ณ ดินแดนอนันตกาลของเผ่าปีศาจ าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษ์และปีศาจได้มาถึงจุดสิ้นสุดของาอันยาวนาน ขณะนั้นที่ปราสาทอนันตกาลบนชั้นบนสุดของปราสาท ได้มีเงารางของบุคคลสองคน คนนึงอยู่ในชุดเกาะสีแดงเื หน้าตาหล่อเหลาและดูเ็า ตัวสูงและผอมเพียว ในมือถือไว้ด้วยกระบี่สีขาว และสีดำอย่างละมือ และมีคราบเลือกสดๆมากมายติดอยู่ที่ตัวดาบ เขาคนนี้ก้อคือจักรพรรดิเทพอสูรมู่หลงชิง
ส่วนอีกคนมีรูปร่างสูงใหญ่กว่ามนุษย์ปกติ และมีความแตกต่างตรงที่บุคคลนี้ มีหางเปนอสรพิษ มีเกล็ดสีดำขึ้นเต็มตัว มีปีกที่ด้านหลังขนาดใหญ่หนึ่งคู่ และมีหัวเป็สิงโต เขาคนนี้ก้อคือจักรพรรดิปีศาจเทียน ฉี ... มู่หลงชิงข้าต้องยอมรับจริงๆในความสามรถของเ้าที่ทำากับเผ่าอสูรของข้ามาอย่างยาวนานได้ขนาดนี้ และกดดันจนข้าได้รับาเ็จนต้องถอยกลับมาจนถึงปราสาทอนันตกาลของข้าได้ แต่เ้าคิดจริงๆหรือว่าาในครั้งนี้ได้บทสรุปแล้ว จักรพรรดิปีศาจเทียนฉีเ้าคิดจริงๆหรือว่าเ้ายังมีทางรอดออกไปจากที่นี้ได้อีก ตลอดเวลาที่ข้าทำากับเ้ามาข้าได้สูญเสียทั้งครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิทของข้า และกองซากศพของมนุษย์ทั้งหลายที่ยอมสละชีพเพื่อรักษาเผ่าพันธ์ไว้ ตลอดเวลาของาข้าฝันถึงแค่วันนี้เท่านั้น วันที่จะทำให็เ้าและเผ่าพันธ์ที่ชั่วร้ายของเ้าสูญสลายไปจากจักรวาลนี้
ฮาๆๆ าระหว่างมนุษย์และปีศาจเกิดขึ้นมานานนับั้แ่อดีตกาลแต่เคยมีครั้งไหนบ้างที่เผ่ามนุษย์ทำลายเผ่าปีศาจจนสูญสลายหายไป... ไม่มีเลยสักครั้ง เพราะอะไรรู้ไหม
เพราะเผ่าปีศาจของข้าได้อาวุธระดับเทพที่ทรงพลังอย่างมากชิ้นนึงไงละ ถึงทำให้เผ่ามนุษย์ของเ้าไม่กล้าที่จะทำาล้างเผ่าพันธ์กับเผ่าปีศาจของข้า ...
เช่นนี้นี้เอง เพราะมีอาวุธระดับเทพอยู่ที่นี้สินะเ้าถึงได้ถอยมาจนถึงที่ปราสาทอนันตกาลนี้
เ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิดนะมู่หลงชิง แต่น่าเสียดายที่มันสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่แค่นี้ก้อสามารถทำให้ข้าสนุกในการทำากับเ้าอีกหน่อย
มู่หลงชิงใกับคำพูดของจักรพรรดิปีศาจเทียนฉี
หมายความว่ายังไงที่บอกว่าทำากับเ้าต่อไปอีก ...
จักรพรรดิปีศาจเทียนฉีแสยะยิ้มที่มุมปาก
จากนั้นก้อได้ะเิพลังและเปิดใช้โลหิตเทพของตนเองจนถึงจุดสูงสูด เพื่อเปิดใช้อาวุธเทพของเผ่าปีศาจนั้นเอง..
ใต้ปราสาทอนันตกาลได้เกิดรอยปริแตกขึ้นทั่วทั้งปราสาท และสุดท้ายก้อถล่มลงมาทำให้ปราสาทอนันตกาลกลายเป็ซากปรักหักพังไปหมด และในขณะนั้นเอง ณ จุกกึ่งกลางของซากปราสาทอนันตกาลได้มีลูกแก้วสีดำสนิดลอยขึ้นมาอยู่เหนือหัวของจักรพรรดิปีศาจ ลูกแก้วนี้ให้แรงกดดันมหาสารและเย็นะเือย่างมาก
แรงกดดันนี้ทำให้าที่อยู่รอบปราสาทหยุดชะงักในทันที...
แม้แต่จักรพรรดิเทพอสูรมู่หลงชิง ยังมีอาการสั่นขึ้นมาและมีเหงื่อไหลออกมาจากมือที่กำกระบี่อยู่ ...
จักรพรรดิปีศาจเทียนฉีเห็นท่าทางของมู่หลงชิงก้อได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
าในครั้งนี้เป็ข้าเองที่ดูถูกเ้าและเผ่าพันธ์มนุษย์มากเกินไป แต่ครั้งต่อไปข้าจะไม่ผิดพลาดอีกอย่างแน่นอน หลังจากจักรพรรดิปีศาจพูดจบ ก้อได้ะเิพลังเทพปีศาจและโลหิตของตนเองทั้งหมดทำให้ร่างกายค่อยๆแตกไปทั่วตัวเหมือนในแมงมุมและค่อยๆสูญสลายหายไปในลูกแก้วอาวุธระดับเทพที่ลอยอยู่เหนือหัวของจักรพรรดิปีศาจเทียนฉีนั้นเอง
จากนั้นบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากลูกแก้วก้อแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งดินแดนอนันตกาล มู่หลงชิงอยู่ใกล้กับลูกแก้วอนันตกาลมากที่สุดได้ร้องะโออกมา แล้วเหาะเข้าไปหาลูกแก้วอนันตกาลเพื่อหวังที่จะทำลายมันลงไป แต่ช้าไปเสียแล้วพลังที่ลูกแก้วอนันตกาละเิออกมานั้นได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของมู่หลงชิงมืดมิดไปหมด มองไม่เห็นแม้กระทั่งมือของตัวเอง มู่หลงชิงรู้สึกอยู่ในจักรวาลที่ว่างเปล่าเดินไปตรงไหนก็ไม่เจอแม้แต่จุดที่สิ้นสุด มองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียงอะไร ไม่ได้กลิ่นต่างๆ เหมือนติดอยู่ในมิติที่ไม่อาจออกไปได้ มู่หลงชิงไม่รู้ว่าติดอยู่ในความมืดนี้มานานขนาดไหนแล้ว กี่สิบปี กี่ร้อยปี หรือกี่พันปีก้อไม่อาจคาดเดาได้ จนเขาเลิกที่จะหวังในชีวิตของตนเอง เลิกเดินไปยังที่ไร้จุดหมาย แต่เลือกที่นั่งสมาธิปิดด่านอยู่อย่างนั้นเพื่อให้ชีวิตของเข้าสูญสิ้นไปกับการปิดด่านในครั้งนี้...
อยู่ๆก้อมีแสงสว่างสาดเข้ามาหามู่หลงชิงทำให้เขาตื่นขึ้น
เอ๊ะเกิดอะไรขึ้น ที่นี้คือที่ไหน แล้วทำไมร่างกายของข้าถึงเป็แบบนี้...