูสงบนิ่ง
สามนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของงานในชุดเดรสสีแดงเข้มที่เน้นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอย่างสมบูรณ์แบบเธอจิบไวน์แดงช้า ๆ พร้อมกับสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของลูเซียโน
“ขออนุญาตนั่งด้วยได้ไหมคะ?” เสียงของเธอดูมีเสน่ห์
“เชิญครับคุณมาเรีย เซลวิค” เขาตอบด้วยรอยยิ้มแต่ดูเยือกเย็น
เธอนั่งลงและพูดคุยกับเขา“แหม คุณรู้จักชื่อฉันด้วยหรือเนี่ย?”
“เช่นเดียวกันกับคุณผมเองก็ชอบศึกษาข้อมูลก่อนที่จะทำอะไรเช่นกันครับ” เขาหันมาคุยกับเธอ“ยิ่งถ้าเกี่ยวกับคนที่นำของขวัญที่ครอบครัวผมตามหามานานแสนนานมาให้เป็ของขวัญเช่นนั้น”
“แปลกดีนะครับ”ลูเซียโนหันมาหาสาม “คนที่เอาของที่มีมูลค่าระดับนั้นมาให้กันฟรี ๆ ได้แต่ผมกลับหาชื่อหรือประวัติคุณแถบไม่เจอเลย”
“มีแต่ชื่อคุณเป็หุ้นส่วนเล็กๆ ในบริษัทขนาดเล็กกระจายออกไปหลาย ๆ ด้าน” เขาพูดต่อ
“แหล่งข้อมูลของคุณใช่ย่อยนะคะ”เธอตอบอย่างไม่ลังเล “ปกติแล้วไม่ควรมีชื่อฉันโผล่มาด้วยซ้ำ”
ลูเซียโนยิ้ม“คุณสนใจในศิลปะเป็พิเศษเหรอครับ?”
“ฉันชอบเื่ราวในงานศิลปะมากกว่าค่ะ” เธอหันมองภาพวาดและงานศิลปะรอบ ๆ
“แล้วคุณล่ะคะ?” เธอย้อนถามด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “คุณดูไม่เหมือนคนที่มางานประมูลเพราะหลงใหลงานศิลปะ”
“จะเรียกว่ามาเพราะหน้าที่ก็ได้ครับ”ลูเซียโนหัวเราะเบา ๆ แต่สามรู้สึกว่าเขานั้นมีอะไรในใจมากกว่านั้น
ก่อนที่การประมูลจะเริ่มต้นขึ้นประตูห้องโถงก็เปิดออกพร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นทั่วทั้งห้อง ดอน เอลิโอ บราวีก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มผู้ติดตามที่เดินเคียงข้างนำโดย วิคเตอร์ ครอฟสกี้ ร่างสูงสง่าของชายชราที่เปี่ยมไปด้วยบารมีทำให้ทุกคนต้องหยุดและหันไปมองทุกย่างก้าวของเขาถูกจับตามองด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน
พิธีกรชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต้อนรับเขาด้วยเสียงสั่นเครือ ดอนเอลิโอเดินตรงไปที่ที่นั่งพิเศษด้านหน้าสุด ขณะที่เสียงประมูลเริ่มต้นขึ้นทุกครั้งที่มีคนเสนอราคา เสียงของเขาก็ดังขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
“สองเท่า”
ทุกครั้งที่มีการเสนอราคาใหม่ดอนก็เพิ่มขึ้นเป็สองเท่าจนกระทั่งไม่มีใครกล้าสู้ เสียงไม้เคาะดังขึ้นทุกชิ้นงานศิลปะที่ประมูลในค่ำคืนนี้ถูกกวาดซื้อไปทั้งหมดโดยเขาคนเดียว
หลังจากสิ้นสุดการประมูล ดอน เอลิโอหันมามองรอบ ๆ ห้องก่อนจะหยุดสายตาที่โต๊ะของสามและลูเซียโน เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินตรงเข้ามา
“ลูเซียโนแนะนำผู้หญิงคนนี้ให้พ่อรู้จักหน่อย” เสียงของเขาทุ้มลึกและทรงอำนาจ
ลูเซียโนดูอึดอัดเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน“พ่อครับ นี่คือ...”
ก่อนที่เขาจะพูดจบสามก็ลุกขึ้นก่อนและเอื้อมมือไปจับมือของดอน เอลิโอ “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณบราวี”
ดอนมองเธอด้วยสายตาคมกริบเขาจับมือเธอ และเอียงคอมองราวกับกำลังพิจารณา “ผมเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?”
สามยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ“อาจจะในฝันของคุณก็ได้นะคะ”
ดอนหัวเราะเบา ๆก่อนจะพูดต่อ “เด็กคนนี้มีไฟดีนะ... เมื่อในสมัยพ่อเราทำากันก็เพื่อผู้หญิงแบบนี้แหละ ลูเซียโน”
หลังจากที่เขาพูดเสร็จเขาก็หัวเราะและเดินออกไปจากงานสามที่พยายามจะไม่แสดงออก แต่ภายในของเธอรับรู้ได้ถึงแรงกดดัน พลังอำนาจในของดอน
ขณะเดียวกันที่ฆ้องอาหารที่คาสิโน เจ็ดเดินผ่านโต๊ะอาหารก่อนจะพบกับมาริโอคอร์เทส ผู้จัดการคาสิโน เขาตั้งใจเดินชนเขาในขณะที่เขาลุกขึ้นเพื่อทำน้ำหกอย่างแเี
“โอ๊ะ!ขอโทษครับคุณคอร์เทส ผมไม่ได้ตั้งใจ” เจ็ดกล่าวเสียงอ่อนพร้อมกับยื่นมือไปช่วยพยุงมาริโอขึ้นมา
“ไม่เป็ไรคุณคือ...” มาริโอขมวดคิ้วก่อนจะจำได้ “อ้อ คุณเรย์เยส นักพนันดวงดีจากห้อง VIP ใช่ไหม?”
“ถูกต้องครับหวังว่าผมจะไม่ทำให้คาสิโนของคุณลำบากเกินไปนะครับ” เจ็ดหัวเราะก่อนจะจับไหล่มาริโอเป็เชิงขอโทษอีกครั้ง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเครื่องสแกนลายนิ้วมือขนาดจิ๋วที่ติดอยู่ที่ปลายแขนเสื้อของเจ็ดก็ทำงานโดยที่มาริโอไม่ทันรู้ตัวมันเก็บข้อมูลลายนิ้วมือของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
“ไม่น่าห่วงครับคาสิโนเรายังยืนหยัดได้ แม้แต่กับนักพนันที่โชคดีที่สุดก็ตาม” มาริโอหัวเราะก่อนจะเดินจากไปโดยไม่รู้ว่าข้อมูลสำคัญของเขาเพิ่งถูกขโมยไป
เจ็ดเดินออกมาอย่างใจเย็นก่อนจะกระซิบผ่านไมโครโฟนจิ๋ว “ข้อมูลได้มาแล้ว กำลังออกจากพื้นที่”
ภารกิจดูไปได้สวย แต่ทุกคนกลับมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดอะไรที่เลวร้ายขึ้นในวันจริงแต่ไม่มีใครกล้าพูดความรู้สึกนั้นของตนเองออกมาเพราะว่ากลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วมันจะเป็จริงขึ้น