“ข้าไม่ควรข้องเกี่ยวกับนางั้แ่แรก สตรีโฉมงามแต่อับจนปัญญาเช่นนั้น และยังมักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัว ทั้งที่พื้นเพเป็เพียงลูกพ่อค้าที่สร้างตัวขึ้นจากการขูดรีดผู้อื่น”
หยางอี้คังนึกแค้นใจ เขากับซูกุ้ยฟางมีเื่บาดหมางกันเมื่อสิบปีก่อน เื่ซึ่งเขายังไม่อาจให้อภัยคนในตระกูลซูได้ ด้วยมันสร้างความอับอายให้เขา
“แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกับคุณหนูซูนะขอรับ ชีวิตนางน่าสงสาร และใจก็ไม่้าตกเป็ของเล่นแก่ผู้อื่น เท่าที่ทราบเ้าบ้านซูยกนางให้กับคุณชายเอี้ยเติ้งฉวนแห่งเรือนตะวันแดงที่อยู่ทางทิศตะวันออกติดแม่น้ำแดงเพื่อเป็การชดใช้หนี้พนันที่เ้าบ้านซูติดค้างไว้มากโข แต่ฝ่ายนั้นหาได้นิยมสตรี เขา้าซูมู่เหยา ซึ่งเป็พี่ชายของคุณหนูกุ้ยฟาง แต่มู่เหยาเป็คนขี้ขลาด และเ้าสำราญ แถมไหวพริบเป็เลิศจึงไหวตัวท่าน รีบไปขอความช่วยเหลือจากองค์หญิงเก้าซึ่งเป็คนรัก สุดท้ายคนที่ถูกส่งตัวมาให้แก่คุณชายเอี้ยก็เป็คุณหนูกุ้ยฟางผู้โชคร้าย และเท่าที่บ่าวทราบเื่นี้สร้างความโกรธแค้นให้คุณชายเอี้ยอย่างหนัก จึงตั้งใจขายคุณหนูซูกุ้ยฟางในตลาดในราคาที่ถูกแสนถูกเทียบเท่ากับบ๊ะจ่างหนึ่งลูก เพื่อหวังให้ตระกูลซูขายหน้า และมันก็สำเร็จเป็อย่างดี”
อาเปี่ยวมีหูตากว้างไกล อดีตเป็ถึงทหารองค์รักษ์เสื้อแพร อีกทั้งมีความเก่งรอบรู้เื่ต่างๆ ผิดแต่พักหลังสุขภาพกายไม่สู้ดี จึงถูกตัวให้มารับใช้หยางอี้คัง ด้วยเขาเป็ลูกของอนุน้องชายบิดาชายหนุ่ม
“และข้าคือผู้โชคร้าย ที่ต้องเสียเงินน้อยนิดและเสียเวลา แล้วยังต้องมาดูแลผู้หญิงที่สติไม่สมประกอบ ซ้ำร้ายยังดูบ้าตัณหา”
ที่เขากล่าวเช่นนั้น เพราะหยางอี้คังคาดคะเนว่าหลังจากศีรษะนางได้รับการกระทบกระเทือนหนัก ความคิดความอ่านจึงเปลี่ยนไป จากเด็กหญิงที่เคยกล่าวหาว่าเขาเป็ขโมย กลับกลายเป็สาวงามสมองฝ่อ ที่คิดทำตัวเยี่ยงหมูและเอาแต่นุ่งชุดวิวาห์สีแดง ปากก็ร่ำร้องให้ผู้ชายอุ้มขึ้นเตียง !!
อาเปี่ยวมองหน้าคนเป็นาย ก่อนอ้อมแอ้มตอบว่า “ข้าเกรงว่า์เท่านั้นจึงจะล่วงรู้เื่นี้ แต่อย่างไรเสียคุณหนูกุ้ยฟาง ก็งามเหนือผู้ใด นางคงสร้างความพึงพอใจให้ท่านแม่ทัพได้บ้าง”
ได้ยินเช่นนั้น มือยาวและแข็งแกร่ง ก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด และสั่งให้อาเปี่ยวเร่งเติมอย่างไว
“ยามนี้ ข้าเป็ห่วงลั่วลั่วเหลือเกิน ป่านนี้นางจะไปซุกซนอยู่ที่ใด”
“ข้าก็ประหลาดใจยิ่งนัก และม้าเร็วของเราสืบได้ว่าแม่นางลั่วลั่วได้ออกจากเรือนหลายชั่วยาม แต่เหตุใดยังเดินทางมาไม่ถึงจุดนัดพบก็มิอาจทราบได้”
แม่ทัพหนุ่มรูปงามตบโต๊ะไปหนึ่งที และกล่าวขึ้น “เฮ้อ ข้าคิดว่าผู้ที่ขัดขวาง เื่นี้คงไม่พ้น เกาจื้อเฉิงเพื่อนรักของข้าเป็แน่” เมื่อกล่าวจบก็วางจอกสุราลงบนโต๊ะเสียงดัง ก่อนสั่งให้อาเปียวนำป้านสุรามาส่งให้ จากนั้นก็กรอกมันเข้าปาก หวังให้เมามายเพื่อลืมเื่ที่ทำให้จิตใจหนักอึ้ง
มิใช่แท่งหยกหากเป็แท่งเนื้อ
ซูกุ้ยฟางหลับๆ ตื่นอยู่เกือบสองวันเต็มๆ ในห้องนอนของหยางอี้คัง นางได้รับการดูแลอย่างดีจากฝูและบ่าวรับใช้อีกสองคน ซึ่งล้วนเป็คำสั่งของหยางอี้คัง
่หัวค่ำที่ผ่านมา ซูกุ้ยฟางต้องคอยหลบหน้าบุรุษรูปงาม ด้วยเขาดื่มหนักจนน่ากลัว และยังขี้บ่นจู้จี้ขี้บ่นไปเสียทุกเื่ แม้แต่การแต่งตัวของหญิงสาว
“ผู้หญิงสกุลซู นิยมนุ่งห่มชุดเ้าสาวตลอดเวลารึอย่างไร แล้วไฉนมันถึงเป็สีแดงดั่งโลหิตเช่นนั้น”
ริมฝีปากอวบอิ่มพยายามขยับโต้ตอบ แต่สมองของนางเหมือนยังไม่เข้าที่เข้าทาง และดูเหมือนจะขาวโพลนไปเสียทุกครั้งโดยเฉพาะยามที่บุรุษ
เ้าของเรือนทำสุ้มเสียงเข้มใส่ๆ พร้อมแสดงอาการเกรี้ยวกราดเกินจริง
“ผู้น้อย หาได้มีอาภรณ์อื่น และเรือนของท่าน มีแต่ผ้าดิบสีดำทึมทึบ เนื้อหยาบ ชวนให้ระคายผิว ไม่ก็สีขาวซีดๆ ราวผ้าห่อศพ!”
“นี่เ้ากำลังกล่าวว่าข้าไร้รสนิยมเยี่ยงนั้น”
“โอ้ มิได้ ผู้น้อยมิกล้า” ซูกุ้ยฟางปฏิเสธเสียงตื่น
“ฮ่าๆ ๆ ใครเชื่อเ้าคงแปลก สตรีตระกูลซู ร้ายกาจและอมหิตเพียงใด ข้าคนนี้ย่อมรู้ดีแก่ใจ”
หญิงสาวฉงนหนัก หยางอี้คังทำราวกับรู้จักนางมาั้แ่ชาติปางก่อน และท่าทางเขาดูรังเกียจนาง แต่พอตกดึกกลับปีนขึ้นเตียงแถมยังพยายามขยับเข้ามาใกล้ๆ การกระทำแสนพิลึกพิลั่นนี้สร้างความพิศวงแก่ซูกุ้ยฟางยิ่ง
“เอาล่ะ เข้านอนได้หรือยัง ข้าง่วงเต็มทน พรุ่งนี้เช้ามีธุระต้องเข้าเมืองเพื่อเจรจางานสำคัญ”
“เ้าค่ะ ชะ เชิญท่านแม่ทัพ”หญิงสาวบอก และค้อมตัวไปตรวจสอบความเรียบร้อยของเตียงนอนหลังใหญ่ ด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ
กลางดึกคืนนั้นพระจันทร์ส่องแสงนวลตา หญิงสาวที่ยามนี้เข้าใจทุกอย่างทีละน้อย และนางมั่นใจว่าตนทะลุมิติมาอยู่ในโลกโบราณนี้อย่างเต็มตัว ซึ่งยังไม่รู้ชะตากรรมของตนว่าจะมีโอกาสหวนกลับคืนสู่โลกเดิมหรือไม่
ถึงหลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างไม่คุ้นชิน แต่การใช้ชีวิตที่นี่ก็หาใช่ว่าจะลำบากจนเกินไป กระนั้นนางต้องพยายามทำให้ทุกอย่างเดินไปตามเื่ราวแปดบรรทัดที่เคยอ่านผ่านตา
หลังผล็อยหลับไปได้สักพัก ร่างทรงเสน่ห์ก็สะดุ้งตื่น และสาเหตุมิใช่เกิดจากการเห็นภาพฝันร้ายที่วิ่งวนเพียงแค่ในหัววิ่งวนในหัว แต่ประเด็นสำคัญคือมือเรียวสวยไปััเข้ากับบางสิ่ง ทั้งที่มันควรอยู่ในร่มผ้า แต่ปลายนิ้วกับแตะที่ความนิ่มหยุ่นแทน!!
คราแรกเพียงััใจเต้นระรัวแรง แน่ล่ะ ถึงบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคี แต่นางที่จากโลกแห่งความจริงใช่ว่าจะไม่เคยเห็น ในเมื่อยุคสมัยของนาง หากอยากรู้อยากเห็นสิ่งใดเพียงเลื่อนหน้าจอมือถือลื่นปรื้ดๆ เืกำเดาก็แทบพุ่ง!
“เอ ไฉนมันถึงได้นุ่มนิ่ม...และอุ่นพิลึกดีแท้!”