บทที่8 มองหารายได้ใหม่
เช้าวันใหม่หลังจากดูแลแปลงผัก และกินข้าวเช้าสามแม่ลูกก็มารวมตัวกันอยู่ที่ห้องครัว อันผิงนั่งให้กำลังใจท่านแม่กับอันหยางท่านแม่เคี่ยวน้ำตาล อันหยางนั่งเสียบผลซานจา ใช้เวลาเท่าไหร่ไม่รู้เพราะไม่มีนาฬิกา ถังหูลู่จำนวน 20 ไม้ก็เสร็จ อันหยางจึงนำไปเสียบกับด้ามไม้กวาดเพื่อนำออกไปขาย
เหมือนว่าถังหูลู่ซานจาจะได้รับความนิยม เพียงไม่นานเขาก็กลับมาใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ พร้อมทั้งเทเงินในถุงออกมานับให้ท่านแม่ดูและหัก 10 อีแปะให้กับค่าน้ำตาลของท่านแม่ด้วย
ท่านแม่จึงเข้าครัวไปทำถังหูลู่ซานจาที่เหลือทันที ได้มาอีก 11ไม้ อันหยางผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ก็นำมันไปขายทันทีอาจเพราะมันไม้ละหนึ่งอีแปะ จึงทำให้ขายหมดอย่างรวดเร็วอันผิงคาดเดาว่าในหมู่บ้านนั้นน่าจะไม่ค่อยมีขนมอะไรขายมากเท่าไหร่ซาลาเปาลูกหนึ่งน่าจะลูกล่ะห้าอีแปะแล้วที่ถูกหน่อยน่าจะเป็หมั่นโถวที่ทำจากแป้งล้วนๆเด็กชนบทได้อั่งเปาปีใหม่น่าจะไม่เกินหนึ่งอีแปะต้องดูว่าจำนวนครัวเรือนนั้นมีเท่าไหร่ ส่วนมากพวกเขาก็แค่เก็บเงินไว้อย่างมากสุดก็ซื้อได้แต่หมั่นโถว หรือไม่ก็เซาปิ่งที่ทำจากแป้ง แต่ถ้ามีไส้ก็ไม่รู้ว่าราคาขยับไปอีกเท่าไหร่
ทีแรกอันผิงนึกว่าอันหยางจะเหนื่อยแล้วจากการไปขายถังหูลู่แต่เขาก็ยังจะติดตามท่านแม่ไปที่ดินของสะใภ้หลิวด้วย อันผิงจึงได้ตามไปด้วยสวนผักของสะใภ้หลิวอยู่ไกลจากตัวบ้านมากอยู่ทำเอาอันผิงถึงกับหอบเหนื่อยเมื่อไปถึงที่หมาย แม้ทีแรกท่านแม่จะแบกขึ้นหลังแต่เธอเห็นอุปกรณ์การเกษตรของท่านแม่แล้ว ก็ไม่อยากเพิ่มภาระให้ท่านแม่อีก
ตนต้องเป็ที่พึ่งแห่งตน
เมื่อมาถึงอันหยางก็ปูที่นั่งให้คนเป็น้องนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ขณะที่อันหยางตรงดิ่งไปเก็บผลซานจาที่ขึ้นเป็พุ่มอยู่ไม่ไกลจากที่ดินสะใภ้หลิวนี่เป็เหตุผลที่เขาขอมาที่สวนแห่งนี้ใช่ไหม เมื่อเก็บเต็มตะกร้าก็เอามาวางไว้ใกล้ตัวน้องสาว แล้วกลับไปช่วยงานสะใภ้หลิวต่อ ที่ตอนนี้มีป้าโจวกับลุงโจวก็มาช่วยอีกแรง
ช่างเป็เด็กที่รู้ความเสียจริง ส่วนอันผิงนั้นทำได้เพียงส่งกำลังใจและนั่งรับลมเย็นๆ ใต้ต้นไม้ไป
เสียดายที่ดินตรงนี้ของสะใภ้หลิวไม่ได้รับพรที่ทำให้ดินนั้นเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชผักที่อันผิงเคยขอไปก่อนหน้านี้แต่วันนี้เธอคงไม่ขอพรให้สะใภ้หลิวหรอก เราต้องมองครอบครัวเราเป็หลักเมื่อครอบครัวเรามั่นคง ค่อยช่วยเหลือคนอื่น
เมื่อนึกถึงพร เธอก็เลยนั่งคิดว่าวันนี้จะขอพรอะไรดีนะพอนึกถึงสุขภาพตัวเอง เธอน่าจะขอให้อันหยาง และท่านแม่มีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ถ้าขอแบบนี้แล้วท่านแม่และอันหยางจะอายุยืนเกินไปหรือเปล่าเพราะเธอดันขอว่าถ้าใครทำร้ายก็ให้เป็ลมไปก่อน ชีวิตแม้จะโดนคนมาฆ่าฟันก็ไม่มีทางตาย แล้วยังสุขภาพดีอีก อย่างนี้จะมีชีวิตเป็ะไปรึป่าวนะ
เมื่อสงสัยก็เลยถามระบบและคุณระบบก็ตอบว่า(แม้จะอยากใช้คำเรียกว่ามัน แต่กลัวระบบเคือง)ชีวิตคนเราไม่สามารถเป็ะได้มันฝืนกฎธรรมชาติ และแนะนำว่า ควรระบุว่าจะให้เสียชีวิตเมื่อไหร่ด้วย
อ่ามันช่างเป็เื่ละเอียดอ่อน และไกลตัวเกินไป เอาไว้ก่อนดีกว่าตอนนี้ท่านหมอก็บอกว่าเธอสุขภาพแข็งแรงแล้ว ถ้ารู้จักออกกำลังกายก็น่าจะดีต่อตัวเองแล้ว อันหยางกับท่านแม่นอกจากจะผอมไปหน่อย นอกนั้นก็ดูโอเคนะ
นึกสิ อะไรที่ขาดตอนนี้ เพราะต้องขอพรวันล่ะข้ออย่างนี้ทุกวันก็รู้สึกกดดันแฮะ
เอ๊หรือจะขอให้มีหินวิเศษเหมือนเื่นั้น ที่ตัวเอกเป็เด็กย้อนเวลามาอยู่ในร่างเด็กที่ครอบครัวถูกเอาเปรียบจากย่าเลี้ยงแต่เด็กหญิงได้หินวิเศษ และหินนั้นเมื่อนำไปแช่น้ำและนำน้ำนั้นไปรดผักก็ทำให้ผักทั้งหลายโตวันโตคืนเอาให้คนเจ็บป่วยดื่มก็หายจากอาการเจ็บป่วย แถมมีสัตว์เทพเป็แมวน้อยด้วยตอนอ่านจินตนาการเลยว่า แมวน้อยน่ารักมาก เอ่อทำไมเธอไม่นึกถึงเื่นี้แต่แรกนะ
‘ไม่สามารถขอพรแบบนี้ได้ขอรับ’
‘ทำไมล่ะ’
‘เพราะความสามารถมันครอบจักรวาล และซ้ำซ้อนกับพรวันล่ะข้อถ้าท่านขอหินวิเศษตามที่ท่านจินตนการ พรที่ได้วันล่ะ 1 ข้อก็จะหายไป และเมื่อท่านทำหินวิเศษหาย ท่านก็จะไม่ได้การขอพรคืนกลับมา’
นี่ระบบขู่ใช่ไหม ถ้าทำหายเธอก็จะไม่ได้รับการเยียวยาจากฉันนะเอ่อก็คงต้องละไว้สินะ นานๆ ระบบจะส่งเสียงเตือนมาก่อน นั่นมีความเป็ได้สูงถ้าเธอเลือกแบบนั้น อาจได้กลายเป็คนธรรมดาที่ไม่มีไอเท็มโกง
และคนอย่างฉันจะอยู่อย่างไร ถ้าสูญเสียเธอ(ระบบ)ไป
เมื่อระบบดันมาดับฝัน อันผิงก็มองไปรอบตัว ไกลๆ ออกไปเป็ทุ่งนาเหมือนเห็นกองฟางสีเหลืองมาแต่ไกล เห็ดฟางก็เลยลอยเข้ามาในหัวสมัยนี้น่าจะไม่มีการเพาะเห็ดขาย และเธอก็ไม่รู้วิธีการเพาะเห็ดดังนั้นเธอควรขอพรที่เป็ความรู้
หัวสมองน้อยๆ จึงคิดเรียบเรียงถ้อยคำในหัวก่อน แล้วค่อยเอ่ยขอพรในใจ
‘ข้าขอไอเท็มให้สามารถรู้วิธีทำสิ่งต่างๆที่มองเห็น แค่นึกในใจว่าข้าอยากรู้วิธีทำสิ่งนี้ ก็ให้ปรากฏวิธีทำของสิ่งนี้ขึ้นมาเป็หน้าต่างตรงหน้า ให้ข้าอันผิงสามารถเห็นได้คนเดียวถ้าข้อความยาวเกินไปให้แสดงในรูปแบบหนังสือ ที่สามารถพลิกอ่านไปทีละหน้าให้ข้าพลิกอ่านได้’
ช่างเป็การขอพรที่ยาวมากเท่าที่เคยขอมาไม่นานแสงสีขาวก็วิ่งผ่านเข้ามาในหัว อันผิงก็โล่งใจ อย่างนี้ต้องลองของอันผิงลุกขึ้นยืน มองไปรอบๆ นอกจากต้นซานจาก็ไม่เห็นอะไรที่พอจะทดสอบความสามารถนี้ได้ จึงมองต้นไม้ที่ตนนั่งอาศัยร่มเงาอยู่
‘ข้าอยากรู้วิธีทำสิ่งนี้ ต้นไม้ตรงหน้า’
‘ระบุชื่อต้นไม้ตรงหน้าด้วยขอรับ’
อ่าว อ้าว อ๊าว ไม่นะ อันผิงร้องะโอยู่ในใจเธออุตส่าห์ระบุว่าสิ่งนี้ มัน เอ่อ ระบบก็ยังจะหาจุดอ่อน คือเธอต้องขอว่าสิ่งนี้ที่เธอรู้จักหรือไม่รู้จัก ก็ต้องแสดงวิธีทำออกมาด้วยเฮ้อระบบจ๋า ท่านจะมาละเอียดแบบนี้ไม่ได้นะสุดท้ายจะโทษก็ต้องโทษที่ตัวเองละเอียดไม่พอเอง อยากจะถามผู้ใหญ่ที่ทำงานอยู่จึงเกรงใจสุดท้ายเอาต้นที่รู้จักก็ได้
‘ข้าอยากรู้วิธีทำสิ่งนี้ ผลซานจา’
พูดจบ ตรงหน้าก็ปรากฏหน้าจอขึ้นมา
ผลซานจา สิ่งที่สามารถทำได้
1.ถังหูลู่ซานจา หน้าที่ 2
2.ซานจาอบแห้ง หน้าที่ 15
3.ยาซานจา หน้าที่ 30
อันผิงจึงพลิกเปิดหนังสือไปหน้าที่ 2 จึงปรากฏวิธีทำซานจาขึ้นมาและบอกเคล็ดลับว่าทำยังไงถึงจะอร่อย อันผิงพยักหน้าด้วยความพอใจจากนั้นจึงละความสนใจ แต่ว่าหน้าจอตรงหน้าไม่หายไป เธอลองเดินไปมาสองสามก้าว มันก็ตามไปบังหน้าเธออยู่อยากจะร้องอ้าวอีกรอบ แต่ร้องไปหลายครั้งล่ะต้องนึกคำใหม่บ้างแล้ว
‘ระบบทำยังไงให้มันหายไป’
ถามไปลุ้นไปว่าระบบมันจะตอบไหม
‘ท่านต้องปิดหนังสือขอรับ’
อันผิงดีใจ รีบเอามือปิดหนังสือตรงหน้า และมันก็หายไป
‘ขอบใจนะ ระบบ’
ไม่มีเสียงตอบจากระบบเช่นเคย
แต่อันผิงก็สบายใจล่ะ คงจะใกล้เที่ยงแล้วเพราะท้องเริ่มรู้สึกหิวจึงแกะห่อผ้าที่ท่านแม่ห่อมาให้ ข้างในเป็ไข่ต้ม 2 ฟองอันผิงกินไป ในใจก็พลางนึกว่า ถ้ามีซีอิ๊วมาเหยาะใส่ ก็จะอร่อยกว่านี้แต่พอนึกถึงขั้นตอนทำซีอิ๊วก็ดูยุ่งยากเล็กน้อย เพราะต้องไปอธิบายให้ท่านแม่ฟังตัวเธออายุแค่ 5 ขวบ มันคงดูแปลกเกินไป
ขากลับจากการช่วยสะใภ้หลิวทำสวนอันผิงจึงบอกท่านแม่ว่าอยากได้ฟางไปให้ไก่ ท่านแม่จึงเอ่ยขอชาวนาแถวนั้นท่านแม่จึงหยิบมาเพียงหนึ่งกำมือ
“ข้าอยากได้เยอะๆเท่านี้” พร้อมทั้งยกมือประกอบให้ดูด้วยว่าอยากได้เยอะแค่ไหนลุงโจวหัวเราะ จึงไปหอบฟางทั้งหมดมาใส่บนรถเข็นของตัวเองซึ่งตอนนี้อันผิงก็นั่งอยู่บนรถเข็นนี้ด้วย
“ขอบคุณลุงโจวเ้าค่ะ”
“เท่านี้พอไหม” เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของอันผิงลุงโจวก็ขนมาใส่อีกจนอันผิงพยักหน้าพอใจ
“น้องสาวจะเอาไปทำที่นอนเหรอ เยอะขนาดนี้” อันหยางอดถามไม่ได้
“ข้าอยากได้เยอะๆ”
ผู้ใหญ่ทั้งสามพากันหัวเราะ เมื่อได้ฟางตามที่อันผิง้าแล้วทั้งหมดก็พากันกลับบ้าน ท่านลุงโจวกับป้าโจวมาช่วยกันขนฟางกองไว้หลังบ้านให้อันผิงไม่ต้องรอให้ท่านแม่สอน อันผิงรีบกล่าวขอบคุณทันที เมื่อทั้งสองไปแล้วอันผิงก็เอาฟางไปใส่ในเล้าไก่ก่อน และมองหาทำเลที่จะเพาะเห็ดฟาง มองไปเจอที่ร่มใต้ต้นไม้อีกต้นซึ่งเป็พื้นที่โล่งอยู่ เธอจึงเริ่มย้ายฟางด้วยสองมือเล็กๆ ไปไว้ตรงนั้นอันหยางเห็นดังนั้น จึงมาช่วยด้วย เขาคงนึกว่าน้องสาวคงอยากทำที่นอนจนมันสูงในระดับที่เธอพอใจ เธอจึงเลิกทำ
อันหยางจึงแยกไปห้องนอน เพื่อฝึกท่อง ฝึกคัดอักษรส่วนอันผิงวนเวียนอยู่กับท่านแม่ที่หน้าบ้าน ดูท่านแม่ปักผ้า เธอสังเกตว่าลายดอกเหมยบนฝ้าปักของท่านแม่สวยมาก ผู้หญิงโบราณนี่เก่งกาจเสียจริงถ้าเป็โลกปัจจุบันก็ใช้เครื่องจักรปักแล้ว อยากได้ลายไหน แค่หาลายมาคอมพิวเตอร์จะประมวนผลสั่งให้จักรเย็บตามนั้นได้เลย
ท่านแม่ใช้เวลาปักผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนแค่ 15 นาทีก็เสร็จแล้วไวมาก อันผิงลอบชื่นชมอยู่ในใจ เป็เธอคงจะโดนเข็มปักมือไม่น้อยและผลที่ออกมาน่าจะแย่กว่าท่านแม่เป็แน่
“ผิงเอ๋อร์ สนใจอยากทำหรือจ๊ะ”
อันผิงจึงพยักหน้าไปตามเื่ มองดูท่านแม่ทำไปสองสามผืนก็ละความสนใจไปยืนมองดอกไม้แถวหน้าบ้านแทน นับวันยิ่งงามขึ้นไม่ใกล้คำว่าเฉาตายล่ะ ทำเป็จดจ้องอยู่ตรงดอกไม้ เพื่อที่จะใช้พรดูวิธีเพาะเห็ดฟาง
‘ข้าอยากรู้วิธีทำสิ่งนี้ เห็ดฟางหรือเห็ดบัว’
สิ่งที่อันผิงอยากรู้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอทำทีเหมือนกางแขนเล่นพลิกอ่านไปเรื่อยๆ เมื่ออ่านจบ สิ่งที่เธอขาดคือเม็ดบัวที่ขึ้นรา กับกระสอบป่านที่จะมาคลุมบนกองฟางอีกที
เธอจะต้องไปสำรวจหากระสอบป่านก่อน ส่วนเม็ดบัวที่ขึ้นราค่อยใช้พรขอในวันพรุ่งนี้
“ท่านแม่ข้าอยากดู” พร้อมชี้ไปที่ห้องเก็บฟื้นท่านแม่จึงละงานในมือไว้ พาอันผิงไปดู โชคดีว่าในนั้นมีกระสอบป่านที่ไม่ใช้อยู่อย่างที่เธอคิด
“ท่านแม่ ข้าจะเอาไปไว้บนกองฟาง”
ท่านแม่จึงหยิบมา 1 ผืน
“เอาอีกๆ ท่านแม่”
สรุปท่านแม่จึงหยิบมา 3 ผืนและเอาไปวางที่ใต้ต้นหูกวางหลังบ้านให้และรอดูว่าอันผิงจะทำอะไร
“พรุ่งนี้ ข้าจะมาดูฟางที่ถูกคลุมเ้าค่ะ”
ท่านแม่ทำได้เพียงแต่ยิ้มเอ็นดู ไม่อยากขัดการจินตนาการของคนเป็ลูก
สองแม่ลูกจึงกลับมาหน้าบ้านอีกรอบ พอถึงตอนเย็นอันผิงจึงไปลากคนเป็พี่ไปช่วยรดน้ำฟางข้าวไว้ก่อนให้มันชื้นเข้าไว้แม้อันหยางจะสงสัยแต่ก็ไม่อยากขัดใจน้องสาวที่เริ่มเล่นได้เหมือนคนปกติทั่วไปแม้การเล่นจะดูแปลกไปบ้าง หรือนี่คือการเล่นปลูกผักกันนะ
“พี่ใหญ่ตักน้ำใส่นี่” เธอชี้ไปที่ถังน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก“พรุ่งนี้ข้าจะมารดมันอีก”
เมื่อน้องสาวสั่ง คนเป็พี่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย น่าเอ็นดูเป็ที่สุด