เพราะตามปกติแล้ว คนที่พากั่วกัวมาหาของทะเลจะเป็ซูเซียงยวี่
ซูเซียงยวี่ทำงานอยู่ที่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลบนเกาะเยว่หยา
ในเวลาว่าง บางครั้งซูเซียงยวี่ก็จะพากั่วกัวมาเดินหาของทะเล
นับั้แ่แต่งงานมีลูก ชีวิตของซูเซียงยวี่ก็เต็มไปด้วยความเหนื่อยยากลำบาก
คำถามนั้นทิ่มแทงหัวใจของหลี่รุ่ยอย่างจัง
เมื่อก่อนเขาไม่เคยพากั่วกัวมาหาของทะเลเลยสักครั้ง มีแต่ซูเซียงยวี่เท่านั้นที่พามา
เขาช่างเป็พ่อที่ไม่ได้เื่เอาเสียเลย
“ป่าป๊าจะพาหนูมาหาของทะเลไงล่ะ” กั่วกัวส่ายหัวดุ๊กดิ๊กทำหน้าอวดเพื่อน
“หลี่รุ่ย การเดินหาของทะเลมันไม่เหมือนกับการเล่นไพ่นะ มันมีเทคนิคเยอะแยะ รูอากาศแบบไหนข้างล่างจะมีตัวอะไรซ่อนอยู่ แกรู้หรือเปล่า?” เฉินสยงชายผู้มีกล้ามเป็มัดๆ ใช้สายตาเยาะเย้ยกวาดมองหลี่รุ่ยั้แ่หัวจรดเท้า
เขาคือยอดฝีมือด้านการหาของทะเลและจับปลาที่มีชื่อเสียงบนเกาะเยว่หยา
เฉลี่ยแล้ว วันหนึ่งเขาหาเงินได้ถึงสองสามร้อยหยวน
ในหมู่บ้านซิ่งฝู มีหลายคนทีเดียวที่ชื่นชมและนับถือเขา
ส่วนหลี่รุ่ยนั้น เป็แค่ไอ้ผีพนันคนหนึ่ง
ยิ่งใน่สองปีมานี้ หลี่รุ่ยไม่เคยโผล่หัวมาหาของทะเลเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ป่าป๊าของหนูรู้แน่นอน!” ในขณะที่หลี่รุ่ยกำลังคิดว่าจะตอบคำถามของเฉินสยงยังไงดี กั่วกัวก็เชิดหน้าะโตอบแทนเสียงดังลั่น
หลี่รุ่ยถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ในใจของกั่วกัว พ่อคนนี้ดูเหมือนจะทำได้ทุกอย่าง
แต่ทว่า...
พอคิดถึงความจริงใจของหลี่รุ่ยก็ดิ่งวูบ แววตาหม่นแสงลง
เขาไม่ถนัดเื่หาของทะเลจริงๆ นั่นแหละ
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงแบบเครื่องจักรกลสังเคราะห์ก็ดังขึ้นในหูของหลี่รุ่ย
[โฮสต์หลี่รุ่ย เริ่มทำการเชื่อมต่อ 'ระบบเนตรทิพย์มองทะลุสัตว์น้ำ']
[3... 2... 1... เชื่อมต่อสำเร็จ]
[นับจากบัดนี้ โฮสต์หลี่รุ่ยจะสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางเพื่อเห็นสัตว์น้ำที่ซ่อนอยู่ภายในได้ทันที]
[ระยะทำการเริ่มต้น 12 เมตร]
หลี่รุ่ยยืนงงเป็ไก่ตาแตก
เมื่อกี้เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!
เขาได้เชื่อมต่อกับระบบงั้นเหรอ?
นี่มันฉากในนิยายชัดๆ!
“พ่อเธอไม่เห็นพูดอะไรเลย เขาต้องไม่รู้เื่แน่ๆ” เสียงของเฉินเหยาเหยาดึงสติหลี่รุ่ยกลับสู่โลกความเป็จริง
พูดจบ เฉินเหยาเหยาก็ชูนิ้วโป้งขึ้นต่อหน้ากั่วกัวด้วยท่าทางภูมิใจสุดขีด “เื่หาของทะเลจับปลา พ่อฉันคือที่หนึ่ง!”
“พ่อเธอสู้พ่อฉันไม่ได้หรอก”
กั่วกัวทำหน้าไม่ยอมแพ้ “ป่าป๊าของหนูต่างหากคือที่หนึ่ง”
เด็กหญิงตัวน้อยสองคนเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“หลี่รุ่ย ดูนี่สิ ของพวกนี้คือที่ฉันจับมาได้” เฉินสยงใช้เท้าเขี่ยถังน้ำข้างตัว แล้วเงยหน้ามองหลี่รุ่ยด้วยสายตาโอ้อวด
ในถังน้ำข้างตัวเฉินสยง มีสัตว์ทะเลอยู่ไม่น้อย
ข้างในมีทั้งหอยแมลงภู่, หอยตลับ, หอยหวาน แล้วก็ยังมีปลาบู่กับปูหินอีกนิดหน่อย...
ในเวลานี้ สายตาของหลี่รุ่ยเหลือบมองไปยังชายหาด่น้ำลด
ทันใดนั้น ภาพของสัตว์ทะเลจำนวนมหาศาลก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหลี่รุ่ย สัตว์น้ำทุกตัวในรัศมีประมาณสิบสองเมตรรอบตัว เขาเห็นพวกมันได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ไม่ว่าจะเป็สัตว์ที่ซ่อนอยู่ในซอกหิน หรือที่หมกตัวอยู่ในโคลนทราย ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของหลี่รุ่ยไปได้
‘เชี่ยเอ้ย หรือว่าฉันจะเชื่อมต่อกับระบบเนตรทิพย์มองทะลุสัตว์น้ำจริงๆ วะเนี่ย!’ รูม่านตาของหลี่รุ่ยขยายกว้าง ในใจตื่นตระหนกปนตื่นเต้น
มีระบบเทพซ่าขนาดนี้ การหาของทะเลสำหรับเขาก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเก็บเงินน่ะสิ?
ยิ่งคิด มุมปากของหลี่รุ่ยก็ยิ่งยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“ใต้เท้าฉันมี 'หอยหลอดาา (เชิ่งหวาง)' อยู่ตัวหนึ่ง มันกำลังขยับตัวช้าๆ” หลี่รุ่ยเห็นหอยหลอดาาอยู่ใต้เท้าตัวเอง เขารีบก้มตัวลง แล้วใช้พลั่วตักทราย้าออกอย่างรวดเร็ว
“ป่าป๊า ทำอะไรเหรอคะ?” กั่วกัวเห็นดังนั้นก็รีบนั่งยองๆ ตาม ดวงตาจ้องเขม็งไปที่การกระทำของหลี่รุ่ย
หลี่รุ่ยยิ้มตอบ “พ่อกำลังจับหอยหลอดาา”
เฉินสยงได้ยินเข้าก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “หลี่รุ่ย หอยหลอดาามันไม่ได้จับง่ายขนาดนั้นหรอกนะ”
“พอหอยหลอดาามันรู้สึกถึงอันตราย มันจะหดตัวกลับเข้าเปลือกแล้วมุดหนีลงไปในทรายอย่างรวดเร็ว”
“เื่จับหอยหลอดเนี่ย ฉันพอมีฝีมืออยู่บ้าง ส่วนแกรีบกลับบ้านไปนอนฝันเอาเถอะ!”
“จากประสบการณ์หลายปีของฉัน รูที่แกขุดนั่นน่ะ ไม่มีทางมีหอยหลอดาาอยู่หรอก”
หลี่รุ่ยไม่ได้หาของทะเลมาสองปีกว่าแล้ว
มาถึงก็จะจับหอยหลอดาาตัวเป้งเลย มันยากเกินไป
แต่ตอนนี้ หลี่รุ่ยเห็นชัดเจว่าเ้าหอยหลอดาาในชั้นทรายกำลังพยายามหนีอย่างบ้าคลั่ง
‘คิดจะหนี แกหนีฉันไม่พ้นหรอก?’ หลี่รุ่ยยิ้มเย็นในใจ
พร้อมกันนั้น หลี่รุ่ยก็เร่งความเร็วของมือขึ้น
หลี่รุ่ยตักทรายออกทีละพลั่วๆ อย่างรวดเร็ว
“ป่าป๊า เร็วเข้า อย่าให้หอยหลอดาาหนีไปได้นะ!” กั่วกัวนั่งยองๆ อยู่ข้างหลี่รุ่ย ส่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้น
“พ่อ ลุงหลี่รุ่ยจะจับหอยหลอดาาได้ไหม?” เฉินเหยาเหยาที่แก้มแดงปลั่งเงยหน้าถามเฉินสยงผู้เป็พ่อ
เฉินสยงยิ้มแล้วตอบทันทีว่า “ยาก”
แต่เฉินสยงยังพูดไม่ทันขาดคำ หลี่รุ่ยก็งัดเอาหอยหลอดาาขึ้นมาจากทราย แล้วโยนไปที่เท้าของกั่วกัว
พอมองเห็นหอยหลอดาาที่อยู่ตรงหน้าชัดๆ กั่วกัวก็รีบใช้สองมือคว้ามันขึ้นมา แล้วร้องะโเสียงดังด้วยความตื่นเต้น “นี่มันหอยหลอดาาจริงๆ ด้วย ตัวใหญ่แล้วก็ยาวเฟื้อยเลย!”
หอยหลอดาา หรือ หอยไม้ไผ่ใหญ่ เป็สัตว์จำพวกหอยสองฝาตระกูลหอยไม้ไผ่
เปลือกของมันค่อนข้างยาว ยาวได้ถึงประมาณ 14 เิเ
แต่ตัวที่อยู่ในมือกั่วกัวตอนนี้ ยาวตั้ง 15 เิเ เป็าาแห่งหอยหลอดของจริง
หอยหลอดาาเนื้ออร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ราคาจึงไม่ถูก
หนึ่งจิน (ครึ่งกิโลกรัม) ราคาประมาณหนึ่งร้อยหยวน
“เป็หอยหลอดาาจริงๆ ด้วยแฮะ” สีหน้าของเฉินสยงเริ่มดูไม่จืด
แต่เขาก็ยังปากแข็งพูดแก้เกี้ยวว่า “ก็แค่จับหอยหลอดตัวใหญ่ได้ตัวเดียวไม่ใช่รึไง? เมื่อกี้ฉันจับหอยกับปูได้ตั้งเยอะแยะ”
เฉินเหยาเหยาเบะปาก “ชิ ก็แค่หอยไม้ไผ่ตัวเดียวเอง มีอะไรให้น่าตื่นเต้น เมื่อกี้พ่อฉันจับของได้ตั้งเยอะ”
กั่วกัวไม่ยอมน้อยหน้า “พวกเราเพิ่งจะมาถึง เดี๋ยวป่าป๊าของหนูต้องจับได้เยอะกว่านี้แน่!”
“กั่วกัว ตามพ่อมา เราไปทางโน้นกัน” หลังจากมีระบบเนตรทิพย์ หลี่รุ่ยก็มั่นใจเต็มเปี่ยม
สัตว์ทะเลในระยะสิบสองเมตร อยู่ในสายตาหลี่รุ่ยทั้งหมด
หลี่รุ่ยวางพลั่วลง แล้วเปลี่ยนมาถือคีม เดี๋ยวก็คีบปลาตัวเล็ก เดี๋ยวก็คีบปู เดี๋ยวก็เก็บหอย
กุก กัก กุก กัก...
สัตว์ทะเลถูกหลี่รุ่ยจับโยนลงถังอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
“ป่าป๊า ป่าป๊าเก่งกว่าหม่าม้าอีก เมื่อก่อนหนูมากับหม่าม้า หม่าม้าต้องใช้เวลาน้านนานกว่าจะเก็บได้เยอะขนาดนี้ แต่แป๊บเดียวป่าป๊าเก็บได้ตั้งเยอะแน่ะ”
“ป่าป๊าสุดยอดไปเลย!”
กั่วกัวมองหลี่รุ่ยด้วยสายตาเทิดทูนบูชา
สายตาในการมองคนของหนูน้อยช่างเฉียบคมจริงๆ
เธอไม่ได้มองป่าป๊าผิดไปเลย
ฮ่าๆ!
“ตรงนี้มีปูตัวเล็กด้วย” กั่วกัวเห็นปูตัวเล็กตัวหนึ่ง เธอรีบยื่นมือจะไปจับ
“ระวัง!” หลี่รุ่ยรีบเตือน
แต่ก็สายไปก้าวหนึ่ง
ก้ามปูหนีบเข้าที่นิ้วก้อยข้างขวาของกั่วกัวเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!” กั่วกัวร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ
ใบหน้ากลมป้อมของกั่วกัวย่นยู่เข้าหากัน
หลี่รุ่ยทิ้งคีมในมือ แล้วรีบจับมือขวาของกั่วกัวจุ่มลงไปในน้ำทะเล โดยไม่ให้มือของลูกขยับ
ที่หลี่รุ่ยทำแบบนี้ เพราะเขารู้ว่าปูจะรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในน้ำ
พอรู้สึกปลอดภัย ปูก็จะยอมคลายก้ามออกง่ายๆ
และก็เป็ไปตามคาด
ไม่นานนัก เ้าปูก็ยอมปล่อยก้ามของมัน
“ตายซะเถอะ!” หลี่รุ่ยกระทืบเท้าลงไปเต็มแรง เหยียบปูตัวนั้นจนแหลกละเอียด
ใครที่กล้ามาทำร้ายลูกสาวเขา มันต้องชดใช้
จากนั้น หลี่รุ่ยก็ถอดถุงมือของกั่วกัวออก ตรวจดูอย่างละเอียด พบว่านิ้วก้อยข้างขวาของกั่วกัวแค่แดงเป็ปื้นใหญ่ๆ แต่ไม่มีาแฉีกขาด เขาถึงค่อยโล่งอก
กั่วกัวกลับมาหัวเราะคิกคัก “ป่าป๊า หนูไม่เป็ไรค่า”
หลี่รุ่ยสวมถุงมือกลับคืนให้กั่วกัว “ไม่เป็ไรก็ดีแล้วลูก วันหลังจะจับปูต้องระวังให้มากกว่านี้นะ หนูต้องมั่นใจว่าปลอดภัยจริงๆ แล้วค่อยจับที่กระดองด้านหลังของมัน”
“จำไว้นะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ความปลอดภัยต้องมาเป็อันดับหนึ่ง”
“เข้าใจไหมครับ?”
กั่วกัวพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวเปลือก “กั่วกัวเข้าใจแล้วค่า”