“ทันพอดีเลย... ข้ากำลังต้องการแก่นจิตวิญญาณสัตว์อสูรธาตุวารีระดับสูงอยู่พอดี ขอบใจนะที่ล่อมันจนออกมาได้”
‘นายท่านของข้า ท่านช่างเลือดเย็นเกินไปแล้ว!’ ฟรีซ หรือ เจ้าก้อนสีดำ หรือก็คือเจ้าเตาหลอมโอสถผู้มีชีวิตกล่าวขึ้นอย่างตัดพ้อไม่จริงจังนัก มันถูกดึงตัวกลับมาเพื่อเรียกสับเปลี่ยนกับตัวจริงของนายท่านแล้วหลังจากที่มันระเบิดตัวหายไปกลางอากาศก็กลับคืนมาอยู่ภายในเตาหลอมซึ่งเป็นจุดแกนจิตวิญญาณของมันแล้วโดยการเรียกคืนของนายท่านเจ้าของพันธสัญญา
‘นายท่านข้าบอกท่านแล้วว่าหากมีข้าท่านจะได้รับประโยชน์อันมากมายอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ นี่ดูสิภารกิจนี้ข้าเป็นส่วนสำคัญในการทำให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีนะ” ฟรีซ เจ้าก้อนสีดำกล่าวภูมิอกภูมิใจ และ ‘ฟรีซ’ ก็คือชื่อของมัน หลังจากที่มันได้ชื่อจากนายท่านของมันแล้วและยังได้รับภารกิจแรกอันยิ่งใหญ่มาอีกด้วยอย่างทดสอบขอบเขตความสามารถของมัน ตัวมันก็ยังสามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีอีก! เยี่ยมจริงๆ!
วันนี้มันต้องลำบากมากจริงๆ แต่ก็มีสิ่งที่มันนึกสงสัยอยู่อย่างหนึ่งตลอดเวลาการทำภารกิจเกี่ยวกับตัวนายท่านน้อยคนนี้ของตนเอง นั่นคือ…
‘ว่าแต่ว่าความสามารถของนายท่านนี่ช่างเป็นปริศนายิ่งนัก อายุเพียงเท่านี้แต่มีความสามารถทำได้ถึงขนาดนี้หรือว่านายท่านจะมี....’
ฟรีซ เจ้าก้อนสีดำมันยังกล่าวไม่ทันได้จบประโยคก็ถูกดึงเหวี่ยงเข้ามาอยู่ภายในจุดแกนจิตในเตาหลอมโอสถอันเก่าดำครึของตัวเองและยังถูกผู้เป็นนายปิดการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกโดยสิ้นเชิงอีก!
เอ้ย! นายท่านขอรับปล่อยข้าออกไปก๊อน!
ภายในเขตแดนของสัตว์อสูรนั้นจะตัดขาดกับโลกภายนอกภายในทันทีกลายเป็นการเข้าสู่พื้นที่มิติของสัตว์อสูรเจ้าของเขตแดนนั้น เขตแดนของสัตว์อสูรก็คล้ายกับบ้านหลังหนึ่งของเจ้าของผู้อาศัยนั่นแหละเพียงแต่แค่เจ้าของบ้านหลังนี้ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้นเอง และเจ้าของบ้านหลังนี้อาจแข็งแกร่งชนิดที่ว่ามนุษย์เราเองก็คิดไม่ถึงเลยทีเดียว บ้านหรือเขตแดนของสัตว์อสูรมีไว้หลายประการนอกจากแค่อยู่อาศัย บ้างก็มักมีไว้จำศีลในช่วงเวลาของมัน สำคัญคือบ้างก็มักมีไว้หลอกล่อเหยื่อให้เข้ามาติดกับอย่างมากมายนับไม่ถ้วน เมื่อเข้ามาแล้วก็อันตรายยิ่งนัก... เข้าง่ายแต่ออกยาก หรือบ้างก็เข้ามาแต่ไม่ได้ออกอีกเลย
ดั่งกฎแห่งการล่า... ยิ่งระดับสูงก็ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งเมื่อหลงเข้ามาอยู่ในเขตแดนบ้านของผู้อื่นก็ยิ่งตกเป็นรอง... แน่นอนว่ามีกรณียกเว้นเช่นดั่งเมื่อผู้หลงทางมาหรือผู้มาเยือนนั้นจะแข็งแกร่งกว่าและต้องการกลืนกินเจ้าของเขตแดนนั่นเสียเอง! ในเมื่อเหยื่อไม่วิ่งเข้ามาหาก็วิ่งเข้าไปหาเหยื่อเสียเองซะเลยสิ!
“สภาพ... ไม่เลวเลยทีเดียว” เขากล่าวเช่นนั้นด้วยน้ำเสียงปกติเรียบธรรมดาแต่ในความเป็นจริงภาพที่ปรากฏต่อสายตาเขานั้นช่างยากนักที่จะเอ่ยได้ว่าสภาพดูดี มันเละมากต่างหาก!
‘เจ้านี่สายตาเสียไปแล้วหรือไร นี่ใช่เรียกว่าสภาพไม่เลวได้รึ! เจ้าคนเลือดเย็น!’
“อือ” เขาอาจจะเป็นคนเช่นนั้นจริงๆ แต่ว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ...
“ผู้อื่นยังไม่คิดที่จะเหลือทางถอยให้ข้าเลยแล้วเหตุใดข้าจะต้องเหลือทางถอยให้ผู้อื่นด้วย” เหลือทางถอยให้ผู้อื่นรึ น่าขำสิ้นดี... ขนาดตัวเขายังไม่เหลือทางถอยให้กับตัวเองเลยแล้วผู้อื่นจะได้รับโอกาสมีทางถอยนั่นไปเพื่ออะไร!
‘หึๆ ดี แบบนี้แหละดี ลงมือทีไม่มีความปรานีเช่นนี้แหละที่ข้าชอบและพอใจนัก... เผ่าพันธุ์อื่นนอกจากข้ากับเจ้าแล้วล้วนไม่เห็นมีอะไรดี!’
‘ฮ่าๆ ฮ่าๆ เจ้าร้ายกาจดีข้าชอบเจ้านะ แต่ข้าว่าเจ้าไม่น่าโตเลย’
“ข้าโตกว่าเจ้า 5 ปี”
‘มีลล์!’
เขาหรือบุคคลในชุดดำยกมือขึ้นเปิดผ้าคลุมใบหน้าออกพร้อมกับรอยยิ้มแย้มเพียงเล็กน้อยที่แทบจะมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำที่มุมปากเช่นเดิม ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั้นเผยออกมาเป็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่ยิ่งเติบใหญ่ก็ยิ่งเปล่งประกายความโดดเด่นทางรูปลักษณ์แน่นอนว่ารวมถึงสติปัญญาด้วย... เส้นผมสีดำรัตติกาลปลิวไสวไปตามแรงลมน้อยๆ หน้าผากเนียน คิ้วเรียวเข้มพาดกระบี่ ดวงตาคมกริบสีรัตติกาลสนิท ปกคลุมด้วยขนตาหนายาวดกดำเป็นแพ จมูกโด่งเป็นสันหยดน้ำงดงาม ริมฝีปากหยักกระจับได้รูป เค้าโครงใบหน้าเกลี้ยงเกลางามสง่าที่ราวกับได้รับการบรรจงเสกสรรปั้นแต่งมาเป็นอย่างดีฉายแววความหล่อเหลางดงามสง่าดุจดั่งเทพบุตรน้อย นอกจากรอยยิ้มมุมปากที่แทบจะมองไม่เห็นแล้วใบหน้านั้นช่างนิ่งสงบเหลือเกิน
และนี่เป็นการคุยโต้ตอบที่คนหนึ่งเอ่ยพูดออกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ออกมาและผู้หนึ่งตอบกลับจากส่วนลึกภายในแก่นจิตวิญญาณของคนผู้นั้น เขาไม่ใช่ใครอื่นนั่นก็คือ มิคาเอลและแอลฟ์ มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาสัตว์อสูรในพันธสัญญาของเขานั่นเอง
“อือ”
‘เจ้าช่างไร้อารมณ์นัก เห๊อะ ก็ใช่สิก็เจ้าใช้ประโยชน์จากพลังของข้าเสร็จแล้วนิเจ้าก็ไม่สนใจข้า!’ (แอลฟ์) คราวนี้มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าวขึ้นอย่างตัดพ้อผู้เป็นนายท่านบ้าง ถึงมันจะไม่ชอบเจ้าก้อนดำสกปรกนั่นแต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าก้อนดำนั่นมีประโยชน์อยู่หลายส่วนทีเดียว... ‘เตาหลอมโอสถผู้มีชีวิต’ ปริศนาของวิเศษชนิดหนึ่งกระมัง เห็นทีว่าจะไม่สนใจก็ไม่ได้แล้ว
“เจ้าหิวรึ” มิคาเอลเอ่ยถาม... เขาเองก็ต้องใส่ใจสัตว์อสูรในพันธสัญญาของตัวเองให้มากขึ้นแล้ว วันนี้มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาก็ใช้พลังงานของมันไปอยู่ส่วนหนึ่งที่เขารับไว้แค่ส่วนหนึ่งก็ถือว่าเผาผลาญไปแล้ว
ในช่วงเวลาปกติเจ้ามังกรไม่ได้กลืนกินสัตว์อสูรตัวอื่นบ้างเพราะเขาอยู่ในตระกูลทั้งต้องปิดบังความลับนี้ไว้จึงออกไปไหนไม่ได้ แต่เพราะตอนนี้อยู่ข้างนอกแล้ว... และเขาก็วางแผนไว้สำหรับป่าดำป่าพิศวงแห่งนี้แล้ว
หึ ‘มังกร’ สัตว์อสูรในตำนานสายเลือดสูงส่งล้วนแข็งแกร่งและมีการเจริญเติบโตที่ไวมากไวกว่าสัตว์อสูรอื่นใดอีกทั้งสิ้น แต่เจ้ามังกรของเขาสองปีมาแล้วแต่กลับโตได้แค่นี้เห็นที่ว่าต้องหาอาหารให้มากขึ้นหน่อยเสียแล้ว
“นั่นตรงนั้นยังมีอยู่ตัวหนึ่งนะ” เขาพยักพเยิดใบหน้าไปทางสัตว์อสูรเจ้าของเขตแดนที่ตอนนี้มันก็เริ่มจะรับรู้ถึงตัวตนของสิ่งแปลกปลอมใหม่แล้ว
‘หิว!’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าวพลางสอดสายตามองตามสายตาของมิคาเอลตาเป็นมันทั้งน้ำลายสอ ปกติอยู่แต่ภายในแก่นจิตวิญญาณของมิคาเอลมันไม่ต้องกินอะไรก็ได้แต่ถ้าได้กินยังไงมันก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว แต่เพราะไม่ได้กินนี่แหละผลเสียก็คือมังกรอย่างมันถึงได้เติบโตช้ากว่าปกตินักนี่อย่างไรเล่า
ที่สำคัญมิคาเอลก็ชอบล้อมันด้วย! นี่ไม่เข้าใจรึว่ามันเป็นประเด็นอ่อนไหวนะ ข้าเป็นถึงมังกรเจ้านภาผู้ปกครองผืนนภาเชียวนะเอ้ย!
‘นี่ๆ มิคาเอลดูเหมือนว่าจะยังไม่ตายคนหนึ่งนะ... ฆ่าเลยหรือเปล่า’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาจับสัมผัสถึงลมหายใจรวยรินของหนึ่งชีวิตได้และคงไม่ใช่ใครอื่นไกลนอกจากใครสักคนหนึ่งในนักฆ่านั้น
มิคาเอลเบนสายตาหันไปมองจุดที่มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าว... ฆ่า คำนั้นกำลังจะเอ่ยออกมาแต่เพียงความคิดหนึ่งแวบเข้ามาแทนที่ก่อนเขาจึงเปลี่ยนใจ ไว้ฆ่าทีหลังก็ยังไม่สาย
“ยัง... ยังไม่ฆ่าตอนนี้”
ย้อนกลับมาทางด้านของสัตว์อสูรก่อนหน้านี้... สัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางขนาดตัวมหึมามันโผล่ขึ้นมาจากจุดกึ่งกลางแม่น้ำใหญ่ ลำตัวใหญ่ยาวสีฟ้าครามค่อยๆ คืบคลานออกมา เจ็ดหางที่เป็นเอกลักษณ์ของมันโบกสะบัดไปมามีไอน้ำสีฟ้าระยิบระยับกระเซ็นประปราย ดวงตาสีมืดสนิทของมันสว่างวาบขึ้นมาหนึ่งทีกลายเป็นสีแดงชาดคล้ายกับว่ามันได้ตื่นขึ้นมาจากการจำศีลแล้ว!
ครืดๆ ครืดๆ ๆ ครืน ครืนนนน!!
กี้ด กี้ด กี้ดดดดดดด...
ระดับของมันคือระดับทองคำดำระดับขั้นสูงสุดเกือบจะเลื่อนขั้นเป็นระดับขาวแล้วยิ่งทำให้เขตแดนของมันแข็งแกร่งและหนายิ่งนักยากที่จะทะลวงออกไป เจ้าสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางมันกำลังฉุนเฉียวอย่างหนักที่มีผู้มารบกวนอย่างท้าทายมันถึงถิ่น และตอนนี้มันก็กำลังจะอาละวาดแล้ว!
กี้ด กี้ด กี้ดดดดดดด... ตู้ม ตู้ม ตู้มมมมมมม!
หางทั้งเจ็ดของมันกวาดโบกสะบัดไปมา แต่แค่เพียงหางเดียวปราดหนึ่งก็กวาดนักฆ่าทั้งสามตกตายไปด้วยพิษรุนแรงเสียแล้ว แต่ดูท่าว่ามันจะไม่พอใจแค่นั้นไม่แน่ว่ามันอาจจะออกไปอาละวาดข้างนอกถึงเมืองท่าก็เป็นได้... และไม่นานนักเมื่อมันสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งภายในเขตแดนของมันก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวขึ้นมาฟาดสะบัดหางไปมั่วทั่วบริเวณจนแม่น้ำกระจายแตกซ่านเป็นวงกว้าง ดวงตาสีแดงชาดของมันเรืองแสงวาบก่อนจะมองหาจุดสัมผัสของตัวตนดังกล่าว มันโมโหหนักเพราะนั่นหมายความว่า... เจ้าสิ่งแปลกปลอมนี่กำลังท้าทายมัน!!
‘ไอ้เจ้าหนูนี่มันกล้าร้องแงงๆ โมโหข้ารึ! ช่างไม่สำเหนียกตัวเองเลยแท้ๆ เป็นได้แค่อาหารของมังกรอย่างข้าก็เป็นบุญโขแก่ชีวิตของเจ้าแล้ว!’ (แอลฟ์)
มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าวอย่างไม่ใคร่จะสบอารมณ์นัก จ้าวมังกรย่อมหยิ่งทระนงในสายเลือดมังกรสายเลือดสูงส่งของตัวมันเองยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ส่วนเจ้าหนูแมงป่องเจ็ดหางนี่ก็เป็นแค่สัตว์อสูรสายเลือดชั้นต่ำธาตุวารีเท่านั้นแต่กลับมาร้องแงงๆ โมโหใส่มันที่เป็นถึงระดับจ้าวมังกรสายเลือดในตำนานขั้นสูงแบบนี้ ข้าจะทรมานเจ้าและจะกินเจ้าไม่ให้เหลือซากเชียว!
“อย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ก็พอ” มิคาเอลเอ่ยเตือนสัตว์อสูรในพันธสัญญาของตัวเองอย่างล่วงรู้ทันความคิดใคร่หยอกเหยื่อของมัน
แม่น้ำใหญ่แห่งนี้... เจ้าสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางตัวนี้คงจะเป็นตัวเดียวกับเมื่อคราวก่อนที่เขาและเจ้ามังกรคิดจะไปเก็บแก่นจิตวิญญาณธาตุวารีมาแต่ก็ดันไปพบกับเจ้าสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางอีกสองตัวที่กำลังฆ่าแม่ของเจ้าราชสีห์เพลิงเกล็ดมังกรนั่นเสียก่อนจึงไม่ได้มาที่แม่น้ำแห่งนี้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวนี้ระดับสูงกว่าสองตัวก่อนหลายขั้นทีเดียว เกือบระดับขาวแล้วด้วย! วันนี้ก็ถือว่าไม่ได้มาเสียเที่ยวทีเดียวไป
“อ่อ แล้วเจ้าคงไม่คิดจะใช้ ‘เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์’ แช่แข็งแม่น้ำใหญ่แห่งนี้หรอกใช่ไหมแอลฟ์...”
‘.....’ (แอลฟ์) อันว่าอันใดน่าหน่ายน่าละเหี่ยใจมันมากที่สุดเห็นทีว่าก็คงจะมีก็แต่เรื่องที่มิคาเอลชอบรู้ทันมันทุกอย่างนี่แหละ แม้ว่ามันจะยังไม่ได้เอ่ยคิดแต่เพียงแค่นึกผู้เดียวเท่านั้นเอง แต่มิคาเอลก็ดันชอบรู้ทันมันคิดเสียตลอดเลย มันไม่ชอบ!
“แมงป่องวารีเจ็ดหางระดับต่ำกว่าเจ้าตั้งหลายขั้น เมื่อเทียบกับความห่างชั้นของระดับขั้นกับเจ้าแล้วเขตแดนนี้ก็คงจะป้องกันได้ไม่แข็งแรงแน่นหนาเท่าไหร่... เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วไหลของพลังเวทธาตุพิเศษระดับนั้นออกไปสู่ภายนอก เจ้าห้ามใช้พลังธาตุพิเศษเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์และเวทศักดิ์สิทธิ์เด็ดขาด”
‘…..’ (แอลฟ์)
“เข้าใจหรือไม่”
‘อื้ม ก็ได้’ (แอลฟ์) แต่คำกล่าวย้ำเตือนห้ามเด็ดขาดเช่นนี้เหมือนมันมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาจะเคยได้ยินจากที่ไหนกันนะ... อ่า ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่เคยได้ยินเท่านั้นเหมือนมันจะเคยพูดด้วยแหละ! มิคาเอลเจ้าเด็กไม่น่าโตเอ๊ย!
“แอลฟ์!”
‘ดี!’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าวอย่างตอบรับนายของมันผู้ทำพันธสัญญา เมื่อมิคาเอลเรียกมันออกมา มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาพลางคิดไปถึงวันแรกเมื่อวันเดือนปีนั้นที่ตัวมันลืมตาดูโลกใบนี้ก็เห็นใบหน้าของเด็กชายน้อยอายุห้าขวบหน้าตาน่ารักแต่กลับนิ่งสงบไร้อารมณ์สิ้นดี... อื้ม รออีกสักสี่ห้าปีก็น่าจะได้กระมัง หึ
ฟริ้ง ฟริ้ง ฟริ้งงงงงง...
‘เขตแดนวารีศักดิ์สิทธิ์ [ขั้นหนึ่ง] !’
ภายในเขตแดนของสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางพลันมวลบรรยากาศเกิดการหมุนวนกดอากาศ ละอองธาตุศักดิ์สิทธิ์และกลิ่นอายพลังธาตุศักดิ์สิทธิ์อ่อนๆ แผ่ออกมา ก่อนที่ตัวมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาจะออกมามันปรับพลังเวทธาตุของตัวเองให้สมดุลเข้าที่ก่อน และสร้าง ‘เขตแดนวารีศักดิ์สิทธิ์ [ขั้นหนึ่ง] ’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทสร้างเขตแดนของมัน แต่นี่เป็นเพียงเวทขั้นหนึ่งเท่านั้นนะ ส่วนจะมีถึงขั้นไหนก็.... หึๆ
‘มิคาเอลเจ้าคงไม่คิดใช่ไหมล่ะว่าข้าจะมีเวทขั้นหนึ่งที่สุดยอดเช่นนี้อยู่ด้วย’ (แอลฟ์)
มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาได้โอ้อวดเวทของตัวเองบ้าง โดย ‘เขตแดนวารีศักดิ์สิทธิ์ [ขั้นหนึ่ง] ’ นี้ มันสร้างเขตแดนซ้อนอีกชั้นหนึ่งจากข้างในโดยมีเขตแดนของสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางคลุมทับชั้นบนอีกชั้นหนึ่ง มันทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันเผื่อไว้ว่าเมื่อต่อสู้กันแล้วเขตแดนของสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางนั้นจะแตกออก และยังป้องกันไม่ให้พลังเวทของมันรั่วไหลสู่ภายนอกได้
ทั้งใช้เขตแดนของสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางที่อยู่ชั้นนอกบดบังการตรวจสอบที่อาจพบเห็นโดยผู้ที่อาจมีระดับสูงได้ ดีเยี่ยมยิ่งนัก! แม้ว่ามันจะมั่นใจว่าคงจะไม่มีใครมีระดับสูงมากพอที่จะตรวจสอบเขตแดนของสัตว์อสูรแมงป่องวารีเจ็ดหางระดับนี้ได้ก็เถอะ แต่ก็ต้องรอบคอบไว้ก่อน!
“เจ้าเป็นถึงจ้าวแห่งมังกรในตำนานสายเลือดสูงส่งถึงเพียงนั้นหากว่ามีเวทด้อยกว่านี่สิข้าถึงจะแปลกใจมากกว่านะ”
มิคาเอลไม่เคยทำให้มันพอใจเลย! มันไม่ชอบมิคาเอลแล้ว! .... แอลฟ์คิด
กึก กึกๆ กึกกกก ครืนนนนน...
กรีซ กรีซ กรีซซซซซ....
“อื้ม ข้าว่ายังไงซะการได้ออกมายืดเส้นยืดสายแล้วสูดอากาศภายนอกเสียสักหน่อยมันก็ดีนะ”
-----------------------------
บุคคลในชุดดำ! แท้จริงเป็นยูนี่เอง ยูมันคนร้ายอ่ะมิคาเอล!
และแอลฟ์เธอมันก็คนร้าย! เมื่อต้นตอนเธอยังบอกชอบมิคาเอลอยู่เลย นี่ยังไม่จบตอนนี้เลยเธอกลับคำว่า ไม่ชอบมิคาเอลแล้วรึ! ละนี่ลูกเพ่แอลฟ์เธอมาเรียกสัตว์อสูรที่ฉันคิดให้น่าเกรงขามว่า 'ไอ้เจ้าหนูนี่มาร้องแงงๆ ' ยังงี้ได้ยังไง โธ่ หมดกันความน่าเกรงขามที่ฉันสร้างมา!
อ้อ มาแนะนำตัวอีกรอบกับ ฟรีซ นะคะเจ้าก้อนดำมีชื่อละ ไปตามต่อครัช!!
Tips : ตลอดมาไรท์เข้าใจผิดเสมอมาเลยกับคำว่า พัน - ทะ - สัน- ยา ไรท์เขียนแบบนี้มาตลอดเลย พันธะสัญญา ซึ่งแบบนี้มันผิด ส่วนที่เขียนถูกต้องคือ พันธสัญญา แบบนี้ ตัวไรท์ก็ต้องขออภัยด้วยนะคะที่เขียนผิด ถ้ามีเวลาไรท์จะกลับไปรีไรท์คำผิดใหม่แน่นอนค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ ^_^