ตอนที่ 17
สองบุหงางามหยกม่วง
"นักปรุงยาอี้เฟย สนใจหญิงงามขอรับ"
"เ้าเพ้อเจ้ออะไร หญิงงามพวกข้าได้ทดสอบไปแล้วหลายครา นักปรุงยาอี้เฟยหาได้แลตามองแม้เพียงน้อย"
"เออ..."พนักงานของสมาคมพ่อค้าอ้ำอึ้งพยายามนึกคำอธิบาย "หาใช่สาวงามทั่วไป แต่เป็นางงามเช่นนี้ขอรับ" เมื่อคำพูดมิอาจเอ่ย มันจึงส่งกระจกบันทึกภาพ ซึ่งผู้จับตาบันทึกไว้
ทุกสายตาในห้องล้วนชมดูภาพภายในกระจกด้วยความสงสัย
เสวี่ยินั้นหาได้สนใจการประมูลที่เกิดขึ้น แต่แล้วเมื่อมันเห็นคนผู้หนึ่งปรากฏในห้องวีไอพีด้านตรงข้าม พฤติกรรมของเสวี่ยิก็เปลี่ยนไป เขาลุกขึ้นยืนพร้อมจ้องมองไปยังห้องวีไอพีของตระกูลหลี่อย่างไม่วางตา
"นั่นมันสาวงามที่ได้ข่าวว่าหมั้นหมายกับทายาทตระกูลหลี่...นายน้อยหลี่เปียวใช่ไหม"เฟยอี้หยินเอ่ยขึ้น
"ใช่ขอรับ นางมีนามว่ามู่จินหลัน...เออ..."
"อย่าอ้ำอึ้งพูดออกมา"
"ครั้งแรกที่นางเหยียบย่างเข้าสู่เมืองหยกม่วง ผู้คนในเมืองหยกม่วง ต่างเอ่ยยกย่องความงามของนางเทียบเคียงกับสองบุหงาหยกม่วงขอรับ" ผู้คนในสมาคมล้วนทราบถึงพฤติกรรมหลงลูหสาวของเฟยอี้หยินเป็อย่างดี
"เทียบกับสองบุหงาหยกม่วง"เฟยอี้หยินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า จ้องมองดูมู่จินหลันในกระจกด้วยสายตาพิเคราะห์ "ความงามของเด็กสาวนี้สดใสบริสุทธิ์ แต่ยังคงแฝงด้วยหมองเศร้าอยู่บ้าง หากพิเคราะห์กันตามจริง ความงามถือว่าน่าตื่นตะลึง แต่ยังคงเป็รองสองบุหงาหยกม่วงอยู่อีกครึ่งก้าว" ระหว่างที่เฟยอี้หยินเอ่ยวาจาอยู่ ทุกผู้คนล้วนเงี้ยหูฟัง และไม่มีใครกล้าเอ่ยอันใดขัด
"ดี..ดี !"จู่ ๆ เฟยอี้หยินก็ตบโต๊ะดัง...ปัง " คราครั้งนี้ข้า...เฟยอี้หยินยินยอมทุ่มแทงจนหมดหน้าตัก" ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวรับใช้ตระกูลเฟยที่เื้ั พร้อมขีดเขียนจดหมายข้อความส่งมอบต่อบ่าวไพร่ พร้อมกำชับด้วยเสียงดังฟังชัด "นำไปส่งให้กับเฟยเซียง บอกว่าบิดาของนางมีภารกิจให้กระทำ"
.
.
.
ในห้องวีไอพีของเสวี่ยิ ตอนนี้เขาลุกขึ้นยืนใช้สองตาจ้องมองไปยังชายวัยสิบเจ็ดสิบแปดปี ซึ่งนั่งอยู่ที่ด้านข้างของมู่จินหลันอย่างไม่วางตา เพราะเขารู้ดีว่าผู้ที่อยู่เื้ัของพี่น้องตระกูลหย่ง รวมถึงมือสังหารที่ลอบสังหารเขานั้น คือมันผู้นี้นี่เอง
เสวี่ยินั้นหาได้สนใจมู่จินหลันเฉกเช่นที่ผู้จับตาเข้าใจ แต่ที่ผู้จับตาเข้าใจผิดคงเป็เพราะ ในคราแรกที่หลี่เปียวนั้นนั่งอยู่ในห้องเสวี่ยินั้นหาได้สนใจ แต่เมื่อมู่จินหลันเข้ามาภายในห้อง เสวี่ยิถึงมีได้ปฏิกิริยาผิดแปลก แถมยังพยายามจ้องมองไปยังในห้องโดยไม่วางตา นั่นก็เพราะว่าเสวี่ยิไม่เคยเห็นหน้าค่าตาหลี่เปียวมาก่อน เพียงรับรู้ว่ามันคือคู่หมั้นของ...มู่จินหลัน
การประมูลที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด จู่ ๆ ทั้งโดมก็พลันเงียบเสียงลง จนเสวี่ยิอดที่จะแปลกใจไม่ได้ ต้องชะโงกหน้าออกไปชมดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
แม้แต่ผู้เสื้องามยังมิกล้าออกบิน ดอกไม้ยังมิกล้าเบ่งบาน ล้วนเป็คำกล่าวยกย่องต่อความงามของสองบุหงาหยกม่วง นับประสาอะไรกับการประมูลอันดุเดือด เช่นนั้น...เมื่อหนึ่งในสองบุหงาหยกม่วงปรากฏกาย ผู้คนจึงพร้อมใจกันสงบท่าที กลัวเสียมารยาทต่อหน่าหญิงงาม
เฟยเซียง...บุตรสาวเพียงตนเดียวของผู้นำสมาคมพ่อค้าเฟยอี้หยิน รูปโฉมงดงามสุดเปรียบปาน ใบหน้างามซึ้งราวกับเทพธิดาที่อยู่เหนือโลก ดวงตากลมโตสีดำขลับโตหยาดเยิ้ม ทุกสัดส่วนราวกับ์สรรสร้างมาแต่พอเหมาะพอเจาะไม่มีขาดเกิน บวกกับรูปร่างเพรียวระหง กริยาท่าทางแช่มช้อย ยามเยื้องกายอ่อนแอ้นราวกับจะแตกหัก ยิ่งเรียกความเห็นใจเอ็นดูจากผู้พบเจอ จนยากจะหักใจละสายตาไปจากนาง ยิ่งไปกว่านั้นเฟยเซียงยังได้ชื่อว่าเป็หญิงงามผู้เปี่ยมด้วยพร์ ด้วยวัยเพียงสิบหกปี เธอก็สามารถก้าวขึ้นเป็ผู้ได้รับใบอนุญาตรับรองเป็ผู้ปรุงยาขั้นต้น ที่ออกโดยของสมาคมนักปรุงยาของเมืองหลวงอีกด้วย
เฟยเซียงที่เดินตัดผ่านผู้คน ย่อกายคารวะ เพราะรู้ตัวดีว่าเสียมารยาทที่ใช้ทางลัดตัดผ่าน แถมยังทำให้การประมูลหยุดชะงัก แต่ยิ่งหล่อนแสดงออกในด้านที่อ่อนหวานมากเท่าใด ยิ่งเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในโดมได้อีกอักโข แม้แต่หลี่เปียวที่มีมู่จินหลันอยู่ด้านข้าง ยังอดที่จะยืนขึ้นมาชมดูความงามของเฟยเซียงที่ขอบกระจกมิได้
แต่หลังจากที่เฟยเซียงย่อกายคารวะเรียบร้อยแล้ว ก็หาได้สนใจผู้คนอีก หล่อนเดินตรงไปยังห้องรับรองวีไอพีห้องหนึ่งตามภารกิจที่บิดามอบหมายให้ เรียกความสนใจจากผู้คนทั้งหมด ให้มุ่งไปยังคนที่อยู่ในห้องวีไอพีห้องนั้นด้วยความอิจฉาริษยา และแน่นอนว่าจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเสวี่ยิ ที่ปลอมตัวเป็นักปรุงยานาม...อี้เฟย
เสียงซุบซิบนินทา ดังระงมหลังจากที่เฟยเซียงหายเข้าไปในห้องวีไอพี หลี่เปียวเองก็จ้องมองมายังห้องของเสวี่ยิตาเป็มัน ก่อนจะหันไปหาลูกสมุนคนหนึ่งและสั่งให้มันลอบไปสืบดูว่าชายในห้องที่เฟยเซียงเข้าไปพบนั้นเป็ใคร ทำไมสมาคมพ่อค้าถึงได้ให้ความสำคัญกับมันถึงขนาดที่ต้องให้เฟยเซียง...ยอดหญิงงามออกหน้าต้อนรับ
เสวี่ยิเองก็เหม่อมองดูเฟยเซียงไม่ต่างจากชายหนุ่มคนอื่น ๆ แถมในใจยังเต้นรัว เพราะความงามของหล่อนนั้น ยังงดงามกว่ามู่จินหลันเสียอีก อาจจะเทียบเคียงได้กับหนิงเซียนเด็กสาวที่เสวี่ยิพบเจอในถ้ำร้างเสียด้วยซ้ำไป แต่ความชดช้อยยั่วยวนยังติดตรึงยิ่งกว่าเด็กสาวหนิงเซียนที่ยังอายุน้อยอยู่ และเมื่อเห็นว่าเฟยเซียงก้าวเดินอย่างช้า ๆ ตรงมายังห้องวีไอพีของตัวเอง ในใจของเสวี่ยิก็ก่นด่าความงี่เง่าของตัวที่เผลอตัวพูดโง่ ๆ ออกไป เพราะเขาไม่คิดว่าการเป็นักปรุงยาจะยิ่งใหญ่ขนาดที่สามคมพ่อค้าต้องให้ความสำคัญเยี่ยงนี้
แต่ไม่ทันที่เสวี่ยิจะตีอกชกหัวตัวเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน
...เอาวะเป็ไงเป็กัน เสวี่ยิท่องไว้เ้าคือนักปรุงยาอี้เฟย เดี๋ยวถ้าเงิน 15000 เหรียญทองมาถึงเ้าก็ชิ่งหนีออกไปได้แล้ว
(สิ่งที่เสวี่ยิไม่รู้ ก็คือการที่สามคมพ่อค้ายังไม่ได้มอบเงินให้กับเขานั้น เป็เพราะเสวี่ยิแจ้งความจำนงว่าจะเข้าร่วมประมูล ดังนั้นสมาคมจึงจัดห้องวีไอพีเอาไว้ให้ และจะมอบเงินให้กับเขาหลังจากที่หักจากการประมูลของเสวี่ยิแล้ว)
"เชิญแม่นาง" หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เสวี่ยิเอ่ยด้วยเสียงเรียบ
"ขอบคุณท่านผู้าุโ ผู้เยาว์มีนามว่าเฟยเซียง เป็บุตรสาวของท่านผู้นำสมาคม" เฟยเซียนเปิดประตูห้องวีไอพีเข้ามาก่อนย่อกายคารวะเสวี่ยิหนึ่งครั้ง และแย้มยิ้มส่งให้กับเขา
...พระเ้านางงดงามยิ่งนัก ข้าจะทำยังไงดี
(จะอย่างไรเสวี่ยิก็ยังเป็เด็กหนุ่มวัยสิบห้า แม้จะพยายามสะกดกั้นเื่ราวของความรัก แต่ไหนเลยจะต้านทานความงามของหญิงงามระดับสองบุหงาแห่งหยกม่วงได้ จิตใจล้วนชุ่มช่ำเบิกบาน)
"อืม..."เสวี่ยิครางในลำคอ "ข้าอี้เฟย" พร้อมพยายามควบคุมตนเองไม่ให้เคลิบเคลิ้มไปกับความงามตรงหน้า เสวี่ยิจึงพยายามเอ่ยคำให้ห้วน และสั้นที่สุด
"เฟยเซียนทราบมาจากท่านพ่อว่า ผู้าุโอี้เป็นักปรุงยา" นางชม้ายมอง พร้อมใบหน้า และดวงตาแย้มยิ้มอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะเคลื่อนกายถือวิสาสะผู้เหย้า นั่งลงที่ด้านตรงข้ามของเสวี่ยิ
กลิ่นกายหอมรัญจวนพลันโชยพัดเข้าสู่สองจมูกของเสวี่ยิอย่างมิอาจระงับ ยิ่งทำให้เขาต้องใช้สมาธิในการควบคุมตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีก
"ใช่"
"ดียิ่งนัก เพราะเฟยเซียนเองก็เป็นักปรุงยา" หล่อนเอ่ยพร้อมกับนำใบรับรองของสมาคมนักปรุงยามาแสดงให้เสวี่ยิชมดู
...ฉิบหายแล้ว เฟยเซียนเป็นักปรุงยา
"อา...." เสวี่ยิอ้าปากค้าง "ยอดเยี่อม...ยอดเยี่ยมยิ่งนัก" ปากเอ่ยชมดว้ยท่าทางผ่อนคลาย แต่เหงื่อกลับไหลหลั่งจนเปียกโชกไปทั้งหลัง