บทที่ 6 เป็ความคิดที่ดีจริง ๆ
“เมิ่งเมิ่ง เธอไม่เชื่อฉันเหรอ” เสิ่นเจียถูกดวงตาสีดำสนิทคู่นี้จ้องจนใจสั่น จึงยกนิ้วสามนิ้วขึ้นมา “ฉันขอสาบาน ถ้าฉันทำอะไรที่ผิดต่อเธอ ฉันจะ...”
“เธอจะถูกฟ้าผ่าห้าครั้ง ตกนรกหมกไหม้ใช่ไหม” เสิ่นเมิ่งพูดต่อประโยคของเธออย่างกะทันหัน ยิ้มยกคิ้ว
ใบหน้าของเสิ่นเจียซีดลงในทันที
แต่เสิ่นเมิ่งกลับหัวเราะลั่น โยนผ้าเช็ดหัวทิ้งแล้วเดินเข้าไปกอด ร้องเรียกอย่างยิ้มแย้ม
“พอแล้ว พี่สาว เมื่อกี้แค่แกล้งเธอเล่น เธอดูปฏิกิริยาของเธอสิ เหมือนทำเื่ผิดไปอย่างนั้นแหละ”
“ใครจะไปล้อเล่นแบบนี้กัน!” เสิ่นเจียถึงกับถอนหายใจโล่งอก ตำหนิเสียงหนึ่ง แล้วรีบเข้าเื่ทันที
“งั้นเธอกับเมิ่งเจียงอวี่เลิกกันจริง ๆ เหรอ”
“ไม่มีทางหรอก ฉันจะทนทิ้งเขาได้ยังไง!”
เสิ่นเมิ่งปฏิเสธทันที
“งั้นวันนี้เธอก็แค่โกหกพ่อแม่เหรอ” ตาของเสิ่นเจียเป็ประกาย
“ใช่แล้ว ก็แผนชั่วคราวน่ะ หนีออกจากบ้านก็ไม่ใช่เื่ปกติสักหน่อย แล้วก็นะ ถ้าพวกเขาตัดเงินฉัน ฉันจะทำยังไงล่ะถ้าไม่มีตังค์”
เสิ่นเมิ่งถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ตาของเสิ่นเจียยิ่งเป็ประกายมากขึ้น กลอกตาไปมา ลดเสียงต่ำลง “งั้นพี่มีไอเดียดี ๆ เธออยากฟังไหม”
“หือ?”
เสิ่นเมิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
‘พล็อตหนีตามกัน มาเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ!’
“ลุงกับป้าไม่เห็นด้วยแค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ เธอเอาเงินไปแล้วหนีไปกับอาอวี่ก่อนสิ พอมีลูกแล้วค่อยกลับมาด้วยกัน ลุงกับป้ามีเธอเป็ลูกแค่คนเดียว แล้วยังไงก็ต้องเห็นแก่หน้าหลาน จะไม่ยอมได้ยังไง?” เสิ่นเจียพูดอย่างกระตือรือร้น
“ไอเดียดีนี่นา!” เสิ่นเมิ่งตบโต๊ะพลางร้องชม
‘ก็ไอเดียดีจริง ๆ นั่นแหละ! นี่มันยุให้ฉันขโมยเงินพ่อแม่หนีตามผู้ชาย ทำให้ข้าวสุกกลายเป็ข้าวสาร แล้วยังให้มีลูกให้ผู้ชายอีก ไอเดียของเสิ่นเจียนี่มัน… เห็นแก่ตัวและโหดร้ายสุด ๆ ไปเลย! คนอื่นใส่ใจเื่ของเราขนาดนี้ ถ้าไม่พยายามให้ความร่วมมือได้ยังไงกัน?’
เสิ่นเมิ่งพยักหน้าหงึกหงัก ชมไอเดียนี้ไม่ขาดปาก
เสิ่นเจียฉวยโอกาสยุแหย่ต่อ
“ในเมื่อตกลงกันแล้ว งั้นคืนนี้ก็ลงมือเลย พอลุงกับป้าหลับแล้ว เธอก็ไปเอาบัตรเอทีเอ็มที่ห้องทำงานนะ”
“คืนนี้เลยเหรอ?” เสิ่นเมิ่งค่อนข้างใ ดูเหมือนการเปลี่ยนแปลงของเธอวันนี้จะทำให้เสิ่นเจียระแวงแล้ว ตอนนี้เสิ่นเจียกำลังร้อนรนจะผลักเธอออกไปจากบ้านเลยล่ะ
เสิ่นเมิ่งขบริมฝีปาก ก้มหน้าลงแสร้งทำท่าไม่สบายใจ
“แต่ว่าพี่สาว ฉันกลัวอาอวี่จะไม่ยอมคุยกับฉันน่ะสิ”
เสิ่นเจียมองไปที่เสิ่นเมิ่งด้วยความสงสัย
เสิ่นเมิ่งกำลังเล่นกับชายเสื้อของเธอ ก้มหน้าลงและพูดเบา ๆ “วันนี้พวกเราไปตีกอล์ฟด้วยกัน ฉันมือลื่น ตีโดนหัวเขา แล้วก็โดน… ข้างล่างของเขาด้วย แล้วเขาก็หมดสติไป ตอนนั้นฉันกลัวมาก เลยรีบวิ่งกลับบ้านมา ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
พอนึกถึงภาพตอนนั้น เสิ่นเมิ่งแทบจะหัวเราะด้วยความสะใจ ‘ไอ้ผู้ชายเลว ตอนนี้คงนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วล่ะมั้ง’
กลับกัน เสิ่นเจียสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยากจะบีบคอเสิ่นเมิ่งให้ตาย ‘ยายโง่นี่ เธอทำอะไรลงไป! ไม่แปลกใจเลยที่โทรหาเมิ่งเจียงอวี่ไม่ติด ที่แท้เขาเจออะไรใหญ่โตขนาดนี้นี่เอง!’
เสิ่นเจียรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดบริการระบุตำแหน่งอย่างคล่องแคล่ว เธอและเมิ่งเจียงอวี่ใช้ไอดีเดียวกัน ดังนั้นจึงสามารถตรวจสอบตำแหน่งของอีกฝ่ายได้แบบเรียลไทม์
เธอกดโทรศัพท์ไปด้วย พลางตวาดใส่เสิ่นเมิ่งไปด้วย
“แกวิ่งหนีทำไม? ทำไมไม่พาเขาไปโรงพยาบาล? แกไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลยนะ!”
“ตอนนั้นฉันใจนงงไปหมด เลยรีบวิ่งกลับบ้านมา” เสิ่นเมิ่งแสดงท่าทีรู้สึกผิดและกระวนกระวาย “เจียงอวี่ต้องโกรธมากแน่ ๆ พี่สาว ช่วยพูดให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
เสิ่นเจียโกรธจนขมับเต้นตุบ ๆ ในที่สุดก็ระบุตำแหน่งของเมิ่งเจียงอวี่ได้ เขาอยู่ที่โรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 1 ของเมือง A หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วจ้องมองเสิ่นเมิ่งอย่างดุดัน
‘ยัยโง่นี่ยังมีหน้ามาขอให้ให้อภัยอีก! ถ้าตรงนั้นของเจียงอวี่ใช้การไม่ได้ ฉันจะต้องให้แกชดใช้ด้วยชีวิต!
“พอแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ที่โรงพยาบาล เธอรีบไปเอาเงินกับบัตรประชาชนมาก่อน เดี๋ยวเตรียมของแล้วเราไปหาเขากัน”