ตู้เซ่าฝู่หลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับการฝึกฌานเขารู้สึกราวกับว่าตัวได้เกิดใหม่เป็เหยี่ยวั์ปีกทองในร่างมนุษย์เขาสูดเอาอากาศที่อยู่รอบๆ ไม่หยุด สำรวจหาทุกสิ่งที่ร่างกายเขา้าทุกอย่างที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และพยายามหาทางบรรลุเข้าใจในทุกสรรพสิ่ง...
“ซู่ๆๆ!”
ณ หลุมที่อยู่ในหุบเขาเกิดเสียงดังสนั่นขึ้น มีพลังอันน่าหวาดกลัวถั่งโถมโหมออกมา
หากยอดฝีมือคนใดมาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหลุมนี้คงตกตะลึงกันมาก หากข่าวนี้แพร่ออกไป ทั่วยุทธภพคงประหลาดใจกัน
“มนุษย์สามารถหลอมรวมกระดูกหายากในตัวเหยี่ยวั์ปีกทองเข้ากับร่างตัวเองมีโลหิตสกัดของเหยี่ยวั์ปีกทองไหลเวียนในร่างฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวั์ปีกทอง นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ น่าอัศจรรย์จริงๆ...”
ในร่างของตู้เซ่าฝู่ที่ขณะนี้ตัวเขากำลังจมดิ่งกับสภาวะพิเศษมีเสียงผู้หญิงแหลมๆ น่ากลัวดังออกมา
เวลารุ่งอรุณบริเวณลานในวังลึกที่เป็ทางเดินสวนแบ่งแยกเป็ตำหนักๆ
“เสด็จพ่อท่านตามหาหม่อมฉันหรือ?”
มีสาวน้อยคนหนึ่งกำลังก้าวเท้าเดินเข้าสู่โถงตำหนักใหญ่ที่ดูโอ่อ่าหรูหรานางสวมชุดจอมยุทธสาวสีแสด ทำให้ขาที่ดูเรียวยาวของนางและเอวบางๆที่โค้งเว้าน่าเย้ายวนดูโดดเด่นขึ้นทั้งยังทำให้ร่างที่สูงเพรียวดูแล้วยิ่งสูงสง่ายิ่งขึ้นท่าทางที่เชิดแต่อ่อนช้อยของนางให้ความรู้สึกถึงความหยิ่งและมีมาดดูแล้วดึงดูดใจคน
“เซิ่งหนัน่นี้ที่เทือกเขาอสุรกายเกิดเื่แปลกประหลาดหลายเื่ ข้าได้รับข่าวมาว่าสำนักอสรพิษ์ สำนักกระเงี้ยวนิลสำนักยันต์ปราณกลุ่มผู้มีอิทธิพลพวกนั้นส่งยอดฝีมือเข้าไปในเทือกเขานั้นนานแล้วเ้ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”
บุรุษวัยกลางคนเอ่ยถามสาวน้อยคนนั้นเขารูปร่างอวบอ้วน มีพุงย้อย ตัวไม่ค่อยสูงเท่าไร ทว่าดูแล้วน่าเคารพน่าเกรงขามทำให้ผู้ที่พบรู้ต้องให้เกียรติเขาและเกรงกลัวเขา
“สำนักอสรพิษ์สำนักกระเงี้ยวนิล และสำนักยันต์ปราณ”
แววตาของหญิงสาวชุดสีแสดนางนั้นกลอกขึ้นเพราะใช้ความคิดจากนั้นนางก็กลบความรู้สึกใจากเมื่อสักครู่ไปหันหน้าไปมองบุรุษวัยกลางคนหุ่นอวบท้วมคนนั้นพร้อมกล่าวว่า “เสด็จพ่อ ให้หม่อมฉันเข้าไปสำรวจดูหน่อยเถิดคาดว่าในเขาอสุรกายน่าจะปรากฏสมบัติอะไรบางอย่างขึ้น ด้วยชื่อของท่านอาจารย์และสำนักที่หม่อมฉันอยู่ต่อให้พบกับพวกเขา คิดว่าพวกเขาก็ไม่กล้าทำร้ายหม่อมฉันหรอก”
“เซิ่งหนันเมื่อตอนที่เ้ากำเนิดมาบนโลกนี้ ข้าตั้งชื่อให้กับเ้าว่า ‘เซิ่งหนัน’ เพราะหวังให้เ้าเป็สตรีที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าชายหลายปีมานี้ข้าเห็นการเติบโตของเ้า และเ้าก็แข็งแกร่งกว่าน้องชายของเ้าจริงๆทว่านานๆ ทีกว่าเ้าจะกลับมาจากสำนักท่านอาจารย์ของเ้าสักครั้งข้ารู้สึกว่ามันค่อนข้าง...”
“ท่านพ่อหม่อมฉันไม่เป็ไรหรอก ต่อให้ทางสำนักรู้เื่ ก็น่าจะให้หม่อมฉันรีบไปสำรวจที่เทือกเขาอสุรกายนั่นแหละหากมีสิ่งดีๆ ปรากฏขึ้นจริง จะให้สำนักอสรพิษ์สำนักกระเงี้ยวนิลและสำนักยันต์ปราณคว้าโอกาสที่ดีนี้ไปไม่ได้หรอก”
สาวน้อยที่สวมชุดจอยยุทธสาวพูดขัดจังหวะบุรุษวัยกลางคนคนนั้นพร้อมกับยิ้มให้ “ไม่แน่ว่าครั้งนี้ไปเทือกเขาอสุรกาย หม่อมฉันอาจได้รับโอกาสอะไรดีๆมา ได้ยินว่าในเขาอสุรกายมีอสูรและปีศาจมากมาย หม่อมฉันอยากลองไปเห็นเองกับตาตั้งนานแล้ว”
“นางหนูเอ๋ยหากน้องชายน้องสาวของเ้าเป็ได้อย่างเ้าสักครึ่งหนึ่ง ข้าคงมีความสุข”บุรุษวัยกลางคนมองเด็กสาวและยิ้มให้ จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึม“ข้าจะสั่งให้ยอดฝีมือในวังติดตามเ้าไปด้วย เ้าต้องระวังตัวให้มากล่ะ”
“รับทราบเพคะ” สาวน้อยชุดจอมยุทธพยักหน้าพร้อมกับตอบรับ
นอกเมืองสือเฉิงเหตุการณ์ขบวนอสูรที่เกิดเวลาผ่านไปครบครึ่งเดือนแล้วหลังจากเกิดขบวนอสูรอันน่าสะพรึงกลัวถึงสองครั้งทุกคนก็กังวลว่าจะเกิดขบวนอสูรขึ้นอีกเป็ครั้งที่สาม ทว่าก็มีคนพบว่าภายในแนวเขาอสุรกายค่อยๆ สงบลงแล้ว
“ต้องมีมหาสมบัติอันล้ำค่าเกิดขึ้นแน่จึงทำให้เกิดขบวนอสูรขึ้น”
“ขณะนี้มีมหาสมบัติเกิดขึ้นแล้วรีบเข้าไปตามหากัน จะพลาดโอกาสดีงามเช่นนี้ไม่ได้”
“...”
ความหวาดกลัวที่มีต่อขบวนอสูรเริ่มเจือจางลงตามกาลเวลาบวกกับความน่าเย้ายวนใจของสมบัติในที่สุดบรรดากลุ่มนักล่าอสูรทั้งหลายก็มีความกล้าพอที่จะเข้าไปเสี่ยงตายเพื่อของล้ำค่า
พอมีผู้กล้าคนที่หนึ่งก็มีคนที่สองจากนั้นก็มีกลุ่มนักล่าอสูรจำนวนไม่น้อยเข้าสู่แนวเขาอสุรกายอีกครั้งพวกเขาหวังว่าจะตามหาสมบัติที่เกิดขึ้นในเขาอสุรกายในทำนองเดียวกันก็มีนักผจญภัยเสี่ยงโชคพากันเข้าไปในเขาอสุรกายกันโขยงใหญ่
“ปึง!”
ณ บ้านสกุลตู้ บริเวณลานในจวนตู้เจิ้นอู่ใช้มือข้างหนึ่งตบโต๊ะอย่างแรงทำให้โต๊ะหินที่เขาทุบร้าวและแตกเป็ชิ้น แววตาของเขาโมโหและเกรี้ยวกราดพูดด้วยน้ำเสียงตะคอกว่า“ใครกันแน่ที่บุกรุกเข้ามาในบ้านสกุลตู้แล้วลักพาตัวเซ่าฝู่ไป หากข้าตรวจสอบพบข้าไม่ปล่อยไว้แน่!”
“พี่ใหญ่ข้าพยายามตรวจสอบมาตลอดแต่ก็ไร้ข่าวคราวใดๆ นี่ก็ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เซ่าฝู่เขา...” ตู้จื้อสยงถอนหายใจ สีหน้าซีดเผือด เพราะเวลาผ่านมาตั้งนานมากแล้วทุกวันเขาก็เอาแต่สืบเสาะข่าวคราวมาตลอด ไม่รู้ว่าไม่ได้พักผ่อนดีๆมานานเท่าไรแล้ว บวกกับที่เขาเป็ห่วงความปลอดภัยของหลานชายของเขาความเครียดและความกังวลนี้ ยิ่งทำให้ร่างกายของเขาซูบผอมโทรมจนดูอ่อนแรง
“เข้าชื่อว่าเซ่าฝู่เป็คนดีฟ้าต้องคุ้มครองแน่ๆตอนนั้นขนาดฟ้าผ่าใส่เขาก็ยังไม่ตาย หากประสบภัยร้ายแล้วไม่ตาย จะต้องมีเื่ดีๆเกิดขึ้นแน่” ตู้เจิ้นอู่สีหน้าเคร่งขรึมจากนั้นมองหน้าตู้จื้อสยงพร้อมกับเอ่ยถามว่า “บอกเื่นี้กับน้องสามแล้วหรือยัง?”
ตู้จื้อสยงพยักหน้า กล่าวว่า“หลังจากบอกเื่นี้กับน้องสามไปแล้ว น้องสามก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆยังคงเมาหัวทิ่มเหมือนเดิมทุกวัน”
ตู้เจิ้นอู่ไม่พูดอะไรสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จากนั้นกล่าวว่า“สถานการณ์ในเทือกเขาอสุรกายเป็อย่างไรบ้าง?”
“บ้านสกุลเยี่ยบ้านสกุลอั้น บ้านสกุลฉินต่างส่งคนเข้าไปในเทือกเขาอสุรกายแล้วมีข่าวลือว่าในเทือกเขาอสุรกายมีสมบัติล้ำค่าเกิดขึ้น” ตู้จื้อสยงเงยหน้า กล่าวว่า“พี่ใหญ่ บ้านสกุลตู้จะรอช้าไม่ได้แล้วพวกเราก็ควรเข้าไปร่วมสนุกกับคนอื่นด้วยไม่ใช่หรือ”
“เ้าไปด้วยตัวเองสักรอบหนึ่งพาลูกหลานของบ้านสกุลตู้เข้าไปฝึกฝนฝีมือกันหน่อย เสียดายที่เซ่าฝู่ไม่อยู่มิเช่นนั้นถ้าพาเขาเข้าไปลับฝีมือสักหน่อย ต้องมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วแน่”ตู้เจิ้นอู่ถอนหายใจ...
ในหลุมกลางเขาเกิดเสียงดังโครมครามดังขึ้น ในหลุมนั้นเขย่าอย่างรุนแรงราวกับว่ามีม้านับหมื่นตัวกำลังวิ่งพร้อมกันบริเวณนั้นแสงสีทองอร่ามรอบตัวของตู้เซ่าฝู่ยังคงเปล่งประกายไม่หยุดลมปราณของเขาไหลเวียนเป็คลื่นพร้อมกับมีอักษรยันต์เปล่งแสงปลิวว่อนเกิดเป็ลำแสงสาดออกมาอย่างสวยงาม
ตู้เซ่าฝู่อยู่ท่ามกลางวงแหวนแสงสีทองผิวของเขาเปล่งแสงราวกับว่าเืเนื้อทุกส่วนของเขาสามารถมองเห็นอักษรยันต์ลอยขึ้นมาได้แสงที่เปล่งออกมาจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนแสบตา แสงร้อนแรงราวกับเป็แสงของดวงตะวันขนาดเล็ก
“สะอาดบริสุทธิ์ดั่งพระอาทิตย์ที่เป็าาแห่งท้องฟ้าและดั่งพระจันทร์ที่ตระหง่านบนห้วงนภา ขจัดปัดเป่าเหล่าเมฆาที่ไร้ความโสมมแสงสว่างที่สาดส่องทั่วเวหาเป็เพียงสิ่งลวงยอดพืชพรรณอ่อนสีทองอร่ามนับวันยิ่งเติบโต บรรลุฌานสดับเวหาถึงขีดสุด และจุดชีพจรเสินเชวี่ยเพื่อนำสู่ฌานขั้นเบิกนภาให้เปิดออก!”
ในที่สุดเขาก็ะโคำรามเสียงดังแสงที่หุ้มกายเขาสั่นไหวลมปราณในร่างมากมายนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าไปในจุดชีพจรเสินเชวี่ยบริเวณสะดือ
“แกว่ก!”
ในขณะนั้นอักษรยันต์พิศวงที่อยู่ด้านหลังของตู้เซ่าฝู่ลอยมากัน จนเกิดเป็ร่างของเหยี่ยวั์ปีกทองตัวหนึ่งร่างเงาตัวนั้นร้องแผดเสียง ราวกับว่าเป็เสียงคำรามของอสูรวิหคที่ร้ายกาจอักษรยันต์พ่นกระจายออกมา ดูแล้วน่าเกรงขามและน่าสะพรึงกลัว
“ปึง!”
จุดชีพจรเสินเชวี่ยที่อยู่บริเวณ่ท้องมีเสียงทุ้มดั่งขึ้นมาทั้งร่างของตู้เซ่าฝู่เขย่าสนั่นอย่างรุนแรง จากนั้นจุดชีพจรเสินเชวี่ยก็เปิดออกพลังปราณมหาศาลไหลไปรวมอยู่ที่จุดชีพจรเสินเชวี่ยและมีลมปราณสาดออกมาเป็คลื่นั์พร้อมกับอักษรยันต์แล่นวนเปล่งแสง
เมื่อจุดชีพจรเสินเชวี่ยเปิดออกแล้วพลังปราณก็สาดเข้าไปในนั้นพร้อมกับอักษรยันต์เปล่งแสงราวกับว่าในจุดชีพจรเสินเชวี่ยกำลังสร้างเหยี่ยวั์ปีกทองอานุภาพของพลังรุนแรงสะท้านฟ้า!
บริเวณซี่โครงตรงหน้าอกของตู้เซ่าฝู่มีแสงทองตลบไปทั่วทุกสารทิศมีกลิ่นอายของพลังปราณที่โหดร้ายและมองไม่เห็นแผ่ออกมาอานุภาพของมันดุดันและรุนแรงราวกับว่ามีพลังบางอย่างที่สามารถสยบทุกสรรพสิ่งได้สาดฟุ้งออกมา!
ความแตกต่างระหว่างขั้นสดับเวหาและเบิกนภานอกจากการต่างกันที่ระดับขั้นที่มีชื่อต่างกันแล้ว เนื้อในของทั้งสองขั้นก็มีความแตกต่างกันอย่างยิ่งยวดหลักๆที่สำคัญคือผู้ฝึกฌานขั้นสดับเวหาสามารถสะสมรวบรวมพลังลมปราณผ่านการฝึกฌานในการพัฒนาไปในระดับที่สูงขึ้นทว่าผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาสามารถดึงเอาพลังและปราณแห่งิญญาจากฟ้าดินทั้งหลายมาใช้สำหรับการฝึกฌานการจะบรรลุขั้นนี้ได้จำเป็ต้องเปิดจุดชีพจรเสินเชวี่ยให้ได้ก่อนเพื่อรวบรวมพลังและปราณแห่งิญญาจากฟ้าดินมาหลอมเป็ส่วนหนึ่งของผู้ฝึกฌานการเปิดจุดชีพจรเสินเชวี่ยคือสิ่งที่พิสูจน์และตัวบ่งชี้ว่าได้บรรลุมาเป็ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาแล้ว
“ย๊าก!”
ตู้เซ่าฝู่ร้องคำรามเกิดเป็คลื่นพลังที่มีอักษรยันต์เปล่งแสงรอบกายลมปราณในจุดชีพจรเสินเชวี่ยไหลพุ่งออกมา ราวกับคลื่นั์ที่ซัดกลางมหาสมุทรตู้เซ่าฝู่รู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งภายในร่างซึ่งมีอานุภาพรุนแรงมหาศาล ทั้งนี้เขาตระหนักได้ว่าเขาในขณะนี้เก่งฉกาจกว่าเดิมหลายเท่าตัวจนไม่อาจพรรณนาเปรียบเทียบความห่างชั้นหลังจากการพัฒนาครั้งนี้ได้