หลังจากเหตุการณ์ "แจกันคืนชีพ" และการ "แผลงฤทธิ์" ของหวังชิงชิง (ในร่างเซียน) บรรยากาศในคฤหาสน์ตระกูลหวังก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลินชิงเซียนในร่างชิงชิงเดินกลับขึ้นห้องไปด้วยท่าทางสง่างาม ทิ้งให้พี่ชายทั้งสามยืนแข็งเป็หินอยู่กลางโถง
ก่อนที่เท้าเล็ๆ จะพ้นขอบบันได เธอหยุดกะทันหันแล้วหันกลับมามองพี่ชายทั้งสามด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงความสมเพช
"อ้อ... ลืมบอกไป" ชิงเซียนเอ่ยขึ้น "่นี้พวกท่านทั้งสามควรระวังตัวไว้หน่อยนะ โดยเฉพาะเื่ 'ของเหลว' 'แสงสี' และ 'ผู้หญิงหน้าขนมเข่ง' ไม่อย่างนั้น... เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจะมาเยือนจนตั้งตัวไม่ติด"
[เหอะ! ไอ้พวกพี่ชายน่าโง่ พี่ใหญ่ดวงตกเพราะนารีนำพินาศ พี่รองกำลังจะซวยเพราะน้ำเปลี่ยนนิสัย ส่วนไอ้น้องสาม... แสงไฟจะพรากชื่อเสียงเ้าไปในสามราตรี ถ้าพวกเ้ายังทำตัวซื่อบื้อให้ยัยจิ้งจอกนั่นหลอกต่อไป ข้าก็จะไม่ช่วย!]
พอพูดจบ (และคิดจบ) เธอก็เดินสะบัดก้นเข้าห้องไปทันที ทิ้งะเิเวลาลูกใหญ่ไว้ในหัวของพี่ชายทั้งสาม
ณ ห้องทำงานลับของพี่ใหญ่หวังอี้
"พวกแก... ได้ยินใช่ไหม?" หวังอี้เปิดประเด็นทันทีที่ล็อกประตูห้องทำงานแ่า หน้าตาของมาเฟียธุรกิจหนุ่มดูเคร่งเครียดกว่าตอนเจรจาดีลหมื่นล้านเสียอีก
"ชัดแจ๋วเลยพี่ใหญ่!" หวังซิง น้องเล็กที่เป็ไอดอลโวยวาย "ยัยชิงชิงหาว่าผมสมองกลวงไม่พอ ยังบอกว่าแสงไฟจะพรากชื่อเสียงผมไปอีก! นี่มันแช่งกันชัดๆ!"
"ใจเย็นก่อนซิง" หวังลั่ว พี่รองที่เป็หมอขยับแว่นพลางทำหน้านิ่ว "ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ทำไมเราทุกคนถึงได้ยินเสียงในใจยัยนั่นล่ะ? มันไม่เมคเซนส์เลยในทางวิทยาศาสตร์ หรือว่า... ยัยนั่นไปทำคุณไสยมาจากบ้านนอกจริงๆ?"
"จะคุณไสยหรืออะไรก็ช่าง" หวังอี้ตบโต๊ะปัง "สิ่งที่ยัยนั่นด่าพวกเรา... มันดัน 'จริง' อย่างน่าประหลาด รินดาใส่ยาถ่ายในซุปจริงๆ ผมเช็กจากกล้องวงจรปิดในครัวเมื่อกี้แล้ว ยัยนั่นแอบหยดอะไรบางอย่างลงไปจริงๆ"
ทั้งห้องเงียบกริบ ความจริงเริ่มปรากฏชัดกว่าเสียงในหัวเสียอีก
"แล้วไอ้คำทำนายล่ะพี่? ที่บอกให้ระวังเื่ของเหลว แสงสี อะไรนั่นน่ะ..." หวังซิงยังไม่ทันพูดจบ
โครม!!!
จู่ๆ สปริงเกอร์ฉีดน้ำดับเพลิงบนเพดานห้องทำงานของหวังอี้ก็ทำงานเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! น้ำเย็นเฉียบพุ่งลงมากระแทกหัวหวังอี้อย่างจังจนเปียกโชกไปทั้งตัว
"ไอ้... ไอ้บ้าเอ๊ย! ใครเปิดวาล์ว!" หวังอี้สบถพลางรีบะโหลบ 'ของเหลว' ตามคำทำนายเป๊ะๆ
ยังไม่ทันหายช็อก โทรศัพท์ของหวังซิงก็ดังรัวๆ พอกดรับเสียงผู้จัดการส่วนตัวก็ร้องลั่นมาตามสาย "ซิง! เกิดเื่แล้ว! ฉากในคอนเสิร์ตที่แกจะขึ้นคืนนี้ ไฟสปอร์ตไลท์ตกใส่เวทีจนไฟลุกพรึบ ดีนะที่แกยังไปไม่ถึง ไม่อย่างนั้นชื่อเสียง (และชีวิต) แกจบสิ้นแน่!"
หวังซิงหน้าซีดเผือก 'แสงสีพรากชื่อเสียง'... นี่มันเื่จริงหรือนี่!
ส่วนหวังลั่วที่กำลังจะเดินไปหยิบขวดไวน์มาจิบระงับสติอารมณ์ มือเขาก็พลันอ่อนแรง ขวดไวน์ราคาแพงตกแตกกระจาย 'น้ำเปลี่ยนนิสัย' (แอลกอฮอล์) กระเด็นเปื้อนเสื้อกาวน์สีขาวของเขาจนดูเหมือนคราบเื
"นี่มัน... ไม่ใช่แค่บังเอิญแล้ว" หวังลั่วพูดเสียงสั่น "ชิงชิงรู้ได้ยังไง? หรือว่าิญญาที่เข้าร่างน้องสาวเราจะเป็... ท่านเทพ?"
"เทพหรือผีไม่รู้" หวังอี้เช็ดหน้านิ่งๆ แต่แววตาเปลี่ยนไป "แต่ที่แน่ๆ ยัยนั่นด่าพวกเราว่า 'หน้าปลากระเบนน่าโง่' แสดงว่าที่ผ่านมาเรามันโง่จริงๆ ที่มองไม่ออกว่าใครคือทองแท้ ใครคือทองชุบ"
[หึหึ... สงสัยป่านนี้ห้องทำงานคงกลายเป็สระว่ายน้ำไปแล้วล่ะมั้ง ไอ้พวกปลากระเบนเอ๊ย สะใจข้าจริงๆ!]
เสียงในหัวของชิงชิงดังแว่วเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้พี่ชายทั้งสามไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึก 'ขนลุก' และ 'เกรงใจ' น้องสาวคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"พี่ใหญ่... แล้วเื่ 'ผู้หญิงหน้าขนมเข่ง' ล่ะ?" หวังซิงถาม
หวังอี้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงรินดาที่ชอบโบกหน้าขาวผ่องตลอดเวลา "คงหมายถึงรินดานั่นแหละ... ต่อไปนี้ ใครห้ามเข้าใกล้รินดาเด็ดขาด จนกว่าเราจะพิสูจน์ได้ว่าชิงชิง้าสื่ออะไรกันแน่"
อีกด้านหนึ่ง... ในห้องของชิงชิง
หลินชิงเซียนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนุ่มๆ พลางแทะน่องไก่ที่เธอแอบจิ๊กมาจากครัวด้วยความเอร็ดอร่อย
[อื้ม... ไก่นี่มันรสชาติดีจริงๆ ยุคนี้มีดีแค่ของกินนี่แหละนะ ส่วนเ้าพวกพี่ชายนั่น... ถือว่าข้าสั่งสอนเบาะๆ ให้รู้ซะบ้างว่าใครเป็ใคร คืนนี้งานเลี้ยงเปิดตัวคู่หมั้นงั้นรึ? หวังว่าไอ้คู่หมั้นเฟยหลงนั่นจะไม่ใช่พวก 'หน้าปลาทู' อีกคนนะ ไม่อย่างนั้นข้าจะเสกให้เขาเป็หมันซะเลย!]
ในขณะเดียวกัน เฟยหลง ที่เพิ่งขับรถเข้ามาในเขตรั้วบ้านตระกูลหวังเพื่อมารับคู่หมั้น ถึงกับต้องเหยียบเบรกกะทันหันจนหน้าเกือบกระแทกพวงมาลัย
เขาลูบเป้ากางเกงตัวเองเบาๆ ด้วยความหวาดเสียว... เมื่อกี้... เขาได้ยินเสียงใครจะเสกให้เขาเป็หมันนะ?!