“เสด็จพ่อถูกวางยาจริงหรือไม่พะยะค่ะ?”
“จริง! แต่ที่เสียชีวิตมิใช่เพราะยาพวกนั้นเสด็จพ่อของเ้ารู้ตัวว่าถูกวางยาและให้หมอหลวงรักษาได้ทันร่างกายของพระองค์ทรุดโทรมเพราะการตรากตรำทำงานหนักต่างหาก ก่อนพระองค์จะสิ้นพระชนม์จึงทรงให้ใต้เท้าเถียนเป็ผู้จัดการกับหนานกงกงและเสนาบดีจาง”
“มิน่าเล่าใต้เท้าเถียนจึงกลายเป็ผู้กุมอำนาจในราชสำนักในภายหลัง”
“เหตุใดเ้าจึงรู้เื่พวกนี้?”
“ข้าได้พบหลวนเป้ยเล่อตัวจริงแล้ว!”
ฮองไทเฮาผงะมิใช่ว่าพระนางมิเคยสงสัยในตัวหลวนฮองเฮา! นับั้แ่หลวนเป้ยเล่อผู้นั้นปรากฏตัวในท้องพระโรงรูปร่างหน้าตาของคนที่มิได้พบเจอกันสิบกว่าปีใน่ความเจริญเติบโตมีหรือจะจดจำกันได้ครั้งนั้นฮองไทเฮาทรงช่วยรับรองเพื่อช่วยเหลือฮ่องเต้ให้รอดพ้นจากการซักไซ้ของเหล่าขุนนางเท่านั้น! ต่อให้พระนางมิเคยถามฮ่องเต้ก็มิเคยกล้ารับรองต่อหน้าเลยสักครั้งว่านั่นคือตัวจริง!
“เ้าเห็นหลักฐานชัดเจนแล้วหรือ?”
“พะยะค่ะ”ิเฟยหลงทรงค้อมศีรษะเล็กน้อย
“นี่ก็คือหลวนฮองเฮาตัวจริง”
“เป็เช่นนั้นพะยะค่ะ”
“หม่อมฉันเห็นพระราชหัตถเลขาของเสด็จพ่อที่ลอบส่งให้หลวนเป้ยเล่อจึงได้รู้ว่าหากมิทรงมีพระโอรสในภายหลังหลวนเป้ยเล่อผู้นี้ต้องเป็รัชทายาทอย่างแน่นอน!”
ฮองไทเฮาถอนหายใจแรง“เพราะฝ่าาทรงโปรดเขามากน่ะสิจึงทำให้ข้าถูกหนานกงกงชักชวนให้ทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า”
ฮองไทเฮาขบฟันด้วยความแค้นเคืองพระสวามีแสดงให้พระนางเห็นว่าโปรดปรานหลวนเป้ยเล่อยิ่งเพราะโกรธที่หลวนเฟยสิ้นชีพไป“ฝ่าาเองก็คิดว่าข้าเป็คนลงมือฆ่าหลวนเฟย แล้วยังไง?หากไม่มีนางข้าก็จะยืนอยู่ในวังหลังได้อย่างสบายใจไม่ว่านางจะตายด้วยฝีมือของผู้ใด? ข้าก็พอใจทั้งนั้น”
“ผู้ใดคือผู้เผาวังชงหยวนกันเล่าเสด็จแม่?”ฮ่องเต้จ้องมองฮองไทเฮาเขม็ง แม่บุญธรรมของพระองค์ผู้นี้วังหลังมานานย่อมต้องทำลายและทำร้ายผู้คนมากมายที่ขวางทางพระนางส่วนหนึ่งิเฟยหลงเองก็ได้ประโยชน์จากสิ่งที่พระนางทำจะนับว่าเขาก็เป็ผู้ร่วมทำความผิดด้วย
“หนานกงกงน่ะสิ!ข้าเตือนเขาแล้วว่าหากคิดฆ่าหลวนเป้ยเล่อ ฝ่าาจะไม่ปล่อยพวกเราไป แต่เขาไม่ฟังกลับบอกให้เสนาบดีจางส่งคนไปเผาที่นั่น มิคาดว่า หลวนเป้ยเล่อกลับรอดไปได้นับั้แ่นั้นฝ่าาก็ไม่เคยไว้วางใจพวกเราอีก เสนาบดีจางก็ถูกลิดรอนอำนาจตัวหนานกงกงเองก็ถูกฝ่าาจับผิด ส่วนข้าก็ถูกพระสวามีหมางเมิน” เล่ามาถึงตรงนี้ฮองไทเฮาทรุดตัวลงนั่งบนพระเก้าอี้“ข้ารู้ ข้ามิได้ห้ามพวกเขาอย่างจริงจังปล่อยให้พวกเขาเผาวังชงหยวนแล้วรออาศัยประโยชน์จากเื่นี้”
ิเฟยหลงจำได้ว่าเสด็จพ่อมิเคยเสด็จไปร่วมห้องกับฮองไทเฮาเลยสักครั้งนับั้แ่เขาถูกพระนางนำไปเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรม!ความรักความแค้นของคนรุ่นนั้นก็ไม่ต่างจากวังหลังในยุคของพระองค์ เถียนฮองเฮาของิเฟยหลงก็กำจัดสนมไปหลายคนเพราะถูกพระสวามีหมางเมินสุดท้ายนางก็ก่อการกบฎจนต้องตาย!
หงซือซือถอนหายใจเบาๆนางนึกดีใจที่ท่านพ่อของนางไม่คิดจะกลับมา วังหลวงอีกนางหวังว่าฮองไทเฮาคงมิได้โกหกเื่ที่พระองค์มิได้เผาวังชงหยวน!
“ฮองเฮาเ้าจงนำคำข้าไปบอกท่านพ่อของเ้า คนที่หวังจะฆ่าเขามีหลายคนนักในอดีตข้าเองก็เป็ผู้หนึ่งในนั้นเพียงแต่ยังมิได้ลงมือ ก็มีผู้กระทำไปก่อนแล้ว”
“พวกท่านช่างใช้ชีวิตได้ซับซ้อนยิ่ง”
“มิใช่แค่ซับซ้อนหากแต่ยังเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงเกินกว่าที่เ้าจะเข้าใจกว่าข้าจะพาฝ่าาก้าวขึ้นบนบัลลังก์ได้ทั้งต่อหน้าและลับหลังข้าล้วนต้องระมัดระวัง”ฮองไทเฮาทอดพระเนตรบุตรบุญธรรมผู้กลายเป็ฮ่องเต้ของตน “แม้มือของข้าจะเปื้อนเืมาไม่น้อยแต่บัดนี้กลับอยากเพียงใช้ชีวิตอย่างสงบคนพวกนั้นที่ทำร้ายหลวนเป้ยเล่อล้วนลงนรกไปเพราะการวางแผนกำจัดของเสด็จพ่อเ้าทั้งสิ้น”
“เสด็จแม่แต่คนที่ยังส่งนักฆ่าสำนักมืออสูรมาลอบสังหารข้ายังคงอยู่”
พระนางชะงักหันมามองฮ่องเต้ด้วยความฉงน “เป็คนผู้ใด?”
“ข้าไม่รู้!”
“ในหมู่พี่น้องของเ้ายังมีคนที่แข็งแกร่งพอจะชิงบัลลังก์นี้ด้วยหรือ?”
“ข้ารู้ว่าท่านระแวงชินอ๋องแต่ข้าเคยเอ่ยยกบัลลังก์ให้เขาแล้ว เขาไม่รับ!”
ฮองไทเฮานึกถึงท่าทีเย่อหยิ่งของพระโอรสองค์ที่ห้าของอดีตฮ่องเต้เพราะเขาหมกมุ่นกับการป้องกันชายแดน กองทัพและการสู้รบ ท่าทีที่มาตลอดนั้นมิเคยใส่ใจอยากครองราชย์แต่อย่างใด!
“คนผู้นั้นสนใจเพียงเื่การทหารยามนี้ฟ่านซิ่วอิงเองก็มิยินยอมให้พระสวามีของนางเกี่ยวพันกับราชสำนักมากนักหากพวกเขาอยากได้ก็ไม่จำเป็ต้องวางแผนให้วุ่นวาย”
ิเฟยหลงไล่เรียงพี่น้องที่ยังมีชีวิตองค์ชายหกถึงองค์ชายสิบห้าล้วนอยู่กันอย่างสงบ“น้องชายทั้งหลายล้วนใช้ชีวิตปกติ หม่อมฉันคิดไม่ออกจริงๆว่าผู้ใดจะหวังเื่ใหญ่โตเช่นนี้”
“หากมิใช่พวกเขาเล่า?ความคุมแค้นของผู้คนบางคราก็อาจจะเกิดจากความรักความผูกพันเดิม”
“เสด็จแม่หมายถึง?”
“หากมีคนที่รักใคร่กับอดีตศัตรูของเ้ายังคงมีชีวิตอยู่เพื่อกลับมาแก้แค้นเล่า?คนพวกนี้บางคราไม่้าในอำนาจหรือเงินทองแต่เพียง้าบรรลุเป้าหมายคือชีวิตเ้าเท่านั้น!”
“ขอบพระทัยเสด็จแม่ที่เตือนสติ!”
“ฝ่าาแม้เ้ากับข้าจะมิได้ร่วมสายเืแต่สิบกว่าปีที่ข้าต่อสู้เพื่อให้เ้าขึ้นสู่บัลลังก์นับเป็การลงทุนที่มากมายนักทั้งความผูกพันและผลประโยชน์ไม่จำเป็ต้องแบ่งแยกข้าต้องปกป้องเ้าให้ถึงที่สุดเช่นกัน”
ิเฟยหลงค้อมศีรษะกล่าวขอบพระทัยมารดาบุญธรรม
“เ้าไปหาหลิวเอ๋อร์เสียหน่อยเถอะนางมิได้พบหน้าพวกเ้านานแล้ว” ฮองไทเฮาทรงโบกพระหัตถ์ไล่การรื้อฟื้นอดีตอันเ็ปทำให้พระนางคล้ายหัวใจเต้นรัวเร็วและอ่อนแรงลงช้าๆบางที...นี่คงเป็คดีสุดท้ายที่พระนางได้มีโอกาสแก้ตัวเพราะหลายเื่ในวังหลังไม่ว่าจะเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูกสุดท้ายทุกคนล้วนแต่เอาตัวรอด!
ิเฟยหลงชวนหงซือซือให้เดินออกจากห้องโถงตรงไปยังห้องขององค์หญิงิซีหลิวพระธิดาคนเดียวที่รอดชีวิตจากปากเหยี่ยวปากกาในวังหลวง
“เสด็จพ่อ! เสด็จแม่!”องค์หญิงตัวน้อยโถมเข้าสู่อ้อมแขนของผู้เป็บิดา “หลิวเอ๋อร์เ้าไปนอนที่ตำหนักกับท่านแม่ดีหรือไม่?”
“ดีเพคะ!”
ฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบหันไปบอกพระธิดา“เ้าอย่างเพิ่งไปเลย! ให้เสด็จพ่อช่วยท่านแม่ของเ้าปั้นน้องชายให้ยามค่ำคืนดีหรือไม่?”
“ดีเพคะ!”น้ำเสียงขององค์หญิงน้อยดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม ในวังหลวงแห่งนี้เงียบเหงายิ่งนักหากแฝดสี่แห่งวังสามพยัคฆ์ไม่มาเข้าเฝ้าฮองไทเฮา องค์หญิงแทบจะไม่มีเพื่อนเล่น
“เ้ารู้หรือไม่?อีกไม่นานพระชายาฟ่านซิ่วอิงจะมีน้องให้เ้าเล่นด้วยเพิ่มอีกแล้ว”
“โอว....วังสามพยัคฆ์จะมีน้องเพิ่มอีกน่าสนุกจริงเพคะ หม่อมฉันอยากไปอยู่วังนั้นจัง”
ิเฟยหลงได้ยินก็อมยิ้ม“เสด็จพ่อของเ้าก็จะแสดงฝีมือปั้นน้องให้เ้าเยอะๆเช่นกันขอเพียงเ้ามิไปรบกวนห้องบรรทมในตอนกลางคืน”
“ได้เพคะ!หม่อมฉันจะไปวังเป่าฉีเฉพาะตอนกลางวัน”
“ดี! ตกลงกันตามนี้”ิเฟยหลงทรงเกี่ยวพระกนิษฐากับพระธิดา
หงซือซือมองดูการเกี่ยวก้อยของสองพ่อลูกด้วยความขำหม่าหลันฮวาที่ตามเสด็จกราบทูลว่าถึงยามเสวยแล้วทั้งสามพระองค์จึงกลับมาร่วมโต๊ะกับฮองไทเฮาบ่ายวันนั้นข่าวการตั้งครรภ์ของภรรยาหูซิ่นสือก็ทำเอาฮ่องเต้ทรงหงุดหงิดอีกคำรบ
“นี่เจิ้นปล่อยให้เติ้งเฉินฟู่ไปแต่งงานอีกคนแล้วอย่าบอกนะว่าภรรยาขององครักษ์เติ้งก็จะแซงหน้าไปอีก”
หู่ซิ่นสือเห็นพระพักตร์อึมครึมของฮ่องเต้แล้วก็รีบกราบทูล“หม่อมฉันขอเสนอแนะพะยะค่ะ”
หู่ซิ่นสือรีบกราบทูลสิ่งที่อนุถานอดีตนางคณิกาคนดังที่กลายมาเป็อนุภรรยาของเศรษฐีแห่งคฤหาสน์ตระกูลเปี้ยนแนะนำตนและภรรยานางมีบุตรชายสี่คนในห้าปีช่างเป็จำนวนที่ฟังแล้วน่าสนใจนัก! ฮ่องเต้ได้สดับแล้วทำตาวาววาม
“อืม...วิธีของอนุถานที่เ้าว่าก็น่าสนใจ”
**************************
