บทที่ 22 มนุษย์และผีไม่อาจอยู่ร่วมกันได้
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ กระแสคอมเมนต์ในแชทก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
[์ ฉันเพิ่งเคยได้ยินเื่แบบนี้เป็ครั้งแรก การตอกตะปูลงบนหลุมศพจะทำให้คนคนนั้นไม่ได้ผุดได้เกิดไปตลอดกาลจริงเหรอเนี่ย?]
[มีผู้รู้คนไหนออกมาช่วยยืนยันหน่อยได้ไหม!]
[คนข้างบนสมองมีรูหรือเปล่า คนที่จะออกมาช่วยยืนยันให้คุณได้ไม่ใช่คนหรอก แต่เป็ผีต่างหาก!]
[จึ๊ ๆ ต้องมีความแค้นฝังลึกขนาดไหน ถึงได้ทำเื่อำมหิตผิดมนุษย์ได้ขนาดนี้]
[ต่อไปนี้จะไม่พูดว่าไปเต้นบนหลุมศพแล้ว มันดูเบาไป เปลี่ยนเป็ไปตอกตะปูบนหลุมศพแทนดีกว่า!]
[วัยรุ่นสมัยนี้ไม่มีคุณธรรมเลย... ขอเตือนให้พวกคุณระวังตัวไว้ให้ดี!]
เื่ราวมาถึงจุดนี้ ยิ่งกระตุ้นความสนใจของทุกคนอย่างรุนแรง
ของขวัญชิ้นใหญ่ต่าง ๆ เริ่มปรากฏขึ้น
[เสี่ยวหมู่ผู้รักผักชี : ส่งจรวดให้ห้องไลฟ์ของคุณ 1 ลำ]
[ฉางซานจ้าวจื่อั : ส่งเครื่องบินให้ห้องไลฟ์ของคุณ 1 ลำ]
[ไช่ไช่ไม่กินต้นหอม : ส่งเครื่องบินให้ห้องไลฟ์ของคุณต่อเนื่อง 10 ลำ]
จำนวนผู้เข้าชมในห้องไลฟ์ทะลุห้าล้านคนอีกครั้ง
และแม้ว่าตอนนี้จางหยางจะยังไม่ได้เซ็นสัญญากับแพลตฟอร์มหู่ซา แต่ตำแหน่งแนะนำอันดับหนึ่งของทั้งแอปพลิเคชันและหน้าเว็บของแพลตฟอร์มหู่ซา ถูกจัดเตรียมไว้ให้จางหยางเรียบร้อยแล้ว
ไม่ว่าจะเป็คำค้นหายอดนิยมในโม่วฮู หรือคำค้นหายอดนิยมในโม่วอิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฟังก์ชันคำค้นหายอดนิยมของแอปพลิเคชันดัง ๆ แทบทุกแอปฯ สิบอันดับแรกถูกยึดครองโดยเื่เล่าสยองขวัญยามดึกและห้องไลฟ์ของจางหยางจนหมดแล้ว
ถึงขั้นที่มีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอาชีพมาช่วยวิเคราะห์เื่ที่จางหยางเล่า ว่ามันเป็เพียงเื่แต่งหรือเป็เื่ที่มีอยู่จริงกันแน่
เมื่อของปลอมดูเหมือนจริง ของจริงก็อาจดูเหมือนปลอมได้ ไม่กลัวว่าจะมีคนเล่าเื่ผี แต่กลัวว่าในเื่ผีเ่าั้จะมีเื่จริงปะปนอยู่ต่างหาก
ในห้องไลฟ์ เื่เล่าของจางหยางยังคงดำเนินต่อไป
"หลี่คุนเป็คนจิตใจดี เขารู้สึกว่าการกระทำแบบนี้มันโหดร้ายเกินไป จึงมีน้ำใจช่วยถอนตะปูออกจากหลุมศพนั้นให้เ้าของหลุม
หลังจากนั้นเขากลับบ้าน กินบะหมี่ง่าย ๆ หนึ่งชามแล้วก็นอนหลับไป จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าบ้าน หลี่คุนตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย พลางบ่นพึมพำขณะเปิดประตู
เขาเห็นหญิงสาววัยแรกรุ่นคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู ดวงตากลมโต แก้มเปล่งปลั่ง คิ้วและตาดูงดงามราวกับภาพวาด ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นดูหมดจดราวกับสลักจากหยก รูปร่างหน้าตาน่ารักเป็ที่สุด
เมื่อหญิงสาวคนนั้นเห็นหลี่คุน ดวงตาสวยคู่หนึ่งก็หยีลงจนเหมือนพระจันทร์เสี้ยว แล้วโผเข้ากอดหลี่คุนทันที ราวกับลูกแมวน้อยที่ขี้อ้อน ผ่านไปสักพัก หลี่คุนจึงผลักหญิงสาวออกแล้วถามว่า 'คุณเป็ใครกัน?'
หญิงสาวคนนั้นค้อนเขาหนึ่งที แล้วตอบว่า 'ฉันจะเป็ใครได้อีก? ฉันก็เป็ภรรยาที่ถูกหมั้นหมายไว้ั้แ่เด็กของคุณไงล่ะ' และเมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่คุนใจนอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก
เมื่อเห็นท่าทางงุนงงของเขา หญิงสาวก็รู้สึกขบขัน จึงเล่าประวัติความเป็มาของตัวเองให้ฟัง ปรากฏว่าหญิงสาวคนนี้ชื่อว่ากุ้ยฟาง ครอบครัวของกุ้ยฟางและครอบครัวหลี่เป็เพื่อนสนิทกันมานาน ตอนที่พ่อของหลี่คุนยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองครอบครัวได้หมั้นหมายหลี่คุนกับลูกสาวที่ยังไม่เกิดไว้
ต่อมากุ้ยฟางย้ายออกจากหมู่บ้านไป หลายปีมานี้ทั้งสองครอบครัวไม่ได้ติดต่อกันเลย ตอนนี้กุ้ยฟางโตขึ้นแล้ว จึงเดินทางมาตามสัญญาเพียงลำพัง
หลี่คุนไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของกุ้ยฟางเลย กุ้ยฟางจึงบอกว่า 'ตอนนั้นคุณเพิ่งจะอายุได้กี่ขวบเอง การไม่มีความทรงจำก็เป็เื่ปกติอยู่แล้ว'
คำพูดนี้มีเหตุผล หลี่คุนไม่มีอะไรจะโต้แย้ง อีกทั้งกุ้ยฟางยังสวยราวกับดอกไม้แรกแย้ม ต่อให้เธอจะโกหก เขาก็เต็มใจที่จะเชื่อ
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงแต่งงานกันอย่างรวดเร็ว และใช้ชีวิตคู่ที่มีความสุข เขาทำธุรกิจร้านขายเครื่องกระดาษ ส่วนกุ้ยฟางก็อยู่บ้านซักผ้าทำอาหารให้เขา ทุกวันที่ทำงานเสร็จกลับมาบ้าน จะได้กินอาหารร้อน ๆ ที่รสชาติเลิศรส มีภรรยาเช่นนี้ สามีจะ้าอะไรอีก
ผ่านไปครึ่งปี วันหนึ่งกุ้ยฟางรู้สึกไม่สบาย หลี่คุนจึงเชิญหมอมาตรวจที่บ้าน หลังจากหมอแตะชีพจรแล้ว ก็บอกหลี่คุนว่า 'กุ้ยฟางตั้งครรภ์แล้ว'
เมื่อทราบเื่ หลี่คุนตื่นเต้นจนร้องะโหลายครั้งว่า 'ผมกำลังจะเป็พ่อคนแล้ว ผมกำลังจะเป็พ่อคนแล้ว!'
แต่มีเื่หนึ่งที่ติดอยู่ในใจของหลี่คุนจนเขาพูดไม่ออก อาจเป็เพราะกุ้ยฟางสวยเกินไป หลี่คุนจึงโหยหาความสุขทางกายอยู่ตลอดเวลา นานวันเข้า สุขภาพร่างกายของเขาก็แย่ลงทุกวัน
เขาร่างกายซูบผอมลงเรื่อย ๆ ใบหน้าเหลืองซีด และมีเหงื่อซึมตามตัวไปทั่ว
วันหนึ่งตอนเที่ยง ชายชราแต่งกายเป็นักพรตเดินเข้ามาในร้านเครื่องกระดาษ บอกว่า้าซื้อของไหว้ เพื่อไปเซ่นไหว้เพื่อน เมื่อพิจารณาหลี่คุนอย่างละเอียด ชายชราก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดกับหลี่คุนว่า 'พ่อหนุ่ม ฉันเห็นว่าหน้าผากของเธอหมองคล้ำ ่นี้เกรงว่าจะเคราะห์ร้ายกับเธอนะ'
หลี่คุนคิดว่าเขาเป็แค่พวกต้มตุ๋นเร่ร่อน จึงไม่ได้ใส่ใจคำพูดของนักพรตคนนี้เลย นักพรตคนนั้นก็ไม่ได้ถือสา เพียงแต่พูดว่า 'เธอวางใจเถอะ ฉันไม่คิดเงินเธอสักแดงเดียว เพียงแต่ฉันเห็นว่าเธอมีหน้าตาซื่อสัตย์ ไม่อยากเห็นเธอถูกสิ่งไม่สะอาดทำร้าย'
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่คุนจึงถามว่า 'งั้นท่านลองบอกมาสิว่าผมมีปัญหาตรงไหน?' ชายชราหยิบเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญออกมาจากห่อผ้า โปรยลงบนฝ่ามือ พร้อมกับท่องมนตร์วิชาพยากรณ์ที่เข้าใจยากออกมา
ครู่หนึ่ง นักพรตก็ลืมตาขึ้น มองเหรียญทองแดงในฝ่ามือแล้วพูดว่า '่นี้เธอพัวพันอยู่กับผู้หญิงใช่ไหม?'
หลี่คุนรีบโต้ตอบทันทีด้วยท่าทางจริงจังว่า 'ผมแทบไม่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านเลย อยู่แต่กับภรรยาเท่านั้น จะไปมีผู้หญิงที่ไหนอีก'
นักพรตชราครุ่นคิดแล้วพูดว่า 'ปัญหาอาจจะอยู่ที่ภรรยาของเธอ รีบพาฉันไปพบเธอเร็ว' หลี่คุนพาชายชราเข้าไปในบ้าน ภรรยาของเขา กุ้ยฟางกำลังอุ้มท้องโตทำอาหารอยู่ เมื่อเห็นหลี่คุนพาชายชรากลับมา เธอก็มีสีหน้าหวาดกลัวทันที
ชายชราพูดว่า 'นังผีตัวนี้ช่างกล้านัก ถึงกับสิงร่างหุ่นกระดาษเพื่อมาทำร้ายมนุษย์ เ้าสิ่งชั่วร้าย จงตายซะ!' พูดจบก็หยิบยันต์เหลืองใบหนึ่งออกมาจากอกแล้วพุ่งเข้าไปทันที
กุ้ยฟางยืนนิ่งอยู่กับที่ ร้องบอกว่า 'ท่านนักพรต โปรดฟังคำอธิบายของฉันก่อนเถอะ'
ปัง! กุ้ยฟางถูกยันต์เหลืองโจมตีจนกระเด็นไปกองกับพื้น จากนั้นก็กลายเป็หุ่นกระดาษ เผยร่างจริงออกมา
หลี่คุนใแทบสิ้นสติ ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ทางกายกับภรรยาตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เขาก็รู้สึกขนลุกซู่...
ชายชราถามเธอว่า 'ทำไมเธอถึงไม่หลบ' กุ้ยฟางตอบว่า 'ฉันรู้ตัวว่าผิดแล้ว ไม่ควรเข้าใกล้มนุษย์โดยพลการ แต่ท่านนักพรตโปรดเชื่อฉัน ฉันไม่มีเจตนาร้ายต่อเขา ฉันมาเพื่อตอบแทนบุญคุณ'
'ตอบแทนบุญคุณอะไรกัน?' นักพรตสงสัยเื่นี้มาก
กุ้ยฟางจึงเล่าประวัติของตัวเองออกมา ปรากฏว่าเธอเป็ลูกสาวของครอบครัวคนฆ่าสัตว์ มีหน้าตาสวยงามมาแต่กำเนิด ต่อมาถูกคุณชายใหญ่ของบ้านเศรษฐีถูกใจ จึงถูกฉุดคร่ากลางถนน
กุ้ยฟางเป็หญิงที่ยึดมั่นในความบริสุทธิ์ จะยอมให้ชายอื่นมาแตะต้องได้อย่างไร เธอจึงสู้ตายและใช้มีดแทงเข้าที่หัวใจของคุณชายใหญ่คนนั้น จากนั้นจึงถูกลูกน้องของคุณชายใหญ่รุมทุบตีจนตาย
ครอบครัวเศรษฐีคนนั้นไม่เพียงแต่ฆ่าเธอเพื่อระบายแค้น แต่ยังโทษว่ากุ้ยฟางทำให้ลูกชายคนเดียวของบ้านต้องตาย จึงใช้ตะปูหลายตัวตอกลงบนหลุมศพของกุ้ยฟาง เพื่อให้เธออยู่อย่างไม่เป็สุข ตายก็ไม่สงบ และไม่ได้ผุดได้เกิดตลอดกาล
ช่างประจวบเหมาะที่วันนั้นหลี่คุนไปกวาดหลุมศพให้คุณชายใหญ่ และช่วยถอนตะปูเ่าั้ออก จึงทำให้เธอได้รับโอกาสในการไปเกิดใหม่
ดังนั้นก่อนที่จะไปเกิดใหม่ เธอจึงใช้ร่างกายนี้ตอบแทนบุญคุณที่หลี่คุนช่วยชีวิตเธอไว้ เมื่อนักพรตชราฟังจบก็ถอนหายใจ ส่ายหน้าแล้วพูดว่า 'ผมเข้าใจแล้ว คุณไม่มีเจตนาร้ายจริง ๆ แต่คนกับผีนั้นอยู่คนละโลก สุดท้ายก็ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ ให้ผมส่งคุณไปเกิดใหม่เถอะ'
ก่อนจากไป กุ้ยฟางก้มกราบหลี่คุนอย่างลึกซึ้ง น้ำตาไหลพรากพลางพูดว่า 'ได้อยู่กับผู้มีพระคุณเพียงครึ่งปี กุ้ยฟางก็พอใจแล้ว บุญคุณของท่าน ขอให้กุ้ยฟางได้ตอบแทนในชาติหน้า'
หลังจากนั้นนักพรตชราก็นำตัวกุ้ยฟางไป ครึ่งปีต่อมา นักพรตชราอุ้มลูกสาวตัวอ้วนกลมมาที่บ้านหลี่คุน บอกว่านี่คือลูกสาวของเขากับกุ้ยฟาง ส่วนกุ้ยฟางหลังจากคลอดลูกสาวแล้วก็ได้ไปเกิดใหม่ในครอบครัวที่ดี ไม่ต้องเป็ห่วง และบอกว่าก่อนจากไป กุ้ยฟางได้ตั้งชื่อให้ลูกสาวไว้แล้วว่า หลี่จือเอิน
เอาล่ะ เื่สยองขวัญเื่แรกของคืนนี้จบลงแล้ว"