4
“รู้ไหมหนุ่มน้อยความตายเปลี่ยนแปลงผู้คนเสมอ”
เรเวน
ใบหน้าขาวซีดโผล่พ้นเหนือน้ำเร็นหอบหายใจอยู่พักหนึ่งเพื่อปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนกะทันหันเด็กหนุ่มตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ
แสงแดดและท้องฟ้าสดใสช่วยให้มองเห็นทัศนียภาพรอบด้าน จึงเห็นว่าทะเลสาบนิรันดร์ตั้งอยู่ใจกลางผืนทรายมีละอองแสงส่องระยิบระยับทั่วผืนน้ำ
ไม่มีใครอื่นอีกนอกจากเร็นเด็กหนุ่มจำได้ดีทุกคำพูดของปิศาจถ้านับแปดชั่วโมงตอนนี้คงเป็่เวลาหกถึงเจ็ดโมงเช้าไม่ผิดแน่
เร็นก้มมองดาบสีเข้มในมือ
‘เรเวน’บางทีชื่อนี้คงเหมาะกับมันที่สุดแล้ว...
ขณะหันกลับมามองยังทะเลสาบก็พบร่างใครสักคนลอยขึ้นเหนือน้ำ
หัวใจพลันเต้นแรงมือเย็นเฉียบ ความกลัวแล่นวาบเมื่อเห็นภาพอดีตซ้อนทับรางๆ
แต่ครู่เดียวความกลัวก็สงบลงบรรยากาศรอบตัวเร็นเกิดกระแสลมบางเบา ก่อนร่างเด็กหนุ่มจะเลือนหาย
กลางทะเลสาบร่างที่ลอยเหนือน้ำค่อยๆ ตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง
ชายบึกบึนผิวคล้ำมีรอยแผลเป็นับไม่ถ้วนเขาสบถหยาบหัวเสีย เมื่อนึกถึงเื่คืนก่อน
“ห่าเอ้ย!”
ยิ่งคิดความแค้นที่มีต่อเด็กวัยรุ่นฝาแฝดก็เพิ่มเท่าทวีคูณพวกมันทำทุกอย่างพังหมด โดยเฉพาะไอ้เด็กหัวขาวนั่น!
ถ้าไม่ใช่ทีเผลอบางทีเขาคงฆ่ามันไม่ได้แน่
ระหว่างนั่งคิดหาทางเอาคืนด้วยวิธีสกปรกต่างๆเงาหนึ่งก็ทาบบดบังแสงอาทิตย์จากด้านหลังก่อนหางตาจะเหลือบเห็นประกายคมดาบฟันฉับลงมา
ชายผิวคล้ำเบิกตากว้างแขนซ้ายขาดกระเด็น เืพุ่งกระฉูดเจิ่งนองพื้น
“อ้ากก!!”
ร่างกำยำทรุดฮวบมันจ้องคนลงมืออย่างผวา
“เจ็บเป็ด้วยนี่หว่า”
เร็นก้มมองชายตรงหน้าั์ตาสีเทาเฉยชาแต่มุมปากกลับแย้มรอยยิ้มเหี้ยม
จิตใต้สำนึกสั่งให้ลงมือทำโดยไม่ลังเลเร็นรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไร
มันสมควรแล้วที่ลงเอยแบบนี้พอมองดูดี ๆ ไอ้คนที่แสยะยิ้มเหยียดหยามครั้งก่อนตอนนี้ดันมานั่งอ้อนวอนด้วยความกลัว น่าสมเพช
“แค่นี้ยังน้อยไป”
"มะ...มึงจะทำอะไร!?"
ร่างกำยำคลานถอยหนีมือข้างหนึ่งกุมแขนที่ขาดด้วยความเ็ป ทั้งกลัว ทั้งแค้นใจ
เห็นอีกฝ่ายถอยหนีเด็กหนุ่มจึงเดินตามเอื่อยๆไม่รีบร้อน
พอร่างสูงพยายามลุกขึ้นเพื่อวิ่งดาบในมือก็ตวัดวูบ ส่งสายลมแห่งคมดาบตัดผ่านขาอีกฝ่ายจนขาดร่างสูงล้มคลุกพื้นพลางร้องโอดครวญ
"มึงสนุกมากใช่ไหมล่ะ?"
เร็นยิ้มบางตอนมองเหยื่อที่ดิ้นรนไร้ทางหนี มันรู้สึกดีแบบนี้เอง....
ชายผิวคล้ำสั่นระริกมันยังจำได้แม่นว่าทำอะไรกับเด็กนี่และน้องสาวของมันไว้บ้าง
"ฆ่าเลยก็ง่ายไปเอางี้แล้วกัน....."
เร็นดึงแขนข้างที่เหลือก่อนลากร่างนั้นไปตามทาง
ชายไร้แขนขาคลุกดินทรายจนสกปรกยิ่งกว่าหนูในท่อระบายน้ำ
เร็นเดินมาถึงจุดหมายในที่สุดเขาปล่อยร่างที่แทบกลายเป็ซากไว้บนพื้น
“อีกเดี๋ยวพวกมันคงแห่กันมา”
ชายใกล้ตายเหล่มองจึงเห็นโพรงถ้ำจากระยะไกล มันคือรังของพวกไฮยีน่า
เร็นเหยียบเข้าที่กลางอกร่างบนพื้นก่อนเผยยิ้มสะใจ
“กูจะให้มึงจำวันนี้ฝังใจ!มึงจะตายอีกกี่ครั้งก็จะเห็นแต่ตอนไฮยีน่ารุมทึ้ง ฉีกมึงเป็ชิ้นๆ!!”
ชายผิวคล้ำสำลักเืออกมาไม่หยุดมันเบิกตากว้างมองเด็กหนุ่มที่เดินจากไปก่อนจะเหลือบเห็นไฮยีน่าตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากโพรง
มึง… กูจะตามไปฆ่ามึงทุกที่ไอ้เด็กเวร!!!

เร็นเดินอย่างไร้จุดหมายเพราะไม่ทราบตำแหน่งของหมู่บ้านแน่ชัด จึงเสี่ยงดวงด้วยการเดินไปเรื่อยๆสำคัญที่สุดคือเคทกับชาช่าจะเป็ยังไงบ้างต่างหาก
ความคิดฟุ้งซ่านตีกันเรื่อยเปื่อยสิ่งหนึ่งที่เร็นรู้คือการกระทำอันเืเย็นนี้ จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปตลอดกาล
ลึกๆเพราะกลัว… กลัวว่าจะถูกฆ่าอีกครั้ง
บางทีอาจต้องทำแบบนี้ไปตลอดเพื่อปกป้องตัวเองและปกป้องคนสำคัญ
ถ้าถามว่ารู้สึกผิดไหม? ก็เปล่า…
ในโลกแบบนี้ถ้าไม่แข็งแกร่งขึ้นก็จะถูกฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นึกย้อนดูแล้วเร็นก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อนอีกสองคนจะรับสิ่งที่ตนกระทำได้รึเปล่า?
“หลงทางรึเปล่านะ?”
เร็นทิ้งรอยมีดพกไว้ตามหินก้อนใหญ่ตลอดทางแต่เหมือนยิ่งเดินกลับไม่พบเจออะไรนอกจากซากปรักหักพัง
“เร็น!!”
เสียงเรียกทำให้เร็นหันขวับเห็นเงาร่างคุ้นเคยวิ่งมาทางนี้สุดฝีเท้า
เคทมาถึงก่อนใครเธอโผกอดเร็นจนล้มลงทั้งคู่
“ฉันคิดถึงเธอมากคิดว่าจะต้องเสียเธอไป ฉัน...”
เธอสะอื้นไห้ซบอกคนที่นอนอยู่ด้านล่างกอดแน่นไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวอีกฝ่ายจะหายไป
เร็นลูบศีรษะเธอเบาๆแล้วกอดปลอบเพื่อนสนิท
“ขอโทษนะที่ทำให้เป็ห่วง”
ไม่มีคำพูดใดนอกจากเสียงสะอื้นและความเงียบแทนความรู้สึกทั้งหมด
“เคท...”
“ว่าไง”ภูตสาวยังร้องไม่หยุด
“ฉันหนัก”
เธอสะอึกก่อนค่อยๆเขยิบออกให้เร็นพยุงตัวขึ้นนั่ง
“งอแง”
“ก็ฉันคิดว่าเธอตายไปแล้วจริงๆนี่”เคทเถียงทั้งน้ำตา
“ก็ตายจริงนั่นแหละ”
เร็นยิ้มฝืดมองหน้าก็รู้ว่าเคทคงทราบเื่ราวของโลกนี้แล้ว
“พี่!”
ชาช่าพุ่งเข้ามากอดอีกคนร่างเล็กสั่นระริก ใบหน้าฉายความรู้สึกผิด
“ฉันขอโทษ!ขอโทษที่เป็ภาระ ขอโทษที่ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะฉันพี่ถึง….”
“เด็กโง่”
เร็นยิ้มแล้วยีผมคนตัวเล็กกว่าจนฟู“ไม่ใช่ความผิดเธอหรอก อย่าคิดมาก”
ถึงอย่างนั้นฝาแฝดกำมะลอก็ร้องงอแงไม่หยุด
“ยินดีต้อนรับกลับมานะเ้าหนุ่ม”
เ้าของโรงเตี๊ยมยิ้มให้เร็นก่อนแอบหันไปปาดน้ำตาอีกทาง
‘ความสัมพันธ์ของเด็กพวกนี้ช่างน่าซาบซึ้งจริงๆ’
พอกลับมาถึงหมู่บ้านเ้าของโรงเตี๊ยมก็จัดแจงยกถาดอาหารพร้อมขนมปังก้อนโตมาให้เร็น
“ถือเป็น้ำใจเล็กๆน้อยๆ จากฉันแล้วกัน”
“ขอบคุณนะลุง”
ชายวัยกลางขอตัวไปทำความสะอาดหลังร้านจึงเหลือแค่เด็กวัยรุ่นสามคนนั่งอยู่กลางห้องโถง
“พี่ไม่กินเหรอ?”
“.....”
ชาช่ากับเคทนั่งมองเร็นตาไม่กระพริบเหมือนรอดูว่าจะตักอาหารเข้าปากเมื่อไหร่
“พวกเราคิดถึงเธอนี่นารู้ไหมว่าตอนนั้นฉันสติหลุดไปเลย”
เร็นถอนหายใจเมื่อเห็นเพื่อนสนิททำหน้าอ้อนก็เข้าใจความรู้สึกอยู่หรอก แต่ว่า...
“ถ้ายังจ้องกันไม่เลิกฉันคงหิวตายก่อนแน่”
สองสาวเบือนสายตาไปทางอื่นแต่พอช้อนเริ่มขยับก็หันกลับมามอง
เร็นเลิกสนใจก่อนจะถามถึงเื่เมื่อคืนเคทเล่าว่าหลังจากเ้าของโรงเตี๊ยมจัดการชายนักเลงคนสุดท้ายพวกชาวบ้านก็เริ่มมามุงดูเหตุการณ์เพราะเสียงปืนทุกอย่างเลวร้ายลงจนเหมือนโลกกำลังแตกสลาย
“ทำใจเถอะแม่หนูเดี๋ยวอีกแปดชั่วโมงคู่หมั้นของเธอก็คืนชีพแล้ว”
นั่นคือประโยคที่เ้าของโรงเตี๊ยมบอกกับเธอเขาดูแปลกใจมากที่เคทกับชาช่าไม่ทราบเื่การคืนชีพเพราะไม่รู้จะหาสรรหาอะไรมาอ้าง จึงบอกว่าเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางทำให้พวกเธอความจำเลอะเลือน
ส่วนชายนักเลงอีกสามคนก็ถูกพวกนักล่ารวบตัวไปในเช้าวันต่อมา
สี่คนที่ก่อเื่ล้วนเป็อาชญากรที่ก่อคดีปล้นและล่วงละเมิดทางเพศจนถูกประกาศล่าค่าหัวจากทางการแต่ใบประกาศจับเพิ่งมาถึง่เย็น กว่าจะรู้ตัวว่ามีอาชญากรแฝงในหมู่บ้านก็เกิดเื่ซะก่อน
“ที่แท้เป็แบบนี้เอง”
เร็นเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงพบกับชายผิวคล้ำคนนั้นหลังคืนชีพไม่นาน
“ว่าแต่เธอไปเอาดาบเล่มนี้มาจากไหนล่ะ?”
เคทมองดาบเรเวนอย่างสงสัยบางครั้งตัวดาบก็แทบจะกลายเป็ล่องหนแต่ยังคงเห็นสีน้ำเงินบนโลหะจางๆ
“มีคนให้มาน่ะ”
“มัน...มีกลิ่นเื?”
ประสาทการรับกลิ่นของชาช่าดีที่สุดในกลุ่มเพราะเป็ฮาร์ฟบีทเธอมองหน้าเหมือน้าคำตอบ ส่วนเคทก็พยักหน้าประมาณว่า ‘บอกมาเถอะ พวกเราเชื่อใจเธอ’
ดังนั้นเร็นจึงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในทะเลสาบนิรันดร์ให้ฟังและบอกว่าลงทำอะไรไว้กับอาชญากรคนสุดท้าย
“รู้แบบนี้แล้วกลัวฉันรึเปล่า?”
ทีแรกทั้งสองดูเหมือนลังเลจะตอบแต่ก็เผยรอยยิ้มแล้วคว้าแขนเร็นไปกอดคนละข้าง
“เรารู้จักกันมานานแล้วเร็นฉันรู้ว่าเธอทำเพราะมีเหตุผลเสมอ”
นั่นคือคำตอบของเคทส่วนชาช่าก็ยิ้มเห็นด้วย
“ฉันไม่ได้ชอบที่พี่ฆ่าคนหรอกนะแต่ฉันก็คิดว่ามันสมควรแล้วที่ไอ้บ้านั่นโดนแบบนั้น”
“อืม..ขอบใจนะ”
เ้าของโรงเตี๊ยมเฝ้ามองเงียบๆจากหลังร้าน เขายิ้มแล้วพูดกับภรรยาว่าถ้ามีลูกสักสามคนแบบนี้คงจะดี
“ก่อนแกจะเพ้อฝันน่ะมาช่วยฉันล้างครัวก่อนตาเฒ่า!!”
คืนนั้นระหว่างที่ชาช่าผล็อยหลับเคทกับเร็นยืนคุยกันริมหน้าต่างถึงสิ่งที่พวกเขาต้องเตรียมรับมือทั้งข้อมูลของโลกนี้ที่ยังไม่รู้อีกมาก ทักษะความสามารถซึ่งยังใช้ไม่ชำนาญและควรระมัดระวังเื่เผ่าพันธุ์
เ้าของโรงเตี๊ยมได้เตือนไว้ว่าในโลกเทราอุสแม้จะมีหลายเผ่าอาศัยอยู่ร่วมกันแต่ไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
บางเมืองไม่ต้อนรับุ์ บางทวีปเป็ที่อยู่ของเผ่าปิศาจสิ่งที่โหดร้ายกว่าการแบ่งแยกชนชั้นและเผ่าพันธุ์ คือระบบค้าทาส
โดยเฉพาะมนุษย์ที่มีจำนวนประชากรมากกว่าเผ่าอื่นๆมีทั้งความโลภและความ้าอำนาจเงินตรากว่าใคร
การค้าทาสเกิดจากฝีมืุ์ที่จับเผ่าอื่นๆ มาใช้แรงงานทาสแต่ภายหลังจึงเริ่มมีการประมูล บ้างนำไปบำเรอกาม
บ้างนำตัวไปเพื่อแยกชิ้นส่วนสะสมเป็คอลเลคชั่น บ้างเพื่อความสนุก
“เร็นเธอเกือบลืมแน่ะ”
เคทยื่นดาบเคยที่เป็ของคู่กายคืนให้เด็กหนุ่มเธอเก็บรักษามันไว้อย่างดี
“ขอบคุณ”
เร็นมองดาบสีเงินในมือยิ้มๆ ‘ซิลเวอร์ไลท์’ เป็ชื่อที่ตั้งให้ตอนที่สร้างมันในเกมต้องเสียเงินและวัตถุดิบล้ำค่ามากมายกว่าจะทำสำเร็จ
“นอนกันเถอะ”
เ้าของโรงเตี๊ยมเมื่อทราบว่าทั้งสามจะออกเดินทางจึงแนะนำว่าให้ตื่นแต่เช้ามืดเพราะจะมีรถม้าขับมาจอดที่หน้าหมู่บ้านหากช้าต้องรออีกสี่วันถึงจะมีรถม้าผ่านมาอีกครั้ง
นอกจากคำแนะนำหลายๆอย่าง คุณลุงเ้าของโรงเตี๊ยมยังให้ผ้าโพกหัวและผ้าคลุมศีรษะแก่สองสาว เพราะเกรงว่าอาจเจอพวกพ่อค้าทาสกลางทางระวังตัวไว้ย่อมดีกว่า
เมื่อรุ่งอรุณมาถึงรถม้าจอดรออยู่หน้าหมู่บ้านเพื่อรับผู้โดยสารพวกเร็นโบกมือลาเ้าของโรงเตี๊ยมเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเริ่มออกเดินทาง
ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้…
ทั้งสามแค่ต้องหาเป้าหมายในชีวิตอาจต้องเดินทางต่อไปเรื่อยๆ เผชิญหน้ากับอุปสรรคที่รออยู่และก้าวข้ามผ่านมันไป