“หมายความว่า…”
“เสด็จย่าเพียงคนเดียวที่คอยเลี้ยงดูข้ามาโดยตลอดถึงแม้ว่าข้าจะเป็องค์หญิงใหญ่ แต่อายุของข้าห่างกับไท่จื่อถึงเจ็ดปีฝ่าามีโอรสมากกว่าธิดา และข้าเป็ธิดาคนโตและคนเดียวของหวงโฮ่วจึงได้รับความโปรดปราณเป็พิเศษ ความโปรดปราณที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแลเลยเสียด้วยซ้ำภายใต้กำแพงราชวงศ์แห่งนี้ข้าไม่เคยมีความสุขอย่างแท้จริงเลยสักนิดทุกคนล้วนมีแผนการเป็ของตัวเองด้วยทั้งสิ้น”
“ทุกอย่างล้วนเป็ดั่งคำพูดของท่านแม่ของกระหม่อมได้กล่าวเอาไว้ความทุกข์มีการเดินทางเช่นเดียวกับความสุข อยู่ร่วมกับผู้คนได้ทุกหนทุกแห่งขึ้นอยู่กับคนผู้นั้นว่าจะเลือกอยู่ในรูปแบบใด องค์หญิงหย่งเล่อแม้ชีวิตของท่านจะเต็มไปด้วยความทุกข์แต่ท่านก็ไม่ควรผลักไสหรือสร้างความทุกข์ให้ผู้อื่นเพราะไม่ได้มีแค่คนที่ได้รับที่จะมีความทุกข์ คนที่สร้างขึ้นมาอย่างท่านก็จะได้รับความทุกข์เช่นกัน”
“เสิ่นอวี้สิ่งที่เ้าพูดมาใช้กับคนที่ถือกำเนิดในราชวงศ์ไม่ได้หรอกหากข้าต้องประพฤติตัวเหมือนดั่งที่เ้ากล่าวสักวันหนึ่งข้าจะต้องตายอย่างน่าสมเพชเวทนาความทุกข์คือสิ่งมาพร้อมกับการถือกำเนิดในราชวงศ์ จะเปลี่ยนแปลงเป็อย่างอื่นไม่ได้”
“หน้ากากอย่างไรเล่า ท่านเป็คนบอกเองไม่ใช่หรือว่าภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์ ทุกคนล้วนมีหน้ากากเป็ของตัวเอง ท่านสวมหน้ากากของท่านเมื่ออยู่ในกำแพงนั้นแต่ถอดหน้ากากเผยให้เห็นเนื้อแท้ของท่าน ต่อเมื่ออยู่กับคนที่ท่านไว้ใจ”
“ภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์ไม่มีใครสามารถไว้เนื้อเชื้อใจได้เสิ่นอวี้ การอบรมสั่งสอนที่เ้าและข้าได้รับนั้นไม่เหมือนกันพูดไปเ้าก็ไม่มีวันเข้าใจข้าหรอกเพราะหน้ากากที่ข้าสวมและเนื้อแท้ของข้าเหมือนกันทุกประการ”
“มองผิวเผินหน้ากากและเนื้อแท้ของท่านอาจจะเหมือนกันเพียงแต่ยังไม่ได้ขัดเกลาให้เรียบร้อย ไม่ได้เจียรไนยให้ดีงามเท่าที่ควรจะเป็การถือดีหรือไม่ หากกระหม่อมจะเป็คนขัดเกลานิสัยของท่าน ด้วยตัวของกระหม่อมเอง”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“เสิ่นอวี้ผู้นี้ยินดีเป็ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่าน้าเป็พี่ชายที่แสนดีอบรมและดูแล เป็สหายที่เข้าใจคอยรับฟังทุกอย่างเป็อาจารย์คอยสั่งสอนมอบความรู้ให้แก่ท่าน”
“เ้าช่างไม่กลัวตายเลยเสียจริง”
“แล้วท่านอยากรับในสิ่งที่กระหม่อมมอบให้หรือเปล่าองค์หญิงหย่งเล่อ”เสิ่นอวี้เอ่ยถามพลางส่งยิ้มให้แก่หลิวจื่อหรงอย่างอบอุ่น
“เ้าแน่ใจหรือว่าจะมอบสิ่งนั้นให้แก่ข้า”
“กระหม่อมแน่ใจที่จะมอบสิ่งนั้นให้แก่ท่านและจะไม่คิดเสียใจในภายหลังอย่างแน่นอน”เมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากเสิ่นอวี้หลิวจื่อหรงคลี่ยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจก่อนที่จะยื่นมือออกไปด้านหน้าให้แก่เสิ่นอวี้
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ยินดีน้อมรับอย่างเต็มใจ”เสิ่นอวี้เมื่อได้ยินคำตอบรับของหลิวจื่อหรงเขาจึงยื่นมือจับมือของนางด้วยความยินดี ก่อนที่ทั้งสองคนจะปล่อยมือซึ่งกันและกัน
“ตอนนี้องค์หญิงยินดีที่จะให้กระหม่อมมอบสิ่งนั้นให้ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมมีบางอย่างที่อยากจะขอจากท่าน จะได้หรือไม่”
“เมื่อครู่เ้าพึ่งจะรับปากว่าจะมอบสิ่งเ่าั้ให้แก่ข้ายังไม่ทันได้เริ่มทำอะไร เ้าก็มีเื่ที่อยากจะขอจากข้าเสียแล้วเ้าอยากได้อะไรล่ะ”
“กระหม่อมอยากให้ท่านเมตตาแก่เสิ่นเยว่เสิ่นเยว่นางเป็เด็กดีมาโดยตลอดกระหม่อมมั่นใจว่านางจะสามารถนำความสุขมาให้แก่ท่านได้”
“หมายความว่าเ้า้าให้ข้าทำดีกับน้องสาวของเ้าอย่างนั้นหรือหรือว่านี่คือสิ่งที่เ้า้า เพื่อแลกกับสิ่งที่เ้าจะมอบให้ข้าใช่หรือไม่”
“ท่านเชื่อมโยงร้อยเื่ราวไปกันใหญ่แล้วเื่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเสิ่นเยว่เลยสักนิดหากท่านเมตตากับนางเหมือนที่ไท่โฮ่วเมตตานาง กระหม่อมมั่นใจว่าท่านจะต้องชอบพอนางและอาจจะทำให้ท่านได้เห็นความจริงบางสิ่งบางอย่าง นอกเหนือจากการสวมหน้ากากภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์ที่ท่านได้พบเห็น”
“ถ้ามันทำให้ข้าเห็นความจริงบางอย่างที่ข้าไม่เคยพบเจอตกลง นับจากนี้ข้าจะไม่รังแกเสิ่นเยว่น้องสาวของเ้า”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง”
“เมื่อเ้าเลือกที่จะมอบสิ่งนั้นให้แก่ข้าแล้วถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกันอย่างเป็กันเองเถอะ”
“กระหม่อมเห็นด้วยกับองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมเห็นท่านเป็เหมือนน้องสาวเป็องค์หญิงตัวน้อยถ้าอย่างนั้นกระหม่อมจะเรียกท่านว่า เสี่ยวกงจู่[7]ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“เสี่ยวกงจู่อย่างนั้นหรือ คำเรียกยังไม่ดีพอยังดูห่างเหินไม่ได้ดูเป็กันเลยสักนิด เปลี่ยนใหม่”
“ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมจะเรียกท่านว่า จื่อหรงดูสนิทสนมเป็กันเองแล้วหรือยังพ่ะย่ะค่ะ”
“ถึงแม้ว่าคำเรียกจะดีขึ้น แต่ก็ยังห่างเหินเหมือนเดิม”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาพลางสบตาอีกฝ่ายก่อนที่จะนั่งเท้าคางมองใบหน้าของเขา“ตกลงเ้าอยากจะมอบสิ่งเ่าั้ให้ข้าจริงๆหรือเปล่าถึงได้ใช้คำพูดเหินห่างกับข้าเช่นนี้หรือว่าตอนนี้เ้าเริ่มหวาดกลัวข้าเข้าเสียแล้ว”
“เื่อะไรที่คนอย่างกระหม่อมจะกลัวเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างท่านกันเอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมจะเรียกท่านว่า หรงหรง หรงหรง ท่านเห็นด้วยกับกระหม่อมหรือไม่”เมื่อได้ยินคำตอบของเสิ่นอวี้หลิวจื่อหรงจึงนั่งตัวตรง พลางส่งยิ้มให้เขาอย่างพึงพอใจ
“ถ้าอย่างนั้นนับจากนี้เป็ต้นไป ข้าจะเรียกเ้าว่า…อวี้เกอ”
“เหตุกาณ์ในวันนี้จะมีแค่เพียงเราสองคนเท่านั้นที่รับรู้หรงหรง เ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่ว่าจะไม่นำแผนการของข้าและเ้าที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปบอกใครอย่างเด็ดขาด”เสิ่นอวี้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นแกมจริงจังก่อนที่จะชูนิ้วก้อยสัญญาให้แก่อีกฝ่าย
“ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกเกี่ยวกับเื่ในวันนี้ให้ใครฟัง”หลิวจื่อหรงคลี่ยิ้มบางๆพลางเกี่ยวก้อยสัญญาให้แก่อีกฝ่าย
“สำหรับคนสกุลเสิ่น การสัญญาถือว่าเป็วาจาสิทธิ์หวังว่าเ้าจะไม่ผิดสัญญากับข้า”เสิ่นอวี้เอ่ยขึ้นมาพลางมองหลิวจื่อหรงด้วยสายตาที่จริงจังหลิวจื่อหรงเมื่อเห็นสายตาของเสิ่นอวี้ นางจึงกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
“ท่านคิดจะข่มขู่ข้าด้วยสัญญาอย่างนั้นหรืออวี้เกอ”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมา ก่อนที่ทั้งคู่จะคลายเกี่ยวก้อยสัญญาซึ่งกันและกัน
“แค่อยากทำให้ตัวเองมั่นใจเท่านั้น และหวังว่าท่านจะไม่ทำร้ายข้าตลบหลังเหมือนที่ข้าเคยทำกับท่านเอาไว้"
“ตอนนี้เราสองคนอยู่ในจุดเริ่มต้น ต่างฝ่ายต่างวางแผนให้อีกฝ่ายติดกับดักไม่ใช่เื่แปลกที่ใน่แรกเราจะไม่มีการไว้ใจ”
“เื่การไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ ดูเหมือนว่าเ้าจะเข้าใจถึงเื่นี้มากที่สุดเอาล่ะ ประเดี๋ยวข้าจะพาเ้าส่งกลับไปที่จุดจอดรถม้า ตอนนี้ทุกคนน่าจะกำลังตามหาเ้าจนวุ่นวายแล้ว”
หลิวจื่อหรงพยักหน้าตกลงตอบรับทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เสิ่นอวี้กล่าวก่อนที่เสิ่นอวี้จะลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือให้แก่หลิวจื่อหรงหลิวจื่อหรงจึงวางมือบนฝ่ามือของเขา แล้วลุกขึ้นยืนก่อนที่จะอ้าแขนกว้างพลางส่งยิ้มหวานส่งสัญญาณให้แก่อีกฝ่ายเสิ่นอวี้ส่ายหน้าขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะอุ้มหลิวจื่อหรงขึ้นมาแล้วพานางไปส่งยังจุดจอดรถม้า
________________________________________________
[5]ตบหน้าแล้วยื่นพุทราหวานให้ (打个巴掌给个甜枣) หมายถึง ตบหัวแล้วลูบหลัง
[6]ดอกอวี้หลัน (玉兰花) แปลว่า ดอกแมกโนเลีย
[7] เสี่ยวกงจู่(小公主) แปลว่า องค์หญิงน้อย