กึก!
ประตูเหล็กถูกเปิดออก เผยให้เห็นชายฆาตกรในชุดสีดำทึบที่ยังคงปกปิดใบหน้า มาพร้อมกับถือถุงขนมปัง
"กินซะ"
เขาหยิบขนมปังหนึ่งแผ่นขึ้นมาจ่อริมฝีปากของผมที่กำลังนอนอยู่ ผมอยากจะลุก แต่กุญแจมือถูกล็อกเอาไว้
“ผมหิวน้ำ” เพทายยังไม่ขอให้ฆาตกรปลดกุญแจมือ อยากขอในสิ่งที่คิดว่าเขาจะให้ได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ แล้วเดินไปหยิบขวดน้ำพร้อมกับใส่หลอด มาให้คนบนเตียง ดื่มแก้กระหาย เนื่องจากนอนสลบไปหลายวัน
"กินซะ"
เขายังคงพูดซ้ำประโยคเดิม พร้อมกับจ่อขนมปังแผ่นเดิมให้ผมกิน ซึ่งในตอนนี้ผมรู้สึกหิวมาก จึงไม่ลังเลที่จะกินอาหารเพียงชนิดเดียวเขายื่นให้กินเสร็จก็เอ่ยปากขอ
"ผมอยากเข้าห้องน้ำ"
ไม่มีเสียงคัดค้านแต่อย่างใด เขายอมปลดกุญแจมือเหล็กออกจากข้อมือแดงเถือกทั้งสองข้าง ก่อนจะพาเด็กหนุ่มไปเข้าห้องน้ำที่ยังคงอยู่ชั้นใต้ดิน เป็ห้องน้ำไม่ใหญ่นัก ความสะอาดถือว่าผ่าน ไม่มีคราบให้ชวนอาเจียน
"คุณจะให้ผมฉี่ต่อหน้าคุณเหรอ?"
ผมจะปิดประตู แต่เขาเอามือกั้นเอาไว้
"ใช่"
คำตอบนั้น ทำให้ผมกระอักกระอ่วนใจ
"ผม..."
"ถ้าเื่มาก ฉันจะให้นายฉี่ใส่ขวดน้ำที่นายดื่ม"
เจอประโยคนี้เข้าไป ทำให้ผมสงบปากสงบคำแล้วรูดซิปกางเกงลง เพื่อทำธุระต่อหน้าเขา สายตาคมกริบจ้องมองมาที่อวัยวะเพศชายของผมตาเป็มัน ผมหวังว่าเขาจะเป็แค่พวกฆาตกรที่ชอบฆ่าคนไม่ได้ชอบข่มขืนใคร
หลังจากทำธุระส่วนตัว (ที่ไม่ส่วนตัว) เสร็จสรรพ ชายฆาตกรก็เดินนำผมเข้ามาในห้องเย็น ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องนั้น ผมถึงกับช็อกไปชั่วขณะ เพราะในนั้นมีแต่ซากศพของคนที่ตายแล้ว ถูกแช่แข็งนับสิบที่กองพะเนินรวมกันบนสุดคงหนีไม่พ้นสองศพที่เขาเพิ่งจัดการไปล่าสุด
"ฉันต้องจัดการศพทั้งหมดนี้ นายต้องช่วยฉัน"
ความหวาดผวาทำให้ผมส่ายหน้าปฏิเสธทันที
"ผะ ผมช่วยคุณไม่ได้"
"ฉันไม่ได้ขอให้นายช่วย แต่ฉันบังคับนายทำต่างหากถ้าไม่อยากไปนอนรวมกับศพพวกนี้ก็รีบลงมือซะ"
เด็กหนุ่มยกมือปิดจมูก ปิดปาก รู้สึกพะอืดพะอมกับกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ ยิ่งได้เห็นเศษชิ้นเนื้อที่หลุดล่อนออกจากศพ ยิ่งรู้สึกอยากจะอาเจียนให้มันรู้แล้วรู้รอด
"ผมทำไม่ได้ คุณฆ่าผมเถอะ"
แค่เห็นสิ่งที่จะต้องทำ ผมก็ยกธงขาวแล้ว
บางที การถูกฆ่าตายอาจจะง่ายกว่าทำสิ่งนี้
"หึ..."
เสียงเค้นหัวเราะดังขึ้น ก่อนที่ชายฆาตกรจะกระชากตัวผมออกมาจากหน้าห้องเย็น พากลับไปที่ห้องเชือดแล้วหยิบเชือกบนลิ้นชักมาพันคอ ทำสิ่งที่ผม้า
"อึก!"
เชือกเส้นนั้นรัดลำคอขาวจนเกิดรอยแดง สีหน้าผู้ถูกกระทำแดงก่ำดูน่าสงสาร สองมือบอบบางจับข้อแขนแกร่งกร้าน พยายามเอาตัวรอดโดยสัญชาตญาณ ถึงปากจะบอกว่าอยากตาย แต่พอถูกเขาฆ่าด้วยวิธีนี้กลับต่อต้าน
เฮือก แค่ก แค่ก แค่ก!
เขาผ่อนแรง ในตอนที่ผมกำลังจะหมดลมหายใจ
"อยากตายนักไม่ใช่หรือไง?"
น้ำเสียงเรียบเฉยสวนกลับ แววตาไร้ความปราณี
"ตะ แต่แบบนี้ มันทรมานเกินไป แค่ก แค่ก แค่ก!"
เพทายไอจนตัวงอเง้าเป็กุ้ง น้ำหูน้ำตาเล็ดจากความรู้สึกที่เกือบจะสิ้นลมหายใจ ผมพยายามกอบโกยลมหายใจเข้าปอดให้ได้มากที่สุด แต่ยังไม่ทันที่จะได้พักหายใจหายคอ ฆาตกรก็ดึงมือผมกลับไปที่ห้องเย็นห้องนั้น
"ลากศพทั้งหมดออกมาตรงนี้ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง" ชายฆาตกรออกคำสั่ง พร้อมกับดันเด็กหนุ่มเข้าไปในห้องเย็น เมื่อได้เห็นซากศพในระยะใกล้ ขนมปังที่กินเข้าไปก็เลื่อนขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ อยากจะวิ่งออกไปอาเจียนก็ทำไม่ได้ เพราะมีคนยืนคุมอยู่ จึงต้องจำใจกลืนสิ่งที่อยู่ในลำคอกลับลงไป แล้วขืนมองบริเวณที่ต้องจับ แล้วหลับตาปี๋ก่อนจะดึงขาศพแรกออกมากองที่หน้าประตู
ผมบอกเลยว่ามันไม่ง่ายที่จะต้องจัดการศพพวกนี้ ใช้เวลาร่วมชั่วโมงกว่าผมจะเคลื่อนย้ายศพทั้งหมดออกมา
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!
เพทายนั่งหอบลิ้นห้อยอยู่หน้าห้องเชือด มือข้างหนึ่งถือขวดน้ำที่ชายฆาตกรให้ดื่มก่อนหน้านี้ ส่วนมืออีกข้างก็จับบริเวณาแ ที่มีเืสีสดไหลซึม จากการออกแรงมากไปหน่อย (อันที่จริงก็ไม่หน่อยนะ เหนื่อยมาก)
ทว่าผมก็ต้องหยุดโฟกัสาแไปชั่วขณะ
เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นประตูชั้นใต้ดินเปิดอยู่
ผมรู้ว่ามันเสี่ยงที่จะหนีไปอีกครั้ง แต่ถ้าผมไม่คว้าโอกาสนี้เอาไว้ จะมีโอกาสกลับขึ้นไปข้างบนอีกหรือเปล่า?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมก็ไม่ลังเลที่จะชันตัวลุกขึ้นจากพื้นปูนเย็นเฉียบสับขาตรงไปที่ประตูเหล็กอย่างระมัดระวัง
มันง่ายกว่าครั้งก่อนมาก ตรงที่ผมไม่ต้องเปิดประตูก็สามารถเดินขึ้นมา้าได้เลย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมือนบ้านคนปกติ กลับมีหลายชีวิตต้องมาดับสูญที่นี่ ซึ่งผมจะไม่เป็หนึ่งในนั้น อย่างแน่นอน
เพทายเดินย่องไปหลบบริเวณหลังตู้วางของ ในขณะที่สายตาจ้องมองไปยังชายร่างใหญ่ ตอนนี้เขากำลังถอดถุงมือยางทิ้งลงถุงดำในถังขยะ ก่อนจะเดินกลับลงไปที่ชั้นใต้ดิน สบโอกาสหนี ผมจึงรีบออกจากที่ซ่อน ตรงดิ่งไปที่หน้าประตูบ้านที่เป็ด่านสุดท้าย แต่ก่อนที่มือจะเอื้อมถึงกลอนประตู ร่างของผมก็ถูกกระชากกลับอย่างรุนแรงจนกระเด็นลงไปนอนบนพื้น ก่อนจะถูกหมัดซัดหน้า
ผลัวะ!
หมัดเดียว ทำเอาสมองเบลอ
"นายไม่ชอบคนใจดีสินะ”
เสียงเหี้ยมเกรียมกระแทกแดกดัน ก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มจะถูกยกลอยวืดขึ้นจากพื้นพากลับลงไปชั้นใต้ดิน
กร๊อบ!
ร่างผอมบางกระแทกเตียงเหล็ก ส่งผลให้กระดูกเกิดเสียงดังลั่น ก่อนที่ข้อแขนแดงเถือกทั้งสองข้าง จะถูกพันธนาการเอาไว้เหนือหัว หลังจากนั้นชายฆาตกรก็เริ่มฉีกดึงเนื้อผ้าคล้ายสัตว์ป่าที่ฉีกเนื้อเหยื่อที่กำลังจะกลืนกิน
"ยะ อย่าข่มขืนผมนะ!"
ผมรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จึงรีบเอ่ยปากห้าม
ทว่ามือหยาบใหญ่กลับเลื่อนขึ้นมาบีบแก้ม จนผมรู้สึกว่าสันกรามกำลังจะแตกในอีกไม่ช้า เขาจ้องเขม็งราวกับว่าโกรธจัดที่ผมคิดจะหนี ทั้งที่เขาเอ่ยปากตักเตือนแล้ว
"ผะ ผม...เพียะ!"
ใบหน้าซีดเซียวสะบัดไปตามแรงตบมหาศาล จนััได้ถึงรสชาติของคาวเืที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก
แคว๊ก!
เนื้อผ้าที่ยังเชื่อมติดกันถูกฉีกขาดเป็ชิ้นๆ ก่อนที่ชายร่างใหญ่จะรูดซิปกางเกงตัวเอง แล้วควักแกนกายขนาดใหญ่ยาวออกมายืนชัก ทั้งที่เพิ่งตบหน้าอีกฝ่ายไปหมาดๆ ผมกดสายตาก้มมองจุดนั้น ก่อนที่มันจะแทรกตัวเข้ามาอยู่กลางหว่างขา เขาจับปลายหัวสีชมพูอ่อนที่เริ่มมีน้ำเมือกถูไถไปตามเรียวขา ขึ้นมาจนถึงแกนตัวตนของผม
ภาพที่เห็นต่อจากนั้น คือเขากำลังรูดชักตัวตนของเราสองคนไปพร้อมพร้อมกัน ของผมเล็กกว่าของเขามาก แถมยังไม่เกิดอารมณ์สวาทที่ทำให้แข็งตัว ผิดกับของเขาที่เริ่มแข็งปั๊กเหมือนท่อนซุงพร้อมจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ
"อะ!"
เด็กหนุ่มเกร็งท่อนล่างโดยอัตโนมัติ เมื่อชายฆาตกรย่อตัวลงไปอยู่ในระดับหว่างขา แล้วจับตัวตนที่ยังแน่นิ่ง ยัดเข้าไปใต้ผ้าปิดปากสีเข้ม เพื่อดูดอมเนื้อนุ่มหยุ่น
ััวาบหวามทำให้เพทายรู้สึกสับสนปนกระสับกระส่าย ั้แ่เกิดมาไม่เคยมีใครมาอมอวัยวะเพศให้ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่สำคัญยังเป็ผู้ชายในคราบฆาตกร
"ยะ หยุดที ผมไม่้าแบบนี้"
เสียงสั่นกระเส่าเอ่ยปากห้ามปราม ในขณะที่โพรงปากร้อนผ่าวกำลังทำหน้าที่ได้ดีอย่างครบถ้วน เขาดูดดึงสลับโลมเลียจนท่อนเอ็นเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำลายเหนียวหนืด มันบ้ามากที่ผมกำลังจะะเิความรู้สึกในปากชายฆาตกร แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อผมทนไม่ไหวแล้ว
“อะ อั๊ก!”
น้ำกามร้อนระอุพุ่งกระฉุดเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่าย เขากลืนมันลงคออย่างไม่นึกรังเกียจ ก่อนจะยืดตัวเต็มความสูง แล้วจับขาเรียวถ่างกว้าง เพื่อเตรียมพร้อม
"ผมขอโทษ ผมจะไม่หนีอีกแล้ว อย่าทำผมเลย"
เด็กหนุ่มตัวสั่นเทิ้ม เมื่อความใหญ่โตกลับมาจ่อบริเวณบั้นท้าย เขาช้อนตาคมกริบจ้องมองมาเ้าของใบหน้าแดงซ่าน พร้อมกับจับแกนกายใหญ่ยาว ห้อมล้อมไปด้วยเส้นเืปูดนูน ถูไถรูจีบรูเล็กให้น้ำหล่อลื่นมันวาว ที่หลั่งจากปลายหัวเห็ดชโลมบริเวณนั้นจนฉ่ำแฉะ ผมเกร็งรูจีบทุกครั้งที่เขาทำท่าจะกดเข้ามา อยากจะขัดขืน แต่มือก็ดันถูกล็อกเอาไว้ จึงทำได้เพียงอ้อนวอนขอให้เขาหยุดทำ
"นายทำตามที่พูดไม่ได้ ฉันคงไม่เชื่อใจเด็กเลี้ยงแกะเป็ครั้งสองหรอกนะ" ชายฆาตกรตัดสินโทษเด็ดขาด ก่อนจะกดปลายหัวนุ่มลื่น เข้ามาในช่องทางที่ไม่เคยมีใครได้ััมาก่อน ความรู้สึกแรกที่เพทายได้รับ เจ็บแปล๊บจนปากสั่น เนื้อตัวแดงก่ำ ผิวหน้าร้อนผ่าว จนสติแตกพร่า
หากเปรียบเทียบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เพทายคงไม่ต่างจากเด็กผู้หญิงที่ถูกพรากพรหมจรรย์ไป ซึ่งเ้าตัวไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ ที่จะเสียให้กับฆาตกรคนนี้
"นายรู้สึกดีใช่ไหม ข้างในถึงได้ตอดแน่น"
สติของเพทายพร่ามัว ใคร่จะปฏิเสธท่าเดียว
"ผมรังเกียจคุณ อะ เอามันออกไปเดี๋ยวนี้ อึก!"
การต่อต้าน ถูกคัดค้านด้วยการกระทำอันแสนป่าเถื่อน เขาจับสะโพกบางเกินชายยกขึ้นลอยเหนือเตียงเหล็ก แล้วอัดตัวตนที่เต้นตุบๆ ในช่องทางคับแคบเข้ามาจนสุด พร้อมกระหน่ำแทงให้อีกฝ่ายจุก จนพูดอะไรไม่ออก
"นายรังเกียจคนที่เป็ความสุขเดียวของนายไม่ได้หรอก" เพชฌฆาตเค้นเสียงลอดผ่านไรฟันพร้อมเร่งสะโพก
ปึก ปึก ปึก!
ดวงตาสั่นระริกของเด็กหนุ่มเบิกโพรง
เมื่อจู่ๆ ฝ่ายนั้นเริ่มจับกระแทกเข้ามาอย่างดุดัน และมิดลำในคราวเดียว ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือกขึ้นโดยอัตโนมัติ รับไม่ไหวกับสิ่งแปลกปลอมที่ยัดเยียดเข้ามา
เขาขืนใจผม ราวกับผมเป็ผู้หญิงของเขา
แรงบดขยี้สะโพกหนา ทำให้ผมสติเตลิดไปไกล ขาที่ถ่างกว้างสั่นเทิ้ม บั้นท้ายขาวเนียนถูกฟาดระบายความใคร่จนขึ้นเป็สีแดงเถือก ริมฝีปากแห้งผาก ขบเม้มจนห้อเืไร้เสียงคัดค้านเพราะไม่สามารถปฏิเสธมันได้อีกแล้ว
อัก อักก อักกก!
ร่างสูงใหญ่ไร้อาภรณ์ โน้มตัวลงมาจ่อริมฝีปากร้อนผ่าวบริเวณซอกคอชุ่มเหงื่อ ก่อนจะใช้เรียวลิ้นสากตวัดเลียซับความเค็มปะแล่มปลายหวาน จากนั้นผมก็รู้สึกเจ็บแปล๊บจนสะดุ้งโหยง เมื่อความคมของฟันเขี้ยวขบกัดบริเวณลำคอ ทำให้เกิดรอยกัด พร้อมกับเืสีสดไหลซึม
"อะ อึก!"
เสียงอึกอักอัดแน่นอยู่ในลำคอ สลับเสียงหอบหายใจเข้าออก ตามจังหวะสับโยกอย่างบ้าคลั่งของอีกฝ่าย ฝ่ามือหยาบสาก เลื่อนขึ้นมาบีบรัดต้นคอแดงเถือก เพื่อตัดขาดอากาศหายใจเป็เพียงสิ่งเดียวที่ยังควบคุมได้
เด็กหนุ่มดิ้นพล่านด้วยความทรมาน ต่างจากอีกฝ่ายที่ชอบใจ มิหนำซ้ำยังเค้นเสียงหัวเราะดังลั่นห้องเชือด
ชายฆาตกรทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกหวาดผวากับความตาย ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น เขาก็คลายแรงลงแปรเปลี่ยนเป็แรงกระแทกซอยถี่ ให้นรกกับ์ผสมปนเปกันอย่างน่าสับสน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ผมกระตุกเกร็งอย่างหนัก สติก็ถูกตัดขาดทันที
ซ่าาา!
น้ำเย็นเฉียบชโลมบนร่างกายบอบช้ำของเด็กหนุ่ม ที่เต็มไปด้วยรอยกัด รอยดูด รอยกดเขียวช้ำมากมาย ดวงตาอ่อนล้าปรือขึ้น มองภาพหลังจากตนเองหมดสติไป
ทันทีที่ม่านตาปรับความชัดเจน เด็กหนุ่มก็เห็นใครบางคนยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า เมื่อกวาดสายตาไล่ขึ้นไป ก็พบกับชายฆาตกรคนเดิม ยืนถือฟักบัวในลักษณะเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นลายสักรูปหน้าแพะที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของคนที่นับถือซาตาน เด่นอยู่บนแผงอกล่ำสัน
เมื่อเ้าตัวหันไปปิดก๊อกน้ำ เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยสักประเภทนี้ ปะปนกับรอยแผลเป็หลายจุด ที่เขาพยายามจะปกปิดด้วยการสักลาย
“ลุกขึ้นซะ ยังมีงานต้องไปทำต่อ”
เสียงทุ้มออกคำสั่ง เด็กหนุ่มจึงยกมือแตกระแหงขึ้นซับหยาดน้ำบนใบหน้าอ่อนเพลีย แล้วทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่ดันรู้สึกเจ็บแปล๊บเสียก่อน เลยเอ่ยปากบอกอีกฝ่าย
"อะ อือ! ผมเจ็บ”
"ถ้าไม่คิดหนี ก็ไม่เจ็บตัว"
"แล้วทำไมผมต้องอยู่กับคุณด้วย?"
"ชีวิตนายเป็ของฉัน นายต้องอยู่กับฉัน"
"ผม..." ถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลย สรุปชีวิตของผมไม่ได้เป็ของผมแล้วใช่ไหม? เขาคิดอย่างนั้นแล้วใช่ไหม?
"ลุก"
เขาเร่งเร้าให้ผมลุกขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือมาให้จับ
ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่จับ เพราะจำได้ว่าเขาขืนใจผม
พรึบ!
ความดื้อรั้นทำให้ร่างบอบช้ำกลับลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้นห้องน้ำ เรี่ยวแรงที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งควรมี ตอนนี้กลับไม่หลงเหลืออยู่เลย เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เพทายกลายเป็คนอ่อนแอ ขยับนิด ขยับหน่อย ก็รู้สึกเจ็บ รู้สึกปวดตามเนื้อตัว โดยเฉพาะประตูหลังที่ยังรู้สึกแสบสัน
พรึบ!
เหมือนความปวกเปียกของผมจะทำให้อีกฝ่ายขัดหูขัดตา เขาเลยโน้มตัวลงมาช่วยประคองตัวผมให้ลุกขึ้นยืน จังหวะนั้นที่ได้ประชิดตัว ผมรู้สึกคุ้นเคยกับแววตาที่เขาจ้องมองมา มันไม่ใช่แววตาเหี้ยมเกรียมหรือเรียบเฉยเหมือนก่อนหน้า แต่เป็แววตาห่วงใยของใครคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก เหมือนมากจนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นระรัว
"คะ คุณเป็ใครกันแน่?"
ผมเอ่ยถามทั้งที่ยังสบตาคู่นั้นอยู่ จนกระทั่งเขาเป็ฝ่ายปล่อยตัวผม ให้กลับลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าบนพื้นห้องน้ำ ก่อนจะรีบเลี่ยงสถานการณ์ เดินสับขาออกไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งมาคลุมหัว เป็เชิงให้ผมสวมใส่มันซะ
"ใส่เสร็จแล้วก็รีบตามออกมา"
เขากำชับคำสั่งเป็การทิ้งท้าย แล้วเดินกลับออกไป ผมที่นั่งขาเปรี้ยอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ ก็ต้องใช้ความพยายามในการลุกขึ้นยืน แล้วสวมใส่เนื้อผ้าเพียงชิ้นเดียวที่ได้มา จากนั้นก็เดินเกาะตามผนัง ออกไปหาคนด้านนอก
"โอ๊ย! อย่าทำกู พอแล้ว อย่าทำกู"
เสียงแหกปากะโลั่น ทำให้ผมเอียงตัวไปมองคนที่กำลังนอนจมกองเือยู่บนพื้น ทันทีที่เห็นบุคคลนั้น ผมก็ไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวเข้าไปจับแขนคนตรงหน้า ให้หยุดทำร้ายร่างกายเหยื่อคนล่าสุดที่เป็เพื่อนสนิทของผม
"ไอ้ทาย มึงเป็คนสั่งให้มันจับกูมาฆ่าใช่ไหม!?"
คำกล่าวโทษ ทำให้ผมสั่นหน้าปฏิเสธในทันที
"มึงกำลังเข้าใจผิดนะไอ้มอส กูไม่ได้..."
"เข้าใจผิดเหี้ยอะไร มึงเป็พวกวิปริตผิดเพศ ผัวมึงก็เป็ฆาตกรโรคจิต ถ้ากูรอดไปได้ กูจะเอาเื่นี้ไปแจ้งตำรวจ และไปบอกกับทุกคน ว่ามึงมันไม่ปกติ ไอ้เพทาย!"
ผมหันขวับไปมองคนข้างกาย แววตาของเขายิ้มเย้ยหยันให้กับเหยื่อผู้ถูกกระทำ ที่กำลังหวาดกลัวในตัวเขาผิดกับผมที่จิตใจร้อนรนไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"ฆ่ามันซะ"
เขาพูดพร้อมกับส่งมีดปลายแหลมที่ถืออยู่ให้ผม
"คะ คุณล้อผมเล่นใช่ไหม ผมไม่มีทางฆ่าเพื่อนของผมอยู่แล้ว" ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจื่อนจาง ส่งให้กับชายฆาตกรเืเย็นอย่างไม่นึกว่าฆาตกรจะจริงจังกับคำสั่งนี้
แต่พอเห็นสายตาคู่นั้น ผมก็รู้ทันทีว่าเขาพูดจริง
"ผมไม่ทำ เคร้ง!" เด็กหนุ่มปฏิเสธอย่างทันควัน แล้วทิ้งมีดลงพื้น เป็การเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายคว้ามีดเล่มนั้นไป พร้อมกับชี้มาที่เราสองคน อย่างนึกแค้น
"กูเกลียดมึงไอ้ทาย ถ้ามึงจะฆ่ากู กูเนี่ยแหละที่จะเป็คนที่ฆ่ามึงก่อน!" เพทายขมวดคิ้วติดกันเป็ปมใหญ่ ก่อนจะหันไปบอกให้เพื่อนสนิทวางอาวุธลง ผมไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้เกลียดผม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราสนิทกันมาก ผมไว้ใจมัน และไม่เคยคิดจะทำร้ายมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว