ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 บทที่ 28 ผู้ชายจะขึ้นเขา

                ดวงอาทิตย์ลอยสูง หลินหวั่นชิวจุดไฟในท้องเตาจนลุกโชนตักน้ำมันครึ่งช้อนจากกระปุกน้ำมันมาใส่ในหม้อเมื่อน้ำมันร้อนจึงใส่เนื้อกระต่ายที่หมักเครื่องปรุงไว้แล้วลงไป

                แต่เนื่องจากนี่เป็นเตาดินควบคุมความแรงไฟกับอุณหภูมิน้ำมันเหมือนเตาแก๊สไม่ได้ หลินหวั่นชิวจึงใส่ขิง กระเทียมฮวาเจียวและพริกลงไปพร้อมกับเนื้อกระต่าย เครื่องปรุงพวกนี้จะได้ไม่ไหม้เสียก่อน

                แรงไฟของเตาดินรุนแรงมากเนื้อกระต่ายเพิ่งลงหม้อก็ส่งกลิ่นหอม หลินหวั่นชิวเพิ่มความเร็วในการผัดนางใส่น้ำมันน้อย กลัวติดกระทะ ส่วนไฟก็แรง กลัวว่าอาหารยังไม่ทันสุกก็ไหม้เสียก่อน

                กลิ่นหอมโชยออกนอกห้องครัวเจียงหงหย่วนแค่ออกมาจากห้องก็ได้กลิ่น

                “เจียงต้าเกอบ้านท่านทำกับข้าวอะไรหรือ หอมจริงเชียว” หวางกุ้ยเซียงถือตะกร้าไม้ไผ่ใบหนึ่งเข้ามาจากด้านนอก

                “พี่สะใภ้เจ้าผัดเนื้อกระต่ายอยู่” หวางกุ้ยเซียงเป็นน้องสาวของหวางฟู่กุ้ยร่างกายกำยำ ถูกที่บ้านใช้งานเป็นเด็กรับใช้

                และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยกลัวรูปลักษณ์น่ากลัวของเขา

                “พี่สะใภ้นี่เป็นไข่ไก่ที่แม่ข้าฝากมา ให้ท่านกับเจียงเหล่าเอ้อร์บำรุง” หวางกุ้ยเซียงวางตะกร้าลงข้างกำแพงห้องครัวอย่างเปิดเผยจากนั้นจึงเดินมาชะโงกหน้ามองเตา

                แม่เจ้า แค่ดมก็รู้ว่าอร่อยแค่เห็นก็อยากกิน

                หลินหวั่นชิวไม่รู้ควรรับไข่ไก่ไว้หรือไม่นางจึงไม่พูดอะไร ปล่อยให้เจียงหงหย่วนเป็นคนตัดสินใจ แต่เนื้อกระต่ายในกระทะ…ลูกตาคนอื่นแทบจะถลนออกมาแล้วนางไม่เชื้อเชิญคงเสียมารยาท

                อีกอย่าง หวางกุ้ยเซียงก็ไม่ได้ด่านางว่านังแพศยาปีศาจจิ้งจอกเหมือนคนอื่นในหมู่บ้านวันนั้นยังคอยช่วยพูดให้นางด้วย

                “น้องกุ้ยเซียงอยู่ทานก่อนเถิด”

                “ไม่ล่ะๆๆแม่ข้ายังรอให้ข้ากลับไปอยู่” หวางกุ้ยเซียงส่ายมือปฏิเสธ หลินหวั่นชิวพูดอีกว่า “เช่นนั้นข้าจะตักเนื้อใส่ถ้วยให้เจ้าเอากลับไปกิน”

                หวางกุ้ยเซียงสาวเท้าวิ่งทันทีที่ได้ยินดังนี้ “เหล่าซานบ้านเจ้าเอากระต่ายมาให้บ้านข้าแล้วข้าแค่จะดูว่าพี่สะใภ้ทำกินอย่างไร”

                เมื่อนางพูดประโยคนี้จบตัวนางก็วิ่งออกนอกลานบ้านไปแล้ว

                หลินหวั่นชิว “…”

                เจียงหงหย่วนเดินเข้ามาพูดว่า “เก็บไข่ไว้กินเถอะแม่นางคนนี้ก็โผงผางแบบนี้แหละ ไม่ได้ทำเจ้าตกใจใช่หรือไม่?”

                หลินหวั่นชิวยิ้ม “ข้าจะตกใจไปทำไมกลัวว่าจะต้อนรับได้ไม่ดีมากกว่า”

                “เจ้าทำได้ดีมาก!” เจียงหงหย่วนพูด

                “อืม…” หลินหวั่นชิวรู้สึกแปลกๆคุยเรื่องหวางกุ้ยเซียงอยู่ไม่ใช่หรือ

                “ข้าจะยกน้ำแกงไก่ต้มไปให้น้องรอง” เจียงหงหย่วนยิ้มในใจเมียตัวน้อยมองตัวเองเป็นคนตระกูลเจียงแล้ว เริ่มคำนึงว่าจะต้อนรับแขกได้ไม่เหมาะสม

                วันนี้อากาศดีหลินหวั่นชิวย้ายโต๊ะกินข้าวออกมาวางใต้ชายคา จะได้สูดอากาศไปด้วย

                แต่กระทั่งอาหารบนโต๊ะจัดวางเสร็จแล้วเจียงหงหนิงก็ยังไม่กลับมา หลินหวั่นชิวถามเจียงหงหย่วน “หย่วนเกอ เหตุใดหงหนิงยังไม่กลับมา? ท่านไปตามหน่อยดีหรือไม่?”

                จังหวะที่พูดเจียงหงหนิงเดินเข้ามาในลานบ้านพอดี แต่ทั้งตัวเขาเปื้อนเศษหญ้ากับดินโคลนตะกร้าบนหลังก็ว่างเปล่า ใบหน้ามีรอยช้ำ

                “เจียงหงหนิง เจ้าถูกใครรังแกมาหรือ?” หลินหวั่นชิวถาม

                “ข้าสะดุดล้มโดยไม่ทันระวัง” เจียงหงหนิงวางตะกร้าลงที่มุมลานบ้านเดินไปล้างหน้าล้างมือแล้วเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

                เขามองห้องที่เก็บกวาดจนสะอาดกับเตียงที่ว่างเปล่ารวมเข้ากับเครื่องนอนที่เขาเห็นตากไว้ด้านนอกตอนเข้ามา ไม่รู้ในใจควรรู้สึกอย่างไร

                ต้าเกอทำงานพวกนี้ไม่เป็นดังนั้นต้องเป็นฝีมือผู้หญิงคนนั้นอย่างแน่นอน

                แต่เขาไม่รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจนาง

                ใครใช้ให้นางเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักสงบเสงี่ยมเก่งแต่ล่อลวงผู้ชายกันล่ะ

                นางเพิ่งมาอยู่บ้านนี้ได้ไม่กี่วันก็กล้าขนาดนี้แล้วไม่ประหยัดเลยสักนิด วันนี้มีทั้งข้าวสวยทั้งเนื้อกระต่าย

                ฟุ่ยเฟือยขนาดนี้คิดจะให้ต้าเกอเขาเหนื่อยตายหรือ?

                เจียงหงหนิงโมโหแต่ก็รู้สึกว่าหากไม่กินจะติดกับหลินหวั่นชิวทำให้หลินหวั่นชิวได้เปรียบ เขาจึงแบกอารมณ์โมโหที่มีอยู่เต็มท้องออกไปกินข้าว

                ทว่า…

                เนื้อกระต่ายเพิ่งเข้าปากตาเขาก็ประกายทันที นี่มันทำได้อย่างไร?

                เหตุใดจึงอร่อยขนาดนี้?

                เจียงหงหนิงลืมว่าตัวเองโกรธที่หลินหวั่นชิวไม่ประหยัดไปจนหมดสิ้นตักข้าวสองชามเข้าปากอย่างไม่รู้ตัว

                เจียงหงหย่วนกินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นกันหลินหวั่นชิวหุงข้าวไว้เยอะ เขากินไปห้าชาม

                กินจนตอนสุดท้ายแทบเลียจาน

                “ภรรยาจ๋า เดี๋ยวเจ้าช่วยอบขนมเปี้ยะหยาบสักสองสามชั่งให้ข้าหน่อยนะข้าจะขึ้นเขา” อาหารที่เมียทำอร่อยมากจริงๆแต่หากกินด้วยความเร็วเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานบ้านเขาจะไม่เหลือเงินเขาต้องรีบขึ้นเขา

                “ได้” หลินหวั่นชิวตอบตกลงจะเก็บชามกับตะเกียบไปล้าง

                แต่เจียงหงหย่วนดึงนางไว้ “เจ้าไม่ต้องทำ เหล่าซานไปล้างจาน” เจียงหงหนิงได้ยินดังนี้ก็รีบเก็บชามกับตะเกียบเข้าไปล้างในห้องครัว

                “ข้าจะไปหาบน้ำ” เขาจะขึ้นเขาต้องเตรียมน้ำและฟืนให้เรียบร้อย

                “ได้ งั้นข้าจะไปอบขนม”

                เมื่อนึกขึ้นว่าการขึ้นเขาล่าสัตว์เป็นงานอันตรายหลินหวั่นชิวจึงตัดสินใจใส่แป้งหมี่ที่เหลือลงไปทั้งหมดเพิ่มแป้งธัญพืชหยาบลงไปเล็กน้อยแล้วตอกไข่ลงไปห้าหกฟอง

                เจียงหงหนิงล้างชามอยู่ด้านข้างไปด้วยมองพร้อมหางตากระตุกไปด้วย ไข่หกฟองเชียวนะ!

                เจ้าคนล้างผลาญ!

                แต่เพราะขนมเปี้ยะนี่ทำให้เจียงหงหย่วนเจียงหงหนิงจึงไม่ได้พูดอะไร

                เขารู้ที่มาของไข่ไก่ตอนเอาเนื้อกระต่ายไปส่ง บ้านหวางกับบ้านจ้าวต่างก็บอกให้เขาเอาไข่ไก่กลับไปแต่เขาปฏิเสธ ดูแล้วไข่ไก่นี่ไม่มาจากบ้านหวางก็บ้านจ้าว

                หลินหวั่นชิวใส่ต้นหอมซอยลงไปในแป้งนวดให้เข้ากันสักพักแล้วเริ่มอบ

                เจียงหงหย่วนตักน้ำจนเต็มสองอ่างฝ่าฟืนให้เรียบร้อยและจัดวางที่มุมกำแพงให้ดีหลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นจึงเก็บเครื่องนอนที่ตากไว้ด้านนอกเข้าห้องเจียงหงหนิงกับเจียงหงป๋อช่วยปูให้พวกเขา จากนั้นจึงอุ้มเจียงหงป๋อกลับเข้าด้านใน

                ผ้าห่มผึ่งแดดมาแล้ว แม้จะยังมีกลิ่นแต่ห่มแล้วนุ่มและอุ่นมาก

                เจียงหงป๋อนอนแล้วสบายมากเช่นกัน

                “ภรรยาจ๋า น้องรองอาบน้ำแล้วเสื้อผ้าที่ใส่ก็สะอาดเช่นกัน” เจียงหงหย่วนพูดกับหลินหวั่นชิวเขากลัวนางจะรังเกียจที่เตียงถูกเจียงหงป๋อนอนมา “ที่นอนข้าก็พลิกด้านแล้วไว้เดี๋ยวข้าจะเข้าเมืองไปซื้อผ้ามาไว้เปลี่ยนซัก”

                ขนมเปี้ยะอบเสร็จแล้วซ้อนเป็นกองหนา หลินหวั่นชิวช่วยใส่ขนมลงในถุงผ้าที่เจียงหงหย่วนยื่นให้ กำชับเขาว่า “ไม่ต้องทำใจให้กินไม่ลง…อยู่ข้างนอกต้องระวังความปลอดภัยด้วย”

                “อื้ม วางใจเถอะข้ายังไม่ได้นอนกับเมียเลย ตายไม่ได้หรอก” ในที่สุดก็มีวันที่เขาออกไปล่าสัตว์แล้วมีคนคอยเป็นห่วงเป็นใยทั้งยังทำขนมให้เขาพกติดตัวด้วย เมื่อก่อนเขาต้องทำเองทั้งหมด

                เจียงหงหนิงยังเด็กของที่ทำยังพอกินที่บ้านได้ แต่จะพกออกไป…ของนิดๆ หน่อยๆที่เขาทำพวกนั้นไม่พอให้กินแม้แต่มื้อเดียวด้วยซ้ำ 

                ให้หวังพึ่งเจียงหงหนิง…เขาคงได้หิวตายกลางป่า

                หลินหวั่นชิวมองเขาอย่างหมดคำจะพูด

                ผู้ชายคนนี้ช่างพูดจา…

                ไม่พูดทะลึ่งหน่อยจะตายหรืออย่างไร?

                “กล่องที่ข้าให้เจ้ายังพอจะมีเงินอยู่หากอาหารที่บ้านไม่พอก็ไปหากุ้ยเซียงได้ ให้นางไปซื้อในตำบลเป็นเพื่อนเจ้าหรือจะซื้อจากคนในหมู่บ้านก็ได้ ไม่ต้องสนใจเหล่าเอ้อร์ เหล่าซานดูแลเองได้เจ้าแค่ช่วยทำอาหารให้พวกเขาหน่อยก็พอ แต่ถ้าไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร ให้เหล่าซานทำเอง”

                เจียงหงหย่วนแค่พูดเรื่องที่ให้เจียงหงหนิงทำอาหารไปแบบนั้นเองอย่างไรเสีย หลังจากเขาชิมฝีมือหลินหวั่นชิวแล้วก็ไม่อยากกินที่เจียงหงหนิงทำอีก

                

                

                            

                

                

                

     

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน