"ลุงครับ ขอโทษนะครับ ผมอยากรู้ว่าแถวๆ หมู่บ้านหินล้อมนี้มีสัตว์ป่าอยู่บ้างไหมครับ"
ถังซิ่วถามอย่างมีมารยาทกับชาวบ้านที่อยู่ตรงตีนเขา
"เธอ้าที่จะล่าเนื้อสัตว์งั้นหรอ? มีสัตว์ป่ามากมายอยู่บนเขาและพื้นดิน เธอสามารถหาไก่ฟ้า กระต่าย และหมูป่าได้ ในแม่น้ำเธอสามารถหาเต่าป่าและจระเข้ เธอยังสามารถพบสัตว์ปีกได้เยอะเช่นเดียวกัน"
เกษตรกรแก่ๆคนหนึ่งที่กำลังสูบบุหรี่และพ่นควันออกมาได้ตอบกลับอย่างสบายใจ
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชราก็ทำให้ถังซิ่วสุขใจ ชาวบ้านนั้นคือคนที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์รอบๆูเานี้มากกว่าเขา เขาใช้เวลาครึ่งวันบนยอดเขาและไม่สามารถหาอะไรได้เลย เขาไม่ได้คาดหวังที่จะได้รับข้อมูลดีๆเช่นนี้ได้โดยการถามไถ่จากชาวบ้าน
หลังจากที่ถังซิ่วถามว่าจะไปหาสัตว์ป่าเหล่านี้ได้อย่างไร เกษตรกรวัยชราคนนั้นก็ถอนหายใจยาวๆว่า
"เฮ้อ นั่นเป็สถานการณ์ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ตอนนี้เนื่องจากมีคนจำนวนมากที่กำลังล่าสัตว์ป่าในูเานี้จึงทำให้พวกมันใกลัว ตอนนี้มีเพียงไม่กี่ตัวที่อยู่บนเขาเท่านั้น ต่อให้ยังมีเหลืออยู่บ้าง คนก็ไม่สามารถหาร่องรอยของพวกมันได้อย่างเคย..."
คำพูดของเกษตรกรคนนั้นเปรียบดั่งการสาดน้ำใส่หน้าของเขาที่ทำให้รอยยิ้มที่เพิ่งผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเขาสลายหายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่กล่าวอำลาเกษตรกรแก่แล้วก็ทำให้เขาเริ่มสอบถามชาวบ้านคนอื่นๆแต่เขาไม่ได้คิดเลยว่า ถึงแม้ว่าเขาจะสอบถามเกษตรกรคนอื่นๆอีกหลายสิบคนภายในหมู่บ้านแต่เขาก็ไม่ได้รับคำตอบที่เขา้าจึงทำให้เขาเกือบจะตกอยู่ในความสิ้นหวัง
หากว่าแม้แต่ชาวบ้านก็ไม่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายมาก่อน นี่ไม่ได้หมายความว่าหมู่บ้านหินล้อมนี้ไม่ได้มีสัตว์ดุร้ายใดๆอยู่หรืออย่างไรกัน? ถังซิ่วเป็คนที่ชำนาญในเื่ของธรรมชาติ เมื่อคืนนี้ตัวเขาไม่พบร่องรอยของสัตว์ร้ายเลยซึ่งหมายความว่าน้ำยาแปลงสภาพร่างกายที่เขา้าจะสร้างขึ้นนั้นขาดส่วนผสมสุดท้าย เขาไม่้าที่จะยอมรับความเป็จริงนี้และตัดสินใจที่จะส่งใบลาหยุดเรียนเพื่อขอลาขณะที่เขาออกจากโรงเรียนใน่บ่ายและกลับไปที่หมู่บ้านหินล้อมอีกครั้ง
เนื่องจากเขาไม่ได้รับข้อมูลใดๆ ที่เป็ประโยชน์จากเกษตรกรในหมู่บ้านที่อยู่ตรงตีนเขา ถังซิ่วจึงมุ่งหน้าตรงไปยังยอดเขาและสำรวจูเาด้วยตัวเอง หน้าผาที่ยื่นออกมาสูงชันล้อมรอบหมู่บ้าน ระดับน้ำทะเลสูงกว่าห้าร้อยเมตร และสูงกว่าพื้นดินสองร้อยเมตร ภูมิประเทศล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ราบที่แตกต่างกัน ให้ความรู้สึกเหมือนเทือกเขา ภูมิประเทศแบบนี้หายากมากในจังหวัดฉวนชิง
ซางเซียนซ่งเคยได้หมู่บ้านนี้และประกาศตัวเองว่าเป็กษัตริย์ของสถานที่แห่งนี้ เขาสร้างกำแพงเมือง ประตูเมือง และสร้างห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลหลี่และอาคารอื่นๆดังนั้นเนินูเาจึงมีเส้นทางที่คดเคี้ยวและสลับซับซ้อนขึ้นไปจนถึง้า อย่างไรก็ตามเนื่องจากเส้นทางที่คดเคี้ยวและยาวเกินไป ถังซิ่วไม่ได้เดินทางไปตามถนนแต่เลือกที่จะปีนขึ้นเขาแทน
ระหว่างทาง ถังซิ่วเห็นเต่าที่อยู่ในป่าส่วนลึก เขายังเกือบจะถูกงูพิษกัดและแมงป่องต่อยซึ่งอาจทำให้คนอื่นรู้สึกดีใจเมื่อได้เห็นพวกมันแต่น่าเสียดายที่สัตว์ที่เขา้านั้นคือสัตว์ที่ดุร้าย นอกจากจะกินเพื่อระงับความกระหายแล้วสัตว์ป่าเหล่านี้จึงไม่ได้ทำให้เขาสนใจเลยแม้แต่น้อย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ถังซิ่วประสบความสำเร็จในการปีนขึ้นไปบนยอดสุดโดยมีเต่าสามตัว กระต่าย และงูสิบตัว กระเป๋าเรียนของเขาเต็มไปด้วยแมงป่องและสมุนไพรหายากมากมาย ตอนแรกนั้นตัวเขาไม่ได้วางแผนที่จะตามล่าสัตว์บนเนินเขาแต่เนื่องจากเขาคิดถึงร้านอาหารของครอบครัวและร่างกายที่ขาดสารอาหารของแม่จึงนำสัตว์เหล่านี้ไปแม้ว่าเขาจะไม่้ามันก็ตามที เขาล่าสัตว์ป่าทุกตัวที่เขามองเห็นได้
"เฮ้ เด็กน้อย นายเก่งดีหนิ พวกเราห้าคนสามารถล่ากระต่ายได้แค่สองตัวแต่นายจับเต่าและงูได้เยอะมากเลยหนิ"
"เด็กน้อย คิดว่าไงถ้าจะขายสัตว์เ่าั้ในมือของนาย บอกราคามา เราจะซื้อพวกมันทั้งหมด!"
"เด็กน้อย จากการแต่งตัวของแก แกต้องเป็คนในท้องถิ่นแน่ เอาสัตว์พวกนั้นมาเราจะซื้อ!"
...
เมื่อถังซิ่วเพิ่งยืนและยืดตัวเขาขึ้น ห้าคนล้อมรอบเขาพร้อมมองเต่ากับงูพิษที่อยู่ในมือของเขาอย่างตาร้อนแต่สิ่งเดียวที่พวกเขายังไม่ได้ทำคือปล้นเขา
เมื่อเห็นว่าถังซิ่วปีนขึ้นมาจากใต้หน้าผาและดูเหมือนจะไม่มีรถใช้ คนเหล่านี้จึงคิดว่าเขาเป็หนึ่งในชาวบ้านท้องถิ่นที่เฝ้าจับสัตว์บนเนินเขาสำหรับเงินค่าขนม พวกเขาพูดกับถังซิ่วด้วยท่าทางหยิ่งยโสและไม่ได้แม้แต่แสดงให้เห็นถึงความเคารพแม้แต่น้อย
"ขอโทษด้วย แต่สัตว์เหล่านี้มันมีไว้สำหรับบ้านที่ยากจนของผม ผมไม่สามารถขายพวกมันให้กับคุณได้"
ถังซิ่วเหลือบมองคนที่ล้อมรอบเขาและไม่ลังเลที่จะปฏิเสธ เขาสามารถมองเห็นรถสามคันที่อยู่ห่างออกไปได้อย่างชัดเจนซึ่งก็คือรถ Wrangler Land Rover และ Mercedes Benz จึงตระหนักได้ว่าคนเหล่านี้มีฐานะที่ร่ำรวยและสูงส่ง เขาไม่้าที่จะสร้างปัญหากับอีกฝ่ายถึงได้พูดตัดบทออกไปเพื่อไม่ให้เกิดเื่ยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม เขากลับประเมินความมุ่งมั่นของคนเหล่านี้ต่ำไป
"เฮ้ เด็กน้อย นายจะขายสัตว์พวกนี้ให้คนอื่นราคาเท่าไหร่ เราจะเพิ่มราคาให้เป็สองเท่า ตั้งราคาของนายมาและเราจะจ่ายเงินให้นาย!"
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมเสื้อลายดอกไม้ได้มองไปที่ถังซิ่วและพูดอย่างมั่นใจ
"เกิดเป็ชายต้องรักษาคำพูดของตัวเอง แม้ว่าคุณจะให้เงินเป็จำนวนมากแต่ผมจะไม่ขายสัตว์เหล่านี้ให้กับคุณ!"
เมื่อมองดูหนุ่มที่ใส่เสื้อลายดอกไม้ที่ดูราวกับ้าจะกินร่างของเขาก็ทำให้เขาขมวดคิ้วแล้วตอบกลับไป
"ผมจะลงจากเขาแล้ว"
ก่อนหน้านี้ถังซิ่วยังตั้งใจที่จะบ่มเพาะภายในสถานที่แห่งนี้อีกสักระยะหนึ่งแต่เนื่องจากจุดที่มีเส้นชีพจริญญาถูกยึดครอง จึงได้ทิ้งความคิดนั้นและวางแผนที่จะทำมันในวันอื่น
"โอ้ เราจะซื้อเฉพาะบางส่วนแล้วและนายสามารถเอาที่เหลือกลับไปที่บ้านของนายและเราจะซื้อจากนายในราคาที่สูงเพื่อให้สามารถทำเงินได้"
วัยรุ่นในชุดลายดอกไม้ได้พูดแนะนำด้วยรอยยิ้ม
หลังจากได้ยินคำพูดของวัยรุ่นคนนั้นก็ทำให้เขาไม่อยากอยู่กับคนเหล่านี้ถึงได้ทำให้เขากำลังจะพยักหน้าและขายให้อีกฝ่ายแต่กลับมีเสียงหยาบคายขัดจังหวะเขา
"ซูเหรินเฟย์ นายนี้มันน่าเบื่อจริงๆ ทำไมนายต้องต่อปากต่อคำกับเด็กสกปรกนี่กัน เราไม่จำเป็ต้องจ่ายเงินเลยเพียงแค่แย่งเอามาจากมันก็พอแล้ว!"
คนที่กำลังพูดเป็ผู้ชายที่มีหน้าตาที่ดุร้ายและสูงกว่าหนึ่งจุดเก้าเมตร
"ซางหยงจินพูดถูกต้องแล้ว ทั้งหมู่บ้านนี้เป็ของเรา นับประสาอะไรกับแค่สัตว์เหล่านี้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่้าก็ตามแต่เขาก็ต้องมอบสัตว์เหล่านี้ให้เรา"
"เฮ้ เด็กน้อย เต่าเหล่านี้เป็สัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของรัฐ การจับพวกมันนั้นผิดกฎหมาย นาย้าให้เราลากนายออกไปที่สถานีตำรวจหรือไม่"
...
วัยรุ่นอีกสามคนโผล่เข้ามาพร้อมหัวเราะเสียงดัง พร้อมด้วยคำพูดของซางหยงจินขณะที่มองไปที่ถังซิ่วด้วยท่าทางเยาะเย้ย พวกเขา้าที่จะดูว่าถังซิ่วจัดการกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างไร ซูเหรินเฟย์เงียบทันที เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าเพื่อนของเขาจะเลือกที่จะข่มขู่ถังซิ่วเพราะเขามักจะใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่เสมอแต่เขาก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความสุขของเพื่อนเพราะเขาได้ให้โอกาสกับเด็กคนนี้แล้ว มันเป็ถังซิ่วเองที่ไม่ได้รับเอาโอกาสนั้นไว้
"คุณคิดว่าการทำแบบนี้เป็เื่ที่น่าสนใจมากหรือเปล่า"
เมื่อซูเหรินเฟย์และกลุ่มของเขาคิดว่าเด็กคนนี้จะกลัวจนอึราดแต่พวกเขาคาดไม่ถึงว่าเด็กคนนั้นจะตอบพวกเขากลับพร้อมเผยรอยยิ้มที่ยั่วยุ
"แก... แก... แกพูดเื่อะไรกันแน่!"
ซางหยงจินตะลึงจนแม้แต่เสียงของเขาก็ติดขัด เมื่อเขาเห็นว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ทำตามที่จินตนาการของพวกเขาวาดฝันเอาไว้ก็ทำให้คนอื่นๆเองก็จ้องมองท่าทางที่งงงวยขณะที่พวกเขามองไปทางกันและกันโดยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"ผมแค่คิดว่าพวกคุณทั้งหมดกำลังทำเื่นี้เนื่องจากความเบื่อหน่าย"
ถังซิ่วยิ้มและอธิบายด้วยเสียงเบาๆว่า
"ประการแรก การปล้นจากคนอื่นก็ผิดเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นคุณอาจจะไม่สามารถที่จะแย่งสัตว์เหล่านี้ไปจากมือของผมได้ ประการที่สอง คุณไม่ต้องทำให้ผมกลัวโดยขู่ว่าจะนำผมไปที่สถานีตำรวจ ผมก็มีคนรู้จักบางคนอยู่ที่นั่น สุดท้าย ตอนนี้หมู่บ้านหินล้อมเป็ของรัฐไม่ใช่ของคุณ หลังจากที่คุณมีสิทธิในการพัฒนาคุณสามารถมีสิทธิ์ที่จะพูดคำเ่าั้ได้"
ถังซิ่วพูดอย่างใจเย็นโดยที่ซูเหรินเฟย์ ซางหยงจินและคนอื่นๆพึ่งจะได้สติกลับมาหลังจากที่เขาเดินจากไป
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน ให้ตายเถอะ นี่เราเพิ่งจะถูกหยามงั้นเหรอ?"
"ทำไมเด็กยุคนี้มันถึงได้อวดดีนัก!"
"ไม่มีทาง! ฉันไม่สามารถยอมรับได้ ฉันไม่เชื่อว่าฉันจะไม่สามารถให้บทเรียนกับไอ้เด็กเปรตนั่นได้"
บางคนในกลุ่มก็คำรามด้วยความโกรธขณะที่พวกเขารีบวิ่งไปขึ้นรถและอยากจะให้บทเรียนที่น่าจดจำตลอดชีวิตแก่ถังซิ่ว
หลังจากที่ได้ออกไล่ล่าถังซิ่วเป็เวลาสองสามนาทีและไม่พบกับเขาก็ทำให้ซูเหรินเฟย์และกลุ่มของเขาก็พึ่งตระหนักว่าคนที่พวกเขากำลังล่านั้นได้เดินเท้า พวกเขายังจดจำได้ว่าพวกเขากำลังเดินเล่นอยู่รอบๆเนินเขาด้วยการเดินเท้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถจะล่าอะไรได้มากนักก่อนที่ถังซิ่วจะตบหน้าเขาด้วยคำพูด พวกเขาได้พูดคำสาปแช่งขณะที่เดินลงเนินเขา
ขณะที่รถสองสามคันค่อยๆเลือนหายไปบนถนนคดเคี้ยวนี้เองที่ร่างหนึ่งได้ะโลงมาจากต้นสนบนยอดเขา ในความเป็จริงแล้วตัวของถังซิ่วไม่ได้เดินลงเขาไปแต่อย่างใดแต่เขามุ่งหน้าไปยังมุมที่ห่างไกลเพื่อซ่อนตัว ตอนแรกถังซิ่วตั้งใจจะออกจากเนินเขาชั่วคราวและกลับมาในวันอื่นแต่เมื่อเขาบังเอิญได้พบเห็นคนเหล่านี้ก็สรุปว่าเขาจะทิ้งแผนของเขาที่จะออกจากเนินเขาแห่งนี้ไป เขาได้ส่งใบลาพักไปหนึ่งวันเต็มเพราะ้าสำรวจหมู่บ้านนี้ให้ทั่วฉะนั้นแล้วเขาจึงไม่้าที่จะกลับไปมือเปล่า
"มันจะมากเกินไปแล้วนะ เขาขอลาใน่เวลาที่สำคัญนี้แถมไม่ได้ขออนุญาตจากฉันและหนีไป นี่มันต่างอะไรกับหนีเรียนกัน"
ระหว่างที่ถังซิ่วกำลังสำรวจหมู่บ้านหินล้อมนั้นทางด้านของฮั่นชิงหวูกลับรู้สึกเดือดดาลอย่างถึงที่สุดเมื่อเธอคว้าใบลาหยุดมาจากมือของหยวนชูหลิง
"หยวนชูหลิง เธอเป็เพื่อนสนิทของเขา! เธอปล่อยให้เขาทำสิ่งที่ขาดความรับผิดชอบเช่นนี้ได้ไงกัน? ทำไมเธอไม่ห้ามและให้คำแนะนำแก่เขาก่อน..."
ในขณะที่กำลังบ่นถึงนิสัยที่ไม่ดีของถังซิ่วก็ได้หันไปพุ่งเป้าที่หยวนชูหลิงแทนราวกับว่ามันเป็อีกฝ่ายที่เป็คนแนะนำให้ถังซิ่วหนีเรียน
หากว่าเป็ถ้าเป็ฮู่ฉิงเชียงที่กล้าที่จะะโใส่เขาแบบนี้ หยวนชูหลิงก็คงจะต้องตอบโต้กลับไปแล้วแต่เมื่อต้องเผชิญกับฮั่นชิงหวูก็ทำให้เขาดูราวกับเด็กนักเรียนประถมที่พึ่งทำความผิดถึงขั้นที่ไม่กล้าหายใจเสียงดัง
"ครูฮั่น คุณไม่สามารถโทษหยวนชูหลิงสำหรับเื่นี้ได้ ถังซิ่วทิ้งใบลาเอาไว้และวิ่งหนีไป เขาไม่ได้ให้โอกาสเราได้พูดเลย"
เมื่อเห็นฮั่นชิงหวูกำลังตำหนิหยวนชูหลิงอยู่แบบนี้ก็ทำให้เฉิงเยี่ยนหนานคิดว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ครึ่งวันก็คงไม่จบไม่สิ้นถึงได้พูดขึ้นมา
อันที่จริง ถังซิ่วได้รู้ว่าการลาพักของเขาจะส่งผลต่อหยวนชูหลิงจึงปล่อยได้ฝากใบลาไว้ที่เฉิงเยี่ยนหนานเพื่อฝากมอบให้กับฮั่นชิงหวูแทนแต่เฉิงเยี่ยนหนานกลับคิดว่าอีกฝ่ายหยอกล้อเธอเล่นถึงได้นำมันไปมอบให้กับหยวนชูหลิง เมื่อฮั่นชิงหวูพึ่งจะก้าวเข้าห้องเรียนก็เป็ตอนที่หยวนชูหลิงที่ดูราวกับไร้สมองไปชั่วขณะได้ส่งมอบใบลาให้กับอีกฝ่ายถึงได้นำพาตัวเองให้ต้องเผชิญหน้ากับคำสาปแช่งที่โหมกระหน่ำจากอีกฝ่าย