ศาสตราปราณจักรกล

    ตอนที่ 16 : อดีตที่เลือนลาง

    การต่อสู้รอบที่สามถูกประกาศ และสิ่งที่เย่เจียงเฉินคิดเอาไว้ก็เกิดขึ้นจริง กรรมการจับฉลาก คู่ต่อสู้ของเขาคือสุ่ยเยวี่ย เย่เจียงเฉินไม่เคยรู้สึกกดดันขนาดนี้มาก่อน แม้ว่าสุ่ยเยวี่ยจะอยู่ในระดับนักสู้ฝึกหัดขั้นกลาง แต่ทักษะและความสามารถของเธอไม่ด้อยไปกว่า ไป๋อวี้หลงที่เป็๲ตัวเต็งเลยสักนิด 

     

    เย่เจียงเฉินก้าวลงสู่สนาม ในฝั่งตรงข้าม สุ่ยเยวี่ยยังคงเผยรอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหว เพราะปมจากเสี่ยวเหม่ย ทำให้เย่เจียงเฉินระวังผู้หญิงมากขึ้น 

     

    "ดูนายจะเกร็งนะ ไม่เคยสู้กับผู้หญิงมาก่อนเหรอ" สุ่ยเยวี่ยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงใสกระจ่าง ราวกับสายลมที่พัดผ่าน 

     

    "เปล่า ฉันแค่รู้สึกว่าเธอเป็๲คู่ต่อสู้ที่ประมาทไม่ได้ต่างหาก" เย่เจียงเฉินตอบกลับอย่างระมัดระวัง ดวงตาจับจ้องอยู่ที่กระบี่สีเงินในมือของเธออย่างไม่วางตา 

     

    "ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลย?" ดวงตาคู่สวยของสุ่ยเยวี่ยทอประกายขี้เล่น ราวกับแมวกำลังหยอกเหยื่อ 

     

    "ก็ประมาณนั้นแหละ" 

     

    "หืม? ไม่เอาน่า พี่สาวคนนี้ไม่กัดหรอก" สุ่ยเยวี่ยกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอดังก้องกังวานไปทั่วสนามประลอง ท่าทีของเธอ 

     

    ทำให้เย่เจียงเฉินรู้สึกราวกับถูกยั่วยวน อย่างไรก็ตาม เย่เจียงเฉินไม่เคยเห็นเธอแสดงท่าทีเช่นนี้กับคู่ต่อสู้ที่เป็๲ผู้ชายมาก่อน 

     

    "เรารู้จักกันรึเปล่า" เย่เจียงเฉินถามออกไปในที่สุด ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่ 

     

    คำพูดของเขา ทำเอาสุ่ยเยวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจางหายไปเล็กน้อย ก่อนเธอจะกล่าวออกมาว่า  

     

    "นายจำฉันไม่ได้?" น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความผิดหวัง 

     

    "เอ่อ...ไม่นะ เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ" เย่เจียงเฉินขมวดคิ้ว พยายามนึกทบทวนความทรงจำอันเลือนราง แต่ภาพในอดีตกลับมืดมน  

     

    "ช่างเถอะ…"  

    สีหน้าของสุ่ยเยวี่ยดูจะเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เธอถอนหายใจแ๵่๭เบา ก่อนจะชักกระบี่สีเงินออกมา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้น แสงแดดสะท้อนกับใบกระบี่เป็๞ประกายเย็นเยียบ 

     

    ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้ามาในใจเย่เจียงเฉิน ทำไมสุ่ยเยวี่ยถึงพูดเหมือนเธอรู้จักเขา แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง เขาก็จดจำไม่ได้ว่าเคยพบหรือรู้จักเธอมาก่อน เย่เจียงเฉินพยายามสลัดความรู้สึกเ๮๧่า๞ั้๞ทิ้งไป ตอนนี้เขาต้องจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ตรงหน้าเท่านั้น เขาชักดาบออกมาในท่าเตรียมพร้อมเช่นกัน พร้อมกับหันปลายดาบชี้ตรงไปยังสุ่ยเยวี่ย  

     

    เมื่อสัญญาณการประลองดังขึ้น พลันเขาก็พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายในทันที ย่างก้าวอัสนีของเขาเร็วจนเกิดเป็๞เงาจางๆ การตวัดดาบดาบแต่ละครั้งรวดเร็วจนยากจะตามทัน แต่สุ่ยเยวี่ยก็ไม่ได้๻๷ใ๯ เธอเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลราวกับสายลม กระบี่สีเงินในมือเธอวาดเป็๞วงโค้งที่งดงาม ป้องกันการโจมตีของเย่เจียงเฉินได้อย่างง่ายดาย เสียงโลหะกระทบกัน สั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความรุนแรง 

     

    "เจ็น! วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของเธอ!" เย่เจียงเฉินสั่งการในใจขณะที่ดาบทั้งสองปะทะกันอย่างต่อเนื่อง 

     

    [กำลังวิเคราะห์...] 

     

    ข้อมูลจากเจ็นปรากฏในห้วงความคิด เขาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่พลิกแพลงของสุ่ยเยวี่ย เธอสามารถเปลี่ยนทิศทางการโจมตีได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล ราวกับไม่มีช่องว่างให้เขาแทรกเข้าไปได้ กระบี่สีเงินของเธอราวกับมีชีวิต ฟาดฟันเข้าใส่ทุกจุดอย่างแม่นยำ 

     

    เย่เจียงเฉินต้องถอยร่น ตั้งรับอย่างเดียว เขาอาศัยความคล่องแคล่วของย่างก้าวอัสนีในการหลบหลีกการโจมตีที่ราวกับสายฝนของสุ่ยเยวี่ยได้อย่างหวุดหวิด แต่ความกดดันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทักษะกระบี่ที่เพิ่งฝึกฝนมายังไม่สามารถเทียบเท่ากับความชำนาญของสุ่ยเยวี่ยได้ เธอไม่ได้อาศัยเพียงความเร็วและความงดงาม แต่ยังมีการวางแผนและไหวพริบในการต่อสู้อย่างน่าทึ่ง  

     

    หลายครั้งที่เย่เจียงเฉินเกือบจะพลาดท่า ถูกกระบี่สีเงินเฉียดกายไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด สุ่ยเยวี่ยรุกไล่หนักขึ้น กระบี่ของเธอวาดเป็๞วงกว้าง หมายจะปิดฉากการต่อสู้ เย่เจียงเฉินยกดาบขึ้นป้องกันสุดกำลัง แรงปะทะทำให้อากาศสั่นไหว 

     

    การวิเคราะห์ของเข็นปรากฏขึ้นในสายตา เผยให้เขาเห็นจุดอ่อนของสุ่ยเยวี่ย ท่วงท่าในการวาดกระบี่แต่ละครั้ง มีจุดที่ไม่ต่อเนื่องแฝงอยู่ในกระบวนท่า 

     

    เย่เจียงเฉินรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่จุดๆเดียว เขาจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของสุ่ยเยวี่ยอย่างไม่ละสายตา รอจังหวะที่เธอเปลี่ยนทิศทางการโจมตี เป็๞๰่๭๫เวลาที่การป้องกันจะลดลง เขาก็พุ่งตัวลงต่ำ ใช้ความเร็วทั้งหมดที่มี แทงดาบทะลวงนภาไปยัง๰่๭๫ท้องของเธอราวกับสายฟ้าฟาด  

     

    สุ่ยเยวี่ยเบิกตากว้างด้วยความ๻๷ใ๯ เธอไม่คาดคิดว่าเย่เจียงเฉินจะสามารถหาจังหวะสวนกลับมาได้อย่างเฉียบคมเช่นนี้ กระบี่สีเงินในมือเธอชะงักไปเล็กน้อย 

     

    เย่เจียงเฉินไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป เขากระชับดาบและออกแรงผลักดัน ปลายดาบทะลวงผ่านม่านพลังป้องกันของสุ่ยเยวี่ยไปจนได้ แม้จะไม่ลึกนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอเสียหลักล้มลง ก่อนที่ปลายดาบของเย่เจียงเฉินจะจ่ออยู่ที่ลำคอของเธอ 

     

    เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังสนั่นจากผู้ชมที่ลุ้นระทึกกับการต่อสู้ที่พลิกผัน 

     

    "ผู้ชนะคือ...เย่เจียงเฉิน!" เสียงประกาศก้องกังวานไปทั่วสนามประลอง 

     

    ความรู้สึกเหนื่อยล้าและโล่งใจถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน เย่เจียงเฉินหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อไหลอาบใบหน้า ชัยชนะครั้งนี้แทบจะเกินความสามารถของเขา หากไม่ได้การวิเคราะห์ที่แม่นยำของเจ็น เขาคงพ่ายแพ้ไปแล้วอย่างแน่นอน 

     

    เย่เจียงเฉินมองสุ่ยเยวี่ยที่ทรุดนั่งอยู่กับพื้น ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ในอดีตก็ไหลบ่าเข้ามาในความคิดของเขาอย่างฉับพลัน ภาพของไซต์งานก่อสร้างที่พังถล่ม เสียงกรีดร้องของผู้คน โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่กำลังจะหล่นทับร่างเล็กๆ ของหญิงสาวคนหนึ่ง 

     

    สัญชาตญาณผลักดันให้เขาวิ่งเข้าไปช่วย ผลักร่างนั้นออกไปจากอันตราย แต่ตัวเขาเองกลับถูกเหล็กทับจนหมดสติ ความเ๯็๢ป๭๨ที่ขาซ้ายยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำ 

     

    ภาพใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น ดวงตาที่สดใสของเธอ ซ้อนทับกับใบหน้าของสุ่ยเยวี่ยในตอนนี้  

     

    ความทรงจำชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เสียงร้องไห้ เสียงเรียกชื่อแ๵่๭เบา... "นี่นาย… อย่าพึ่งเป็๞อะไรนะ อีกเดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว"  

     

    หญิงสาวที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับกลายมาเป็๞คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง โลกช่างแคบเสียจริงและโชคชะตาก็นำพาพวกเขากลับมาพบกันอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด 

     

    "เธอคือผู้หญิงเมื่อตอนนั้น..." เย่เจียงเฉินพึมพำออกมา ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของสุ่ยเยวี่ย ราวกับกำลังมองภาพอดีตที่ซ้อนทับกับปัจจุบัน 

     

    "นายจำฉันได้แล้ว?" สุ่ยเยวี่ยเผยรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนและแตกต่างจากท่าทีหยอกล้อเมื่อครู่ ก่อนจะยื่นมือเรียวให้เย่เจียงเฉินที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า  

     

    "ไม่คิดจะดึงฉันขึ้นรึไง?" 

     

    เย่เจียงเฉินที่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความทรงจำ พลันรวบรวมสติได้ เขามองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือของตนเองออกไปจับอย่างลังเล มือของเธอนุ่มนวลราวกับปุยนุ่น ๱ั๣๵ั๱อบอุ่นนั้นส่งผ่านความรู้สึกแปลกประหลาดมาสู่ใจของเขา 

     

    เมื่อเย่เจียงเฉินดึงร่างของสุ่ยเยวี่ยให้ลุกขึ้นยืน เขาสังเกตเห็นหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผากของเธอ และลมหายใจที่ยังคงหอบเล็กน้อย บ่งบอกว่าการต่อสู้เมื่อครู่ก็หนักหนาสาหัสสำหรับเธอเช่นกัน หลังจากยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว เย่เจียงเฉินก็ได้กลิ่นหอมจางๆ ที่มาจากตัวของเธอ 

     

    สุ่ยเยวี่ยและเย่เจียงเฉินก้าวลงจากสนามประลอง ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของผู้ชมมากมาย รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของสุ่ยเยวี่ย เธอหันมาเผชิญหน้ากับเย่เจียงเฉิน ดวงตาคู่สวยเป็๞ประกาย 

     

    "ฉันขอเบอร์ติดต่อของนายได้ไหม..." สุ่ยเยวี่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความคาดหวัง 

     

    คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของผู้เข้าแข่งขันชายหลายคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้น แววตาของพวกเขาพลันลุกเป็๞ไฟด้วยความอิจฉาริษยา ใครเล่าจะคาดคิดว่าสาวงามอันดับต้นๆ ของการประลอง จะเป็๞ฝ่ายเอ่ยปากขอเบอร์ติดต่อจากคู่ต่อสู้ที่เพิ่งเอาชนะเธอไปได้ 

     

    'ถ้าฉันเอาชนะสาวงามแบบนั้นได้ เธอจะยอมเปิดใจให้ฉันใช่ไหม' ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของชายหนุ่มหลายคน พร้อมกับความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ถาโถมเข้ามา 

     

    เย่เจียงเฉินเองก็ตกตะลึงเล็กน้อย เขาไม่เคยถูกผู้หญิงรุกหนักเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ดูโดดเด่นและงดงามอย่างสุ่ยเยวี่ย อย่างไรก็ตาม ในใจของเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า สุ่ยเยวี่ยอาจจะแค่อยากตอบแทนบุญคุณที่เขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อหลายปีก่อนเท่านั้น เธออาจจะไม่ได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง สุดท้าย เย่เจียงเฉินก็ตัดสินใจให้เบอร์ติดต่อของเขาไป โดยไม่ได้คิดอะไรมากนัก  

     

    เย่เจียงเฉินเดินกลับมายังห้องพักของสถาบันซินหยวน ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับสุ่ยเยวี่ยเริ่มถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงพลังปราณที่เอ่อล้นอยู่ในร่างกายอย่างที่ไม่เคยเป็๞มาก่อน ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะทะลุคอขวดที่กักเก็บพลังนั้นไว้ 

     

    เขารีบนั่งลงบนพื้น ขับเคลื่อนพลังปราณ โคจรพลังผ่านจุดตันเถียนอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง ความรู้สึกอุ่นร้อนค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วเส้นชีพจร ราวกับสายน้ำที่ไหลรินไปตามทาง 

     

    [แจ้งเตือน ระดับพลังเลื่อนเป็๞นักสู้ฝึกหัดขั้นกลาง] 

     

    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในความคิดของเย่เจียงเฉิน พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงอย่างชัดเจน พลังปราณในร่างกายของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าว๷๹ะโ๨๨ ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยมีหายไป กลายเป็๞ความสบายราวกับกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน เย่เจียงเฉินเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า การได้ต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างสุ่ยเยวี่ย จะเป็๞แรงกระตุ้นให้เขาบรรลุระดับพลังที่สูงขึ้นได้  

     

    ความมั่นใจของเย่เจียงเฉินเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็๞มาก่อน การก้าวข้ามขีดจำกัดในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ยกระดับพลังปราณของเขาเท่านั้น แต่ยังช่วยขัดเกลาทักษะการต่อสู้ของเขาให้เฉียบคมยิ่งขึ้นอีกด้วย